>เธอน่ารักจัง
>มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นประมาณ 3 ปีที่แล้วล่ะมั้ง (ประมาณนั้นได้)
>ผมเป็นคนชอบเล่นเกม มีเพื่อนซี้อยู่คนนึง ชื่อว่าไอ่ “เบย์”
>ผมกับเพื่อนคนนี้ส่วนมากไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด ซี้กันมาก
>แล้ววันนี้ผมกับมันก็โลดแล่นกันตามเคย (เที่ยวตระเวนร้านเกม)
>ขณะนั่งเล่นเกมอยู่ในร้านตู้กระจกร้านหนึ่ง (ขอสงวนสถานที่ด้วยนะ)
>แน่นอนครับ rag นั่นเอง (แต่เกมอื่น ๆ ก็เล่นนะ เช่น เทลวีเวอร์ หรือ
>N-Age อะไรพวกเนี่ยะ) ระหว่างเล่น rag อย่างเมามัน
>ผม “เฮ้ย! ไอ่เบย์ ทำไรอยู่วะ!?! กรูโดนมันตบตายแล้วเนี่ยะ เอาพริส
>มาชุบกรูหน่อยเร็ว”
>ผมเล่นฮัน กำลังบู๊ในปิรามิดชั้น 4 มันส์เลย
>เบย์ “โห่ เล่นยังไงวะ เบสก็ให้แล้ว agi ก็ให้แล้ว ยังตายอีก”
>มันยิงอยู่ชั้น 3 มันมีพริสอีกตัวอยู่ใน ID เดียวกัน
>ขณะที่มันเอาพริสมาปลุกผมนั่นเอง ตัวจริงของผมก็เดินเรื่อยเปื่อย
>ไปซื้อขนมที่พี่เจ้าของร้าน (มีน้ำอัดลมกับขนมขายในร้านด้วยนะ
>มาม่าก็มี มีไว้สำหรับพวกที่เกมรับประทานศีรษะอย่างผมสองคน
>เนี่ยะแหละ)
>…………………..มองไปหน้าร้าน………………….เฮ้ย!!!
>ผู้หญิงคนหนึ่งเพิ่งออกจากร้านทำผมข้าง ๆ โอ……..ม….แม่เจ้า…
>ถ้าคุณรู้จักว่าสวย + น่ารัก เป็นยังไง นั่นแหละ!!! นั่นเลย!!!
>ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี เพราะเค้าหน้าไม่เหมือนดาราคนไหน แต่เค้า
>น่ารักแบบของเค้า คือ……….เอ่อ…….เอางี้ นึกภาพตามนะ
>สูงสัก 164 ซม. เอ่อ……….อ๊ะ! ใช่ ๆ
>ที่เด่นชัดอีกอย่างนึงก็คือ……
>”ผิวขาวจริงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง” ขาวจริง ๆ ครับ สาบาน
>ขาวมาก ๆ ขาวแบบ…ผ่องใสทุกยองใยเลยอ่ะ และด้วยความขาวนั้น
>ทำให้ตาหวาน ๆ และปากเรียวบางสีแดงอ่อนยิ่งดูโดดเด่นขึ้นอีก
>โอ…………….คนแบบนี้มีจริงด้วย (ในใจนึก)
>สุดยอดเลย……………
>ดู ๆ แล้ว ประมาณ ม. 4 ได้มั้ง เฮ้อ……..น่ารักจนแม้ว่าจะกลัวจน
>ลนลานว่าน้องเค้าจะหันมาเห็นเราแล้วเค้าจะรังเกียจ แต่…..ยาก
>ยากมากจริง ๆ ที่จะถอนสายตาไปจากน้องเค้า มันเหมือนทุกอย่าง
>มันไม่มีความหมายแล้ว ขอให้ได้มองเค้าต่อ…มันจะเกิดอะไรขึ้นก็
>ช่างมัน ผมไม่สน อะไรประมาณนั้นเลยแหละ
>มองเค้าซะนาน จนน้องเค้าขับ BMW สีขาวไปแล้ว
>กลับมามองจอตัวเองอีกที………………ตายรอบ 2 เออ เจริญเลย -_-”
>ปิดเทอม ผมกับไอ่เบย์ก็หาที่เรียน Summer กันเหมือนเคย (นี่แหละ
>ความลับของคนบ้าเกม 2 คนที่ไม่เคยต้องรีเกรด ^_^)
>
>เบย์ “เออ…กรูเห็นนะ มีแถว ๆ ……………… (ตามกติกาครับ
>สงวนสถานที่)
>กรูเห็นมีที่นึงว่ะ เออ อาจารย์อายุไม่แก่มากอ่ะ ใจดีด้วย จะได้
>เรียนกันแบบสะบาย ๆ ไง เอามะ”
>ผม “เออ…ก็เข้าท่านะ ไปดูกันก่อนก็ได้”
>
>ว่าแล้วก็ไปยังจุดหมาย คนเรียนไม่เยอะเท่าไหร่ อย่างที่เราต้องการ
>เพราะถ้าคนเยอะแล้วเรียนไม่ค่อยรู้เรื่องครับ คิดว่าหลาย ๆ คนก็
>คงคิดเหมือนกัน แต่ที่นี่ก็ดังพอดูนะ
>
>ผมกับนายเบย์สมัครไปเรียบร้อยทันทีทันใดเลยครับ ไว้เอาเงินมาจ่าย
>วันพรุ่งนี้ก็ได้ กรอกเสร็จก็ไปหาหมี่เกี๊ยวทานกัน แล้วก็กะว่าจะหา
>ร้านเกมไปถลุง rag กันตามเสต็ป………………แต่ก่อนนั้น………
>
>O_o” เฮ้ย!!! นางฟ้าของกรู!!! (ผมอุทานดังมาก ดังมากจริง ๆ
>โชคดีที่อุทานในใจ ไม่งั้นคนหันมาทั้งถนนแน่)
>
>โอ………เธอครับ เธอคนนั้นเลย ยังเหมือนเดิม ขาวผ่อง พอแสงแดด
>สะท้อน แทบจะมองเธอต่อไม่ได้ มันแสบตา สว่างวาบจริง ๆ โอย…
>คนอะไร แล้ว…….เดินไป เดินไป เดินไป……เข้าที่เรียนพิเศษ
>หัวใจผมจะพองโตมาก……ถ้าที่เรียนพิเศษที่เขาเดินเข้าไปนั้นเป็น
>ที่เดียวกับผม แต่…….นั่นแหละเนอะ แบบนั้นก็บังเอิญเกินไป
>
>ที่เรียนพิเศษที่เธอเลือก อยู่ห่างจากที่ ๆ ผมเรียนประมาณ 3 ช่วงตึก
>เออ…เซ็ง ไกลกันอีก……..ฮึ่ม………เอาไงดีวะ เออ
>จะได้มองนางฟ้า
>ยังจะคิดนานอีก ผมชวนไอ่เบย์เปลี่ยนที่เรียนเดี๋ยวนั้นเลย
>
>ที่เรียนที่เธอคนนั้นเรียนอยู่ต่างจากที่ ๆ
>ผมเรียนอยู่ตรงที่………..
>คนเยอะเจรงงง ๆ เยอะมาก แล้วส่วนมาก เอ่อ…………………….
>ส่วนมากเป็นสาว ๆ ทั้งนั้นเลย (นั่นเป็นเหตุผลทำให้ไอ่เบย์ยอมเปลี่ยน)
>
>ระหว่างที่กรอกใบสมัคร (ที่เก่าช่างมันเฮ๊อะ ใครที่จะเรียน Summer
>อย่าทำแบบนี้นะครับ มันเสียมารยาทมาก สมัครแล้วหายจ้อยแบบนี้)
>……..เธอเดินออกมาจากห้อง TV (ที่นี่หรูพอดูเลย มีขนมขาย มีน้ำขาย
>มีห้องหนังสือ แล้วก็มีห้อง TV จอยักษ์ กว้างขวางพอสมควรเลยแหละ
>ติดเครื่องปรับอากาศทุกห้องเสียด้วย) ตอนนั้นผมเห็นเธอคนเดียว
>แต่ตอนนี้เธออยู่กับเพื่อน ๆ เธอ
>ผมถึงได้ทราบซึ้งว่า………………
>”ไฮโซ” โห…..ทั้งกลุ่ม เอ่อ…ผู้ดีทั้งนั้น
>(ในที่นี้อยากให้นึกภาพผมกับ
>นายเบย์นะ ว่าพวกเราไม่ได้ต๊อกต๋อยอะไรมาก แต่เรารักความสบาย
>ก็เลยไม่เรื่องมากด้านการแต่งตัว)
>ซ้ำยังมีการวางตัวที่ดีในสังคมเสียด้วย
>ตายละหว่า ตีตูมองอะไรอยู่เนี่ยะ ยิ่งกว่าดอกฟ้าอีก…………..-_-”
>เรียนพิเศษวันแรก ทั้งห้องมีคนเรียนอยู่ 52 คน (เยอะไหมล่ะเนี่ยะ…
>ผู้ชายมี ผม ไอ่เบย์ แล้วก็ พวกครึ่งควบลูก (กระเทย) 4 คน
>ในหมู่ผู้หญิง
>แล้วก็มีไอ่บ้าหอบฟาง……..ที่เรียกมันแบบนี้เพราะมันทำตัวได้บ้านนอกมาก
>นึกภาพนะ ใส่เสื้อยืดยาน ๆ บาง ๆ สีแดง
>แล้วก็ใส่กางเกงวอร์มขาจั๊ม…..
>ผมทรงลานบินเต็มสตรีมเลย ใส่เยลซะแข็ง คงเอาไว้แทนหมวกกันน๊อค
>แค่นี้แหละผู้ชาย…………หมายความว่านอกนั้นต้องเป็น ญ ล้วน ๆ
>นึกดู!!!
>โอ…คนนี้จากมหาลัยนู้น คนนู้นจากมหาลัยนี้ มากหน้าหลายตา
>เยอะแยะไปหมด
>สำหรับผมที่ไม่เคยได้อยู่ท่ามกลางสาว ๆ แบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต เอ่อ…
>จะละลายอยู่แล๊ว >_<
>
>ไอ่เบย์น่ะ มันเข้ากับคนอื่นง่าย มันเป็นคนตลก พูดเก่ง
>ไม่แปลกเลยที่มัน
>จะรู้จักคนครึ่งห้องได้ในเวลาเพียง 1 ช.ม.
>
>ผมกับมันเรียนกัน 3 ชม. ครับ 9.00 น. – 12.00 น. (รู้สึกว่าน้อยจัง
>ที่อื่นผมเรียนไม่ต่ำกว่า 5 ชม. นะ) ในห้องน่ะนะ
>แน่นอนว่าในหมู่ผู้หญิงทั้งหมด
>45 คน ต้องมีคนสวยน่ารักอยู่แล้ว (ไม่นับนางฟ้าคนนั้นของผมนะ เค้าเรียน
>คนละชั้นกับผม ก็ผมเรียนปี 1 เค้าเรียน ม.4 นี่นา) ในห้องจะแบ่งกันเป็น
>กลุ่ม ๆ ครับ ตามสถานที่เรียน เพราะส่วนมากแล้วคนที่มาเรียน จะมากับ
>เพื่อนในมหาลัยเดียวกัน แบ่งเป็นกลุ่มละ 8-10 คนเนี่ยะแหละ มีประมาณ
>5 กลุ่มล่ะมั้ง ไปเฉลี่ยกันเอาเองนะครับ
>แต่ละกลุ่มก็จะมีสุดสวยสุดน่ารักเลย
>ประมาณ 1-2 คน แล้วก็มีคนที่น่ารักพอใช้ได้ประมาณ 3-4 คน นอกนั้นคือ…
>พวกที่ไม่สมควรพาไปวัดไปวาด้วย
>
>ไอ่เบย์มันไปรู้จักกับกลุ่มที่มาจาก ม.ช. (มหาลัยเชียงใหม่)
>โอว…สาวเหนือ
>น่ารักชมัด คนที่น่ารักมาก ๆ มี 2 คนในกลุ่ม นอกนั้นก็น่ารักดี
>คนแรกชื่อ ขิง อีกคนชื่อ ตาล ดูแล้วไอ่เบย์มันจะสนใจตาลไม่น้อย
>ขิง เป็นคนผิวขาว (ถึงจะไม่เท่านางฟ้าคนนั้นก็เถอะนะ) หน้าตาคมมาก
>ตาคม ๆ คิ้วเข้ม แต่เรียวบาง ผมยาวถึงไหล่ ตัวสูงประมาณ 166 ซม.
>ดูห้าวนิด ๆ ออกทอมหน่อย ๆ แต่ก็ยังเรียบร้อยสมเป็นผู้หญิงอยู่
>ตาล เป็นคนตาหวาน ผมยาวถึงหลัง ผิวขาวพอ ๆ กับขิง ดูเป็นเด็ก ๆ
>น่ารักดี ขี้เล่น สูงประมาณ 159 ซม. (เสป็กไอ่เบย์มันแหละ)
>ผมกับไอ่เบย์คุยกับหญิงกลุ่มนั้นจนเค้าชวนไปทานข้าวด้วยกัน (หุ หุ
>ไปกับ
>หญิงประมาณ 10 คน โอว์…จ๊อช)
>
>ถ้าถามผมว่าผมชอบใครมากกว่ากัน ระหว่างขิงกับตาล ผมคิดว่าขิงน่ารัก
>แบบธรรมชาตินะ คือ…เค้าไม่ต้องทำอะไรยังไงมากก็น่ารักแล้วอ่ะ…
>แต่ตาล
>ต้องทำตัวสดชื่น ๆ แล้วก็ทำตัวเหมือนเด็ก ๆ ถึงจะน่ารัก
>ผมคุยกับขิงเป็น
>ส่วนมาก (แฮ่ ๆ) หลังจากทานข้าวเสร็จสาว ๆ ก็ขอตัวกลับที่พักกันก่อน
>ผมกับไอ่เบย์ก็หาร้านเล่น rag
>ตามเคย…………เล่นไปประมาณชั่วโมงกว่า ๆ
>
>ไอ่เบย์ “เฮ้ย! พี ไปส่งกรูหน่อยปะ”
>ผม “ไปไหนวะ?”
>ไอ่เบย์ “เมื่อกี้เว่ย กรูโทรคุยกับตาล
>เค้าบอกว่าจะไปเที่ยวเล่นที่คอนโดของเค้า
>ก็ได้เว่ย!!!”
>
>ผมนึกในใจทันที “ไอ่ปีศาจ” มรึงเพิ่งคุยกับเขาเมื่อกี้
>ได้เบอร์โทรแล้วเรอะ
>ยังไม่พอ ถามไปเที่ยวที่คอนโดเค้าได้แล้วอีกด้วย O_o” มันเซียนจริง ๆ
>จ๊อช…
>
>ผม “เออ ๆ งั้นก็คิดตังกันเหอะ”
>
>ระหว่างจะความหาเงินในกระเป๋า…………ซวยจริง ๆ
>ด้วยความเร่งรีบที่จะได้
>ไปทานข้าวกับสาว ๆ 10 คน
>ผมก็ดันลืมกระเป๋าไว้ที่เรียนพิเศษ………………
>เงินที่ติดตัวอยู่ในกระเป๋ากางเกงเสมอก็จ่ายค่าอาหารไปแล้ว…นี่ตูไม่เอะใจเลย
>เหรอว่า “กระเป๋าหายไปไหน!?!” เพิ่งมารู้เอาตอนนี้!!!
>โห………..พ่อแม่พี่น้อง
>ถึงตอนนี้ใครจะด่าผมโง่ก็เอาเลยครับ -_-”
>
>ไอ่เบย์มันจะให้ยืมเงินก่อน แต่ยังไง ๆ ก็ต้องกลับไปเอากระเป๋าก่อนล่ะ
>ไม่รู้ว่า
>หายไปรึยัง…… (ไม่อยากคิดว่าหายไปแล้ว…มองโลกในแง่ดีไว้)
>
>หอบสังขารขับรถไปที่เรียนพิเศษกับไอ่เบย์
>จำได้ว่าก่อนออกมานั่งคุยกับสาว ๆ
>ในห้อง TV ว่าแล้วก็รีบรุดไปเลย เปิดประตูเข้าไป………..โจ๊ะ!!!!!
>
>อีกแล้ว…นางฟ้า…คราวนี้เต็ม ๆ เค้านั่งดู TV อยู่กับเพื่อนอีกคนนึง
>ตอนนี้
>ผมเผชิญหน้ากับเค้าในระยะห่างไม่ถึง 5 เมตร O_o” เค้าหันมามองผมทั้ง 2
>คนเลย
>ง่ะ…………ถ้าสังเกตุให้ดี………….กระเป๋าน้อยของผม…………โดนนางฟ้า
>นั่งทับอยู่……………………………………………………………………………….
>ทำไง ทำไง ทำไง (ในหัวนึก) นึกไม่ออก ทำอะไรไม่ถูก
>เป็นครั้งแรกที่ได้สบตากับ
>น้องคนนี้เลย เฮ้ย! ขยับไม่ออก ปากมันละลายไปแล้ว
>เหงื่อมันท่วมท้นมาจากไหน
>แต่ทันใดนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าจะมัวเคลิบเคลิ้มมากกว่านี้ไม่ได้
>ไม่งั้นน้องเค้าจะคิดว่า
>เราโรคจิตแน่ ๆ ไอ่เบย์เพื่อนตายก็ดันนั่งอยู่ในรถอีก…….เอาวะ!
>
>ผม “เอ่อ…น้องครับ คือ……..”
>
>ยังไม่ทันบอกจุดประสงค์ น้องเค้ารู้ตัวก่อน
>
>นางฟ้าคนนั้น “อ๋อ! กระเป๋าใช่มั้ยคะ…แหะ ๆ นั่งทับไปเต็ม ๆ เลย
>ขอโทษค่ะ”
>
>พูดพร้อมกับหยิบกระเป๋าให้ โอ้ว! น…น…น่ารัก จัง เลย ว้อยยยยยยยยยย
> >_<
>คือ…น้องเค้าอายหน่อย ๆ
>แต่ก็ควบคุมกิริยาท่าทางทุกอย่างไว้ได้อย่างสมบูรณ์
>ทั้งหมดเลย ผมรับกระเป๋ามาอย่างเร็ว ๆ
>เพราะทนจะอยู่ต่อหน้าน้องเค้าไม่ไหว
>
>ผม “ขอบใจนะ”
>
>พูดแบบเบา ๆ
>เสียงมันเหมือนกับเบาจนแม้แต่ผมเป็นคนพูดเองก็ยังฟังไม่ได้ยิน
>แล้วก็รีบชิ่งออกจากตรงนั้นเลย เดินมาถึงรถ หัวยังเบลอ ๆ อยู่
>”กรูได้พูดกับ
>น้องเค้าแล้ว!!!” ถึงจะประโยคสั้น ๆ แต่แค่นั้นผมก็แทบจะบ้าแล้ว……
>
>ขึ้นรถมาไอ่เบย์ไม่รอช้า รีบสั่งการ
>พวกเราฉิวไปที่คอนโดของตาลอย่างรวดเร็ว
>ในหัวผมยังนึกถึงน้องนางฟ้าคนนั้นไม่หายเลย
>เฮ้อ…………………….เรียกเค้าว่า
>นางฟ้าแบบนี้ไม่ค่อยดีเลยเนอะ ก็ตอนนั้นผมยังไม่รู้ชื่อเขานี่ครับ
>(ปัจจุบันรู้แล้ว แต่
>ให้พวกคุณรู้ไปพร้อมกับผมในตอนนั้นดีกว่าเนอะ
>ขืนบอกตอนนี้ก็ไม่ลุ้นเลยสิ)
>
>พอถึงจุดหมาย คอนโดที่ว่าเนี่ยะ ขอโทษครับ 50 กว่าชั้น O_o”
>เธออยู่ชั้นที่ 45
>ดีที่มีลิฟ 6 ตัว เลยไม่ต้องรอคิวอะไรนานนัก เป็นคอนโดที่สวยครับ
>ตกแต่งระเบียง
>ด้านในเป็นพืชตระกุลเถาวัล แต่สีเขียว มองแล้วสบายตาดี
>
>เดินไปถึงห้องของเธอ ห้อง 45B7 (อันนี้ผมกับไอ่เบย์วิเคราะห์ว่าเลข 2
>หลักแรก
>คือเลขบอกชั้น ส่วนตัวอักษรภาษาอังกฤษคือบอกโซน เลขตัวเดียวพ่วงท้ายคือ
>เลขลำดับห้อง) เดินมาถึงหน้าประตู เคาะปุ๊ป โห…..เสียงสาว ๆ
>กรี๊ดกร๊าด คาดว่า
>กลุ่มเมื่อกี้แน่ ๆ 10 คน อยู่คอนโดนี้หมดแน่ ๆ (แต่อาจจะหลาย ๆ ห้อง)
>ตอนนี้
>มารวมตัวอยู่นี่หมดแล้วมั้ง ตาลมาเปิดประตูให้…..พอเข้าไป
>หูย…….กว้าง
>ข้างในมี 2 ห้องใหญ่ ๆ ห้องน้ำอีก 1 ห้อง ทุกห้องติดแอร์
>(ห้องน้ำไม่รู้ติดรึเปล่า)
>เย็นมาก สาว ๆ นั่งทานขนมอยู่ตรงโต๊ะรับแขกทรงกลมประมาณ 6 คน
>คนนึงอยู่ใน
>ห้องน้ำ อีกคนอยู่ในห้องนอน (ห้องกว้างอีกห้องนึงนั่นแหละ)
>ที่แปลกกว่านั้น
>ไอ่ครึ่งควบลูก 4 คน อยู่ในห้องนั้นด้วย
>มาทราบภายหลังว่ามันเองก็พักอยู่คอนโดนี้
>เหมือนกัน…………………ส่วนตัวแล้ว……………….ผมเกลียดกระเทยมาก
>ๆ
>แต่สาว ๆ
>ในห้องทำให้ผมรัญจวนใจขึ้นจนสามารถเข้าไปในห้องได้…แต่ในห้องนั้น
>ผมมองไม่เห็นขิงเลย…ไปไหนหว่า?
>
>ตาล “ไงหนุ่ม ๆ เข้ามาเลย เย็นหน่อยนะ พวกนี้เค้าเร่งแอร์กันน่ะ”
>ไอ่เบย์ “มะเป็นไรจ้า ^_^ ขอรบกวนหน่อยนะ”
>ผม “เอ๋? อยู่กันครบหมด แต่ขิงหายไปไหนล่ะ?”
>
>แล้วหนึ่งใน 4 มนุษย์ครึ่งควบลูกทักผมขึ้น มันชื่อบีน
>
>บีน “แน่…ชอบขิงใช่มั้ยล่าาาาา”
>
>ไอ่บ้า ไอ่กระเทย ไอ่ไม่ครบ “ช” มรึงน่าหุบปากไปเลย!!!
>ทำลายบรรยากาศแท้ ๆ
>ผมนึกในใจนะ
>
>ผม “เหอะ ๆ ๆ ถ้าเล่นมุขก็ขอบอกว่าไม่ตลกเลย”
>
>หนึ่งในเพื่อนของตาล แจง ก็พูดขึ้น
>
>แจง “ขิงเค้าเอากระเป๋าไปเก็บที่ห้องน่ะ เดี๋ยวก็มาแล้ว”
>
>ผมยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปากอย่างไม่ตั้งใจ
>
>ตาล “เข้ามาก่อนดีกว่าน่า จะยืนอยู่ที่ประตูนี่ไปถึงไหน”
>ผม “ทำไมยอมให้พวกเรามาที่คอนโดแบบนี้ล่ะ ไม่รู้สักว่ามันเร็วไปเหรอ?”
>ตาล “อิ อิ ไม่เป็นไรหรอก พวกเธอดูแล้วไม่น่าจะอันตรายหรอกนี่”
>ผม “หึ หึ ไว้ใจพวกผมมากจะเสียใจ (ผมพูดพร้อมทำหน้าเจ้าเล่ห์นิด ๆ)”
>ตาล “ฮะ ฮะ ฮะ อย่าพยายามทำหน้าตาแบบนี้เลย ไม่น่ากลัวหรอกย่ะ
>อีกอย่างนะ
>เธอน่ะมีแค่ 2 คน กับพวกชั้น 10 คน กระเทยอีก 4 พวกเธอนั่นแหละ
>ระวังไว้”
>ผม “ฮะ ฮะ ฮะ (ไงล่ะ โดนตอกมุขกลับเลยตู)”
>
>ว่าแล้วก็เข้าไปนั่งข้างใน ผ่านไปซัก 5 นาที ขิงก็มาเคาะประตู
>
>ขิง “มาแล้วจ้าาาาาาา”
>ตาล “อ๊ะ มาแล้ว ๆ เจ้าหญิง”
>ขิง “อีกแล้ว เลิกเรียกเค้าแบบนี้ได้มั้ย”
>ผม “เอ๋? ไมเรียกเค้าว่าเจ้าหญิงอ่ะ มันคืออะไรเหรอ?
>ยังกับการ์ตูนแน่ะ”
>ตาล “อิ อิ ^_^ ในหมู่พวกเราเนี่ยะ ขิงเนี่ยะแหละ ดูห้าว ๆ แบบนี้
>ใครจะรู้ว่าความจริง
>ลูกคุณหนูน่าดูเลย บ้านรวยด้วย หนุ่มตอมหึ่งอีกต่างหาก ไม่เป็นเจ้าหญิง
>แล้วจะเป็นอะไรดีล่ะ”
>ผม “หวาว…………”
>
>ผมมองขิง พอขิงเดินเข้ามาในห้อง เค้าก็มองมาทางผม
>แล้วก็ทำหน้าตาเหมือนเจอ
>ของประหลาดบางอย่าง เหมือนเพิ่งสังเกตุเป็นว่ามีผมอยู่ในห้อง
>
>ขิง “เอ่อ…เราต้มมาม่าไว้ ขอตัวก่อนนะ”
>
>แล้วขิงก็ออกไปเลย ทำหน้าตาแบบไม่ค่อยพอใจด้วย อ้าว…..อะไรเนี่ยะ!?!
