การลาออกครั้งแรก

18 07 2013

ไว้ค่อยมาอัพนะ แต่ออกไปตั้งแต่ ธันวา 2012แล้ว ><





Work and study

11 11 2012

ครับ ก็ทำงานที่ Atos SIS มาร่วม 1ปี 6เดือนถ้วน(รวมเทรนนี) แล้ว

หลังจากที่บริษัทประกาศbonus เพื่อนๆ พี่ๆ ก็ฮาราคีรีลาออกเปลี่ยนงานกันไปหลายคน

มันไม่ได้น้อยขนาดนั้นหรอกครับ แต่ว่าวิธีคำนวณมันประหลาด

เอาperformance รวมไปคิด แล้วแจกมา มันก็ไม่แฟร์สำหรับคนที่เค้าเพอฟอร์มดีอะเนอะ

เราก็ยิ้มสู้กันไปเนอะ :)) ฮ่าๆๆ

.

สำหรับตัวผมแล้ว ทีนี้อาจจะไม่ดังเท่าไรในไทย แต่หากเป็นประเทศแถวยุโรปแล้ว

ต้องบอกเลยว่าดังมากๆ หลังจากที่ได้ลองยื่นสมัครเรียนมหาลัยtop 10ใน UK

หากสมัครผ่านagencyเนี่ย เค้าจะดูแต่เกรดอย่างเดียว

ไอ่เราก็เกรดประมาณ2.5 เค้าก็จะไล่ๆให้ไปสมัครพวกtop 50

อารมณ์เกรดเท่าไรก็เข้าได้,,,

แต่เสียตังทั้งทีใช่ม่ะ ก็ต้องเอาให้ถึงที่สุด

ผมก็ไปไล่ดูบรรดามหาลัยชั้นนำแล้วlist คณะที่เราอยากเข้าไว้

หลังจากนั้นก็เขียนState of purpose ให้เสร็จ+ เขียน cover mail อธิบายwork exp สั้นๆ

แล้วก็ไล่ส่งให้อาจารย์คณะต่างๆ ตามยูดังๆ

ผลปรากฏว่าด้วยชื่อชั้นของAtos ที่โด่งดังมากๆ ในปี2012 (ทำงานโอลิมปิค london)

ทำให้บรรดามหาลัยใหญ่ๆพวกนั้นโอเคกับเกรดที่ไม่ถึง requirements ของเค้า🙂

ใครที่เกรดน้อย อย่าเสียขวัญเวลา Agency discreditครับ

ทำprofileให้ดี แล้วลองดู อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด

,,,,,

หวังว่าหลังจากโพสนี้จะมีofferจากยูดีๆมาหาผมบ้างนะเออ🙂





Trainee to Jr.Consultant

15 01 2012

หลังจากที่ผ่านชีวิตเทรนนีไปครบ6เดือน

ตอนนี้ผมก็ได้ผ่านการพิจารณาให้เซ็นสัญญาเป็นพนักงานประจำ

(Permanent Employee)

และติดโปรเบชันอีก3เดือน(จะติดทำไมหนออออออ><)

ได้ปรับเงินเดือนขึ้นเป็นเรท2กลางๆ มีตังกินหนมแย้วววววว

ส่วนชื่อตำแหน่งก็กลายเป็น

“Junior Consultant”

พี่ๆหลายคนอาจคิดว่าหมดช่วงชิวแล้วนะน้องๆ

แต่จริงๆแล้วเราก็ทำงานจริงๆตั้งแต่เป็นเทรนนี เดือนที่5แล้ว ฮ่าๆ

ต้องบอกว่างานเยอะขึ้นมาพอสมควร แต่ไฟในการทำงานของเรายังแรงอยู่

มีเครียดบ้าง กลับดึกบ้าง แต่ก็กลบความรู้สึกได้ด้วยอาหารอร่อยๆย่านออฟฟิศ

(ทองหล่อ เอกมัยอ่ะเนอะ มีเค้กมีไอติมอร่อยๆมากมายยยยยย แพล่บ!)