>เกลียดเราเหรอ?
>ผม “เอ่อ…เค้าเป็นไรเหรอ?”
>แจง “นั่นดิ เจ้าหญิงขิงเนี่ยะนะจะทานมาม่า ไม่มีทาง”
>ตาล “ไมมาแป๊ปเดียวอ่ะ เพิ่งเข้ามาเอง”
>ผม “(อึ้ง)………………………………………………”
>
>ง่า…ไงดีล่ะ หรือเพราะผมจริง ๆ กันล่ะเนี่ยะ เค้าไม่ชอบหน้าผมเหรอ?
>ตอนอยู่ที่
>เรียนพิเศษ ไอ่เราคุยด้วยก็ไม่คุยด้วย ตอบก็ตอบห้วน ๆ
>รึว่าจะเป็นแบบนั้นจริง ๆ
>ท่าทางชักจะไม่ค่อยเข้าท่าแล้ว
>ผมบอกไอ่เบย์ว่าอยู่ซักครึ่งชั่วโมงก็ควรจะไปกันได้แล้ว
>ไอ่เบย์หงุดหงิดยิ่งนัก แต่สุดท้ายก็ยอม
>
>กลับมาถึงคอนโดของผม
>
>ไอ่เบย์ “เฮ้ย! เป็นไรของมรึงวะ กรูกำลังหลีตาลสนุกเลย
>กรูรู้มรึงไม่ชอบกระเทย
>มรึงก็ทำเป็นไม่เห็นมันเด่ะ ทำไมต้องรีบลากสังขารออกมาด้วยวะ
>เกือบจะได้
>ทานข้าวเย็นกับตาลแล้วแท้ ๆ เชียว”
>ผม “กรูอึดอัดว่ะ
>รู้สึกเหมือนกรูเป็นสิ่งแปลกปลอมที่เค้าไม่ต้องรับยังไงก็ไม่รู้”
>ไอ่เบย์ “อารายมรึง กรูก็เห็นเค้าคุยดีกับมรึงนี่หว่า
>ใครวะทำท่าทีต่อต้านมรึงอ่ะ”
>ผม “………………………ขิง……………………….”
>ไอ่เบย์ “……………………………………………….”
>ไอ่เบย์ “เออ แล้วไงวะ มรึงจะใส่ใจทำไม แค่คนเดียว รึมรึงแคร์เค้า”
>ผม “เวร ลองมีคนสวยน่ารักแบบขิงมาเกลียดขี้หน้ามรึง
>มรึงจะทนอยู่ต่อได้เรอะ?”
>ไอ่เบย์
>”……………………………………………………………….เออว่ะ
>จริงของมรึง
>กรูเข้าใจละ”
>
>การเข้าใจกันโดยง่ายแบบนี้แหละ ทำให้ผมกับไอ่เบย์คบกันมาได้นาน
>และซี้กันมากถึงขนาดนี้
>หลังจากนั้น 3 วันที่ต้อง Summer ก็เป็นไปอย่างราบรื่น
>(ถ้าไม่นับที่ขิงพยายามหลบหน้าผม)
>ผมไม่ได้เจอนางฟ้าของผมเลย คาดว่าเธอคงจะเรียนเวลาไม่ตรงกับผมมั้ง
>ผมเริ่มเข้ากับ
>ทุกคนในกลุ่มจาก ม.ช. ได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ (เว้นคนนึง) และกับกลุ่มอื่น ๆ
>ผมก็เริ่มได้คุย
>กับเค้าบ้างแล้ว ตอนนี้ทุกอย่างก็เป็นไปได้ดี
>แต่ยังไงก็ยังอยากไขข้อข้องใจกับขิง
>จริง ๆ ไม่รู้ไปทำอะไรให้เค้า ว่าแล้ว…………..วันที่ 4
>ของการเรียนพิเศษ
>
>ผม “ขิง! ขิง!”
>
>ผมทักเธอหลังเรียนเสร็จ เสียงดังลั่นจนคนอื่น ๆ เค้าก็หันมา
>ขิงคงรู้ดีว่าถ้า
>เค้าไม่หันมา คนอื่นคงจะดูออกว่าเค้าไม่ชอบผมอยู่แน่ ๆ สถานการณ์บังคับ
>ทำให้ในที่สุด ผมก็จะได้มีโอกาศเปิดบทสนทนากับขิงจนได้
>
>ผม “ขอคุยอะไรด้วยหน่อยได้มั้ย?”
>ขิง “เอ่อ…..ถ้าไม่นานมากก็…………”
>ผม “ไม่นานหรอก ไม่นาน ขอเวลาเดี๋ยวเดียวนะ พวกตาลน่ะ
>ตอนนี้อยู่กับไอ่เบย์
>ที่ห้อง TV พวกนั้นคงยังไม่ไปทานข้าวหรอก”
>ขิง “………………….ค่ะ งั้นก็ได้”
>ผมโล่งใจอย่างมากมาย
>ตอนแรกกลัวว่าขิงจะจับได้กับการจัดฉากให้ของไอ่เบย์
>ผมพาขิงไปนั่งคุยกันที่ด้านนอกของห้องบันได (ที่เรียกว่าห้องบันไดเพราะ
>2 ข้าง
>ของกำแพงเป็นบันไดขึ้น และมีประตูอยู่อีกด้านหนึ่ง)
>ข้างนอกเป็นลาซีเมนต์โล่ง ๆ
>กันรอบด้านด้วยกำแพง มีต้นไม้และหญ้าอยู่นิด ๆ หน่อย ๆ มีเก้าอี้ 4 ตัว
>โต๊ะกลม
>1 ตัว มีต้นพริกขี้หนูอยู่ใกล้ ๆ เก้าอี้
>(ผมคาดว่าที่ตรงนี้คงเป็นที่สำหรับพวกที่ซื้อ
>มาม่ามาทานแล้วหามุมเหมาะ ๆ ตรงนี้จะเป็นมุมสำหรับพวกเขาเลย
>เพราะมีพริกอยู่
>ข้าง ๆ นี้ด้วย สำหรับพวกชอบเผ็ด ^_^ ผมล้อเล่น)
>
>ผม “เอ่อ…ขิง ถามจริง ๆ เลยนะ………….”
>
>คำพูดของผมชะงักไป เพราะขิงจ้องผมซะ…แทบละลาย
>
>ผม “เรา…ไปทำอะไรให้ขิงขุ่นข้องหมองใจรึเปล่าครับ?
>ดูท่าทาง…เหมือนขิงจะ
>ไม่ค่อยชอบหน้าผมซักเท่าไหร่เลย”
>ขิง “………….เปล่านี่คะ ขิงเปล่าอคติกับคุณนี่……………”
>ผม “………….เอ่อ…ถ้าไม่บอกก็ไม่เป็นไรนะ
>แต่อยากให้รู้ไว้ว่า…………………”
>ขิง “……………..(กำลังเงียบฟังผม)……………”
>ผม “(ตะโกน) ขอโทษคร๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาบ!!!”
>
>ผมตะโกนเสียงดังมาก พร้อมทั้งประกบมือไหว้ ก้มลงนิดหน่อย หลับตาปี๋
>แล้วก็
>เงียบฟังคำตอบ……………………
>
>ขิง “………..แหะ ๆ ………………..คิก ๆ ๆ ๆ ๆ ฮะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
>ๆ ๆ”
>
>หัวเราะ แต่ผมก็ชื้นใจขึ้นนะ
>
>ขิง “ฮะ ๆ ๆ ๆ ๆ ม…ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ
>ขิงต่างหากที่ต้องขอโทษ…….”
>
>แล้วขิงก็ทำหน้าอาย ๆ
>
>ขิง “เฮ้อ…ขิงบอกจริง ๆ ก็ได้ ความจริงแล้ว ก่อนมาที่นี่
>ขิงเป็นขวัญใจในหมู่เพื่อน
>เหมือนเป็นศูนย์กลางของกลุ่มเลยล่ะ
>แต่พอมาที่นี่…มาเจอพวกคุณ…รู้ไหมคะ
>พวกเค้าพูดถึงแต่คุณ 2 คน ตลอดเลย ตอนอยู่ในคอนโดน่ะ ไปไหนมาไหนก็
>พูดถึงพวกคุณ เฮ้อ…ขิงรู้สึกไม่ค่อยดีเลย
>เหมือนตัวเองเป็นเด็กยังไงก็ไม่รู้
>แต่………….ตอนนี้ขิงรู้แล้วล่ะ ทำไมพวกเค้าถึงชอบคุณ 2 คนนัก”
>
>ตอนนั้น ผมอึ้ง ทึ่ง เสียว เอ๊ย!!! อึ้ง ทึ่ง เฉย ๆ พูดอะไรไม่ออก
>กำลังนึกว่าจะดีใจดีไหมวะ?
>เค้า…..ไม่ได้เกลียดกรู แต่อิจฉาเหรอ?
>เอ่อ……แต่ก็บอกไปไมได้ว่าเหมือนเด็กจริง ๆ นั่นแหละ
>ขืนพูดไป โดนโกรธจริง ๆ แน่เรา……….
>
>ผม “งั้น…ก็ไม่มีอะไรขัดข้องหมองใจผมใช่มั้ย? เอ่อ…แล้ว ต่อไปนี้
>เราจะคุยกันได้
>เหมือนคนอื่นได้มั้ย?”
>ขิง “ได้ค่ะ ฮะ ๆ ๆ ๆ ๆ ขอโทษขิงซะเสียงดังเลย ทั้ง ๆ
>ที่ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองทำอะไรผิด คิก ๆ ^_^”
>ผม “ฮะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ (หัวเราะให้กับความบ้าของตัวเอง)”
>
>แล้วระหว่างที่บทสนทนาระหว่างผมกับขิงกำลังเป็นไปได้ด้วยดีนั้นเอง
>ผมมองลอดหน้าต่าง
>กระจกเข้ามา อะ!!! นางฟ้า!!! อีกแล้วครับ อาการเดิมมาอีกแล้ว “มอง”
>อย่างไม่อาจบังคับตัวเอง
>ให้ละสายตาไปจากเธอได้ แล้วในอกเหมือนมีช่องอากาศขนาดใหญ่
>ทำให้หัวใจรู้สึกหวิว
>อย่างบอกไม่ถูก เธอขาวซะจนผมใจหาย O_o”
>
>แล้วเธอก็เดินลงบันไดมาอย่างสง่าผ่าเผย
>คำพูดของขิงไม่ได้เข้าหูผมแม้แต่น้อย
>ผมไม่รู้เลยว่าเธอกำลังพูดอะไรอยู่ และแล้ว…เธอคนนั้นก็เดินมา
>แล้วเหมือนกับว่า
>เธอสังเกตุเห็นผม เธอเดินออกมายืนที่ประตู แล้ว…..!!!เธอพูดกับผม!!!
>
>นางฟ้าคนนั้นแหละ “อ๊ะ! พี่คนนั้น…คือ…คราวที่แล้ว
>เฟอร์สขอโทษนะคะที่นั่งทับกระเป๋าพี่”
>
>อา…เสียง…….น่ารัก น่ารัก น่ารัก น่ารัก น่ารัก น่ารัก น่ารัก
>ว้อยยยยยยยยยยยยยยย >_<
>เธอชื่อเฟอร์สนั่นเอง อา…………………ในที่สุดก็รู้ชื่อ T_T
>ในหัวผมตอนนั้นมีแค่คำว่า “เธอพูดกับผม” อ๊ะ!
>แต่รู้สึกว่าผมต้องตอบอะไรเค้าซักอย่าง
>
>ผม “อ๋อ…เอ่อ…ไม่เป็นไรครับ
>พี่ไม่ได้ใส่ของแตกหักง่ายไว้ในกระเป๋าอยู่แล้ว”
>
>ทำไมก็ไม่รู้ครับ ผมรู้สึกว่ามันเป็นคำตอบที่ “เห่ย” จริง ๆ -_-”
>และแล้วเค้าก็พูดต่อ ด้วยประโยคที่ทำให้ผมแทบหัวใจหลุดทะลักออกมาจากปาก
>
>เฟอร์ส “นั่นแฟนพี่เหรอคะ สวยจังเลยค่ะ”
>
>…………..ผมพูดอะไรไม่ออก
>เค้าหมายถึงขิงอ่ะ…แล้วในจังหวะที่ผมกำลังจะตอบ
>
>ขิง “ไม่ใช่หรอกค่ะ เป็นเพื่อนที่เรียนพิเศษนี่แหละค่ะ
>เพิ่งรู้จักกันก็ตอนมาเรียนที่นี่แหละ”
>
>แล้วขิงก็หันมามองผม แล้วทำสายตาเหมือนบ่งบอกความนัยอะไรสักอย่าง
>ขิงเองก็คงรู้สึก ว่าเฟอร์สนั้นสวย น่ารัก งามสง่า เหนือกว่าตัวเองมาก
>อย่างที่รู้ว่า
>”เจ้าหญิง” ยังไงก็คงไม่อาจเทียบเทียม “นางฟ้า”
>
>เฟอร์ส “อ๊ะ! แต่พี่สองคนสมกันดีนะคะ ^_^ พี่ผู้หญิงสวยมากเลยล่ะค่ะ”
>ขิง
>”…….เอ่อ…ขอบคุณค่ะ………น้องเองก็……………………………”
>
>ตรงนี้ขิงพูดเบามาก จนผมแน่ใจได้เลยว่าเฟอร์สไม่ได้ยิน
>ขิง “สวย…น่ารัก…..มากกว่าพี่……………มากมายเลย”
>หลังจากวันนั้น ตอนนี้ผมเข้ากับกลุ่มเด็ก ม.ช. ได้หมดทุกคนแล้ว
>ก็เลยสนิทกันมาก
>วันนี้พวกเราเรียนเสร็จก็เดินเข้าห้อง TV
>วันนี้เค้านัดกันว่าจะไปโยนโบว์ลิ่งกัน…….
>(ไม่อยากจะบอกเลย แต่ต้องบอกครับว่าตอนนั้น ผมโยนโบว์ลิ่งไม่เป็น >_<
>น่าอายจะตาย จะบอกเค้าไปได้ยังไง)
>ว่าแล้วผมก็ไม่ไปกับพวกเขา…………………
>แต่สิ่งที่ผมอยากทำมากกว่านั้นก็คือ…ผมอยากรู้ว่าน้องเฟอร์สเค้าเรียนเสร็จตอน
>กี่โมงกันแน่ ผมจึงขอนั่งรออยู่ที่เรียนพิเศษ
>
>ไอ่เบย์ “เฮ้ย! สัต แล้วกรูจะไปกับเค้ายังไงวะ?
>เค้ามีรถส่วนตัวพอกับจำนวนคน
>ของเค้า แล้วกรูล่ะ?”
>ผม “อ้าว…มรึงก็ขึ้น Taxi ไปดิวะ ยากไร”
>ไอ่เบย์ “โห…เค้ามีรถหรูไปกันทั้งนั้น แล้วมรึงให้กรูนั่ง Taxi
>ไปเนี่ยะนะ เออ…ขายหน้าเค้าตาย”
>
>ก็จริงของมันนะ รู้สึกได้เลยว่ามันน่าอายยังไง เหมือน ๆ
>กับที่ผมไม่ไปกับพวกเค้า
>ตอนนี้นั่นแหละมั้ง…………
>
>ผม “งั้น…เอางี้ กรูไปด้วยไม่ได้จริง ๆ มรึงเอารถกรูไปละกัน
>เล่นเสร็จแล้วกลับมา
>รับกรูนะเว่ย กรูจะอยู่นี่แหละ”
>ไอ่เบย์ “? เอางั้นเรอะ………เออ งั้นก็ตามใจ”
>
>ผมให้กุญแจรถมันไป…..แล้วผมก็นั่งดู TV อยู่ในห้องใหญ่
>โชคดีที่ตอนนั้น
>Chanal [V] มีเพลงญี่ปุ่นออก (ผมเป็นสาวก J-Rock นะครับ โดยเฉพาะใครที่
>ชอบ L’Arc~en~Ciel คุยกับผมได้เลย เราคุยภาษาเดียวกัน ^_^)
>
>ระหว่างนั่งดู MV ของ Lucifer เพลิน ๆ (เพลง Regret)
>แล้ว…………….
>ขิง!!! เธอเดินเข้ามา อ้าว!?! ไม่ได้ไปกับพวกนั้นหรอกเหรอ!?!
>อะไรกันเนี่ยะ!?!
>
>ขิง “แหะ ขอนั่งดูด้วยคนนะ”
>ผม “ง่า…เชิญจ๊ะ นี่ไม่ใช่ TV ส่วนบุคคลของเราหรอก ถึงเราจะรวยก็เถอะ
>อิ อิ”
>ขิง “แหม…ตั้งแต่คุยกับเราได้เป็นธรรมชาติเนี่ยะ
>รู้สึกจะยิงมุขใหญ่เลยนะ”
>ผม “ขิงไม่ได้ไปกับพวกนั้นหรอกเหรอ?”
>ขิง “ถ้าไปเราจะมานั่งข้างเธอตอนนี้เหรอ”
>ผม -_-”
>ขิง “ไม่ไปอ่ะ ขิงเล่นโบว์ลิ่งไม่เป็น ไม่อยากเล่นด้วยแหละ
>เดี๋ยวแขนล่ำ อิ อิ”
>ผม “โห…ขิง ^_^”"
>
>เย้ ๆ ๆ ผมกับขิงได้นั่งคุยกันแง้ว ^_^ ขิงน่ารักดีนะครับ
>ถ้าคุณได้คุยกับเธอ
>คุณต้องชอบเธอแน่ ๆ ผมนั่งคุยกับเธอ คุยกันถึงเรื่อง MV
>ที่ดูกันอยู่ตอนนี้
>ขิงไม่ค่อยได้ฟังเพลงญี่ปุ่น เธอชอบเพลงฝรั่ง (พวก Pop น่ะครับ -_-”)
>ผมก็คอยคุย ๆ ๆ ว่าเพลงญี่ปุ่นมันดีอย่างนู้น สนุกอย่างนี้
>แล้วก็อธิบายว่า
>เพลงที่กำลังดูตอนนี้ (เพลง Regret ที่กำลังจะจบ) เป็นของใคร ความหมาย
>ของเพลงแบบคร่าว ๆ เรื่องราวของ MV เพลงนี้ ดูเธอจะสนใจพอดูเลย
>คาดว่าหลังจากสนทนากันคราวนี้ เธอต้องไปซื้อเทป Lucifer ฟังแน่ ๆ ^_^
>หุ หุ Makoto ต้องขอบคุณผมนะ ที่โปรโมทให้
>
>ระหว่างคุยกันอยู่นี้เอง เสียงฝีเท้าเดินเร็ว ๆ
>มาจากด้านนอกก็ใกล้เข้ามา…..
>เฟอร์ส!!! เธอเดินมากับเพื่อนอีก 2 คน เข้ามาในห้อง TV ในขณะที่ผมกำลัง
>คุยกับขิงอยู่เลย (สถานการณ์แบบนี้อีกแย้ววววววว >_<
>
>ง่า…เธอเดินเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว O_o” หยา~ ไม่ทันตั้งตัว
>เธอก็มา
>ยืนอยู่ข้าง ๆ ผมซะแล้ว อีกแล้วครับ อาการเดิม ๆ ทำอะไรไม่ถูก ตะลึงงัน
>อะไรทำให้เธอกระโชกโฮกฮากเข้ามาแบบนี้ล่ะเนี่ยะ
>ผมเปล่านั่งทับกระเป๋าเธอนะ…
>
>ขิง “เอ่อ….. มีอะไรเหรอคะ?”
>เฟอร์ส “อ๊ะ! เปล่าค่ะ คือ…..อ๊ะ! ทันพอดี เห็นมั้ยล่ะ เธอ 2 คน
>มัวแต่ช้าอ่ะ
>เกือบไม่ทันแล้ว เห็นมั้ย!?! (คุยกับเพื่อนข้างหลังเธอ 2 คน)”
>ผม “เอ่อ…มีอะไรเหรอครับ? (ผมย้ำประโยคที่ขิงถามไปก่อนหน้านี้)”
>เฟอร์ส “ขอโทษจริง ๆ ค่ะ เฟอร์สแค่จะมาดู MV วง Dir~en~Gray น่ะค่ะ”
>
>หา!?! อะไรกันเนี่ยะ นางฟ้าของผมชอบ Dir ด้วยเหรอเนี่ยะ!?! ง่า……..
>คือ ต้องทำความเข้าใจกับผู้ที่ไม่ใช่สาวก J-Rock สักนิดนะครับ คือว่า
>วง Dir~en~Gray เป็นวงร็อคชื่อดังอีกวงหนึ่งของญี่ปุ่น ซึ่งนาย “เคียว”
>นักร้องนำของวงนี้ คลั่งไคล้ในความน่ากลัว ความซาดิสต์
>อะไรพวกนี้มากเลย
>ไม่น่าเชื่อว่านางฟ้าของผมจะฟังอะไรพวกนี้ด้วย O_o”
>ง่า………………
>
>ผม “เอ่อ…ชอบ Dir เหรอครับ?”
>เฟอร์ส “อ๋อ ความจริงเฟอร์สก็ไม่ได้ชอบเป็นพิเศษอะไรหรอกนะคะ แต่เฟอร์ส
>ชอบฟังเพลง J-Rock น่ะค่ะ แล้ววันนี้มี MV เพลง Jessica ของ
>Dir เฟอร์สชอบเพลงนี้มากเลย ก็เลยตั้งใจจะดูให้ได้น่ะค่ะ”
>
>สำหรับคนที่อยากลองฟังเพลง Jessica นะครับ ลองฟังได้ที่
>http://www.songjapan.com/listen.php?id=808
>
>
>ผมก็ว่าสนุกดีนะ เออ…แล้วเพลงนี้สำหรับ Dir
>มันก็ไม่หนักมากด้วย……….
>
>ผม “อ๊ะ! เพลงนี้พี่ก็ชอบนะ สนุกดี ชอบ ๆ ยังไม่เคยดู MV เหมือนกัน
>มันมีด้วยเหรอ?”
>เฟอร์ส “เอ…ไม่ทราบสิคะ อาจจะเป็นภาพคอนเสิร์ตมั้งคะ อ๊ะ! มาแล้ว ๆ”
>
>แล้วเพลงก็เริ่มขึ้น เป็นภาพคอนเสิร์ตครับ โอว์
>จำได้ว่าคอนเสิร์ตนี้ที่โตเกียวโดม
>คนดูเยอะมาาาาาาาาาก ผมจำจำนวนไม่ได้นะ (ไม่ได้ติดตามอะไรมากนี่ วงนี้)
>ว่าแล้วพวกเฟอร์สก็หาที่นั่งกัน แล้วก็ดู Jessica อย่างตั้งอกตั้งใจ
>
>……………………………………………………………………………………
>
>เพลงจบปุ๊ป หนึ่งในเพื่อนของเฟอร์ส ใส่เสื้อแขนกุดสีชมพู
>
>สาวเสื้อชมพู “ไงจ๊ะ เฟอร์ส ได้ดูซักทีนะ เห็นบ่นมาตั้งนานแล้วเนี่ยะ”
>เฟอร์ส “ใช่สิ…คราวที่แล้วถ้าไม่ต้องรับโทรศัพย์หนิง
>เค้าก็ไม่พลาดตอนที่
>รายการ J-Zone เอามาออกหรอก”
>
>เธอชื่อหนิงนั่นเอง
>
>หนิง “จ้า ๆ แต่คราวนี้เราก็เป็นคนบอกเธอนะ ว่าจะมาออก CHANAL [V]
>ก็ถือว่าหาย ๆ กันไปนะ”
>
>เพื่อนอีกคนของเฟอร์สใส่เสื้อเชิ้ตแขน 3 ส่วนสีฟ้าก็ทักผมขึ้น
>
>สาวเสื้อฟ้า “อ๊ะ! พี่ก็เป็นสาวก J-Rock เหรอคะ?”
>เฟอร์ส “ง่า…ลืมแนะนำเลย ขอโทษค่ะ คือ หนูชื่อเฟอร์สนะคะ
>คนเสื้อชมพูนี่
>ชื่อหนิงค่ะ แล้วอีกคนชื่อแซนน่ะค่ะ”
>หนิง “เอ๋? เฟอร์ส ทำไมจู่ ๆ ก็ไปแนะนำตัวกับเค้าแบบนี้ล่ะ?
>เจอกันครั้งแรก
>ไม่ใช่เหรอ ไม่สมเป็นเฟอร์สเลยนะ”
>เฟอร์ส “อ๋อ……สำหรับพวกเธอน่ะเพิ่งเจอพี่เค้าครั้งแรกจ๊ะ
>แต่เราเคยเจอพี่เค้า
>2 ครั้งแล้วแหละ คนนี้ไง ที่เรานั่งทับกระเป๋าเค้า แหะ ๆ ขอโทษอีกครั้ง
>นะคะ”
>ผม “หวัดดีครับ พี่ชื่อพีครับ นี่เพื่อนพี่ ชื่อขิงครับ”
>
>พอพูดถึงขิง………จริงด้วย ผมแทบจะลืมไปเลยว่าเธอนั่งอยู่ตรงนี้ด้วย
>O_o”
>ง่า…ผมนี่มันแย่จริง ๆ แย่มาก ๆ เลย
>ปล่อยให้ขิงนิ่งเงียบอยู่คนเดียวอ่า………
>ตอนนี้ต้องคิดหาวิธีแก้สถานการณ์แบบนี้ให้ได้ซะก่อน ทำไงดี ทำไงดี
>ทำไงดี
>ทำไงดี
>ทำไงดี………………………………นึก…..ไม่……ออก -_-”
>
>อีกแล้ว อยู่ต่อหน้าน้องเฟอร์สทีไร หัวเบลอทุกที ผมว่าจะ
>น้องเค้าอาจจะมีละออง
>อะไรบางอย่าง ที่มีฤทธิ์คล้ายสารเสพติดก็ได้นะ
>อยู่ใกล้แล้วเคลิ้มมมมมมมทุกที
>ว่าแต่…..เอาไงดีเนี่ยะ จ๊อช!!!!! -_-”
>เฟอร์ส “เอ่อ…ขอเสียมารยาทนิดนะคะ พี่ 2 คนไม่ใช่แฟนกันจริง ๆ
>เหรอคะ?”
>
>เฟอร์สเปิดบทสนทนาทำลายความเงียบขึ้น ช่างเหมาะเจาะกับเวลาดีจริง ๆ
>แต่…………คำถามน่ะ ยิ่งทำผมแย่นะ -_-”
>
>ผม “แหะ ๆ ไม่ใช่จริง ๆ ครับ ขิงเค้าสวยขนาดนี้
>พี่ยังมองไม่เห็นเลยว่าพี่จะ
>เอาอะไรไปเทียบกับเค้าได้”
>ขิง “ง่า…เกินไปแล้วพี เราไม่ได้ดูดีขนาดนั้นหรอกน่า
>เธอก็ไม่ได้แย่อะไรด้วย
>เราว่านะ เธอน่ะเหมือนผู้หญิงซะด้วยซ้ำ ผิวขาวเนียน หน้าหวาน ๆ”
>
>กำ……..กลายเป็นชมกันเองซะ -_-”
>แต่ก็ถือว่าหลุดจากสถานการณ์มาได้อ่ะนะ
>ต้องของคุณเฟอร์ส ว่าแต่…ผมหน้าเหมือนผู้หญิง!!!
>ความจริงอีกอย่างที่น่าตกใจ
>
>ขิง “เรา 2 คนไม่ได้เป็นแฟนกันหรอกค่ะ
>(ไม่ต้องย้ำขนาดนั้นก็ได้ง่า…ขิง T_T)
>เฟอร์ส “เหรอคะ…อืม………คือว่า………………..”
>ผม “…………………………..”
>ขิง “…………………………..”
>
>แซนกระซิบข้าง ๆ เฟอร์ส
>
>แซน “นี่ บอกสิเฟอร์ส มันเป็นภาระกิจนะ…”
>
>ง่า………..พูดซะยังกับว่าเป็นภาระกิจ 007 งั้นแหละ
>แล้วนี่เธอจะพูดอะไรกับขิงกันล่ะเนี่ยะ
>นั่งเงียบรอฟังเฟอร์สอยู่สักพัก………
>
>เฟอร์ส “ไม่เอาดีกว่า อะไรก็ไม่รู้อ่ะ เราก็อายนะ”
>
>แล้วเธอก็ลุกขึ้นเดินหนีไป ปล่อยให้ผมกับขิงงง
>ง่า มันอะไรกันเนี่ยะ
>เฟอร์สมีอะไรจะพูดกับขิงหว่า…แล้วทำไมต้องอายด้วย
>เฮ้ย!!! รึว่า………….ง่า ไม่จริงมั้ง
>ไม่น่า……………..เธอ…เป็นดี้!!!
>
>แซน “ง่า…แม่คนนี้เนี่ยะ จู่ ๆ
>ลุกไปแบบนี้เค้าก็เข้าใจผิดหมดสิเนี่ยะ ^_^”"
>ผม “เอ่อ…เค้าเป็นอะไรเหรอ?”
>แซน “แหะ ๆ เปล่าเป็นอะไรหรอก อย่าเข้าใจผิดว่าเฟอร์สเป็นทอมหรือดี้นะ”
>
>แซนพูดแบบนั้นผมก็โล่งใจ (อ้าว…แล้วตูจะโล่งใจไปกับเค้าทำไมล่ะเนี่ยะ
>-_-”)
>พูดกันถึงตรงนี้ เฟอร์สก็เข้ามากลากเพื่อน 2
>คนของเธอไป………………….
>
>ขิง “อะไรของเค้าเนี่ยะ?”
>ผม “ง่า…แหะ ๆ เรานึกว่าเค้าชอบขิงซะอีก ฮะ ฮะ ฮะ”
>ขิง “บ้า คิก ๆ ๆ ๆ ๆ”
>
>ขิงเวลาหัวเราะก็น่ารักเนอะ
>แล้วคำพูดของเฟอร์สก็ยังเป็นปริศนาต่อไป………
>วันนั้นไอ่เบย์มารับผมตอนบ่าย 2 ครึ่ง
>วันนี้ก็ทำให้ผมได้ทราบว่าเฟอร์สเค้า
>เรียนถึงบ่าย 2 นี่เอง (เลิกช้ากว่าเรา 2 ชม. แน่ะ)
>
>………………………………………………………………………………………..
>
>วันต่อมา วันนี้ผมมาซะเช้าเลย เพราะไอ่เบย์ตัวอืดอาดวันนี้มันป่วย
>นอนอืดอยู่ใน
>คอนโด ผมเลยมาเร็ว ๆ ได้โดยไม่ต้องรอมันแต่งตัว
>
>ที่เรียนพิเศษก็เปิดแล้ว ผมก็เข้าไปนั่งห้อง TV ดู MTV
>(ในใจหวังให้มีเพลงญี่ปุ่นมาออก
>แต่ MTV เนี่ยะ นาน ๆ จะมีเพลงญี่ปุ่นออกซักเพลงนะ)
>ดูไปได้ไม่กี่เพลง……..
>นึกได้ “อ้าว! ลืมเลย ยังไม่ได้ทานข้าวเช้า…..” ง่า
>ท้องมันเริ่มรู้สึกโหรงเหรงแล้วสิ
>นึกได้ว่ามีมาม่าขายอยู่ข้างเค้าเตอร์ จังหวะเดินออกไปซื้อ
>เสียงหนึ่งก็ทักผมขึ้น…
>
>”หวัดดี”
>
>เสียงผู้ชายซะด้วยย (ถ้าเป็นไอ่พวกมนุษย์ครึ่งควบลูกผมจะเมิน
>แล้วเชิดใส่มัน)
>พอหันไปมอง………….ไอ่บ้าหอบฟางนี่หว่า…………..วันนี้ก็แต่งตัวได้บ้านนอก
>เหมือนเคย ใส่เสื้อยืดคอกลมสีแดงสด ๆ มีเบอร์กลางหลัง
>ใส่กางเกงผ้าร่ม…..
>โอย…บ้านนอกยิ่งนัก (ว่าเขาแบบนี้ ไม่ดีเลยเรา ขอโทษน๊าาาา)
>เดินเข้ามา แล้ว….
>ข้างหลังมันนั่น!!!!! เฟอร์สนี่หว่า…………ง่า
>จะให้เฟอร์สรู้ไม่ได้ว่าเรารู้จักกับ
>ไอ่บ้านนอกตัวนี้ -_-” ขอโทษนะเพื่อน แต่ตูทักแกไม่ได้
>ดังนั้นผมก็แค่ยิ้ม ๆ ให้มัน
>แล้วเฟอร์สก็เดินแซงไอ่บ้าหอบฟาง……………ตรงมาหาผม!!!
>โอ…พระเจ้า…จ๊อชชชชชชชชช
>
>เฟอร์ส “อ๊ะ! พี่พี หวัดดีค่ะ แหม วันนี้มาเช้าจังนะคะ”
>
>ผมกระอึกกระอัก พูดอะไรไม่ถูก
>อันที่จริงกลัวว่าถ้าพูดอะไรแล้วมันจะฟังดู “เห่ย”
>ก็เลยยิ้มกลับไป……….ง่า แต่พอมาคิดอีกที จริง ๆ
>แล้วผมควรจะตอบเค้าไปมากกว่านะ
>จากนั้น ไม่น่าเชื่อ…..ไอ่บ้าหอบฟางมันพูดขึ้นอีก
>
>”อ้าว? เฟอร์ส รู้จักเค้าด้วยเหรอ?”
>เฟอร์ส “ค่ะ เฟอร์สเคยนั่งทับกระเป๋าเค้าด้วยแหละ แหะ ๆ
>แล้วก็เคยคุยกันนิดหน่อย”
>”อ๊ะ! ลืมแนะนำชื่อเลยสิ
>เรากับนายก็เรียนพิเศษห้องเดียวกันมาได้เกือบอาทิตย์แล้วนี่เนอะ
>เราชื่อแฟร์นะ”
>
>ไอ่บ้า!!! ตูไม่อยากรู้ชื่อแกหรอกเว่ยยยยยยยยยย
>ว่าแต่…แกเป็นอะไรกับเฟอร์สว๊ะ!?!
>ทำไมรู้จักกันง่าาาาาา ทำไมเฟอร์สรู้จักกับไอ่บ้าหอบฟางนี่ด้วย!?!
>
>แฟร์ “เอ้อ…เฟอร์สขึ้นไปห้องเรียนก่อนเถอะนะ
>เรามีอะไรจะคุยกับพีหน่อย”
>
>อย่ามาเรียกตูซะสนิทสนมแบบนี้นะเฟ่ย แล้วที่สำคัญ
>อย่ามาเรียกเฟอร์สห้วน ๆ แบบนี้นาเว่ย!!!
>
>เฟอร์ส “งั้นเฟอร์สขึ้นไปก่อนนะ ไปนะคะพี่พี”
>แฟร์ “จ้า วันนี้ก็ตั้งใจเรียนด้วยล่ะ”
>
>แล้วมันก็กระทำสิ่งที่ผมให้อภัยไม่ได้
>คือ…………….มันลูบหัวเฟอร์ส!!!!!
>
>เฮ้ย!!! ไอ่เวรรรรรรรรร ไอ่ชาติ สุนัข
>ไอ่เจ๊ดมร่าาาาาาาาาาาาาาางงงงงงงงง
>กรูจะต่อยมรึงให้ปากแตก กรูจะเตะมรึงให้ตาถลน กรูจะฆ่ามรึงงงงงงงงง
>ตายซะไอ่เปรต!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
>
>แฟร์ “เข้าไปนั่งในห้อง TV กันก่อนมั้ย?”
>
>เสียงของมันปลุกผมจากมโนภาพที่ผมบู๊ฟาดฟันมันจนเละแหลกเหลว
>
>ผม “อืม…………………(พูดพร้อมมองมันตาเขียววววววววว)
>
>เอาสิวะ ดูซิว่ามรึงจะพูดอะไร ไอ่วินาศสันตะโร…
>ระวังไว้นะมรึง ปากดีออกมาคราวนี้เฮฮาปาจิงโกะกันแน่ ฮึ่มมมมมมมมม -”-
>
>วันนี้การเรียนเป็นไปอย่างจืดชืดเพราะขาดตัวชูโรงอย่างไอ่เบย์
>เวลา 3 ชม. ผ่านไปช่างเชื่องช้า โอย…….น่าเบื่อออออออออออ
>
>ในที่สุดก็ถึงเที่ยง
>ผมรี่ลงมาจากชั้นบนกะว่าจะรีบหาอะไรทานให้เร็วที่สุด
>ไส้มันบิดมวนไปหมดแล้ว -_-” …………………….
>พอลงมาถึงชั้นล่างสุด เฮ้ย!!! เจอน้องเฟอร์ส เธอคงเพิ่งออกไปทาน
>ข้าวเที่ยงขางนอกมา ง่า……น่ารักจังเล้ยยยยยยยย >_<
>ผมไม่กล้าที่จะทักเธอก่อนอยู่แล้วแหละครับ
>แต่แล้ว…………………..
>
>เฟอร์ส “อ้าว! เรียนเสร็จแล้วเหรอ? เค้าเพิ่งไปทานข้าวมาเองแหละ”
>
>ผมดีใจแทบกระโดดโลดเต้น เธอทักมาก่อน ว้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาว
>แต่แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากข้างหลังผม ไอ่แฟร์……ไอ่นรก
>
>แฟร์ “เรียนเสร็จแล้ว วันนี้จะให้มารับมั้ย?”
>เฟอร์ส “ไม่ต้องหรอก วันนี้เฟอร์สเอารถมา”
>
>ผมมองไปหน้าที่เรียนพิเศษ เห็น BMW สีขาวจอดอยู่
>
>แฟร์ “OK จ๊ะ งั้นเรากลับก่อนเลยนะ”
>
>…………เกินความคาดหมายครับ เฟอร์สคุยกับไอ่บ้าหอบฟางนี่อีก
>โดยเหมือนกับว่าเธอมองไม่เห็นผมเลย………………………………
>…………………………………………………………………………..
>…………………………………………………………………………..
>พูดอะไรไม่ออก ทำอะไรไม่ถูกเลยครับ มันอึ้ง มันใจหายวาบ มันแย่มาก ๆ
>แบบนี้แล้วเราเป็นตัวอะไรกันวะ!?! เค้ามีโลกส่วนตัวของเค้าแล้วอ่ะ…..
>มาถึงตรงนี้ ผมก็ได้ทราบความจริงที่ไม่อยากจะเชื่อซะแล้วครับ……..
>เฟอร์สคงเป็นแฟนของไอ่บ้าหอบฟางตัวนี้ T_T ว้อยยยยยยยยยยยยยย
>มันเป็นแบบนี้ได้ไงว๊ะ!!!!! เฮ้ย ไอ่แฟร์มันดำจะตายอ่ะ!!! สิวเต็มหน้า
>หน้ายาว ๆ
>ตาโต ๆ น่ากลัวตายหอง แล้วเฟอร์สไปชอบมันได้ไงว๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
>โอย…จ๊อช
>
>จากนั้นนิดเดียว พวกคนอื่น ๆ ก็ทยอยเดินลงมาเต็มบันไดไปหมด…..
>คาดว่านี่เองที่เป็นสาเหตุให้เค้าจัดเวลาเรียนให้ไม่ตรงกัน
>ขืนเรียนพร้อมกัน
>เลิกพร้อมกัน แออัดตายพอดี
>
>และแล้วผมก็มองไปเห็นกลุ่มเด็ก ม.ช. ขิงทักผมก่อนใครเลย
>
>ขิง “อ้าว! พี นึกว่าหายไปไหน ทำไมเดินเร็วจัง”
>ผม “แหะ ๆ ๆ”
>
>บอกไม่ได้หรอกว่าหิวจนไส้กิ่ว จะรีบลงมาหาอะไรทาน ^_^” ได้แต่หัวเราะ
>
>ตาล “ไปทานข้าวกับพวกเราสิ”
>ผม “อืม…..”
>
>เฮ้อ…ใจจริงอยากจะนั่งทานข้าวกับเฟอร์สมากกว่าง่ะ
>แต่มันเป็นไปไม่ได้แล้ว T_T
>
>ขิง “อ้าว! แฟร์ อยู่ตรงนี้ด้วยเหรอ ไปทานข้าวด้วยกันมั้ย?”
>
>โอ๊ววววววววววววววววววววววววว ขิง!!! ไปชวนมันทำม๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาย
>เสียบรรยากาศหมดง่า……… อ๊ะ แต่ว่าไปก็ดีเหมือนกันนะ ถ้ามันตอบ OK
>เฟอร์สที่อยู่ตรงนั้นด้วยคงไม่ค่อยพอใจแน่
>แฟนตัวเองไปทานข้าวกับหญิงอื่นนี่
>เอาสิ! เอ็งจะตอบว่ายังไงห๊ะ!?!
>
>แฟร์ “ครับ…ไปก็ได้ครับ”
>
>เฮ้ย!!! มันกล้าตอบตกลงด้วย อ้าว!?!
>ไม่กลัวเฟอร์สขุ่นข้องหมองใจเลยรึไง!?!
>เออ…เอ็งแน่มาก แบบนี้มีหวังแล้วว่ามันจะเลิกกับเฟอร์ส หุ หุ หุ
>หวานตูแหละ
>รอเสียบ………………………..ง่า…แต่แบบนี้ก็ต้องไปทานข้าวกับสาว
>ๆ ม.ช.
>โดยมีไอ่ตัวน่ารังเกียจตัวนี้ไปด้วยดิเนี่ยะ -_-” บ้าจริง
>โว้ย!!! ข้าวไม่อร่อยเลยโว้ย!!! ถึงจะหิวไส้แทบขาด
>แต่กับการที่มีไอ่บ้าหอบฟาง
>มาร่วมโต๊ะทานข้าวโต๊ะเดียวกับผม แค่นี้ก็ไม่เจริญอาหารแล้ว
>ยังดีที่มีขิงนั่ง
>ข้าง ๆ ผมนะ
>
>มาถึงตอนนี้เอง ผมถึงรู้สึกว่าขิงน่ารักมาก เธอคุยสนุกสนานกับทุกคน
>และมารยาท
>การทานอาหารก็เรียบร้อยด้วย ไม่คุยตอนข้าวเต็มปาก
>ไม่ทำช้อนส้อมกระทบกับ
>จานบ่อย
>ไม่มูมมามเลอะเทอะ…แถมยังยิ้มหวาาาาาาาาาาาาาาาาาาานน่ารักมากเสียด้วย
>ผมสังเกตุแล้วนะ ไอ่เวรแฟร์มันแอบมองขิงบ่อยมากเลย
>ฮึ่ม…………นี่เอ็งมีแฟน
>น่ารักแบบเฟอร์สแล้วยังคิดนอกใจอีกเหรอวะ!?! ลองแหยมแม้แต่น้อยสิ
>เอ็งจะไม่ได้เป็นคนอีกต่อไป…..
>
>ขิง “นี่ ๆ เราลองฟังเพลงญี่ปุ่นดูแหละ สนุกดี”
>
>หนึ่งในเพื่อนของขิงทักขึ้น
>
>เพื่อนขิง “อ๊ะ! ขิงก็ฟังเหรอ เค้าชอบฟังมากเลยแหละ เพลงญี่ปุ่น”
>ขิง “อ้าว ฝนก็ชอบฟังเหรอ งั้นคุยกับพีได้เลย เค้าชอบฟังนะ
>เพลงญี่ปุ่นเนี่ยะ”
>ผม “ฮะ ๆ ๆ มีคนชอบเหมือนเราด้วยแฮะ แต่วงที่เราชอบมาก ๆ คือ
>L’Arc~en~Ciel นะ”
>เพื่อนขิง “ฝนชอบ Lunasea นะ เสียงเค้ามีเสน่ห์ดี ชอบ ๆ”
>ผม “อ๋อ! เราก็เคยฟัง เพลง I for you น่ะ ลากเสียงสุดยอดดี
>เส้นเสียงเลียนแบบยาก”
>ขิง “ง่า…อย่าคุยกัน 2 คนจิ ขอเค้ารู้เรื่องด้วย >_<”
>ผม “แหะ ๆ ๆ ได้จ้า ไว้มีโอกาศเราจะเอามาให้ฟังนะ”
>
>ขิงน่าร๊าาาาาาาากจังเลย ไงล่ะ ไอ่แฟร์ หุ หุ
>เอ็งคุยกับพวกเค้าไม่ได้แบบนี้สินะ สมน้ำหน้า
>ต้องนั่งเงียบคนเดียวเลย 55555555555+ สะจายเจรง ๆ
>หลังจากนั้นไอ่แฟร์มันคงทนอึดอัดไม่ไหวอ่ะแหละ เลยขอกลับก่อน
>”เออ!!! กลับไปก่อนเลยเว่ย ไปไกล ๆ 55555555555″
>ผมนึกในใจ
>
>หลังจากนั้นผมก็ชั่งใจว่าจะชวนพวกเค้าไปที่คอนโดดีไหม
>ไปเยี่ยมไข้ไอ่เบย์มัน
>ไอ่เบย์มันคงดีใจน่าดูเลยแหละ………..แต่………..นึกไปนึกมา
>ไม่เอาดีกว่า
>ไว้จัดการกับไอ่ห้องถมขยะของผมกับไอ่เบย์ก่อน แล้วค่อยชวนเค้าไปดีกว่า
>หลังจากนั้นก็ปรึกษากันอยู่สักพักว่าจะไปไหนกันดี แจงเสนอขึ้น
>”ไปดูหนังกันมั้ย?”
>เออนะ เป็นความคิดที่เข้าท่าดี เป็นการฆ่าเวลาที่ง่ายที่สุดแล้วแหละ
>
>……………………………………………………………………………………..
>
>ดูหนังจบ สาว ๆ
>บอกว่าจะกลับคอนโดกันแล้ว…แต่ผมรวบรวมความกล้า…………..
>ชวนขิงไปทานไอศครีมกัน (ว๊าว!!! นาน ๆ ทีจะกล้าแบบนี้ซักทีนะ)
>ด้วยในใจกลัวว่า
>เค้าจะปฏิเสธ แต่………..ง่า…ไงดีล่ะ
>อยากอยู่กับเค้าต่ออีกอ่ะ………เอาวะ!!!
>ถึงเค้าจะปฏิเสธก็ไม่เห็นเป็นไร เสียฟอร์มนิดหน่อยก็ช่างมัน
>แต่แล้ว…………….
>หัวสมองผมก็นึกแผนได้ เออ!
>ชวนเค้าไปซื้อของกินไปฝากให้ไอ่เบย์มันดีกว่า
>(แต่ทำไมต้องชวนขิงหว่า….. ตาลขอมาด้วย แต่ผมทำหูทวนลม คาดว่าเธอ
>คงจ้องผมสายตาเคียดแค้นพอดูแหละ
>แต่ไม่กล้าหันกลับไปมองตอบ……………..
>
>ว่าแล้วก็ซื้อ KFC มา แล้วก็ต่อกันที่ SwenSen’s
>ผมสั่งช็อคโกแล็ตซันเดย์
>ของโปรดผมอยู่แล้น ^_^ ขิงสั่งอเมริกา เฟเวอร์ริต
>(ถ้วยใหญ่กว่าผมอีกง่ะ)
>นั่งทานนั่งคุยกันไป อา…….ความสุข
>
>ถึงจะไม่ใช่เฟอร์ส แต่……..ขิงก็น่ารักนี่นะ รึว่าจะจีบขิงจริง ๆ
>จัง ๆ ดีหว่าเรา…
>แล้วจะรู้ได้ไงเนี่ยะว่าขิงยังไม่มีแฟน
>แต่เอาเถอะ…ตอนนี้ได้แค่นี้ก็ดีถมเถไปแล้วนี่เนอะ
>
>และแล้วก็ได้เวลากลับ (เฮ้อ……อยากมองขิงต่ออีกง่ะ น่ารัก >_< )
>ผมไปส่งขิงที่คอนโด (แต่ไม่ได้ขึ้นไปนะ) แล้วก็กลับคอนโด เอา KFC
>ให้ไอ่เบย์
>
>ไอ่เบย์ “เฮ้ย! ขอบใจมาก ขอบใจมาก
>แล้ววันนี้ตาลเค้าถามถึงกรูบ้างเปล่าวะ?”
>ผม “เออ… หายเร็วจริงนะมรึง”
>ไอ่เบย์ “อ้าว! ไม่ดีรึไง กรูรู้นะ วันนี้มรึงไปเรียนคนเดียวเนี่ยะ
>เซ็งมากใช่ป่าวล่าาาา”
>ผม “………………(มันรู้อีกนะ -_-”)”
>ไอ่เบย์ “กรูเลยต้องรีบ ๆ หาย แล้วไปเรียนเพื่อนมรึงไง 5555555″
>
>ไม่รู้จะพูดยังไงกับมันดี………..
>
>แต่ยังไงก็ดีนะ พรุ่งนี้จะได้มีมันไปเรียนเป็นเพื่อน
>รุ่งขึ้น ผมอยากเห็นอาการของเฟอร์สมาก
>ที่เมื่อวานไอ่แฟร์มันรับคำชวนของขิง
>หึ หึ หึ ถ้า 2 คนทะเลาะกันก็เข้าแผนผมเลย อิ อิ อิ
>
>ผมชั่วรึเปล่าก็ไม่รู้นะที่หวังอะไรแบบนี้ไว้เนี่ยะ แหะ ๆ ๆ
>
>วันรุ่งขึ้น ผมกับไอ่เบย์ไปเรียนตามปกติ
>แต่วันนี้ผมลาาาาาากไอ่เบย์ให้ไปตั้งแต่เช้า
>หวังว่าจะเป็นเฟอร์สไม่คุยกับไอ่แฟร์ หุ หุ หุ สมน้ำหน้ามัน
>5555555555555555
>อุตส่าห์นอกใจแฟนไปทานข้าวกับขิงแต่ดันไม่ได้คุยอะไรเลย 55555555555555
>แต่แล้ว…………………
>
>2 คนเดินมาด้วยกัน………………..ไอ่บ้าหอบฟางหน้าตาเหงาหงอย
>แต่มีเฟอร์ส
>เดินควงแขนมันมาด้วย…………(ไอ่สัตนี่ มีนางฟ้าควงแขน
>ยังจะทำหน้าตาแบบนี้อีก)
>
>เฮ้ย!!! มันผิดคาดมากเลยอ่ะ ทำไมเฟอร์สไม่ว่าอะไรมันเลยหรือไง!?!
>เมื่อวานแฟนตัวเอง
>ไปทานข้าวกับหญิงอื่นมานะ (ถึงจะไปกันเป็นกลุ่มก็เถอะ
>แต่ยังไงมันก็เป็นคนตกปากรับ
>คำชวนจากขิงนี่นา มันต้องโกรธกันสิ ถึงจะถูก)
>แล้วทำไม………………………………….