ก็สำหรับเพื่อนๆที่สนใจ อยากจะเข้าร่วมโครงการดีๆแบบนี้บ้าง

ก็เตรียมตัวสมัครกันในช่วงเดือนกุมภาพันธ์นะครับ น่าจะเริ่มงานช่วงเมษานะ ไม่ก็มีนาเลย

ใครที่มีปัญหาสงสัยตรงไหนก็คอมเมนท์มาถามได้ จะพยายามตอนให้ครบทุกคอมเมนท์นะ

สำหรับAtosก็อาจไม่ใช่ที่ๆเทรนด์SAPได้ดีที่สุด แต่ส่วนตัวก็เชื่อว่าทุกๆอย่าง

มันจะขึ้นอยู่กับตัวผู้เรียนรู้เองว่ามีความกระตือรือร้นที่จะอยากรู้มากแค่ไหน

เพราะอย่างนิกอยู่มา8เดือนแล้วก็ยังต้องถามพี่ๆอยู่เลย งานไม่จำเจ

มีอะไรใหม่ๆให้เราศึกษามากมาย

ยังไงก็หวังว่าจะเห็นคนที่สนใจในด้านSAP จะเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการครั้งนี้นะครับ^^

ใครที่สนใจจะเข้าโปรแกรมAtos IT Solutions and Services Internship Program  ก็ติดตามข่าวสารจากFacebook fan page ข้างล่างไปได้เลยนะครับ ไม่ต้องติดต่อผม ผมลาออกแล้ววววววววว

Atos Thailand





SIS Program

2 08 2011

SIS Program หรือ

Siemens IT Solutions and Services Internship Training Program

เป็นโปรแกรมที่รับเด็กจบใหม่หรืิอคนที่สนใจในสายงาน

” SAP “

Software Application Program เป็นERPชื่อดังที่ต้องการsupplyคนเป็นอย่างมาก

โดยจะนำTraineeมาtrainในระยะเวลาทั้งสิ้น6เดือนในตำแหน่งTrainee

โดยในแต่ละBatch(รุ่น)นั้นก็จะแบ่งเทรนนีแยกย้ายไปตามmoduleต่างๆ

ที่ประกอบไปด้วย

1.Functional

– SD,MM,PP,PLM,CO,FI

2.Technical

– ABAP(Coding),BASIS,IS ไม่รู้แยกถูกมั้ย

ตรงนี้ควรจะไปศึกษามาก่อนว่าแต่ละโมดุลทำอะไรบ้างก่อนที่จะสมัครนะครับ

ตัวผมก็ได้มีโอกาสเป็นหนึ่งในผู้ถูกเลือกมาtrainingในbatchล่าสุดนี้<3

ต้องบอกว่าโชคดีอย่างไม่น่าเชื่อจริงๆ เพราะเด็กจบใหม่ครึ่งนึง เด็กมีประสพการณ์ครึ่งนึง

ผมเองก็จบมาเกรดไม่ค่อยสูงแต่ทางinterviewerคงเห็นอะไรในตัวผมกระมั้งครับ

สำหรับProcessการรับของที่SISนี่

1.ผมได้ส่งresumeและคะแนนภาษาอังกฤษต่างๆแนบไปในช่วงเมษา

แล้วทางHRก็โทรมานัดสัมภาษณ์ช่วงกลางเดือน

(ถ้าใครที่ไม่ได้เรียนอินเตอร์หรือไม่ส่งผลTOEIC,IELTS,ๆลๆ ต้องสอบวัดผลภาษาอังกฤษก่อนสัมภาษณ์นะครับ)

2.รอผลค่อนข้างนานเหมือนกัน ผมรอประมาณหนึ่งเดือนได้ ทางHRก็โทรมาแจ้งผลว่า น้องได้moduleนี้ๆ เงินเดือนเท่านี้ๆ

3.หลังจากแจ้งผลเสร็จเค้าก็จะนัดมาเซ็นสัญญา แล้วก็เริ่มงานสัปดาห์ต่อมาได้เลย!