>
>ผมถอนหายใจโฮกใหญ่ แล้วก็เดินเข้าห้อง TV ไปอย่างหงอย ๆ
>
>ไอ่เบย์ “เฮ้ย! เป็นอะไรอีก มรึงอ่ะ ตอนเช้า ๆ ก็เห็นสดชื่นดีนี่หว่า
>ลากกรูมาซะเช้า แล้วนี่
>เป็นอะไรไปอีก มรึงอ่ะ”
>ผม “…………………………….กรูผิดหวังว่ะ”
>ไอ่เบย์ “หา ผิดหวังไรมรึง”
>ผม “เปล่า ช่างมันเฮ๊อะ”
>
>เฮ้อ…………………………ผมถอนหายใจอีกหนึ่งโฮกใหญ่
>เสียงดังมาจากทางประตู ขิงนั่นเอง
>
>ขิง “นี่ ถอนมากเดี๋ยวก็หมดหรอก”
>ผม “เอ๋? หา?”
>ขิง “ก็เห็นเธอถอนหายใจซะขนาดนั้น ^_^ อิ อิ”
>ผม “อ๋อ……… แหะ ๆ”
>
>น่ารักจริง ๆ นั่นแหละ จ๊อช……..
>ถึงไม่มีเฟอร์สแต่ก็ยังมีขิงที่แสนน่ารักนี่เนอะ ^_^
>พวก ม.ช. เดินเข้ามาทั้งกลุ่มเลย 10 คน
>
>ผม “แหม……สาว ๆ เมื่อวานโดดกันเป็นแถบเลยนะ”
>
>เพื่อนคนหนึ่งของกลุ่ม ชื่อเมย์ ตอบผม
>
>เมย์ “นี่ จะบ้าหรอ พูดดังทำไม เบา ๆ สิ >_< “
>ขิง “ไม่ต้องมาพูดเลย ปล่อยเค้า แจง ฝน ตาล มาเรียนกันแค่ 4 คน
>น่าโกรธไหมเนี่ยะ”
>ตาล “นั่นสิ รู้งี้เราโดดไปด้วยก็ดีหรอก”
>ขิง “ง่าาาาาา ตาลอ่ะ”
>ตาล “ก็เมื่อวานเบย์ไม่มานี่”
>
>เอาล่ะ เพื่อนทั้งหมู่ทักเป็นเสียงเดียวกัน
>”นั่นแน่…………………….”
>
>ตาล “ง่า อะไรกัน รุมเหรอเนี่ยะ…”
>ไอ่เบย์ “หุ หุ วันนี้ก็มาแล้วไงจ๊าาาาาาาาาาา”
>ตาล “ค่ะ ^_^ คิก ๆ”
>
>ไอ่บ้าหอบฟางยังนั่งคุยกับเฟอร์สอยู่ตรงโซฟาหน้าเค้าเตอร์
>ฮึ่ม…..ภาพมันบาดใจนัก
>ขนาดนั่งกับแฟนมันแล้วนะ มันยังชายตามองขิงอีก ไอ่ลูกสุนัขเอ๊ย!!!
>ในใจนึก
>
>และแล้ว กลุ่ม ม.ธ. (มหาลัยธรรมศาสตร์) ก็เดินเข้ามา กลุ่มเขามีประมาณ
>8-9 คนเนี่ยะแหละ
>มีสุดสวยอยู่หนึ่งคนถ้วน ชื่อครีม (เคยได้ยินแจงเรียกเค้าแบบนั้นนะ)
>
>หนึ่งในเด็ก ม.ธ. “ง่า…ห้อง TV โดนจองอีกแย้ว มาไม่เคยทันเด็ก ม.ช.
>เลยสิน่า”
>ตาล “แหะ ๆ เข้ามานั่งด้วยกันสิจ๊ะ”
>หนึ่งในเด็ก ม.ธ. “โห………เต็มห้องพอดีจิ ^_^”
>
>ดูท่าทางครีมจะเป็นคนเงียบ ๆ นะเนี่ยะ เพื่อนเธอพูดกันเซ็งแซ่
>แต่เธอเงียบกริบ……..
>และแล้ว ตอนนั้นนั่นเองครับ ที่เป็นการเปิดความสัมพันธ์ระหว่างเก็ก
>ม.ช. และ ม.ธ.
>เย้………………………………
>
>ครีมเป็นคนหน้าตาน่ารักนะ เอ่อ……..ยังไงดีล่ะ
>ไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงดีน่ะ
>ผมยาวถึงหลัง ใส่เสื้อนอกสีฟ้าอ่อน ใส่เสื้อซ้อนสีขาว
>ใส่กางเกงยีนเข้ารูปทรง
>หน้าตา………..เอ่อ…………อธิบายยังไงดีล่ะเนี่ยะ
>เอาเป็นว่าดูแล้วรู้สึกว่าเรียบร้อย
>น่ารักละกันนะ ตา 2 ชั้น แก้มชมพู ๆ น่ะ
>
>มาถึงตรงนี้อาจคิดว่าใคร ๆ ก็สวยไปหมด แต่จริง ๆ แล้วผมสายตาดีพอนะ
>แต่ที่สำคัญคือ………..ไม่ว่าใครจะน่ารักอะไรยังไง
>ก็ไม่อาจเทียบได้กับเฟอร์สเลย
>เฮ้อ…………พอพูดถึงเธอแล้วก็เศร้า T_T บ้าจริง
>
>เราเรียน 3 ช.ม. ผ่านไปอย่างสนุกสนาน
>เพราะวันนี้มีทั้งไอ่เบย์คอยเล่นมุขกับอาจารย์
>แล้วยังคุยกับพวกสาว ๆ จาก ม.ธ. ได้ด้วย
>(ผมยังคงไม่ได้ยินเสียงครีมเหมือนเดิม)
>สมน้ำหน้าไอ่แฟร์มันจริง ๆ นั่งอยู่คนเดียว คุยกับใครก็ไม่ได้
>555555555555555
>คงเป็นเพราะความบ้านนอกของมันแน่ ๆ ถึงไม่มีใครอยากรู้จัก
>55555555555555
>
>รู้สึกว่าเด็ก ม.ธ. จะคุยกันแบบเรียบร้อยน่าดูเลย
>มีแต่ภาษาสุภาพทั้งนั้นเลย…………
>เด็ก ม.ช. จะคุยกันแบบวีดว้ายมากกว่าหน่อย ดีครับ หลากสีสันดี
>
>ไอ่เบย์ยังโชว์ถึงความเป็นอัจฉริยะทางด้านการผูกมิตรได้ดีตามเคย
>มันคุยกับทุกคนได้
>อย่างสนุกสนานเลย หุ หุ ดีเหมือนกัน ผมก็พลอยได้คุยกับเค้าด้วย ^_^
>ง่า แต่ยังไม่สามารถสื่อสารกับครีมได้ตามเคยครับ ยากจริง ๆ
>
>หลังเรียนเสร็จ พวกเราหาที่ทานข้าวกัน (หุ หุ
>ไอ่แฟร์ที่ไม่มีใครสนใจมันต้องกลับบ้านก่อน
>คนเดียว) วันนี้ครึกครื้นดีครับ 2 กลุ่มจะไปทานข้าวด้วยกัน หวาาาาาาาาว
>สาว ๆ เพียบ
>ล้อมหน้าล้อมหลัง >_< ครั้งแรกในชีวิตเลยนะเนี่ยะ
>ง่า………สั่นไปหมด
>ต้องคอยควบคุมกิริยาทุกอย่างให้เหมาะสมแล้วสิเนี่ยะ ลำบากนิด ๆ นะ
>
>ระหว่างทานข้าว ผมกับไอ่เบย์หลอกให้ครีมพูดได้บ้าง 2-3 ประโยค หุ หุ
>คาดว่าคนในครอบครัวเค้าน่าจะขอบคุณผมกับไอ่เบย์นะ
>ช่วยให้เค้าพูดได้เนี่ยะ ^_^
>
>หลังจากนั้นต่างก็แยกย้ายกันไปตามประสา
>ผมกับไอ่เบย์รู้สึกว่าหมู่นี้เราไม่ค่อยได้
>ไปตระเวณเล่นเกมซะเท่าไหร่เลย ว่าแล้วก็เอาสะหน่อยดีไหมวันนี้
>แต่ก่อนจะไปกัน…..
>เด็ก ม.ธ. 2-3 คน
>เรียกผมกับไอ่เบย์ไว้…………………ชวนไปต่อพิซซ่ากันอีก หวา…
>ทานเก่งกันจริง ๆ แต่ด้วยความที่สาว ๆ ชวนทั้งที แน่นอน ไอ่เบย์ไป
>ผมก็ต้องไป
>ดีนะที่ตาลกลับไปแล้ว หุ หุ ตาลรู้ล่ะก็ โกรธตายเลย (เห? จะว่าไปแล้ว 2
>คนก็ยังไม่ได้
>เป็นแฟนกันนี่ แต่ตาลคงไม่ค่อยชอบเท่าไหร่หรอกเนอะ)
>ที่มันน่าลุ้นกว่านั้นก็คือ………1 ใน 3 คนที่ชวนผมไปนั่น
>เค้าพยายามชวนครีมไปด้วย!!!
>ผมทราบจากการสนทนาที่โต๊ะอาหารว่าคนที่ชวนผมนั้นชื่อเมฆ
>
>เมฆ “ครีม ไปด้วยกันหน่อยจิ นะ”
>ครีม “……………..(ส่ายหน้า)………………”
>เมฆ “น่านะ คุณหนูครีมมมมมมมม น๊าาาาาาาาาาาาาา”
>
>ครีมทำสีหน้าลำบากใจ ผมรู้แล้วว่าเธอคงไม่อยากไปแน่ ผมเลยพูดช่วยเธอ
>
>ผม “ง่า…ไม่เป็นไรมั้งครับ ไปกันแค่นี้ก็ได้ครับ
>ถ้าเค้าไม่อยากไปด้วยก็ไม่เป็นไรหรอกครับ”
>ไอ่เบย์ “นั่นสิ…แค่ไปทานพิซซ่าเองนี่นา เค้าคงอิ่มแล้วแหละ”
>เมฆ “มะอาาาาาาาาาาาาาาาว ครีมต้องไปด้วย
>เราไม่มีวันยอมให้ครีมกลับหอพักคนเดียวแน่
>มันน่าเบื่อออก ไม่มีอะไรทำด้วย มาด้วยกันเถอะนะครีมน๊าาาาาาาาาาาา”
>
>ครีมนิ่งเงียบคิดอยู่สักพัก คงจะวิเคราะห์อยู่ล่ะ
>ว่าถ้าเธอตอบตกลงแล้วเนี่ยะ
>อเมริกาจะไปหย่อนระเบิดที่อิรักอีกรอบรึเปล่า
>แต่แล้วเธอก็ถอนหายใจนิด ๆ แล้ว!!! ในที่สุด
>
>ครีม “………..อืม………..ไปก็ได้”
>
>โว้ววววววววววววววววว!!! มาด้วยแล้วเว้ยยยยยยยย ดีจัง
>ครีมน่ารักมากเสียด้วย หุ หุ
>ดี ๆ แบบนี้พิซซ่าอร่อยเหาะแน่ ^_^ อิ อิ
>
>ไปถึง พิซซ่าฮัท เป็นประจำครับ ผมสั่งไก่อบซอสก่อนเลย ของโปรด ๆ
>สาว ๆ สั่งสลัดกัน……………..มันเป็นความผิดพลาดของผมซะแล้ว
>ลืมไปเลยว่าไม่ได้สั่งไปทานที่คอนโด
>หวา…น่องไก่ทานให้สุภาพยากขนาดไหน
>คุณก็รู้ เลยต้องลำบากใช้มีดกับส้อมค่อย ๆ
>หั่น……………………………….
>(อยากจะบอกว่ามีดที่พิซซ่าฮัทซ์สาขาหนึ่ง ไม่ขอเอ่ยว่าสาขาไหนนะครับ
>ขอบอกว่า “มีดทื่อมาาาาาาาาาาาาาาาก”
>ถ้าใครมีความกล้าฝากบอกกับพวกพนักงาน
>พิซซ่าฮัทซ์ด้วยนะครับว่า “ซื้อมีดใหม่เฮ๊อะ”)
>
>นั่งทานกันมาประมาณ 15
>นาทีแล้ว……………ยังไม่ได้คุยอะไรกันเลย……………….
>มันเป็นเรื่องที่สุดแสนน่าแปลกสำหรับผมกับไอ่เบย์นะ
>เพราะปกติพวกเราจะชวนคุย
>ได้เก่งมาก แต่วันนี้
>แปลก…ทำไมต่างคนต่างเงียบหว่า……………ไอ่เบย์ก็สาละวนอยู่
>กับการทานไก่อบซอสบาบิคิวอย่างยากลำบาก………………..ง่า
>บรรยากาศเงียบ ๆ แบบนี้
>ไม่ค่อยชอบเลย ต้องหาอะไรคุยซักหน่อยแล้ว
>
>ผม “เอ่อ…นึกยังไงถึงชวนพวกผมมาทานพิซซ่าเหรอ?”
>เมฆ “แหะ ๆ คือ พวกเธอคุยสนุกดีอ่ะ สองคนคุยเข้าขากันได้ดี
>เวลาเรามองเธอแล้ว
>มันรู้สึกสนุก รู้สึกเธอ 2 คนน่ารักกับคำว่าเพื่อนดีน่ะ”
>ไอ่เบย์ “เห?…เอ่อ…เรียกว่าชมได้ไหมเนี่ยะ”
>เมฆ “ชมสิคะ คิก คิก เอางี้นะ เราจะแนะนำทีละคนว่าชื่ออะไรบ้างนะ”
>ผม “เธอชื่อเมฆ อันนี้เรารู้แระ”
>เมฆ “ค่ะ แล้วก็…คนเสื้อขาวคนนี้ชื่อหญิงนะ คนเสื้อเหลือง
>(สายเดี่ยวด้วยนะ) ชื่อแฟง
>คนเสื้อนอกสีฟ้าใส่เสื้อซ้อนสีขาวนี่ชื่อ…”
>ผม “ครีม ใช่มั้ย? เราจำได้ ตอนเธอชวนเมื่อกี้น่ะ”
>
>ตอนที่ผมเรียกชื่อเธอ “ครีม” เธอตกใจด้วยแหละ 555 น่ารักดี ^_^
>ดูท่าทางครีมจะเป็นคนรักสะอาดมากเลยนะ
>เห็นก้มมองหาเศษฝุ่นที่พื้นตั้งแต่เข้ามาแล้ว
>
>ผม “เอ่อ…ครีมไม่ทานเหรอครับ?”
>ครีม “…………………(ส่ายหน้า)…………………”
>ไอ่เบย์ “งั้นเราทานหมดนาาาาาาาาา”
>เมฆ “ต๊าย! คุณหนูครีมน่ะเหรอ ทานไก่อบซอสไม่ได้หรอกกกกกกก
>เดี๋ยวเสียภาพพจณ์”
>ผม “แหะ ๆ”
>
>ครีมทำตาเขียวใส่เพื่อน คล้าย ๆ กับจะท้วงติงว่า
>”ตัวเองชวนเค้ามาแล้วมาเผาเค้าง่าาาาาาา”
>แหะ ๆ ทำตาเขียวก็ยังน่ารักอีก
>
>เราทานพิซซ่ากันอย่างช้า ๆ คุยกันไปด้วย รู้เลยว่าพวกนี้น่ะลูกคุณหนู
>พูดจาไพเราะหูมาก
>ภาษาสุภาพเต็มไปหมด ผมกับไอ่เบย์เลยต้องพลอยระวังได้ด้วย
>กดดันจนขนาดผมเรียก
>มันว่า “นาย” แทนที่จะเรียก “มรึง” เหมือนปกติ……………………
>แต่ที่สำคัญคือ…ครีมปากแข็งมาาาาาาาาาาก ไม่ยอมพูดอะไรเลยซักคำ ค่อย
>ๆ เล็มพิซซ่า
>ทีละนิด ๆ (ง่า ปากเล็กน่ารักดี)
>
>ทานพิซซ่าหมดแล้ว ถึงตอนคิดตังล่ะ
>
>แน่นอนครับ ถึงเค้าจะเป็นคนชวนมา แต่หนุ่ม ๆ
>ต้องเป็นฝ่ายออกเงินอยู่แล้ว
>สาว ๆ ยืนยันว่าจะออกเอง หุ หุ
>ผมกับไอ่เบย์เลยงัดเอาประโยคคลาสสิคมาใช้
>
>ผม “เอางี้นะ คราวนี้พวกเราออก”
>ไอ่เบย์ “คราวหน้าพวกเธอค่อยเลี้ยงเราไง นะ”
>เมฆ “งั้นเอาตามนั้นก็ได้ค่ะ”
>
>และแล้ววววววววววว ครีมก็พูดอีกคำนึง
>ที่สำคัญคือ…….มันเป็นประโยคที่ครีมพูดกับเรา
>
>ครีม “ขอบคุณค่ะ”
>
>อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาว สำเร็จแล้ววววววววว ในที่สุด T_T
>ครีมก็ยอมพูดกับเราแย้ว
>พวกเราไปส่งสาว ๆ ที่หอพัก (4 คน นั่งอัดกันข้างหลัง อึดอัดน่าดู)
>หอพักของพวกเธอก็กว้างขวางดีครับ (ความจริงน่าจะเรียกเป็นโรงแรมนะ
>แต่เค้า
>ทำไมตั้งชื่อเป็นหอพักก็ไม่รู้) มาถึงที่หอ ไม่มีใครอยู่เลย
>ทำให้ผมได้ทราบว่าพวกเด็ก
>ม.ธ. ไม่ได้พักอยู่ที่เดียวกันมาก ๆ เหมือนเด็ก ม.ช. นะ
>
>ตอนนั้นเอง ไอ่เบย์ดันพูดอะไรที่ไม่น่าพูดออกมา
>
>ไอ่เบย์ “จะไม่ชวนเราเข้าไปข้างในก่อนเหรอ?”
>ผม “(กระซิบ) ไอ่บ้า จะบ้ารึไง”
>เมฆ “ฮะ ฮะ ฮะ จะเข้ามาทำไมล่ะ ที่นี่หอหญิงนะจ๊ะ จะเข้ามาก็ได้นะ”
>ไอ่เบย์ “แหะ ๆ ล้อเล่นจ้า ^_^” ไม่เข้าหรอก”
>
>หุ หุ นาน ๆ ที่จะเห็นนะเนี่ยะ ไอ่เบย์หน้าแหก 55555+
>
>และแล้วก็กลับมาคอนโดของพวกเรา
>วันนี้รู้สึกว่าผมไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเฟอร์สเลย
>ก็เค้ามีแฟนแล้วง่าาาาาาาาาาา และที่สำคัญ
>ดันมาเป็นแฟนกับไอ่บ้าหอบฟางซะนี่………….
>นั่นทำให้ผมรู้สึกอยากจะห่างเหินเขาสักพัก
>จนกว่าผมจะลืมว่าเขามีแฟนแล้ว T_T
>
>วันรุ่งขึ้น ผมกับไอ่เบย์ไปเรียนตามปกติ
>จนมาถึงวันนี้เราก็รู้จักกับคนในห้อง
>เยอะแยะแล้วนะเนี่ยะ มีอีกประมาณ 3 กลุ่มเนี่ยะแหละ
>ถ้าคุยได้กับคนทั้งห้องก็ดีสิ
>ยังไงซะ ก่อนที่จะหมดปิดเทอมก็อยากรู้จักกับทุกคนให้ได้นะ
>
>ผมไม่เหลืออะไรให้หวังกับเฟอร์สแล้ว
>เป็นเหตุทำให้ผมไม่มีกะจิตกะใจจะไปเช้าอีกแล้ว
>วันนี้ผมกับไอ่เบย์ก็เลยล่อซะ Late ไปซะครึ่งชั่วโมง เหอๆ ๆ
>ตอนเข้าไปนะ คนทั้งห้อง
>มองกันเป็นตาเดียวเลย………..ยัง ๆ ยังไม่พอ พวกเด็ก ม.ช.
>เริ่มเสียง โห…………..
>ได้ยินดังนั้น เด็ก ม.ธ. ไม่รอช้า สมทบเสียงทันที
>โห………………………………………
>หลังจากนั้นทั้งห้องก็ผสมโรงกัน
>โห………………………………………………………..
>ง่า ไม่มีใครเดาออกหรอกว่าผมกับไอ่เบย์อายกันขนาดไหน หลังจากสิ้นเสียง
>”โห”
>ก็กลายเป็นเสียงหัวเราะกันระงมแทน -_-” เฮ้อ…………เอาเข้าไป
>
>หลังเรียนเสร็จ ผมเดินลงมาชั้นล่าง
>วันนี้มีนัดจะไปทานข้าวกลางวันกับเด็ก ม.ธ. ม.ช.
>เหมือนเคย
>
>ขิง “วันนี้ไปทานที่ไหนกันดีล่ะ?”
>ผม “อืม…วันนี้อยากทานข้าวมันไก่อ่ะ
>จำได้ว่ามีร้านข้าวมันไก่ตู้กระจกอยู่นะ”
>ไอ่เบย์ “เห…ร้านข้าวมันไก่ตู้กระจกเรอะ?”
>ตาล “อ๊ะ ร้านนั้นเราเคยไปทานนะ โห…แพงน่าดูเลยแหละ”
>ผม “เอ๋ แพงเหรอ?”
>ตาล “อืม เคยสั่งเกี๋ยวนะ น้ำใส ๆ ไม่ใส่อะไรเลยนอกจากเกี๊ยว 6 ชิ้น”
>ผม “ง่า………….งั้นไม่เอาดีกว่า ที่ไหนดีล่ะ?”
>ขิง “อ๊ะ มีร้านข้าวนะ แถว ๆ ………………………….น่ะ
>อร่อยดีเหมือนกัน”
>เมฆ “งั้นไปที่นั่นกันก็ได้จ๊ะ ขิง”
>
>ว่าแล้วก็เดินทางไปร้านนั้น วันนี้ดีหน่อย มีรถหลายคัน
>ไม่จำเป็นต้องนั่งอัด ๆ ๆ กันอีก
>
>ขิง “นี่ พวกเราก็สนิทกันพอสมควรแล้วนะคะ สงสัยจริง ๆ
>ทำไมครีมไม่ค่อยพูดเลย”
>
>ด้วยประโยคนี้ พวกเด็ก ม.ธ. หัวเราะกันยกใหญ่
>
>หญิง “ก็เป็นคุณหนูครีมนี่คะ พูดอะไรมากไม่ได้หรอก หุ หุ หุ”
>เมฆ “เค้าเรียบร้อยน่ะค่ะ ทำอะไรก็ต้องมารยาทไปซะหมด”
>ขิง “หน้าตาน่ารัก แถมเรียบร้อยขนาดนี้อีก คงมีหนุ่ม ๆ
>มาจีบเยอะเลยสิเนี่ยะ”
>เมฆ “คนมาชอบน่ะมีนะ แต่ไม่มีใครกล้าจีบหรอก เค้ากลัวกันหมด
>เห็นว่าเป็นคุณหนู ก็เลย
>ไม่กล้าจีบน่ะ”
>ตาล “อิ อิ อิ ต่างกับเจ้าหญิงขิงของเรานะ มีหนุ่ม ๆ มาจีบเยอะเลย”
>ขิง “ตาล!!! อีกแล้วนะ”
>ผม “แหะ ๆ ๆ สาว ๆ คุยกัน น่ารักดีเนอะ”
>
>และแล้ว………เวลาก็ผ่านเลยไปจนทานข้าวเสร็จ แล้วเราก็แยกย้ายกันไป
>ผมกับไอ่เบย์ไปเล่น rag
>กันตามปกตินิสัย………….ฆ่าเวลาไปได้สักพัก
>จากนั้นได้เวลากลับ (ประมาณบ่าย 2 ครึ่ง)
>
>ไอ่เบย์ “ปะ กลับคอนโดกันเหอะ”
>
>ว่าแล้วก็กลับกัน
>ระหว่างทางนั้นเอง…..ดันไปเจอไอ่บ้าหอบฟางกับเฟอร์ส………..
>โธ่เว้ย!!! ทำไมต้องมาเจอด้วยวะ!?! ที่สำคัญ
>เฟอร์สสังเกตุเห็นผมอีก……………..
>เธอโบกมือเรียกให้ไปหา……………..ผมขับรถเร่งความเร็วกว่าเดิมผ่านจุดนั้นไป
>อย่างไม่เหลียวมอง 2 คนนั้นอีกเลย ไอ่เบย์ยังงงเลย “อะไรวะพี เร่งซะ”
>
>ใครจะไปทนเห็นภาพนั้นต่อไหวล่ะครับ วันนี้ไอ่แฟร์มันใส่กางเกงขาสั้น
>เสื้อแขนกุด
>สีกรมท่า กับเฟอร์สที่ใส่เสื้อยืดสีดำลายมีระดับ กางเกงยีนเข้ารูปทรง 2
>คน
>ไม่ได้เข้ากันเลยแม้แต่น้อย…………..แล้วทำไมผมต้องไปนั่งดู 2
>คนพอดรักกันด้วย -”-
>ตรงดิ่งกลับหออย่างรวดเร็วและหัวเสีย………………
>วันรุ่งขึ้น ผมกับไอ่เบย์ไปเรียนตามปกติ
>วันนี้เราไม่ได้ไปเช้าหรือสายเกิน
>พอไปถึง ไอ่เบย์ขอตัวต้มมาม่าทานหลังห้องบันได
>มุมที่ผมเคยนั่งคุยกับขิง
>ส่วนผมก็เข้าห้อง TV อย่างเหม่อลอย
>
>เฮ้ย!!!!!………………………ตกใจสุดเฮือก
>เธอนั่งขาววาบอยู่ในห้อง TV คนเดียวเลย
>เฟอร์ส…………..เฮ้อ…..ใจนึงก็อยากมองเธอนะ
>(ก็น่ารักซะขนาดนี้นี่) แต่อีกใจก็ไม่อยากเจอ
>มันทำใจไม่ได้ แต่ยังดีหน่อย เจอเฟอร์สแค่คนเดียว
>ไม่เจอไอ่บ้าหอบฟางนั่น
>ถึงจะเจอกันบ่อยแล้ว แต่เฟอร์สก็น่ารักมาก ๆ น่ารักมากมายจริง ๆ
>นางฟ้าของผม >_<
>เจอแบบกระทันหันแบบนี้ ทำเอาใจหายวาบ………
>
>เฟอร์ส “อ๊ะ! พี่พี หวัดดีค่ะ”
>ผม “(เงอะ ๆ งะ ๆ ทำอะไรไม่ถูกซัก 3 วิฯ) หวัดดีครับ”
>
>จากนั้นผมก็เดินออกห้องอย่างรวดเร็ว มันไม่ไหวจริง ๆ อ่ะครับ ผมทนอยู่
>2 ต่อ 2
>กับเฟอร์สไม่ไหวจริง ๆ มันจะละลาย หัวใจจะวาย
>เหงื่อมันมาจากไหนมากมายก็ไม่รู้
>อีกอย่างนะ
>ผมรู้สึกว่ามองหน้าเค้าไม่ติดยังไงก็ไม่รู้……………….
>
>ไอ่เบย์ “อะไรวะ? เมื่อกี้เหมือนว่ากรูเห็นมรึงเดินเข้าห้อง TV
>ไปไม่ใช่เหรอ?”
>ผม “เออ แต่เจอแสงอาทิตย์ตอกกลับออกมาว่ะ”
>ไอ่เบย์ “หา!?! อะไรตอกมรึงออกมานะ?”
>ผม “ช่างมันเฮ๊อะ กรูซื้อมาม่ามานั่งซดกะมรึงข้างหลังนี่ดีกว่า”
>ไอ่เบย์ “…………………………………..นางฟ้าล่ะสิ”
>
>ไอ่นี่ รู้อีก มันแสนรู้จริง ๆ ถ้ามันเป็นปลาโลมา
>ผมจะโยนอาหารให้มันแล้วเชียว
>
>ไอ่เบย์ “กรูก็ไม่รู้หรอกนะว่ามรึงเป็นอะไร เท่าที่ดู
>มรึงก็มองคนนู้นน่ารักคนนี้น่ารักไปทั่ว
>กรูรู้นะว่ามรึงมอง ๆ ขิงอยู่ด้วย แล้วมรึงก็มอง ๆ ครีมด้วยน่ะ
>แล้วยังนางฟ้า
>อีกคนนึง ถามจริง ๆ……………………เลือกใคร?”
>ผม “ไอ่บ้า กรูมีสิทธิ์อะไรไปเลือกใครเขา
>ที่มรึงพูดถูกน่ะคือกรูมองเค้าน่ารักหลายคน
>แต่มันเป็นความจริงนี่หว่า
>รึมรึงจะเถียงว่ามีใครคนใดคนนึงที่มรึงพูดมาไม่น่ารัก?”
>ไอ่เบย์ “เออ…มันก็น่ารักจริง ๆ แต่มรึงนั่นแหละ ควรจะเลือกจริง ๆ
>ทุ่มเทให้ซักคนนึง
>แบบนี้มรึงไม่รู้สึกว่ามันค้างคาบ้างเหรอวะ…..”
>ผม “…………….(พูดไม่ออก
>เพราะจริงอย่างที่มันพูด)……………..”
>ไอ่เบย์ “มรึงดูกรูนี่สิวะ มีตาลก็มีอยู่คนเดียว
>มรึงเห็นกรูไปเจ๊าะแจ๊ะกับใครมั้ย?”
>ผม “………………………………………..”
>ไอ่เบย์ “กรูก็เห็น ว่านางฟ้าของมรึงน่ารักขนาดไหน…..แต่แล้วไง
>ตอนนี้กรูก็ยังอี๋อ๋อ
>กับตาลคนเดียว มรึงคิดว่าเพราะอะไร……………….”
>
>ผมพูดไม่ออกครับ เป็นอย่างที่มันพูดทุกอย่าง ได้แต่เงียบฟังมัน
>
>ไอ่เบย์ “เฮ้อ……………..กรูน่ะเพื่อนมรึงนะเว่ย…กรูรักมรึงมาก
>มรึงเป็นเพื่อนตายกรู
>กรูถึงไม่อยากให้มรึงเจ็บหรือกลุ้ม……..”
>ผม “…………………………เออ
>ขอบใจเว้ยเพื่อน……………………..”
>
>แล้วผมก็ลุกไปซื้อมาม่า แต่…….เฟอร์ส!!! เธอยืนอยู่หน้าประตู!!!
>ม…หมายความว่า…เธอได้ยินผมคุยกันหมดแล้วดิ………………..O_o”
>
>ตะลึงกัน………………..ยัง ๆ ๆ ยังไม่ได้สติ เอาอีกแล้ว
>เหงื่อแตก…..
>
>เฟอร์ส “เอ่อ…ขอโทษค่ะ ไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟังนะคะ คือ………..”
>ผม
>”อะ………………………………………………………………..”
>
>ไม่ไหวแล้ว ผมรีบวิ่งขึ้นบันไดเข้าห้องเรียนอย่างรวดเร็ว
>โดยมีไอ่เบย์ตามมาติด ๆ
>เอาแล้วไง ซวยแล้ววววววว -_-” เค้าได้ยินถึงตอนไหนก็ไม่รู้
>แบบนี้จะสู้หน้าได้ไงเนี่ยะ
>10 นาทีต่อมา คนอื่น ๆ เข้ามาเต็มห้องละ จิตใจผมไม่อยู่กับร่องกับรอย
>ไม่มีสมาธิเรียน
>ในใจคิดแต่ว่า “ซวยแล้ว!!!”
>ป่านนี้ไม่รู้เฟอร์สบอกไอ่บ้าหอบฟางนั่นรึยังว่าผมแอบมอง
>แฟนมันอยู่ ขืนมันรู้นะ
>เท่ากับว่ามันถือไพ่เหนือผมไปโดยปริยาย…………………………
>
>ชั่วโมงเรียนวันนี้ ผมคอยชายตามองปฏิกิริยาไอ่แฟร์มัน
>ถ้ามันได้รู้เรื่องจากเฟอร์สแล้ว
>มันต้องชื่นบานแน่วันนี้ ผมชายตามองมันบ่อยจนขิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ
>แซวนิด ๆ
>
>ขิง “ฮั่นแน่…แอบชอบแฟร์เหรอจ๊ะ”
>ผม “ง่ะ……………………….โธ่ ขิง ^_^”
>ขิง “ก็เห็นแอบมองเขามาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนี่”
>ผม “ฮั่นแน่…ขิงรู้ งั้นก็แสดงว่าขิงเองก็สนใจซิ ^_^”
>ขิง “บ้าสิ ขิงจะดูว่าผู้ชายชอบผู้ชายมันเป็นยังไงต่างหาก”
>
>ได้คุยกับขิงก็ค่อยทำให้ลดความกังวลบ้าง
>ส่วนไอ่บ้าหอบฟางนั่นก็ไม่ได้มีปฏิกิริยา
>ต่างจากทุกวัน ก็ยังเป็นสุนัขหัวเน่าประจำห้องเหมือนเคย
>เอ…..แต่รู้สึกวันนี้มันดูหงอย ๆ
>มากกว่าปกติเหมือนกันนะเนี่ยะ…………………………
>
>ด้วยอาการแบบนี้ของมันทำให้ผมเริ่มชื้นใจขึ้นว่าเฟอร์สอาจจะยังไม่ได้เล่าให้มันฟังก็ได้
>ปัญหาอีกอย่างนึงก็คือ…………………ต่อไปนี้ เวลาเจอเฟอร์ส
>ผมควรจะทำหน้ายังไง
>ปกติเจอเค้าทีก็แทบจะละลายแล้ววว ~_~ ง่า
>ไม่เอานะ……ถ้าสู้หน้าเฟอร์สไม่ติด แล้วจะ
>มองเค้ายังไงอ่ะ…………………………ไม่ได้แล้ว
>แบบนี้ต้องหาทางแก้………………..
>ทำยังไง ทำยังไง ทำยังไง
>ทำยังไง……………………นึกไม่ออกอีกแล้ว เฮ้อ……-_-”
>
>ไอ่เบย์ “เฮ้ย! กรูว่านะ ตายเป็นตาย
>แต่มรึงต้องไปเคลียร์กับน้องเค้าแล้วล่ะว่ะ ไม่งั้น
>จะยิ่งซวย”
>
>ผม “โอ้…พูดดีนิ แล้วมรึงจะให้กรูพูดกับน้องเค้าว่าไงวะ?”
>ไอ่เบย์ “…………………….ไม่รู้ นั่นมันปัญหาของมรึงนะ
>มรึงน่าจะแก้ด้วยความคิด
>ของมรึงเอง คนที่รู้สถานการณ์มากที่สุดน่าจะเป็นมรึงนี่”
>ผม
>”…………………………………………………………..”
>
>เอาไงดีเนี่ยะ………เอาวะ!
>แบบนี้ต้องโกหกเสียหน่อยแล้ว……………………………..
>จะโกหกน้องเค้าว่าไงล่ะเนี่ยะ…………..-_-” ง่า
>รู้สึกตัวเลยว่าตัวเองกำลังทำตัวงี่เง่า
>วันนี้ พอเรียนเสร็จ ผมรีบเดินลงมาจากห้อง
>ด้วยความหวังว่าจะเจอเฟอร์สก่อนที่
>ไอ่บ้าหอบฟางจะเจอเฟอร์สก่อนแล้วฟังเรื่องจากเฟอร์ส
>แต่กระทันหัน…………..
>
>ไอ่แฟร์ “พี………..พี”
>
>ไอ่เวรเอ๊ยยยยยยยยย จะเรียกกรูทำ…………อะไรวะ!?! รีบ ๆ อยู่ด้วย
>
>ผม “อะไร?”
>
>ผมตอบเสียงขุ่น
>
>ไอ่แฟร์ “…………………….เราฟังเรื่องจากเฟอร์สแล้ว”
>
>!!!!!!!!!!!!!!!!!ประโยคนั้นนั่นเองทำให้ผมชะงัก………………..จ๊อช
>ความหวังกรู……
>ผมเดินช้า
>ๆ…………..ลงบันไดด้วยใจเหม่อลอย…..หลังจากที่ผมได้ยินประโยคนั้น
>ผมไม่รอฟังคำพูดถากถางต่อไป
>รีบเดินลงบันไดอย่างรวดเร็ว………………………
>เฮ้อ………..หมดกันแล้ว………..ไอ่เบย์ถามผมตลอดทางเดินลงบันได
>
>ไอ่เบย์ “เฮ้ย! เป็นไรวะ? เป็นไร? ดูเหม่อ ๆ ซึม ๆ พิกล”
>ผม
>”…………กรูคิดว่า………….เรื่องมันย่ำแย่ลงกว่าเดิมเยอะเลยว่ะ”
>ไอ่เบย์ “……………….ไอ่พี……………….”
>ผม “มีคนบางคนที่ไม่ควรรู้เรื่องเมื่อเช้านี้มากที่สุด……..ตอนนี้คน
>ๆ นั้นรู้แล้ว…….”
>ไอ่เบย์ “…………………………….ใจเย็น ๆ
>กรูว่าวันนี้เรารีบกลับคอนโดกันดีกว่ามั้ย?”
>ผม “เออ…กรูก็ว่างั้นแหละ เฮ้อ……………………”
>
>เดินมาถึงข้างล่าง ผมไม่มีกระจิตกระใจจะทำอะไร คิดอย่างเดียว
>เดี๋ยวกลับถึงคอนโด
>ผมอยากนอน……………………นอนนนนนนนนนนนนนยาว ๆ
>ให้มันถึงวันพรุ่งนี้เลย
>แล้วก็หวังในใจนิด ๆ
>ว่าทุกคนที่รู้และเห็นเหตุการณ์วันนี้เค้าจะลืมเรื่องซะ………………
>แต่ก็นั่นแหละ…มันคงเป็นไปไม่ได้
>พอนึกว่าผมต้องกลับมากลัดกลุ้มอีกในวันพรุ่งนี้
>มันก็ยิ่งเหนื่อยไปใหญ่เลย
>-_-”…………………………………………………………..
>
>เดินออกมาจากห้องบันได…………..เฟอร์ส…………..นั่งอยู่ที่โซฟาหน้าเค้าเตอร์….
>เออ…ประดังกันเข้ามา อยากมองเฟอร์สนะ แต่ยังไม่อยากเจอตอนนี้เลย -_-”
>เธอทักผม (ปกติผมจะดีใจมาก แต่วันนี้………………………….
>
>เฟอร์ส “เอ่อ…พี่พีคะ คือ…เฟอร์สขอคุยอะไรด้วยเดี๋ยวนึงได้ไหมคะ?”
>
>ไอ่เบย์เพื่อนตายของผม มันรู้ใจครับว่าวันนี้ผมไม่อยากรับอะไรอีกแล้ว
>
>ไอ่เบย์ “น้องครับ พี่ก็ไม่ทราบหรอกนะว่าน้องมีธุระอะไร
>แต่พี่กับเพื่อนพี่วันนี้
>เราเรียนกับมาเหนื่อยพอดูแล้ว พวกเราอยากพักผ่อน ขอตัวนะครับ”
>
>ดีมากเลย ไอ่เบย์เพื่อนรัก ขอบใจมากจริง ๆ
>แต่แล้ว……………………………
>พอผมมองกลับไปที่เฟอร์ส…เธอเริ่มทำสีหน้าเศร้าหรือผิดหวัง………………..
>
>ผม “เบย์ ขอบใจมรึงมาก…………ไม่เป็นไร ขอเวลากรูเดี๋ยวเดียวนะ”
>
>!!! ง่า……………..พูดแบบนี้ออกไปได้ไงล่ะเนี่ยะ
>แค่เห็นหน้าผิดหวังของน้องเค้า
>ผมก็ทนไม่ไหวแล้ว >_<
>
>ไอ่เบย์นั่งรออยู่ตรงโซฟาเค้าเตอร์
>ส่วนผมถูกเฟอร์สลากมาคุยที่ห้องหลังบันได
>(ห้อง TV ตอนนี้เด็ก ม.ช. กับ ม.ธ. เข้าไปแออัดอยู่ในนั้นเต็มหมด ดู
>CHANAL [V] กันอยู่)
>
>เฟอร์ส “เอ่อ…………………………………”
>
>ผมดูออกเลยว่าเธอไม่รู้จะเริ่มต้นว่าไง
>แต่ตอนนี้ทีผมยังกล้าคุยกับน้องเค้า ทั้ง ๆ ที่
>ตระหนักว่าน้องเค้ารู้ว่าผมปลื้มเค้าอยู่ไม่น้อย…แต่…ตอนนี้ผมไม่สามารถจะคิดแผนการ
>อะไรได้อีกแล้ว ทำได้ก็คือรอรับความย่ำแย่ที่กำลังมาถึง….. “เอาสิ
>มาเลย กำลังจะบอกว่า
>อย่ามาตื้อใช่ไหมล่ะเฟอร์ส พูดมาเลยสิ ประโยคนี้ ผมรออยู่แล้ว”
>คิดในใจนะ
>
>เฟอร์ส “เมื่อเช้าเฟอร์สต้องขอโทษอีกครั้งนะคะ
>ที่ไปได้ยินที่พี่คุยกับเพื่อนพี่”
>ผม “…………..(มองเฟอร์สเพลิน ๆ น่ารักจริง >_< )……………”
>เฟอร์ส
>”เฟอร์สอยากจะถามอะไรเกี่ยวกับเรื่องที่เฟอร์สได้ยินเมื่อเช้านี้ซักนิดหน่อยน่ะค่ะ”
>ผม “ครับ
>ถามมาเลย……………(ผมไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของตัวเองอีกแล้ว
>ที่ตอบไปเหมือน
>กับว่า “ขอไปที” อะไรประมาณนั้น)………………
>เฟอร์ส “งั้น……..คือว่า…………ตอนนี้พี่ชอบผู้หญิงอยู่ 3
>คนเหรอคะ?”
>ผม “เอ๋?”
>เฟอร์ส “ก็เท่าที่ได้ยินเมื่อเช้า มีพี่ที่ชื่อขิงที่อยู่กับพี่บ่อย ๆ
>แล้วก็พี่ครีม คนนี้เฟอร์ส
>ไม่รู้จัก………แล้วก็…………………………………”
>
>ตอนนี้นี่เอง………….หัวใจผมมันเหมือนละเลยหน้าที่ของมันไปแว่บหนึ่ง
>ผมใจหายวาบ
>ซึ่งในความคิดคือ………..
>”เฟอร์สกำลังจะพูดชื่อของเฟอร์สเองแล้ว……..”
>แต่แล้ว…………………………
>
>เฟอร์ส
>”แล้วก็………………..อีกคน………..เอ่อ………….ถ้าได้ยินไม่ผิดคือคนที่พี่เรียกเค้าว่า
>นางฟ้า เหรอคะ?”
>
>!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!อ้าว…เฮ้ย…เอ๋…ทำไมอ่ะ?………ทำไมเค้าไม่เรียกชื่อเค้าเองง่ะ
>แล้วก็…
>เหมือนกับว่า เฟอร์สไม่รู้ตัวเลยเสียด้วยว่านางฟ้าคนนั้น
>”ก็คือเธอนั่นแหละ…..”
>
>เฟอร์ส “เฟอร์สแค่อยากทราบน่ะค่ะ”
>ผม “เอ่อ………………..คือ…………..”
>
>เอาอีกแล้วครับ หัวสมองของผมกลับมาตื่นตัวอีกครั้ง มันเริ่มคิดแผน
>คิดหน้าข้อแก้ตัวว่า
>ทำยังไงถึงจะผม้ภาพพจณ์ให้ดูดีขึ้นมาอีกครั้ง ความหวังเริ่มมาแล้ว…
>
>ผม “พี่บอกตรง ๆ นะครับ พี่ก็เหมือนผู้ชายคนอื่นทั่ว ๆ
>ไปที่เวลาเจอใครที่น่ารัก ๆ ก็อยาก
>ที่จะรู้จัก…….แต่ก็นั่นแหละนะ…….เค้าน่ารัก…เค้าดูดี…เค้าผ่านมา…แล้วเค้าก็ผ่านไป
>พี่คงไม่คิดอะไรได้มากกว่านั้นล่ะมั้งครับ”
>
>โอ…………ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกว่า ต่อหน้าเฟอร์สแล้ว
>ครั้งนี้ผมพูดได้ดีมาก ๆ เลย
>มันไม่ได้สื่อความหมายดีหรือร้ายเกินไป ไม่ได้ตื้น ลึก หนา บาง
>มากกว่าที่ควรเป็น แถมมันยัง
>ฟังดูเป็นผู้ใหญ่ซะด้วย
>
>เฟอร์ส “เหรอคะ
>ก็…คือว่า…เมื่อเช้าก็เห็นพวกพี่คุยกันเรื่องนี้…แล้วก็ซีเรียสกันน่ะค่ะ”
>ผม “เอ๋? ทำไมเฟอร์สถึงสนใจเรื่องนี้ล่ะครับ?”
>เฟอร์ส “เอ่อ………..คือ………….”
>
>เหมือนเค้าปิดบังอะไรไว้ซักอย่างนึง
>ซึ่งความลับนี้ไม่ได้รับอนุญาติจากรัฐสภาให้เปิดเผยได้…
>แต่ดูเหมือนเค้ากำลังลำบากใจมากกว่านะ
>
>เฟอร์ส “เอ่อ……………………………….”
>
>ผมรู้เลยครับว่าเค้าไม่ต้องการบอก
>แล้วไอ่ความอยากรู้ของผมมันก็คงทำให้เธอลำบากใจ
>ดังนั้น ผมรีบพูดช่วยเธอ
>
>ผม “เอ่อ…ถ้าลำบากก็ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องบอกก็ได้ ขอโทษที่ถามนะ”
>เฟอร์ส “…………………………………………”
>ผม “อ๊ะ! ไอ่บ้าหอบ…………..ไอ่แฟร์ (เกือบไป
>ๆ)…มันเดินลงมาโน่นแล้วแน่ะ ไปหามันเถอะ…”
>เฟอร์ส
>”………………………………………………………ค่ะ
>งั้นเฟอร์สไปนะคะ”
>
>แล้วเฟอร์สก็เดินไป…………เฮ้อ…ดีจัง
>ได้ปรับความเข้าใจกับเฟอร์สจนได้แล้วเรา ^_^
>แต่ภาพที่เห็นเฟอร์สเดินไปหาไอ่แฟร์ก็บาดใจยิ่งนัก T_T
>แต่แค่นี้ก็ดีแล้วนี่เนอะ…
>
>วันนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดนะ เมื่อสถานการณ์มันดีขึ้นแบบนี้
>ใจผมก็ชื้นขึ้นบางแล้วล่ะ
>ผมเดินกลับมาหาไอ่เบย์
>
>ผม “ไอ่เบย์…..กรูดีขึ้นแล้วว่ะ เราไปหาอะไรทานกับพวกสาว ๆ กันเหอะ”
>ไอ่เบย์ ” ^_^ หึ หึ ไม่ต้องบอกกรูก็ได้
>มรึงเดินหน้าบานกลับมากรูก็รู้แล้ว”
>ผม ^_^
>
>ว่าแล้วเราก็ไปทานกลางวันกันร้านเดิมที่เคยไปทานตอนที่ไอ่แฟร์มาด้วย
>แต่…วันนี้ไม่มีมัน
>อาหารจึงอร่อยเป็นพิเศษ แต่…พอผ่านเหตุการณ์วิกฤตนี้มาได้
>ทำให้ผมนึกถึงคำพูดของ
>ไอ่เบย์มันมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ไม่ย่ำแย่ก็ดีแล้ว
>แต่ต่อไปนี้ก็คงต้องระวังใจตัวเองให้มาก
>
>ขิง “วันนี้ตอนเรียนดูเธอซึม ๆ จังเลยนะพี ไม่สบายเหรอ?”
>ผม “อ๋อ…ไม่เป็นไรแล้วแหละ ห่วงเราด้วยเหรอ แหะ ๆ”
>ขิง “ถามเป็นมารยาทหรอกจ๊ะ”
>ผม “แหะ ๆ แค่นั้นก็ดีใจแล้ว”
>
>ไอ่เบย์กระซิบถามผมว่าวันนี้ OK แล้วใช่มั้ย มันจะขอให้ไปคอนโดตาลกัน
>ซึ่งผมก็ไม่เป็นอะไรแล้ว
>ยิ่งได้คุยกับขิง ความน่ารักของเธอก็ทำซะผมลืมเศร้าแล้ว งั้นไปก็ไป
>
>พอมาถึงที่คอนโด วันนี้อยู่ครบ 10 สาวเลย ไม่มีไอ่พวกครึ่งควบลูกด้วย
>ดีจัง ๆ ๆ
>
>ตาล “เชิญตามสะบายนะหนุ่ม ๆ”
>
>ผม 2 คน เลือกนั่งที่โซฟาหมู่ใต้แอร์ มีโต๊ะไม้กลมวางตรงกลาง
>มีหนังสืออ่านเล่นของผู้หญิงอยู่ข้างล่าง
>ชั้นวาง (พวก ดิฉัน แพรว อะไรทำนองเนี่ยะ) แล้วจากนั้นพวกสาว ๆ
>ก็มานั่งตามรอบ ๆ
>เราใช้เวลาส่วนมากไปกับการคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้
>ความอัจฉริยะทางคารมของไอ่เบย์ยังทำงานได้ดี
>เหมือนเคย เราทั้งกลุ่มก็สนุกสนานกันเต็มสตรีม แต่แล้วก็มี 1 สาว
>ถามคำถามหยุดโลก…………..
>
>ฝน “นี่ ถามจริง ๆ นะ เธอ 2 คน เคยชอบผู้หญิงคนไหนบ้างรึเปล่า?”
>
>……………………………………………………………………………………………………………
>
>คำถามนี้ทำเอาทั้งกลุ่มเงียบกริบหมดเลย……..เอาแล้วสิ จ๊อช…..
>
>ไอ่เบย์ “เราน่ะเคยมีแฟนมาบ้างนะ 2 คน แต่…รู้สึกเข้ากันไม่ได้เลย
>ก็เลยเลิกไป”
>ตาล “อ้าว…เบย์เคยมีแฟนด้วยเหรอเนี่ยะ?”
>ทั้งกลุ่ม
>”ฮั่นแน่……………………………………………”
>ตาล “ง่าาาาาาาาาาา อีกแย้ว >_< “
>ไอ่เบย์ “ฮะ ฮะ ฮะ”
>
>ไอ่เบย์…..สมเป็นมันจริง ๆ
>บอกความจริงแบบนี้ออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย…..ไม่กลัวตาลโกรธด้วย
>แล้วยังกลายเป็นสนุกสนานอีกแน่ะ
>
>แจง “แน่………….แล้วตอนนี้ชอบใครอยู่จ๊ะ เบย์ ^_^ อิ อิ”
>ไอ่เบย์ “มีนะ…แต่…บอกม่ายด้าาาาาาาาย”
>ขิง “อะแฮ่ม…………ไม่ต้องบอกก็ได้ม้าาาาาาาาาาาง คิก คิก”
>ทั้งกลุ่ม “555555555+”
>ไอ่เบย์ “ง่า…………..โดนตอกบ้างแล้วเรา……. ฮะ ฮะ ฮะ”
>
>ทั้งกลุ่มสนุกสนานเบิกบานกันเต็มสตรีม มันเป็นเรื่องที่ดีจริง ๆ
>แบบนี้ก็ดีนะ เค้าอาจจะลืมถามผมก็ได้
>แต่แล้ว…………………………………มันไม่โชคดีแบบนั้นหรอกกกกกกกกกกกกก
>
>ขิง “แล้วพีล่ะจ๊ะ…………………………..”