อาจเป็นเพราะวันสัมภาษณ์ที่ผมเลือกmoduleที่ชัดเจนไป

ก็เลยได้มาอยู่โมดุลSD

ส่วนตัวแล้วผมไม่ค่อยชอบเขียนcode ก็เลยอยากเป็นฟังชันนอล ซะมากกว่า

รวมถึงมีโอกาสได้เรียนใช้โปรแกรมSAPมานิดๆตอนปีสี่ก็เลยชอบโมดูลนี้

มาถึงวันแรกก็ได้Scheduleมาเป็นตารางเรียนตลอดสองวีคเลย(โหดมากก!)

ขอแนะนำให้คนที่อยากเข้าควรจะมีภาษาอังกฤษที่ดีพอสมควรนะครับ

เพราะที่นี่ใช้ภาษาอังกฤษตลอด!และมีชาวต่างชาติเยอะพอสมควร

ที่ค่อนข้างจะน่าเบื่อและทำไม่ทัน คือ E-learning

โดยTraineeทุกคนจะต้องสำเร็จหลักสูตรสองวีคด้วยการ

Overview E-learningแต่ละโมดุลและทำtestหลังจบให้ผ่าน75%ทั้งหมด

ไหนจะต้องเข้าห้องเรียน สลับกันมานั่งเรียนด้วยตัวเอง ทำก็ไม่ทัน

แต่จบoverviewมาแล้ว เราก็จะเริ่มเห็นภาพของSAP และบริษัทชัดขึ้น

จากที่ความรู้ทางSAPเราเริ่มจาก1หรือ0

จบจากเทรนนิ่งหฤโหดสองวีค เด็กๆจะถูกปล่อยไปตามโมดุลของตัวเองเพื่อไปพบกับโลกกว้าง

จะได้รับการเทรนที่หนักหรือเบาก็ขึ้นอยู่กับโมดุลของตัวเองเป็นงานที่safeแค่ไหน

ถ้าsafeมากก็คงจะได้ทำน้อยหน่อย หนักไปทางทำDocumentซะเยอะ

ถ้าไม่ต้องรักษาความปลอดภัยขนาดนั้น ก็จะได้งานกันแบบเต็มสตรีมมากๆ

แต่ก็ภายใต้เวลาทำงานที่ค่อนข้างflexible พอสมควร 9โมงเช้าเลิก6โมงเย็น วันละ8ชม.

อย่างของผมก็ถือว่ากลางๆไม่หนัก ไม่น้อยจนเกินไป

ข้อดี

1.โอกาสในการTrainingถ้าไปสมัครเรียนเองค่าเรียนประมาณ250,000ได้ – –

2.ได้เห็นภาพรวมของprocessใหญ่ๆ ในที่ทำงานที่ค่อนข้างProfessionalและMulti-National

3.รุ่นพี่ในที่ทำงานค่อนข้างเก่งมีKnowledge Transferให้เสมอ

4.โอกาสได้เป็นพนักงานจริงจะตัดสินหลังหกเดือนซึ่งกระตุ้นให้เรา้ใฝ่รู้เสมอ

5.มานั่งเรียน รับตัง ฮ่าๆๆ

ข้อเสีย

1.6เดือนดูเหมือนจะนานเกินไป บางทีมเทรนเดือนเดียวทำงานได้

บางทีมเข้าไปเป็นพนักงานแล้วก็ยังทำไม่ค่อยได้ ก็ต้องช่วยๆกันอยุ่ดี

2.ด้วยความที่เป็นบริษัทใหญ่ จะไม่ค่อยมีงานเล็กๆให้เราทำ(ไม่ไว้ใจ+กลัวเจ๊ง)

3.ระบบteam building ไม่มีกิจกรรมจากบริษัทเลย อยากจะนัดกินข้าว

นัดปาร์ตี้อะไรกัน ต้องรวมตัวกันเอง ซึ่ง..ยากมาก และต้องเสียตัง(ไม่มีใครเลี้ยง><)

4.ไกลบ้าน การคมนาคมไม่ถึุงกับสบาย แต่ก็ไม่ลำบากมาก

รถไฟฟ้า หรือใต้ดิืนมาก็ต้องต่อรถเมล์ หรือถ้าจะให้ถึงพอดีมีท่าเรืออยู่หลังตึกชาญอิสระ2เลย

แต่การขึ้นลงค่อนข้างอันตรายและคลองขาดการดูแลมากๆ ถ้าหากเปลี่ยนน้ำใหม่ จะใช้ทุกวันเลย

ใครที่กำลังสนใจจะเข้าวงการSAPนั้น บริษัทที่ให้คนไม่มีexpมาทำค่อนข้างน้อยมาก

ยังไงSISก็เป็นอีกทางเลือกที่ดีอีกทางเลือกนึง ถ้าสนใจก็อย่าลืมมาสมัครกันในรอบหน้านะครับ^^

ปล.ตอนนี้SISได้รวมกับAtos Origin กลายเป็นบริษัท Atos แล้วนะครับ

เปลี่ยนจากสัญชาติเยอะมันเป็นFrenchแทน

จะเปิดตัวเต็มๆในปี2012 เป็นIT partnerรายใหญ่ของโอลิมปิก London2012





Open Relationship?

29 07 2011

ใครหลายคนอาจไม่ค่อยชอบหรือแสดงกิริยาที่ไม่ดีต่อคนที่เข้ามาแสดงเจตนารมณ์

อยากรู้จัก

อยากทักทาย

หรือมีท่าทีที่อยากพัฒนาความสัมพันธ์

เพื่อนของผมคนนึงเคยบอกผมว่า การที่มีคนมาชอบเราเนี่ยเป็นเรื่องดีนะ

เราควรคิด+ แล้วมองโลกในแง่ดีกับเค้า
อย่างน้อยที่สุดเค้าก็เป็นคนที่มองเห็น “คุณค่า” ในตัวคุณ

แล้วทุกวันนี้เรายังตัดสินคนที่เข้ามาคุยเข้ามารู้จักอยู่ในระดับที่สมควรกันอยู่หรือไม่??

เรามองหน้าตาและรูปลักษณ์ข้ามความหวังดีที่ถูกขยี้แบติดซอกพื้นรองเท้าไปรึเปล่า?

อย่างน้อยที่สุดก็ควรยิ้มให้กับความหวังดี

ให้โอกาสในระดับที่พอจะเห็นความเป็นตัวตนของคนผู้นั้น

แล้วมาดูกันว่ามันใช่หรือไม่ใช่

ไม่ใช่เหยียบย้ำความหวังดีในช่วงแรก

แล้วก็หายไป,,,





[Review] Ensogo คืออะไร? ดีลใช้ยังไง?

3 06 2011

 

หลายคนอาจสงสัยว่า  

ENSOGO ที่หลายคนพูดถึงคือWebอะไรกัน??



ENSOGO

 

เป็นwebsiteที่ใช้ในการขายดีล

หรือที่คนไทยเรียกกันว่า”couponส่วนลดนั่นเอง”


โดยที่ดีลแต่ละดีลนั้นจะมาจาก

 

– ร้านอาหาร

– โรงแรม

– สปา

 

ที่เรียนพิเศษ และอื่นๆ

ตามที่ตกลงกับ ทางENSOGOไว้

 

 

โดยดีลแต่ละดีลนั้น จะถูกกว่าราคาจริงอยู่มาก

 

แต่จำนวณในการขายนั้น มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความถูกนี่เอง

 

(ยิ่งลดเยอะ ก็มีน้อย ต้องแย่งชิงกันหน่อยละ ฮ่าๆ)

 

ผมได้มีโอกาสไปใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองนอกอยู่พักนึง

 

ก็ชอบเข้าเวบดีลหาซื้อดีลอาหารถูกๆไปทานขำๆบ่อยๆ

 

พอกลับมาไทยแล้ว 

ก็คาดหวังว่าจะเห็นเวบที่ขายดีลแล้วได้มาตรฐานสักที่

 

จนมาได้พบ ENSOGO นี้แหละ 

 