>
>O_o” เฮ้ย!!!!!!!!!!!!!!! ขิงถามอ่ะ…………………ง่า ทำไงดี
>ทำไงดี ทำไงดี ทำไงดี…………………….
>…………………นึก…………ไม่……………ออก………….อีกแล้ว
>-_-”
>แต่…ก็เป็นอีกครั้งที่ไอ่เบย์มันช่วยชีวิตผม
>
>ไอ่เบย์ “55555+ เป็นความจริงที่ไอ่นี่ไม่ค่อยอยากยอมรับนะ
>แต่มันไม่เคยมีแฟนนะ ไม่เคยจีบใคร
>และไม่เคยมีใครจีบ ไม่เคยชอบใครและไม่เคยมีใครชอบ………….”
>แจง “หา………………..จริงอ่ะ…………ถามจริง”
>ไอ่เบย์ “จริง ๆ จ๊ะ เราเพื่อนมันมาตั้งนานแล้วแหละ ไม่เห็นมีเลยจริง
>ๆ”
>ตาล “หวาาาาาาาาาาาาา หายากอะไรอย่างนี้ 20 แล้วแต่ยังไม่เคยมีแฟนเลย”
>ผม “เอ่อ………………..เรามันไม่มีเสน่ห์มั้ง”
>แจง “ไม่หรอกน่าาาาาาาาาาาา ถ้าเธอไม่มีเสน่ห์นะ พวกเราไม่สนหรอก
>จริงมั้ย?”
>สาว ๆ ม.ช. ทั้งกลุ่ม
>”โห่……………………………………..เกินไปย่ะ…ใช่ ๆ
>คิก ๆ ๆ”
>
>เฮ้อ…………..บทสนทนา ในที่สุดก็ลดความตึงเครียดลงจนได้นะ…..ดี
>ๆ แบบนี้เราคงอยู่ที่นี่อีกสักพัก
>เราคุยเรื่องสัพเพเหระกันกินเวลาไปพอสมควร แต่ก็ยังไม่เบื่อ
>
>ผมลองนึกเล่น ๆ นะ กลับไปเมื่อกี้อีกที ถ้าไอ่เบย์มันไม่พูดช่วย
>ผมจะตอบเค้าว่าไงดีล่ะเนี่ยะ…
>ทั้งที่มันมีความจริงอยู่ตรงที่ว่าผมเห็นคน 3 คนน่ารักในเวลาเดียวกัน
>ที่สำคัญคือ 1 ในนั้น
>มีแฟนแล้วซะด้วย แต่ก็ยังมองอยู่ ถ้าพวกนี้รู้เข้า ตายสิ!
>ผมคงเป็นอีกหนึ่งหมาหัวเน่ากับไอ่บ้าหอบฟางแน่
>
>เวลาสี่โมง ผมกับไอ่เบย์ก็แยกจากพวก ม.ช. กลับคอนโด
>วันนี้รู้สึกว่าเราอยู่กันนานเป็นพิเศษเลย
>ดังนั้นวันนี้จึงชวดเล่น Rag ไปตามระเบียบ แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไรมาก
>ดีสิ ได้อยู่กับสาว ๆ นาน ๆ แบบนี้
>พวกเรากลับมาถึงคอนโด ก็คุยกันเกี่ยวกับเรื่องที่คุยกันเมื่อสักครู่
>แล้วผมก็ขอบใจไอ่เบย์มันยกใหญ่
>ที่มันช่วยหาทางออกให้ตอนวิกฤต จากนั้นก็นอนอืดกันทั้งคู่
>เพราะไม่รู้ว่าจะทำอะไร (รู้งี้เล่น Rag ฆ่าเวลาก็ดี)
>
>งึมงำ งึมงำ หกโมงละ…..หาอะไรทานดีฝ่า วันนี้นอนอืด เพิ่งตื่น
>ไม่มีอารมณ์จะทำอะไรทานเองทั้งนั้น
>ว่าแล้วก็ไปโฉบหาอะไรทานข้างนอกดีฝ่าาาาาาาาาาา ปะ ไอ่เบย์เพื่อนเกลอ
>ไปกัน ด้วยใจสุดมันส์ดุดเดช
>
>ผมกับไอ่เบย์ไปแถว………………. (ตามกติกาสงวนชื่อสถานที่)
>ซึ่งผู้คนพลุกผล่านพอสมควร
>ก่อนหาอะไรทาน ไอ่เบย์ชวนผมไปเดินดูของที่ขายบนทางเท้าเล็กน้อย
>มันบอกอยากได้รองเท้าคัทชูว์คู่ใหม่
>ว่าแล้วก็เดินกันนิด ๆ หน่อย ๆ ไอ่เบย์ได้รองเท้าตามประสงค์
>ระหว่างจะเดินกลับไปหาอะไรทาน…..
>ตรงข้ามถนน ผมเห็นมันอีกแล้วครับ…………ไอ่บ้าหอบฟาง
>มันนั่งทานข้าวอยู่ในร้านอาหารตู้กระจก
>ประดับนอกหน้าต่างด้วยต้นไม่พุ่มเตี้ย ๆ และแน่นอน
>มันมากับเฟอรส………………กรออออออออด!!!
>
>ผมไม่รอช้า หาร้านแถว ๆ นั่นนั่งกับไอ่เบย์
>(ตกลงไปได้ร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทาง………คนละระดับกับพวกนั้นเลย -_-”
>)
>ช่วยไม่ได้นี่เนอะ อยากรู้เรื่องเขาก็ต้องอดทนนิด ร้านอะไรก็นั่ง ๆ ทาน
>ๆ ไปเฮ๊อะ! จุดประสงค์เราก็เพื่อ
>จะได้ดูเฟอร์สนี่นะ……………..ส่วนไอ่เบย์บ่นอะไรอุบอิบ
>ฟังเหมือนว่า “อะไรวะ…ร้านแบบนี้” หรือไม่ก็
>”ระดับกรู ระดับกรูนะเว่ย…” เฮ้อ…..เอาน่าเพื่อน
>
>แสงไฟยามราตรี + บรรยากาศร้าน
>หนอยยยยยย มันช่างโรแมนติกจริง ๆ อิจฉาว้อออออออออออย ไอ่บ้าหอบฟาง
>ฮึ่มมมมมมมมมมมมมมม……………………………………….
>
>บอกได้เลยว่าร้านนี้ก๋วยเตี๋ยวรสชาติ “ห่วย” สุดยิด ไม่ทราบเพราะมัน
>”ห่วย” จริง ๆ
>หรือเพราะภาพ 2 คนนั่น
>
>เฮ้อ…..ทั้ง ๆ ที่ตั้งใจว่าจะเลิกหวังอะไรแล้วแท้ ๆ
>แต่ทุกทีที่เห็นนางฟ้าคนเนี่ยะ ผมก็
>อดใจที่จะจินตนาการไม่ได้ว่าถ้าเราเป็นแฟนกันจริง ๆ แล้ว
>ผมจะมีความสุขมากมาย
>ขนาดไหน……………………ชีวิตนี้………………………..
>
>ลองมานึกดูอีกทีนะ ผมทำอะไรอยู่เนี่ยะ ทำไมผมไม่ไปหาร้านอร่อย ๆ
>ทานกับไอ่เบย์
>คุยถึงเรื่องโน้นเรื่องนี้ให้มันสนุก มีความสุขในจิตใจ
>นั่งฟังไอ่เบย์มันยิงมุขหรือ
>แซวคนนู้นคนนี้แบบตลก ๆ
>ให้มันแช่มชื่น…ผมกลับเลือกที่จะมานั่งตรงนี้………..
>ที่ ๆ มันมืด ๆ สลัว ๆ ชื้น ๆ ร้านก๋วยเตี๋ยวข้างถนน มีรถวิ่งผ่าน
>ฝุ่นปลิวว่อน
>อาหารก็โครตไม่อร่อย มันขายอยู่รอดมาได้ไง…
>ไอ่เบย์ก็ไม่พอใจ………………….
>ถามจริง ๆ
>เหอะ…………..ขอถามตัวเองสักนิดนะ……………”ทำแบบนี้ได้อะไร?”
>…………….นู่น…………….มองดูให้ดี ๆ ดิ
>”เค้ามีแฟนแล้ว!!!” เห็นมั้ย เห็นมั้ย เห็นมั้ย!?!
>
>การที่ผมยังหวังกับเฟอร์สอยู่ เพราะผมยังไม่เชื่อว่า
>”สองคนนั้นเป็นแฟนกัน”
>………..มีที่ไหน…นางฟ้าที่แสนสวยแสนน่ารักแสนเพอร์เฟคขนาดนั้นจะมาเป็นแฟนกับ
>ไอ่บ้าหอบฟางที่เป็นหมาหัวเน่าประจำห้อง
>ไอ่บ้านนอกที่ไม่รู้เหนือรู้ใต้ เป็นตัวเกะกะ
>ที่น่ารังเกียจ…………..หรือเพราะเธอสงสารมัน…………..ถ้าผมเป็นแบบนั้นแล้วมันจะ
>ทำให้นางฟ้าหันมาสงสารเห็นใจผมก็ยอม…………เฮ้อ…..ทำไมกันล่ะ
>ผมผิดอะไรตรงไหน
>มันถึงทำให้ผมพลาดสิ่งที่น่าจะดีที่สุดในชีวิตที่จะเกิดขึ้นแล้ว
>แต่ผมมันบกพร่องหรือ
>เลวร้ายอะไรยังไง
>ผิดพลาดตรงไหนที่ทำให้ไม่สามารถเข้าไปใกล้เธอได้มากกว่านี้อีกแล้ว
>
>…………………………………………………………………………………………………
>…………………………………………………………………………………………………
>……………………………………….เหนื่อย………………………………………………..
>…………………………………………………………………………………………………
>………………………………………….ท้อ………………………………………………….
>…………………………………………………………………………………………………
>……………………………………พอสักทีได้ไหม……………………………………….. …
>…………………………………………………………………………………………………
>…………………………………………………………………………………………………
>
>เลิกให้กำลังใจตัวเองได้แล้ว เลิกมองโลกในแง่ดีได้แล้ว
>ตัดใจอย่างจริงจังเสียทีได้แล้ว
>ไม่มีประโยชน์ มันดูโง่และงี่เง่ามาก
>แล้วแบบนี้ต่อไปมันก็ไม่มีอะไรดีขึ้น
>
>ทำไมต้องคิดมากขนาดนี้ล่ะ ก็เพราะ………
>”ผมกำลังพยายามตัดใจที่จะยอมปล่อยสิ่งที่
>ดีที่สุดที่จะเข้ามาในชีวิตผมให้หลุดลอยไป” จะให้ผมแย่งเหรอ
>ทำแบบนั้นมันก็เหมือนกับ
>เป็นการหลอกนางฟ้า โยนไปทางโน้นทีทางนี้ที
>…….เค้าก็มีทางของเค้า…….เค้าไม่ใช่สิ่งของ…….เค้าก็ขาวสะอาดของเค้า……..
>กล้าดียังไงถึงจะไปทำให้เค้าสกปรก………….ถ้าเค้าคิดว่าเค้ารักของเค้า…………
>งั้นก็พอได้แล้ว…………พอได้แล้วล่ะ
>พอเสียทีเถอะ……………………………….
>
>ผมพูดกับตัวเองในใจระหว่างทาน มันทำให้ผมเงียบ แล้วก็เริ่มอ่อนใจ
>เริ่มล้า เริ่มรู้สึก
>อยากปล่อยวาง………..ความจริงแล้วไม่มีเลยแม้สักวินาทีที่เค้าจะเคยเป็นของผม
>คิดแล้วยิ่งเศร้าใจ ยิ่งรู้สึกหดหู่………แต่ก็เท่านั้น
>เตือนตัวเองอีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง
>อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง
>อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง…..
>และ…..อีกสักครั้ง…..เตือนว่า…..พอที
>
>ผมนั่งเงียบ………………………ไอ่เบย์เองก็รู้ว่าตอนนี้ไม่ควรจะพูดอะไรทั้งสิ้น
>ปล่อยเวลาให้ผมได้คิด………….ทำใจ………….ปล่อยวาง…………และชินชากับความผิดหวัง
>ยอมรับเลยว่าครั้งนี้เป็นความผิดหวังที่น่าเสียดาย น่าเสียใจ
>ยิ่งใหญ่มากที่สุดตั้งแต่เกิดมา
>เพิ่งรู้ล่ะมั้ง…..นี่แหละโลก นี่แหละชีวิต นี่แหละมนุษย์
>มันช่างเป็นเรื่องที่ธรรมดา………….
>โตขึ้นบ้างหรือยัง…..ในที่สุดก็ได้ออกมาจากกะลาสินะ………………………………………..
>
>สองคนนั้นยังนั่งอยู่ด้วยกัน ผมมองอย่างไม่ละสายตา
>อิริยาบททุกอย่างมันประจักษ์แก่สายตา
>………………………เวลาล่วงเลยมาพอสมควร………………………
>
>ราตรียังดำเนินต่อไป…………ในที่สุด มือผมก็หยุดสั่น
>รู้สึกว่าอยากหลับตา………………
>อยากหลับตาสักพัก…………..จนกว่าจะรู้สึกว่า…………..ถ้าลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง
>จะไม่ต้องร้องไห้………….น้ำตาผู้ชาย………….ต้องไม่ไหล…………..
>
>ลืมตาอีกครั้ง…..ผมดีใจมากที่ไม่มีน้ำตาไหลออกมา
>ผมสูดอากาศเข้าปอดอย่างเต็มที่
>แล้วพ่นลมแห่งความอึดอัดใจ
>มันโล่ง………โล่งจนใจหาย……..เหมือนมีโพรงอากาศขนาดใหญ่
>อยู่ในอก………………แล้ว……………….ผมก็หลุดออกจากความคิดได้
>
>ถ้าใครต่อใครบอกว่า “ตัดใจจากผู้หญิงคนเดียว ทำไมมันยากนัก
>ทำไมมันเวอร์ซะขนาดนี้”
>………….งั้นผมก็บอกได้แค่ว่า “ถ้าสักวัน
>วันนั้นถึงคราวคุณ……….วันนั้นล่ะครับ คุณถึงจะรู้”
>
>ผมกับไอ่เบย์กลับคอนโดโดยไม่พูดอะไรกันเลยสักคำ…………แต่ผมก็คิดว่าแบบนี้ก็ดีแล้ว
>กลับไปถึง อาบน้ำ
>นอน………………………….ไม่ได้พูดกันเลยสักคำจริง ๆ
>ไม่ได้โกรธ แต่ผมพูดอะไรไม่ออก และไอ่เบย์ก็คงเข้าใจ
>
>วันรุ่งขึ้น
>ผมหวังไว้อย่างยิ่งว่าความสดใสจะกลับมาเยือนผมอีกครั้ง…………
>
>รุ่งขึ้น ผมกับไอ่เบย์พูดคุยอะไรกันเป็นปกติ
>เหมือนเมื่อวานไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น
>ผมไปที่เรียนพิเศษสายตามเคย เหลืออีก 5 นาที อาจารย์จะเข้าสอนแล้ว…
>ระหว่างเดินเข้าไปในที่เรียนพิเศษ
>เจอกับเฟอร์สที่ทางเดินก่อนถึงห้องบันได
>ผมเดินสวนกันเธอโดยไม่ชายตามองเลยแม้แต่น้อย แบบนี้ออกจะเย็นชา
>แต่ผมตั้งใจไว้ว่า
>จะลบนางฟ้าคนนี้ออกจากชีวิต เราจะเป็นเหมือนคนไม่รู้จักกัน
>คนที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป
>
>ผมขึ้นห้องเรียนไปพบกับเพื่อน ๆ มันทำให้ผมสดชื่นขึ้นได้มากเลย
>เพราะความน่ารักของพวกเขา
>การเรียน 3 ชั่วโมงผ่านไป ผมคุยกับทุกคนอย่างเป็นปกติ
>เรื่องเมื่อวานจึงไม่ได้เล็ดลอด
>
>วันนี้ก็เช่นเดิม เรานัดกันจะไปทานข้าวกันกับพวกเด็ก ม.ช. และวันนี้
>ม.ธ. ขอไปด้วย ดีจัง คนเยอะ ๆ ๆ
>สนุกสนานกันใหญ่ นั่งทานกันไป คุยกันไป เพลินใจจริง ๆ
>
>วันนี้ผมลองมองขิงดูอีกที………..แล้วก็ยิ้มมุมปาก
>เฮ้อ………..ขิงเองก็น่ายังน่ารักอยู่จริง ๆ นั่นแหละ
>นั่นสินะ ไม่ใช่นางฟ้า…….แล้วไง
>ถ้าผมจะคบกับคนอื่นที่ไม่ใช่เธอคนนั้น มันก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตผม
>จะต้องหยุดอยู่ตรงนั้นซะเมื่อไหร่ มันก็เดินของมันต่อไปเรื่อย ๆ
>ถ้ามัวจมอยู่แค่นั้น……………
>ก็ไม่ต้องมองข้างหน้าต่อไปแล้ว ให้มันจมอยู่ตรงนั้นนั่นแหละ
>แต่……………..แค่เลือกที่จะเดินต่อ
>ไปเจอใคร มองใคร มีใคร สักคนที่จะมาเติมเต็ม
>ไม่เห็นต้องดีเลิศเพอร์เฟ็คในสายตาใครเลย………
>แค่ในสายตาเรา
>เค้าคนนั้นจะเพอร์เฟ็คที่สุดก็พอแล้วนี่………….นั่นสิ………….จริงด้วย
>
>คิดได้แบบนี้ ขิงก็น่ารักขึ้นอีกมากมายเลยทีเดียว
>เฮ้อ………..เอาล่ะ รู้สึกดีขึ้นเยอะแล้ว ดีจัง
>ในระหว่างคุย ๆ ๆ กันอยู่นั่นเอง (ไอ่เบย์เล่าให้สาว ๆ
>ฟังเกี่ยวกับวีรกรรมที่ผมกับมันโดดรั้วโรงเรียน
>ตอนเรียน ม.5 อย่างถึงพริกถึงขิง)
>และแล้ววววววววววววววววว………………………….
>ครีม!!!!! เธอพูดกับผมครับ…..
>
>ครีม
>”เอ่อ……………………………ขอโทษค่ะ………..ช่วยหยิบกระดาษทิชชู่หน่อยได้ไหมคะ?”
>
>อา…………เสียงเรียบ ๆ น่ารัก ๆ
>มาอีกแล้ว………..ครีม…………..โอ………จ๊อชชชชชชชชชชชช
>คราวนี้ครีมคุยกับผมก่อนครับ
>อย่างที่ทราบกันว่าปกติกว่าเค้าจะเปิดปากพูดแต่ละคำ…..มันช่างแสนยากเข็ญ
>ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีนะครับ อีกหน่อย
>เธอคงจะคุยกับผมได้เหมือนกับคนอื่น ๆ แน่
>(ถ้าคิดกันจริง ๆ
>แล้ว…………เค้าแค่ขอให้หยิบกระดาษทิชชู่ให้นี่นา ไปซะไกลเลยเรา
>^_^” )
>
>ผมหยิบกระดาษทิชชู่ทั้งกล่องให้เธอ…..หุ หุ หุ
>แทนที่จะหยิบแค่แผ่นสองแผ่นให้เค้านะ ^_^”
>แต่เค้าก็รับไปทั้งกล่องครับ คาดว่าทางบ้านต้องขาดแคลนทุนทรัพย์เป็นแน่
>ทำให้ไม่มีงบประมาณ
>ในการซ่อมหลังคาบ้าน
>จึงต้องกักตุลกระดาษทิชชู่ไว้ซับน้ำในหน้าฝน……………..ผมล้อเล่น
>^_^
>
>ตอนที่ครีมหยิบไปเค้าก็มองผมแบบ “มันจะหยิบมาแผ่นสองแผ่นไม่ได้เหรอ”
>อารมณ์นั้น
>แต่ผมมาเข้าใจหลังจากนั้น
>ครีมเค้าหยิบกระดาษทิชชู่แผ่นเดียวออกจากกล่องแล้วเช็ดปาก
>อ๋อ…..งั้นที่เค้ารับทั้งกล่องเพราะผมยื่นให้เค้าทั้งกล่องนี่เอง
>มันจะได้เป็นการไม่เสียมารยาท
>โห………………คุณหนูครีมจริง ๆ ด้วย
>
>หลังจากทานข้าวแล้วก็ไปต่อที่โบว์ลิ่ง…………………(เค้าไปกันหมด…..หลีกเลี่ยงไม่ได้แง้ว
> >_< )
>รอบนี้ผม (จำใจ) ต้องไปด้วย โชว์หน้าแหกเลยครับ โยนครั้งแรก
>ยังไม่ทันโยนออกไปเลย…..
>ลูกมันหนักเนอะ หลุดมือผมไปหล่นเอาข้างหลัง ตุ้บ!!! O_o” เหอ ๆ ๆ
>ขิงเนี่ยะ ตัวดี หัวเราะซะ
>น้ำตาไหล…………น่าอาย + น่าตลกขนาดไหนนึกดู
>แม้แต่ครีมยังฝืนหน้านิ่งไม่ไหว……………..
>55555555555+ (หัวเราะให้กับความหน้าแตกของตัวเอง
>แต่มันก็ทำให้ทั้งเด็ก ม.ช. และ ม.ธ.
>หัวเราะสนุกสนานกันได้นะ งั้นก็ถือว่าคุ้มแหละนะ)
>
>แต่ที่สำคัญ……………..ไอ่เบย์………………มันเผาผมใหญ่เลย
>”55555555555555 เพื่อน… กรูไม่เคย
>บอกมรึงหรอกเหรอ ว่าโบว์ลิ่งเค้าโยนไปข้างหน้า 55555555555555″
>หรือไม่ก็ “กรูรู้นะ มรึงเล็งหัวกรูอยู่
>ใช่มั้ยไอ่พี 555555555555555555555555+”
>
>-_-” ……………… จำไว้นะ ไอ่เบย์
>
>หุ หุ พวกเราเริ่มนึกอะไรสนุก ๆ ได้ครับ
>
>ไอ่เบย์ “นี่ ๆ เอางี้มั้ย พวกเรามาแบ่งทีมเล่นกันเถอะนะ สนุก ๆ ไง”
>ผม “อืม…แล้วถ้าแข่งกันเฉย ๆ มันก็น่าเบื่อสินะ เอางี้มั้ย ทีมไหนแพ้
>วันพรุ่งนี้ต้องเป็นบั๊ดดี้ เลี้ยงข้าวเลี้ยงน้ำ
>เลี้ยงทุกอย่างเลย ดีมั้ย?”
>ขิง “อ๊ะ! งั้นทีมไหนมีนายพีอยู่ก็เหนื่อยแย่สิ ^_^ คิก ๆ ๆ”
>ผม “ง่าาาาาาาาาาาา ขิงอ่ะ >_< )
>
>ขิงน่ารักจังเล้ยยยยยยยยย ว่าแล้วเราก็แบ่งกันเป็น 2 ทีม
>
>ทีม ม.ธ. นำทีมโดย ไอ่เบย์ เซียนโบว์ลิ่งมือทอง และ แฟง
>ผู้ได้รับฉายาว่า “สไตร์เกอร์” เพราะทุกรอบที่เธอได้จับ
>ลูกโบว์ลิ่ง เธอจะกินสไตร์ทุกครั้ง น่ากลัวมาก
>
>*สไตร์ (ศัพย์ทางโบว์ลิ่ง) หมายถึง พินล้มหมด
>
>ทีม ม.ช. นำทีมโดยผม ฉายา “อัมหิต”
>(ตอนที่ลูกหลุดมือลอยไปข้างหลังอ่ะครับ ตอนนั้นถ้ามีใครเดินผ่าน
>ด้านหลังผม…….คน ๆ นั้นตายไปแล้วล่ะครับ เต็มหัวเลยแหละ ^_^” )
>และมีเจ้าหญิงขิง ผู้มีแขนเรียวงาม
>และบอบบางที่ไม่เคยสัมผัสโดนโบว์ลิ่งมาก่อนเลยในชีวิต ฉายา
>”องค์หญิงรักสะอาด” (เธอล้างท่อเป็นประจำอ่ะครับ)
>
>*ล้างท่อ (ศัพย์ทางโบว์ลิ่ง) หมายถึง
>การโยนโบว์ลิ่งแล้วมันไปลงร่องที่อยู่ข้าง ๆ ทำให้พินไม่ล้มเลยสักอัน
>
>และแล้ว การแข่งขันก็เริ่มต้นขึ้นและดำเนินไปอย่างทุลักทุเล
>ถึงแม้ผมและขิงจะอ่อนด้อยขนาดไหน
>แต่ฝีมือโยนโบว์ลิ่งของคนอื่น ๆ ในทีมก็ใช่ย่อยทั้งนั้น โดยเฉพาะตาล
>(เธอไม่ยอมแพ้แน่ เพราะถ้าแพ้
>หมายความว่าพรุ่งนี้เธอต้องเลี้ยงข้าวเลี้ยงขนมไอ่เบย์กระเพาะควายทั้งวันแน่…..
>และอีกคนที่พอจะ
>สูสีกับอีกฝ่ายก็คือ เมย์
>ซึ่งแทบไม่น่าเชื่อเลยว่าลูกที่เธอโยนแล้วค่อย ๆ ไหลไป ไหลไป
>ไหลไปอย่างเชื่องช้า
>จะสามารถสไตร์คได้บ่อยถึงขนาดนี้ หุ หุ ^_^”
>
>ทู่ซี้กันมาเสียนาน ข้อกำหนดคือ ต้องเล่นชนะให้ได้ 5 ใน
>9……………………………………………
>ม.ธ. ชนะ 4
>ม.ช. ชนะ 3
>เป็นรองอยู่ 1 เกม เอาล่ะ……กดดันกันหนักขึ้น เมื่อพวก ม.ธ.