ที่ดูน่าเชื่อถือและพัฒนาตัวเองได้เร็วมากๆจิงๆ

 

_______________________________

 

หลังจากรู้จักENSOGOแล้ว ทีนี้ผมจะสอน 

วิธีซื้อดีลอย่างคร่าวๆให้ชาวบล๊อคอ่านนะครับ

 

ก่อนอื่นเลยเนี่ยเราก็ต้องมี ENSOGO Accountเป็นของตัวเองเสียก่อน

 

 

หลังจากที่ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว 

เราก็ต้องมายืนยันการเป็นสมาชิกกันก่อน

 

(ใจเย็นๆนะครับ ดีลไม่หนีไปไหนแน่ๆ^^)


1. หลังจากเข้าสู่ระบบแล้ว คลิ๊กเข้าไปในมุมส่วนตัว


2. คลิ๊กที่ลิ้งค์ยืนยันที่ใต้ช่องที่ใส่เบอร์โทรศัพท์


3. รหัส 8 ตัวจะถูกส่งไปยังโทรศัพท์มือถือของท่านผ่านระบบส่งข้อความ


4. ใส่รหัสที่ถูกส่งมาลงในช่องที่กำหนดเท่านี้ก็เรียบร้อย

 

พร้อมช้อปปิ้งดีลกันแล้วรึยังง!?!

 

หลังจากที่Login + ยืนยันตัวเองแล้วนะครับเราก็ไปเพจที่เราต้องการจะซื้อได้เลย

 

 ถ้ายังมีปุ่มสีเขียวที่เขียนคำว่า”ซื้อ“หรือ “Buy“อยู่แสดงว่าเรายังซื้อได้อยู่นะครับ


แต่ถ้าหากเป็นคำว่า “หมด” หรือ”Sold out”แปลว่าดีลหมดหรือหมดเวลาซื้อไปซะแล้วว


สมมติว่าเรากด “ซื้อ” เราจะมาที่หน้านี้

 

ให้คลิ๊กที่กล่องสี่เหลี่ยมหน้า “ยอมรับในเงื่อนไขการซื้อขาย


และลงไปเลือกการจ่ายเงินในด้านล่างซึ่งตรงนี้ENSOGO


ที่ได้หลากหลายต่อลูกค้าทุกแขนงมากๆ


ไม่ว่าจะเป็น

-โอนเงินผ่านบัตรเครดิต

-ชำระที่เคาน์เตอร์เซอร์วิส

-โอนเงินผ่านธนาคารต่างๆ

-หรือจะไปจ่ายที่ทำงานENSOGOที่ตึกอับดุลราฮิม พระราม4ก็ยังได้


เมื่อจ่ายเงินด้วยวิธีใดแล้วก็ตามให้กลับมาที่ENSOGOอีกครั้ง


Log-in แล้วไปที่หน้า มุมส่วนตัว คลิ๊กที่ “คูปองของฉัน


สังเกตจากรูปข้างบนว่า เรามีคูปองที่ยังไม่ใช้อยู่


วิธีนำไปใช้ก็มี2ทางเลือกคือ พิมพ์ออกมา หรือจะSMSเข้ามือถือ ไว้ก็ได้


จากนั้นเมื่อเราไปที่ร้านหมูเกาหลี (สมมติ)


ก็ยื่นดีลที่เราPrintมาหรือจดSMSใส่กระดาษให้ทางร้านค้า


เพียงเท่านี้ ก็ใช้ดีลENSOGOเสร็จเรียบร้อย อิ่มและถูกอีกตังหากกก


เป็นยังไงบ้างครับสำหรับวิธีใช้ดีลของENSOGO 

ไม่ยากอย่างที่คิดใช่ไหมครับบ???


แล้วยังไงถ้าผมได้มีโอกาส 

จะมารีวิวสถานที่ที่ผมได้นำดีลของENSOGOไปใช้


ให้ชาวBlogได้อ่านกันนะครับ^^

 

_______________________________________________________


บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม Ensogo Blog me if you can!
Powered by ensogo.com เว็บดีลอันดับหนึ่งของเมืองไทย

หวังว่าผมจะได้คอมเครื่องใหม่มาใช้รีวิวให้ทางENSOGOในอนาคตนะครับ =)





หางานยากหรือหาไม่เป็น?

27 05 2011

สวัสดีชาวWordPressนะครับ

ช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่ นักศึกษาจบใหม่หางานกันมากมาย

บ้างก็ได้ไปแล้ว บ้างก็,,เตะฝุ่นกันไป

ว่าแต่คนอย่างหลัง เตะฝุ่นเพราะหาแล้วไม่ได้?

หรือไม่ตั้งใจหา?

หรือยังหาไม่ถูกจุดกันแน่?

——

ตรงนี้ต้องค้นหาตัวเองให้ได้แล้วเกาให้ถูกที่คันนะครับ

ในช่วงแรกที่ผมหางาน ผมก็หว่านresume ไปเยอะพอสมควร(20+ที่ได้)

และแล้วก็ได้รู้ว่าตางานjob fairเนี่ย ใบสมัครเราไปไม่ถึงทั้งนั้นเลย!

ควรสมัครผ่านcareer webของบริษัท ไม่ก็walk-inนะครับ

(แต่แนะนำให้เข้าเวบแล้วสงสัยอะไรก็โทรไป)

HRเค้าไม่ดุหรอกครับ เจอกันไม่เกิน5ครั้งหรอก(ถ้าไม่ได้งานนะ- -“)

ส่วนอีกจุดนึงที่เราต้องรู้ตัวก็คือ!!!!

แต๊น

แต๊น!

ตำแหน่งที่เราต้องการนี่เอง

ในช่วงแรกผมดูแต่บริษัทแต่ไม่ดูตำแหน่ง

เกือบพลาดไป

สำหรับสายงานของเด็กไอทีเด่วจะแจกแจงให้อ่านในpageต่อไปนะ*

หลังจากช่วง ทึ่มไปแล้วผมก็รู้ตัวว่าต้องสมัครในสายไหน

สิ่งที่หนีไม่พ้นคือบริษัทที่เหมาะที่สุดของเด็กไอทีหนีไม่พ้น

บริษัทsoftware หรือพวก solutionsต่างๆ

มารู้จักกับ SDLCซะก่อน

Software development life cycle นั้นใช้ทั่วไปในฝ่ายDevelopmentของบริษัทซอฟแวร์

ประกอบไปด้วยตำแหน่ง

(ผมจะขอพูดถึงเงินเดือนของบริษัทใหญ่ๆนะครับที่ได้พบมา)

1.Customer Service – เริ่มต้นตั้งแต่รับโทรศัพท์,Get requirement,ติดต่อกับลูกค้า

เงินเดือนขั้นต้นอยู่ที่ 12-17k

2.Support – ฝ่ายซัพนั้นจะรับReqจากCS และออกแบบโปรแกรมบ้าง เขียนqueryบ้าง

ในด้านcrm ก็อาจจะต้องแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้

เงินเดือนขั้นต้นอยู่ที่ 15-20k

3.Programmer – coding coding and coding

เงินเดือนขั้นต้นอยู่ที่ 15-23k

4.Tester,Quality Assurance – ทำtest case,ตรวจสอบข้อบกพร่องของsoftware

เงินเดือนขั้นต้นอยู่ที่ 15k-23k (ควรมีexp1ปี)

ผมจึงได้เลือกตำแหน่งที่ผมไม่ชอบมากที่สุดแต่ต้องทำให้ได้

“Programmer”ซะก่อน เพื่อพื้นฐานในการเป็นSystem Analysisที่ดี

จะออกแบบโปรแกรมได้ ต้องเคยเขียนโปรแกรมเป็นเสียก่อน

ผมเคยมีexp ในการสัมภาษณ์บริษัทใหญ่ๆมาเกือบสิบที่ได้

และตอนนี้ผมก็ได้งานในดวงใจแล้วด้วย^^

ไว้จะมาเล่าประสบการณ์ให้ฟังนะครับ