>เริ่มเย้ยหยัน (แน่นอน มีไอ่เบย์ เป็นแกนนำ)
>เวลาผมโยนแล้วสามารถล้มพินได้แม้แต่อันเดียว
>มันจะวิ่งมากอดคอดีใจไปด้วยกับผม เหมือนกับแบบว่า…
>”ในที่สุด………มรึงก็ทำแต้มได้แล้วเพื่อน T_T “
>
>ในที่สุดก็ตีตื้นขึ้นมาได้ 4:4 ด้วยฝีมือการเก็บพินของตาล (หุ หุ)
>ผมยังล้มพินได้ 4-5 อันเรื่อย ๆ
>ส่วนขิงยังคงไม่มั่นใจในความสะอาดของรางด้านข้าง เธอจึง “ล้างท่อ”
>ต่อไปอย่างมุ่งมั่น ^_^” หุ หุ
>ตอนนี้นี่เอง ผมต้องเล่นแผนสกปรก
>ผมขอให้ตาลคอยมองไอ่เบย์อย่างตาเขียววววววววววววว
>ทำให้ไอ่เบย์มันยอมล้างท่อ……. 5555555555555555555+
>สะใจมันว้อออออออออออออย
>
>ผม “อ้าว……(ทำเสียงใส ๆ) เบย์เพื่อนรัก แหม
>เราไม่นึกเลยนะว่านายจะรักความสะอาดขนาดนี้อ่ะ ล้างท่อใหญ่เชียว”
>
>55555555555555555555555555+ สะจาาาาาาาย ได้ตอกย้ำมันจนได้
>
>และแล้ววววววว…..ตัวชี้ชะตาก็ขึ้นอยู่กับบุคลากร 2
>คน………แฟงและเมย์…………
>
>แฟงโยนก่อน สงสัยว่าจะทนแรงกดดันไม่ไหว ทำให้เธอล้มพินได้เพียง 3 อัน
>โฮ๊ะ ๆ ๆ แบบนี้ก็เท่ากับ
>รู้ผลแล้ว เพราะลูกช้า ๆ ของเมย์ แม้จะมีแรงกระทบน้อย
>แต่เรื่องทิศทางและการสปินของลูกถือว่าเนี๊ยบมาก
>ชนะแน่เฟร้ยยยยยยยยยยยยยยยยยย หุ หุ หุ หุ
>ผมเล็งคนที่จะมาเป็นบั๊ดดี้ผมไว้แล้วล่ะครับ ฮะ ฮะ ฮะ
>ครีมนั่นเอง 555555555555555555+ อยากเห็นนัก เงียบ ๆ แบบนี้
>ถ้าถึงเวลาต้องซื้อขนมเลี้ยงผม
>เวลาที่ต้องคอยเทคแคร์ผม เค้าจะทำหน้าตายังไง
>5555555555555555555555555555555555+
>
>แต่……………เมื่อตื่นจากห้วงจินตนาการ……………..เมย์โยนลูกช้า
>ๆ ของเธอออกจากมือไปได้เพียง 3 เมตร
>ลูกโบว์ลิ่งหนัก ๆ
>ก็ร่วงผลอยลงรางด้านข้างไป……………ทุกคนนิ่งเงียบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ
>
>แล้วไอ่เบย์ก็ทำลายความเงียบงันนั้นลงด้วยการเดินมาตบไหล่ผมอย่างเห็นอกเห็นใจ
>(นึกว่าไม่รู้เรอะว่ามรึงแกล้งทำ
>ก็มรึงยังกลั้นหัวเราะไม่อยู่เลย) แล้วมันก็พูดพร้อม ๆ
>ทั้งเสียงหัวเราะที่มันยังพยายามกลั้นไว้ (ทุกคนยังเงียบอยู่)
>
>ไอ่เบย์ “ก็………..คึก คึก คึก (เสียงมันกลั้นหัวเราะ)
>อย่างที่เห็นแหละเพื่อน………..กรูรักมรึงนะ แต่…
>ลูกมันลงรางไปแล้วว่ะ……..คึก คึก คึก “
>
>หลังจากนั้น ทั้งกลุ่ม ม.ช. และ ม.ธ.
>ก็ระเบิดเสียงหัวเราะลั่นเป็นเวลานาน
>ลานอื่น ๆ หันมามอง ทั้งที่ไม่รู้ว่าหัวเราะอะไรกันเค้าก็ยังยิ้มเลย
>
>ผลก็ต้องเป็นไปตามนั้น
>
>วันรุ่งขึ้น
>
>ผมไปที่เรียนพิเศษ ไม่รู้ว่าวันนี้ใครกันน๊อ จะมาขอให้เราเป็นบัดดี้ให้
>และอีกอย่างนะ ถ้ารวมคนกันจริง ๆ
>ตอนนั้นก็มีคนอยู่ 10:11 นี่นา งั้นก็เหลือเศษ 1 สิเนี่ยะ แล้วไอ่เศษ 1
>ที่ว่ามันจะเป็นผมรึเปล่าเนี่ยะ หุ หุ
>
>กว่าจะมาถึงที่เรียนพิเศษ สาว ๆ ก็จับคู่กันเกือบหมดแล้ว ไอ่เบย์น่ะ
>ตาลจองไปแล้ว……………………..
>ที่ยังเหลือตอนนี้คือ เด็ก ม.ธ. 2 คน คือ ครีม เมฆ (จริง ๆ
>แล้วได้ยินว่า 2 คนที่อยากจับคู่บัดดี้กันเอง แต่
>มันผิดกติกานะจ๊ะ ^_^ ) รวมทั้งผมที่อยู่ทีมเค้าด้วย เด็ก ม.ช. เหลือ 2
>คน ขิง ป่าน (คนนี้เพิ่งมีบท) เมย์
>
>การเล่นบั๊ดดี้ครั้งนี้ก็ยิ่งทำให้พวก ม.ช. และ ม.ธ. สนิทกันยิ่งขึ้น
>เพราะต้องจับคู่กับต่างสถาบัน
>ตอนนี้คนที่เหลือกำลังระส่ำระสายเพราะคนที่เหลือต่างเป็นคนแปลกหน้า
>(เรียกว่าไม่ค่อยสนิทดีกว่ามั้ง)
>และแล้ว……..เมฆก็จับคู่กับป่าน…………ตอนนี้เหลือแค่ ผม ขิง
>กับ ครีม ซึ่งผมกับขิงหมดสิทธิ์บั๊ดดี้กัน
>เพราะทีมเดียวกัน
>ดังนั้นก็อยู่ที่ครีมแล้วล่ะว่าเค้าจะเลือกบั๊ดดี้กับใคร
>แต่ผมคาดว่าเธอต้องอยากจับคู่กับ
>ขิงแน่ ๆ เพราะเป็นผู้หญิงเหมือนกัน
>แล้วขิงก็น่ารักด้วยนี่เนอะ……………แต่ไอ่เบย์เพื่อนรัก
>มันช่วยผมอีกแล้ว
>
>ไอ่เบย์ “นี่ ครีม เราว่านะ ถ้าเธอจะจับคู่กับขิงล่ะก็ คนอื่น ๆ
>เค้าก็ไม่ได้เกิดกันเลยแหละ”
>
>คิดดูสิ ขิงน่ารักขนานนั้น ครีมก็น่ารักขนาดนี้ เวลาไปไหนมาไหนด้วยกัน
>แบบนี้สาว ๆ คนอื่น ๆ ก็โดนรัสมีบดบังหมด
>หุ หุ หุ หุ หุ………………….สุดท้ายแล้ว
>
>ครีม “งั้น…..ครีมเลือกบั๊ดดี้กับพี่ก็ได้ค่ะ…..”
>
>ว๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาก น่ารัก น่ารัก น่ารัก เจรง ๆ >_<
>หุ หุ วันนี้ช่างเป็นวันที่สดใสสำหรับผมจริง ๆ ครับ ได้อยู่ใกล้ ๆ
>ครีมตลอดเลย ว้าาาาาาาาาาาาาว
>ครีมน่ารักมากเลยแหละ อย่างที่ทราบว่าผมต้องเป็นบัดดี้เธอวันนี้ทั้งวัน
>ดังนั้น เวลาไปไหนมาไหน
>จึงต้องไปด้วยกัน เวลานั่งเรียนก็นั่งข้าง ๆ กัน
>ได้อยู่ใกล้ครีมตลอดเลยแบบนี้ โอย…ความสุขจริง ๆ
>
>ถึงใกล้ชิดกันขนาดนั้นครีมก็ยังไม่ยอมปริปากพูดกับผมเลย มีส่ายหน้า
>พยักหน้า เฮ้อ…..คนอะไร
>ขนาดไม่พูดก็ยังน่ารัก >_<
>
>3 ชม. แห่งการเรียนก็จบลง ต่อไปนี้แหละ
>บั๊ดดี้แต่ละคนต้องทำหน้าที่ของตัวเองทันที (ไอ่เบย์ไม่กล้า
>ขออะไรจากตาลมากนัก แต่ตาลก็ซื้อนมถั่วเหลือโยให้มัน ตาลบอกว่า
>”ดื่มแล้วสุขภาพดี” ฮะ ๆ ๆ ไอ่เบย์
>จริง ๆ แล้วมันอยากดื่มน้ำอัดลมมากกว่า แบบนี้แล้ว สำหรับไอ่เบย์
>การมีตาลเป็นบั๊ดดี้คงไม่เข้าท่าเท่าไหร่)
>หญิงกับฝนไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดเลย
>คู่นี้ติดกันแจ…ยังกับเป็นแฟนกันแน่ะ 55555555+ ล้อเล่น ๆ
>ส่วนผมที่พยายามถามครีมว่า “ทานอะไรมั้ย?” ครีมก็ส่ายหน้าอย่างเดียว
>เอาใจลำบากจริง ๆ
>
>แต่แล้ว เมฆก็บอกลูกไม้เป็น (ไม่ตาย) มาว่า ครีมน่ะชอบอะไรหวาน ๆ
>ตามชื่อนั่นแหละ
>OK ได้แนวทางการดำเนินชีวิตแล้ว จากนั้นผมชวนครีมไปทานข้าว (อ่ะ เห็นมะ
>นาน ๆ ครั้งจะกล้าสักที)
>จากนั้นทุกคู่ก็แยกย้ายกันไปดูแลบั๊ดดี้ของตัวเอง ยกตัวอย่างนะ
>ไนน์กับฟ้าไปดูหนังกัน
>แจงกับเฮ็นไปช็อพปิ้ง อะไรประมาณนี้
>ส่วนขิงที่ไม่ต้องเป็นบั๊ดดี้ให้ใคร ถูกตาลขอร้องให้ไปเป็นเพื่อน
>ดังนั้น ผมจึงได้ไปกับครีมสองคน ว้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาว >_<
>
>หลังจากทานข้าว เนื่องจากผมได้เคล็ดจากเมฆแล้ว
>จากนั้นก็ชวนเธอไปทานไอศครีมกัน เป็นของหวานตบท้าย
>อาหารกลางวัน……………ได้ผล……………ครีมพยักหน้าตกลง
>
>มาถึงร้านไอศครีม (ร้านเดียวกับครั้งที่แล้วเลย) ผมเลี้ยงไอศครีมเธอ
>และระหว่างทานไอศครีมอยู่นั่นเอง…..
>ในที่สุด โอกาศที่ผมจะคุยกับครีมก็เริ่มขึ้นจนได้ T_T
>โอย…..อึดอัดจริง ๆ กว่าจะได้คุย
>
>ครีม “เอ่อ…..รบกวนคุณรึเปล่าคะ?”
>ผม “?…………ครับ…………เอ๋?……………อะไรเหรอ?”
>ครีม “ก็…ครีมไม่น่าขอให้คุณเป็นบั๊ดดี้เลยน่ะค่ะ ลำบากคุณจริง ๆ
>ครีมเกรงใจด้วย”
>ผม “เอ๋?………เอ่อ………..”
>ครีม “เอาแบบนี้ดีไหมคะ ครีมไม่รบกวนคุณแล้วล่ะ
>วันนี้เราก็แยกกันกลับเลยเถอะค่ะ”
>ผม “ไม่เป็นไรครับ!!!!! ผมเต็มใจ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
>
>ผมพูดดัง และรัวเสียจนครีมตกใจ ความจริงแล้วผมทำเสียงแบบตื่น ๆ
>ด้วยแหละ
>ครีมมองผมตาแป๋วเลย คือ อุตส่าห์มีโอกาศได้อยู่กัน 2 คนแล้วแท้ ๆ
>เรื่องอะไรจะปล่อยให้มันหยุดอยู่แค่นี้ล่ะ
>อย่าเพิ่งไปเลยนะ อยู่ด้วยกันอีกหน่อย
>
>ผม “ทำไมล่ะครับ!?! ผมทำให้ครีมเบื่อเหรอ!?! งั้นจะให้ผมทำอะไรล่ะ!?!
>บอกมาเลยสิครับ อยากไปไหน
>อยากทานอะไร อยากทำอะไร นะ นะ
>แต่อย่าเพิ่งกลับกันตอนนี้เลย…ขืนแยกกันตอนนี้ผมคงอายคู่อื่นแย่
>ที่ผมเป็นบั๊ดดี้ที่ไม่เอาไหนขนาดที่คู่บั๊ดดี้ตัวเองขอกลับก่อนคู่ใคร
>ๆ แบบนี้”
>
>ผมพูดรัวและเร็วมากกก ครีมยังคงมองผมอยู่แบบอึ้ง ๆ ผมทำหน้าตาซีเรียส
>เหงื่อมันเริ่มซึมออกมา
>เต็มไปหมด แล้วผมก็เงียบฟังคำตอบจากครีม
>แล้วครีมก็……ก้มหน้าลง แล้วเอามือปิดปากหัวเราะคิกคักเล็กน้อย
>หน้าขาว ๆ ของเธอตอนนี้แดงเล็กน้อย
>
>ครีม “คิก ๆ ๆ ฮะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เปล่าหรอกค่ะ ครีมอยู่กับคุณน่ะ
>ครีมสนุกนะ ก็คุณคอยชวนคุยเรื่องนู้น
>เรื่องนี้ไปเรื่อย ๆ แล้วคุณก็ตลกดีด้วย
>ดังนั้นครีมก็เลยไม่อยากผูกมัดน่ะค่ะ คุณน่าจะได้สนุกกับทุกคน
>ครีมซะอีก ที่คิดว่าคุณจะเบื่อที่ครีมไม่พูดอะไร”
>ผม “ไม่ครับ ไม่เป็นไร ไม่พูดไม่เป็นไรนะ อยู่ด้วยกันก็พอ นะ นะ นะ
>ผมไม่ได้เบื่อครีมเลยสักนิด (ก็ครีมน่ารักซะ
>ขนาดนี้นี่นา) เฮ้อ…ได้ฟังแบบนี้ก็ค่อยเบาใจขึ้นนะ
>ที่ครีมไม่ได้เกลียดผม เพราะปกติครีมไม่ค่อยพูดอะไร
>กับใครเลย”
>ครีม “คิก ๆ เมื่อกี้จู่ ๆ คุณก็พูดซะดัง ครีมตกใจหมด ^_^ “
>ผม “ฮะ ฮะ ขอโทษทีครับ ผมมันก็แบบนี้แหละ”
>ครีม “ปกติที่บ้านครีมเขาไม่ค่อยจะให้คุยกับคนแปลกหน้าน่ะค่ะ”
>ผม “ครีมเนี่ยะเรียบร้อยจังนะ”
>ครีม “คือ…ครีมถูกสอนมาแบบนี้น่ะค่ะ”
>
>แล้วครีมก็หน้าแดงหน่อย ๆ แสดงว่าที่บ้านครีมต้องเป็นครอบครัวที่ดีแน่
>ๆ เลย
>หลังจากนั้นผมกับครีมก็สามารถคุยกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ
>เฮ้อ…..ดีจัง
>ครีมน่าร๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาก >_<
>
>ผม “เฮ้อ…ในที่สุดก็ได้คุยกับครีมแบบธรรมชาติซะทีนะ
>ผมนึกว่าครีมจะไม่ชอบผมซะอีก
>รู้สึกเหมือนครีมพยายามหลบหน้าผมกับไอ่เบย์อยู่นิดหน่อยน่ะครับ”
>ครีม “ขอโทษด้วยที่ทำแบบนั้นนะคะ
>ครีมจะทำแบบนั้นเฉพาะเวลาไม่รู้สึกปลอดภัยน่ะค่ะ”
>ผม “ห๊ะ!?! งั้นผมกับไอ่เบย์ก็ไม่ปลอดภัยเหรอ?”
>ครีม “ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ”
>
>ครีมยิ้มแล้วสดใสจริง ๆ เฮ้อ…ในที่สุดก็เคลียร์ไปได้อีกคนนึงนะเนี่ยะ
>หลังจากนั้นผมก็ชวนครีมไปเดินหาซื้อของอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ
>ต่ออีกนิดหน่อย
>เดินดูนู่นดูนี่ไปเรื่อย ผมมักจะเล่นมุขอะไรให้เธอหัวเราะตลอด
>เพราะครีมเวลาหัวเราะแล้ว
>น่ารักมาก ผมอยากเห็นหน้าแบบนั้นนาน ๆ นะ ^_^
>
>เวลาก็ผ่านไปเรื่อย ๆ (ตอนเดินซื้อของ
>ผมกับครีมเดินสวนกับคู่ของแจงกับเฮ็น กำลังดูลูกสุนัขอยุ่ด้วย)
>ผมคาดว่าการเล่นบั๊ดดี้คราวนี้คงทำให้ผมได้ใกล้ครีมมากขึ้นกว่าเดิมแล้ว
>เธอดูเป็นธรรมชาติขึ้น ไม่เคอะเขิน
>ไม่ก้มหน้าก้มตาเหมือนครั้งแรกที่มาทานไอศครีมกัน
>ซึ่งเมื่อดูแบบนี้แล้ว ทำให้ผมรู้สึกว่าเธอสดใสมาก
>ระหว่างที่เดินซื้อของกันนั้น สายตาหลาย ๆ
>คู่จ้องผมอย่างอิจฉาริษยาจนผมรู้สึกได้ (มันหนาวสันหลังวาบ ฮะ ฮะ)
>ผมกับครีมใช้เวลาเดินไปคุยไปเรื่อยเปื่อยอย่างลืมเวลาไปเลย
>จนผมดูนาฬิกาอีกที
>
>ผม “อ๊ะ! สี่โมงครึ่งแล้ว ผมว่าเราควรจะกลับกันได้แล้วมั้ง เนอะ
>เดี๋ยวผมไปส่งนะ”
>ครีม “ค่ะ”
>
>แล้วผมก็ไปส่งเธอที่หอพักของเธอ ซึ่งเมื่อไปถึง
>ปรากฎว่าทุกคนในหอกลับมาหมดแล้ว
>แต่ละคนแซวกันซะ……………………..
>
>ครีม “ขอบคุณนะคะที่มาส่ง วันนี้ครีมสนุกมากเลยล่ะค่ะ ผิดคาดเลย แหะ ๆ”
>
>ง่า ครีมน่าร้าาาาาาาาาาาาาาาก
>
>ผม “อ๊ะ! ครับ ขอบคุณครับ ถ้าสนุกว่าง ๆ ก็มาเป็นบั๊ดดี้ผมมั่งสิ ฮะ
>ฮะ”
>ครีม “ฮะ ฮะ ฮะ”
>เมฆ “จ้า ๆ ๆ ๆ สวีทกันจังจ้าาาาาาาาาาาาาาาาา กลับมาช้ากว่าคู่อื่น ๆ
>ก็ยังสวีทกันไม่พอจ้าาาาาาาาาาาา
>คุณหนูครีมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม”
>ครีม “…………………….(มองไปทางเมฆ
>แล้วทำตาเขียวใส่)…………………….”
>ผม “งั้นผมขอตัวกลับก่อนล่ะนะครับ เจอกันพรุ่งนี้นะ”
>ครีม “เจอกันพรุ่งนี้ค่ะ”
>
>แล้วผมก็แยกกลับ
>แต่ยังไม่ถึงคอนโด…..เสียงโทรศัพย์ดังขึ้น…..ไอ่เบย์
>
>ไอ่เบย์ “เฮ้ย! อยู่ไหนวะ มารับกรูกับตาลหน่อย เอาตาลไปส่งคอนโดที
>เร็ว”
>ผม “ง่ะ เอ่อ เออ ก็ได้………………”
>
>กว่าจะกลับไปคอนโดผมกัน เฮ้อ….. รถมันก็มี แต่ไม่เอามา
>ขอติดมากับรถผม…..พีเซ็ง…..
>กลับไปถึงคอนโดประมาณหกโมงกว่า ๆ
>พวกเราคุยกันแต่เรื่องที่ไปมาวันนี้สนุกสนาน
>(ไอ่เบย์ซื้อสร้อยน่ารัก ๆ ให้ตาลไปเส้นนึง จริง ๆ แล้วตาลเป็นบั๊ดดี้
>น่าจะเป็นคนซื้อให้มันนะ
>แบบนี้มันผิดกฎนี่
>จะแกล้งมันให้พรุ่งนี้ตาลเป็นบั๊ดดี้ให้มันอีกวันดีมั้ยนะ 555+
>นึกไปนึกมา
>ไม่เอาละ………….บาป”
>ส่วนผมก็เล่าถึงความคืบหน้าที่ผมได้คุยอย่างเป็นธรรมชาติกับครีม
>ให้มันฟัง มันทำตาโตใหญ่ “เฮ้ย! จริงอ่ะ
>ครีมเค้ายอมคุยกับมรึงแล้วเหรอวะ!?! กรูนึกว่าคู่มรึงจะ
>เป็นคู่ที่กลับเร็วที่สุดซะอีก” ฟังมันดูถูกผมสิ -”-
>
>วันรุ่งขึ้น เด็ก ม.ช. และ ม.ธ. สนิทสนมกันขึ้นอย่างมากมาย
>วันนี้ก็คุยกันสนุกสนานเกี่ยวกับเรื่องที่
>ไปบรรเทิงมาเมื่อวานสนุกสนาน ฮะ ฮะ ผมเองก็ถูกแซวใหญ่
>เพราะครีมกลับไปถึงคอนโดแล้วเล่าว่า
>ไปไหนกันมาบ้าง (ผมโดนหลอกอยู่อย่างนะ)
>
>แฟง “นั่นแน่…………………นายพี ร้ายนี่เรา
>ครีมเล่าให้ฟังว่าเมื่อวานพาไปทานไอศครีมบรรยากาศหวาน ๆ
>ซึ้ง ๆ กันอยู่ 2 คนเชียวนะ”
>ครีม “อืม…แล้วก็พาไปดูแต่ของหวาน ๆ น่ารัก ๆ ทั้งนั้นเลย”
>ผม
>”อ้าว!………….เอ๋?…………อ๋า…………(แล้วผมก็หันไปทางเมฆแล้วส่งสายตาเป็นเชิงว่า
>”ก็ไหนบอก
>เค้าชอบอะไรหวาน ๆ ไง” สรุปแล้ว หลอกผมครับ ให้ผมพาเธอไปเที่ยวแต่ที่ ๆ
>คู่รักเค้าไปกัน เหมือนกับว่า
>ผมจีบเธอเลย ฮึ่ม…..แผนสูงจริง ๆ เข้าใจแกล้งกันนะเมฆ)
>
>แต่รู้สึกว่าเรื่องยุ่งยากมันเริ่มขึ้นอีกแล้วล่ะครับ….รู้สึกว่าผู้หญิงในห้องคนหนึ่ง
>เธอเป็นทอมหน้าตาดี ผมสั้น
>ตาคม ๆ ตัวผอมเพรียว ท่าทางนิ่ง ๆ เหมือนผู้ชาย (แต่ไม่ใช่ห้าวนะ)
>แต่ดูก็รู้แล้วล่ะครับว่าเป็นทอม
>รู้สึกจะเป็นสุดสวยจากกลุ่มราชภัฏนะ (แปลกไหมครับ
>ในกลุ่มราชภัฏมีคนที่สวยที่สุดเป็นทอม) รู้สึกว่าเธอจะ
>ชอบครีมเสียด้วย…..ในชั่วโมงเรียน
>เธอคอยจ้องครีมตลอดเลย……………………อ้าว
>แล้วที่ผมไปเที่ยวกับครีม
>เมื่อวานนี้ มิผ่านสายตาเค้าไปเรียบร้อยแล้วรึเนี่ยะ
>ปัญหาคือ…ผมกลัวว่าตอนนี้เด็กราชภัฏจะเข้าใจว่า…..
>ผมแย่งทอมคนนี้จีบครีมอยู่น่ะสิ…………………….. O_o”
>
>แอน นั่นคือชื่อของทอมคนนั้น (ชื่อซะหญิงเชียว -_-” ) ผมสั้น
>(สำหรับผู้หญิงนะ)
>เธอเป็นศูนย์กลางของกลุ่มราชภัฎ ถึงเธอจะเป็นทอมและนิ่ง ๆ
>แต่ผมก็ว่าเธอน่ารักนะ
>เพราะเธอไม่ได้ห้าว ๆ แสบ ๆ แต่ประเด็นมันอยู่ที่ว่า…เธอคนเนี่ยะ
>รู้สึกจะมาชอบคุณหนู
>ครีม ผู้แสนจะเรียบร้อย แสนหวานซะด้วยสิ
>และดูท่าทางครีมจะยังไม่ทราบด้วย…..
>
>มันเป็นการชั่งใจที่ลำบากว่าจะบอกครีมดีไหม แต่สุดท้าย
>ถ้าปล่อยแบบนี้ไป เรื่องมันอาจ
>ยุ่งยากเกินไปก็ได้ ผมก็ตัดสินใจบอกครีม
>
>ผม “เอ่อ… (กระซิบ) ครีม
>ผมรู้สึกว่า…..คนที่ชื่อแอนเค้าจะมองครีมอยู่นะ”
>ครีม “เอ๋?…คนที่เหมือนทอมน่ะเหรอ?”
>ผม “…..ไม่เหมือนหรอก ผมว่าใช่เลยแหละ”
>ครีม “แล้วเค้ามองทำไมล่ะ? ครีมเปล่าทำอะไรให้เค้านะคะ”
>ผม “ครับ เค้าไม่ได้มองครีมอย่างบาดหมางหรอก
>ผมรู้สึกเหมือนว่าเค้าจะชอบครีมนะ”
>ครีม “หา!?! ง่า…..ไม่เอานะ”
>
>ครีมอุทานเสียงดังจนอาจารย์หันมาแขวะผมกับครีม “แน่ะ…นายพีจ๊ะ
>ถ้าจะจีบกันก็รอหมดคาบก่อนน๊าาาาา…”
>(ครีมหน้าแดงหน่อย ๆ เพราะไม่เคยมีใครแซวเธออย่างนี้มาก่อน)
>แล้วไอ่สายตาของแอนก็สาดส่องมาที่ผมกับครีม
>อีกครั้ง ผมลองสะกิดครีมให้มองแอน แล้วแอนก็หันกลับไป
>ครีมกระซิบกับผมเบา ๆ ว่า “จริงด้วยอ่ะ…..”
>
>หลังเรียนเสร็จวันนั้น พวก ม.ช. และ ม.ธ. นัดว่าจะไปทานข้าวด้วยกัน
>(แน่นอน ขาดผมกับไอ่เบย์ไปไม่ได้หรอก)
>วันนี้นัดว่าจะไปทานก๋วยเตี๋ยวรสเด็ดกัน (เอาล่ะ
>จะได้เห็นเจ้าหญิงขิงและคุณหนูครีมทานก๋วยเตี๋ยวแย้วววววว ^_^ )
>ก่อนออกจากที่เรียนพิเศษ ตอนเดินลงบันได
>พวกเราเดินไปคุยไปอย่างเชื่องช้า แต่เด็กราชภัฎก็เดินแซงพวกผมไป
>(ใครก็ไม่รู้ ชนผมนิดหน่อยด้วย) แล้วเดินลงไปเลย พวกผมก็งงกัน
>”จะรีบไปไหนว๊า” เท่าที่สังเกตุ แอนเดินลงเป็น
>คนแรก และก้มหน้าก้มตา…..ดูเหมือนเธอพยายามเก๊กชอบกล
>(แต่เธอเป็นผู้หญิงนี่เนอะ เก๊กยังไงก็ไม่เท่ห์ แต่มันดู
>น่ารักมากกว่า)
>
>ทันใดนั้นเอง ฝน เพื่อน ม.ช. ของขิงที่ชอบฟังคลั่งไคล้ J-Rock
>ก็ทักขึ้นว่าวันนี้มี MV ของ L’Arc ออก
>ที่ Chanal [V] เพลง Honey……………ว๊าว เจ๋งเลย ผมเคยดู MV
>เพลงนี้แล้ว แต่ดูใน J-Zone ซึ่ง
>เค้าตัดออกไปพอสมควรเลย หวังว่า Chanal [V] จะไม่ตัด
>จึงรีบด่วนลงมาก่อนใครเลยเพื่อไปดู (มีฝนขนาบข้างมา)
>เมื่อวิ่งมาถึงห้อง TV
>มีคนนั่งอยู่ในห้องซะแล้ว……ผมลืมไปครับ…………..ผมลืมไปสนิทเลย
>ว่าเฟอร์สเองก็เป็น
>คอ J-Rock เหมือนกัน………เธอนั่งอยู่กับเพื่อนอีก 2
>คนของเธอ………………………………………………….
>
>เมื่อผมกับฝนเข้าไป ทั้ง 3 คนหันมามองผมกับฝน
>ตัวฝนน่ะไม่ได้สนใจอยู่แล้ว จึงเข้าไปหาที่นั่งทันที ส่วนตัวผม
>เกิดปฏิกิริยาตอบสนองโดยอัตโนมัติ (Auto Reflection)
>ผมเดินออกห้องอย่างไม่รู้ตัว แต่รู้สึกว่าหยุดไม่ได้
>ผมเดินมานั่งที่โซฟาหน้าเค้าเตอร์…..แล้วนึกดูดี ๆ ว่า
>”อ้าว…แล้วตูจะหนีเขาทำไมเนี่ยะ?” ถึงกระนั้นผมก็ไม่ได้
>กลับเข้าไปอีก นั่งรออยู่ตรงนั้นจนพวก ม.ช. และ ม.ธ. เดินลงมา
>บางคนก็เข้าห้อง TV ไปสนับสนุนกับฝน
>แต่ส่วนมากก็จะมานั่งรอที่โซฟา
>
>ขิง “อ้าว? พี เมื่อกี้เห็นรีบเดินลงมา นึกว่าจะรีบลงมาเข้าห้อง TV
>ซะอีกนะ”
>ผม “อ๋อ…เอ่อ…พอดีเพลงนี้เราดู MV แล้วน่ะ (ถึงจะไม่ได้ดูแบบเต็ม ๆ
>ไม่ตัดก็เถอะ) “
>ขิง “แล้วฝนล่ะ?”
>ผม “ดูอยู่ในห้องน่ะ”
>ขิง “งั้นพวกเรานั่งรอกันตรงนี้ก่อนละกันเนอะ (เพื่อนข้างหลังพยักหน้า)
>”
>
>สักพักเพลงก็จบ พวกฝนก็เดินออกมาแล้วพูดเกี่ยวกับเพลงอย่างนู้นอย่างนี้
>แล้วเฟอร์สก็เดินออกมาพร้อมกับ
>เพื่อนของเธอ แล้วเมื่อเธอเห็นผมนั่งอยู่ที่โซฟา ผมไม่รีรออีก
>รีบเดินออกจากที่เรียนพิเศษอย่างรวดเร็วไม่รอใคร
>ทำให้ทุกคนงงกันไปหมด “จะรีบลุกไปไหน?” แล้วทุกคนก็เดินตามออกมา
>
>มาถึงร้านก๋วยเตี๋ยวค่อนข้างใหญ่ คนมาทานเยอะ
>(แต่ก็นั่นแหละนะ…โต๊ะผมเยอะที่สุด รวมกันทั้ง ม.ช. ม.ธ. ก็ 20 คน
>โดยประมาณ) แล้วการรับประทาน +
>การสนทนาอย่างออกรสออกชาติก็ดำเนินไปอย่างสนุกสนาน เนื่องจากทุกคน
>สนิทกันแล้ว จึงสามารถพูดคุยกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ (ดู ๆ แล้ว สาว ๆ
>ม.ธ. จะติดขิงน่ะดู…..ก็เธอน่ารักนี่นะ)
>เท่าที่ผมสังเกตุดูแล้ว
>ทั้งเจ้าหญิงขิงและคุณหนูครีมทานก๋วยเตี๋ยวได้สุภาพมากกกกกกก
>คีบแทบจะทีละเส้น -_-”
>มือข้างหนึ่งปัดผมไปข้างหลังหู น่าร๊าาาาาาาาาาาาาาก (ต่างกับเฮ็น
>ซึ่งเป็นคนที่ทานก๋วยเตี๋ยวได้ดุเด็ดเผ็ดมันส์มาก
>ผมว่านะ ถึงคุณจะอิ่มแล้วก็เถอะ
>แต่ถ้ามาเห็นการทานอย่างบ้านไฟไหม้ของเฮ็น คุณต้องหิวขึ้นมาอีกแน่ ^_^”
>)
>
>ทานเสร็จก็แยกย้ายกันไปที่อื่น ๆ ต่อ
>(ส่วนมากจะขอไปกับคู่บั๊ดดี้เมื่อวาน)
>ซึ่งวันนี้ก็เป็นอีกวันที่ผมได้ไปกับครีม
>แต่คราวนี้มี ไอ่เบย์ ตาล ขิง ไปด้วยกัน….. (ก็ดีครับ คนเยอะ สนุกดี
>^_^ โดยเฉพาะ…..มีไอ่เบย์ ฮะ ฮะ)
>เราตกลงจะไปทานไอศครีมกัน (อีกแระ -_-” คราวนี้ไอ่เบย์กับตาลอยากทาน
>ก็เลยไม่กับกันมันเสียไม่ได้)
>
>แล้วเราทั้ง 5 ก็ไปช๊อพกันเล็กน้อย ก่อนไปทานไอศครีม
>(ผมได้มีโอกาศเลือกต่างหูให้ครีมด้วย เสียตรงที่ครีมไม่เจาะหู)
>แล้วก็ไปทานไอศครีมกัน
>ผมสังเกตุได้เลยว่าสายตารอบข้างเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา
>ก็ผมกับไอ่เบย์มากับสาวสวย
>น่ารักมากถึง 3 คนนี่เนอะ ฮะ ฮะ ฮะ อิจฉาเข้าไปเถอะ พวกแก
>ไอ่ตอนที่เราไม่มีสาวเดินด้วย ดันเอามาเดินอวดกันดีนัก
>(ง่า…..พาลไปเรื่อยสิ >_< ) แล้วก็มาจบกันที่ร้านไอศครีม
>
>ระหว่างการทานไอศครีมไปนั่นเอง………………..แอน…..รู้สึกยังกับว่าพวกผมถูกเธอสะกดรอยมายังงั้นแหละ….
>บังเอิญ (รึเปล่าก็ไม่ทราบได้นะ)
>แอนมาทานไอศครีมร้านเดียวกับผมเสียด้วย….. O_o”
>
>เพียงแค่ 5 นาที ที่นั่งอยู่ตรงนี้…..ก็นานมากมายแล้วสำหรับผม
>กับการที่รู้สึกว่ามีใครมองเราด้วยสายตาแบบ
>เจ้ากรรมนายเวร ไม่ไหว เจอแบบนี้พูดไม่ออกอ่ะ
>ไอ่เบย์มันนั่งหันหลังให้แอน เลยไม่รู้ แต่มันก็ส่งสายตาถามมา
>”เงียบ’ไรวะ?” ผมพยายามพยักเพยิดหน้าไปข้างหลังมัน
>มันก็หันไปแว่บดู…..เท่านั้นแหละ เซ่อรับประทานกันทั้งคู่
>มันงง ๆ อ่ะ
>คือ…แบบว่า…..ตามมาเหรอวะเนี่ยะ?……………….หรือบังเอิญกันแน่
>
>ขิงชวนครีมคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ไปเรื่อย ๆ อย่างสนุกสนาน
>ไอ่เบย์ก็สวีทกับตาล ฮึ่ม……………เหลือผมสิ…ลำบาก
>แอนมานั่งกับเพื่อนอีก 2 คน
>แต่สายตาของแอนเธอยังจ้องมองโต๊ะผมอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อน ๆ
>รอบตัวผมไม่ได้
>รู้สึกตัวเลย (ไอ่เบย์รู้แล้ว แต่ไม่ใส่ใจ) นั่งกันประมาณครึ่งชั่วโมง
>(อย่างเรื่อยเปื่อย) จนพวกเราคิดว่าจะลุกกันแล้ว
>แต่แล้ว!!!……………..แอนเดินมาที่โต๊ะผม…..ในนาทีนั้นผมกลัวเป็นอย่างยิ่งว่าจะโดนคนสวยต่อยเอาครั้งแรกในชีวิต
>ว่าแล้วเธอก็เดินมา เดินมา เดินมา เดินมา แล้ว……………..
>
>แอน “เอ่อ…โทษนะ พี นายไปกับเราเดี๋ยวนึงได้มั้ย?”
>
>เอาแล้วไง โดนนอกสถานที่แน่ตู T_T
>ผมขอตัวแล้วก็ลุกเดินไปกับทอมคนนั้น นึกในใจ “เอาวะ
>ถ้ามันเป็นแบบนั้นจริง ๆ ตูก็สู้แหละ” ใครจะยอมโดน
>ผู้หญิงต่อยอยู่ฝ่ายเดียว (แต่ต่อยผู้หญิงก็หน้าตัวเมียไปหน่อยอ่ะเนอะ)
>แล้วเราก็เดินไปนอกร้าน เดินออกไป
>คุยกันหลังเสา (ลับสายตาคนที่โต๊ะผม) แล้วเธอก็เริ่มเปิดบทสนทนา
>
>แอน “เอ่อ…เราถามจริง ๆ นะ นายเป็นอะไรกับครีมรึเปล่า?”
>
>เอาแล้วไง ถามตรงจริง ๆ
>
>ผม “เปล่า”
>แอน “จริง ๆ ใช่มั้ย?”
>ผม “อืม…ทำไม………..?”
>
>ผมพยายามจะรีบจบการสนทนาอันน่าอึดอัดนี้ให้เร็วที่สุด
>
>แอน “เอ่อ…..ถามอีกอย่างนะ…..เราเหมือนทอมมั้ย?”
>ผม “อ้าว…แล้วไม่ใช่หรอกเหรอ?”
>แอน “ว่าแล้วเชียว ใครหลาย ๆ คนเค้าก็มองเราเป็นทอมกันทั้งนั้น
>แม้แต่คนจากมหาลัยเดียวกัน”
>ผม “เอ๋? แล้วพวกนั้นไม่ใช่เพื่อน ๆ เธอหรอกเหรอ?”
>แอน “เปล่าหรอก…มาจากคนละคณะกันน่ะ แล้วพวกเค้าก็คิดว่าเราเป็นทอม
>แล้วเหมือนกับว่าเค้าจะจีบเรางั้นแหละ”
>ผม “เอ่อ…..แล้ว…..ยังไงล่ะ”
>แอน “เราคิดว่าจะแก้ไขความเข้าใจว่าจริง ๆ แล้วเราไม่ได้ชอบผู้หญิงน่ะ
>ก็เลยอยากให้พวกผู้ชายช่วย แต่…..
>ถ้าจะขอให้นายแฟร์ช่วย ดูเหมือนว่าเค้าจะอยู่กับเด็กผู้หญิงน่ารัก ๆ
>คนนึงแล้ว ถ้าจะขอให้นายเบย์ช่วย
>ก็ดูเหมือนว่าจะคบกับตาลจาก ม.ช. อยู่ด้วย
>ก็มีแต่นาย…..แต่เราก็ยังไม่มั่นใจว่านายเป็นแฟนกับขิงหรือครีม
>รึเปล่า ก็เลยลองสังเกตุอยู่ระยะหนึ่งน่ะ
>แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจถามจากนายเลยดีกว่า”
>
>ผมอึ้ง ๆ กับเรื่องนี้ ต้องใช้เวลาคิดอยู่หน่อย ๆ
>
>ผม “แล้วจะให้เราช่วยอะไรล่ะ?”
>แอน “ไม่ยากหรอก ก็แกล้งทำเป็นสนิทกันแค่นั้นก็พอแล้วล่ะ”
>
>ผมตอบตกลงโดยแทบไม่รู้ตัว ก็แหงสิ จะได้สนิทกับสุดสวยอีกสถาบัน
>โอ้วววววววววววว จ๊อชชชชชชชชชช
>จากนั้นก็เดินกลับเข้าไปข้างในกัน…
>
>ไอ่เบย์ “กรูนึกว่ามรึงจะโดนต่อยนะเนี่ยะ”
>ผม “เออ แรก ๆ กรูก็คิดงั้น
>แต่…ดูท่าทางพวกเราจะเข้าใจผิดอะไรกันยกใหญ่เลยว่ะ”
>
>ผมเล่าไปว่าจริง ๆ แล้วแอนไม่ใช่ทอม แค่เหมือน
>แล้วก็ต้องการแก้ไขภาพพจณ์ ซึ่งสาว ๆ อีก 3 คนก็ตกลง
>จะร่วมมือด้วย ซึ่งก็ถือว่าปัญหาก็ได้สะสางอีกเรื่องนึงนะ…..
>
>บทบาทผมเริ่มเด่นชัดในหมู่พวกราชภัฏทันทีครับ วันรุ่งขึ้น
>มาถึงที่เรียนพิเศษ แอน จากคนที่ไม่เคย
>จำหน้าหรือจำชื่อ แต่เช้าวันนี้ เธอคนนั้นมาทักผมตั้งแต่เข้าไปเลย
>
>แอน “หวัดดีจ้า”
>ผม “………….หวัดดี”
>แอน “มาทันด้วยนะวันนี้”
>ผม “อ้าว? หมายความว่าปกติเรามาสายมากเลยสินะ”
>แอน “เปล่านี่ แต่สถิติที่เธอกับนายเบย์ทำไว้ Late ครึ่ง ช.ม.
>ยังไม่มีใครทำลายได้นะ”
>ผม “ง่า…………………….”
>
>บทสนทนาเพียงเท่านี้แหละ พวกราชภัฎถึงกับอึ้ง
>เมื่อยอดทอมที่พวกเธอหลงไหลดันมาพูดกับผู้ชายแบบนี้
>งงไปเลยมั้ยล่ะ…..
>
>หนึ่งในเด็กราชภัฎชื่อนิ๊ก ดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในคนที่ชอบแอนอยู่ซะด้วย
>มองผมตาเขียวเชียว…..
>เออ…จริง ผมลืมนึกไป
>ถ้าผมทำแบบนี้ก็กลายเป็นศัตรูกับพวกเด็กราชภัฎเลยสิเนี่ยะ
>มาแย่งยอดทอมของเค้าไป…
>พวกคนที่ร่วมมือกับแผนนี้ดูท่าทางเอ็นจอยดี
>แผนจึงดำเนินต่อไปอย่างราบรื่น (ถ้าไม่นับที่ผมต้องทนกับสายตา
>ฉีกเลือดฉีกเนื้อของสาว ๆ ราชภัฎ) ช่วงนี้
>ผมจึงไปไหนมาไหนกับสาวสวยมาดทอมตลอด
>
>แต่ผมก็เพิ่งสังเกตุเห็นล่ะมั้งเนี่ยะ
>ดูเหมือนว่าครีมจะตีตัวออกห่างผมพิกล ๆ นะ
>เอ……………………..
>อึดอัดหน่อย ๆ แต่ก็ไม่เป็นไรมาก เพราะบางทีเธอก็ยังคุย ๆ
>กับผมอยู่นิดหน่อย ก็ยังดี
>อย่างน้อยก็รู้ว่าเธอไม่เกลียด…
>
>วันนี้ ผมจึงต้องไปทานข้าวกับแอน (เพื่อให้แนบเนียน)
>เพื่อนราชภัฎไม่มาด้วยสักคน ดูเหมือนจะไปได้ดี แบบนี้
>ไม่กี่วันก็คงเลิกได้แล้วมั้ง ตอนเดินลงบันไดก็ต้องเดินด้วยกัน
>ถ้าให้พูดตรง ๆ……………ผมสั่นมาก
>ถึงแอนจะดูเหมือนทอม แต่พอรู้ว่าจริง ๆ แล้วเธอเป็นผู้หญิง
>ประกอบด้วยหน้าตาสวย ๆ ดุ ๆ คม ๆ อีก……
>ใครล่ะไม่สั่น…..
>
>ผมเดินผ่านห้อง TV
>หวา!!!!!…………………….เกือบชนเค้าแน่ะ………….แล้วเค้าที่ว่าเนี่ยะ…
>”นางฟ้า”
>เฟอร์สเดินออกจากห้อง TV (คาดว่ากำลังจะไปหาข้าวทานกับเพื่อน ๆ
>ของเธออีก 2 คนล่ะมั้ง… )
>ที่สำคัญกว่านั้น แอน…..เธอเดินใกล้ผมมากเลย ยังกับเป็นแฟนกันจริง ๆ
>(ก็กำลังแสดงบทแฟนกันอยู่นี่เนอะ)
>แปลก ที่ผมขอให้แอนออกไปรอข้างนอกก่อน
>แล้วผมก็พูดกับเฟอร์สเรื่องเกี่ยวกับแผนการของผม
>………………แต่แล้ว สักพัก…ผมถึงมารู้ตัวอีกที…..
>”อ้าว…ตูทำอะไรอยู่เนี่ยะ” ………………………….
>
>ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ทั้ง ๆ
>ที่ผมพยายามอย่างยากเย็นที่จะไม่คุยกับเธอ ทำเป็นไม่รู้จักกัน
>แต่วันนี้ ทำไม…ทำไมจู่ ๆ
>ผมมาคุยกับเธออีกล่ะเนี่ยะ………..ยังคับตัวเองไม่ได้งั้นเหรอ…..?
>จะว่าไป ทำไมผมจะต้องมาแถลงไขด้วยเนี่ยะ
>ว่าผมกับแอนไม่ใช่แฟนกัน…..ผมเริ่มรู้สึกว่าเองงี่เง่ามากขึ้น…
>แต่แล้ว………..พอผมเล่าจบ……………เฟอร์ส
>
>เฟอร์ส “…………ฮิ ๆ ๆ ฮะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ”
>ผม “เอ๋? เอ่อ…….. (ผมเริ่มรู้สึกแย่กว่าเดิมอีก
>เหมือนเป็นตัวตลกเลย ทั้ง ๆ ที่เฟอร์สไม่ได้ถาม ไม่ได้สนใจ
>ด้วยซ้ำมั้ง ทำไมผมต้องมาเป็นเดือดเป็นร้อนขนาดนี้ด้วยนะ)
>………………หัวเราะอะไรเหรอ?”
>เฟอร์ส “อ๋อ…..เอ่อ…ขอโทษที่เสียมารยาทนะคะ แหะ ๆ
>แต่…..พี่ตลกจริง ๆ น่ะค่ะ ดูลุกลี้ลุกลนแล้วน่ารักดี”
>
>O_o”
>……………………………เอาปืนมายิงผมเลยก็ได้ครับตอนนี้
>หัวใจผมหยุดทำงานซัก 2-3 วินาที เห็นจะได้
>เธอเพิ่งจะบอกว่าผม “น่ารัก”
>โอย………………พระเจ้า…….อะไรก็ได้………อะไรก็ได้ครับ
>T_T ผมยอมแล้ว
>เฟอร์สน่ารักมากจริง ๆ เธอดูไม่มีท่าทีรังเกียจผมเลยแม้แต่น้อย
>นับเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายจริง ๆ ทั้งที่
>เป็นเวลาหลายวันพอดู ที่ผมไม่ได้คุยกับเธอเลย
>ซ้ำยังแสดงออกอย่างเห็นได้ชัดว่าต้องการ “หลบหน้า” แต่เธอก็ยัง
>พูดคุยกับผมเหมือนแต่ก่อน………….เอ…………..รึจริง ๆ แล้ว
>ผมไม่มีความหมายอะไรสำหรับเธอเลย จะคุยรึไม่คุยก็ได้
>งั้นมั้ง………………………………………………….
>
>แล้วผมก็นึกได้ว่าแอนรอผมอยู่ที่หน้าประตู………ผมก็รี่ออกจากที่นั่นทันที
>ก่อนจะยิ่งเสียฟอร์ม หรือ ดูงี่เง่าไปมากกว่านี้
>………………แต่………………โอย…..ความสุขฟ้ออออออออออออย
>เฟอร์สบอกว่าตูน่ารัก >_<
>จ๊อชชชชชชชชชชชชชชชชช!!!
>
>ไม่เข้าใจเหมือนกัน แค่เค้าพูดแค่นี้
>ทำไมผมกลับเก็บมาคิดซะมากมายแบบนี้ มาถึงหน้าประตู แอนกำลังถูกพวกเด็ก
>ราชภัฎมะรุมมะตุ้มอยู่…..เท่านั้นแหละ
>ผมก็รู้ตัวเลยว่าทำหน้าที่บกพร่อง
>ผมควรจะรีบพาแอนออกจากที่นั่น…แต่ผม…
>
>ผม “อ๊ะ! แอน รอนานมั้ย? ขอโทษที เราทำธุระอะไรนิดหน่อยน่ะ”
>
>พอผมโผล่หน้าไป พวกราชภัฎมองผมด้วยสายตาแบบนั้นอีกแล้ว
>แล้วพวกเธอก็เดินไป…
>
>แอน “ไม่เป็นไรหรอก”
>
>แต่ทำไมก็ไม่ทราบครับ ผมรู้สึกถึงความผิดหวังของแอน
>ปนมากับน้ำเสียงของเธอนิดหน่อย -_-” แย่จริง ๆ เรา
>
>ผมพาแอนไปทานข้าวที่ร้านอาหารตามสั่งที่หนึ่ง
>
>แอน “เอ่อ…เมื่อกี้ไปไหนมาเหรอ?”
>
>การที่แอนถามมานี่ผมยิ่งรู้สึกผิดเกี่ยวกับเรื่องนี้หนักกว่าเดิม………..
>
>ผม “ขอโทษนะ ขอโทษจริง ๆ บังเอิญเราคุยธุระกับเพื่อนนิดหน่อยน่ะ”
>แอน “เพื่อน?………………ใครเหรอ?”
>ผม “อ๋อ…เอ่อ…ไม่เชิงเพื่อนหรอก เค้าเด็กกว่าเรานิดหน่อยน่ะ”
>แอน “เค้าสวยน่ารักดีเนอะ…………..”
>ผม “?………………………เอ่อ……..ใช่ อ๊ะ!
>ยังไงเราก็ต้องขอโทษอีกทีนะ เราน่าจะทำหน้าที่ตามแผน แต่เรากลับ
>ปล่อยให้แอนยืนอยู่คนเดียว เออ…ใช่…แล้วพวกราชภัฎคุยอะไรกับแอนเหรอ
>เค้ามาเกาะแกะอีกเหรอ?”
>แอน
>”………………………………..เค้าถามว่าแอนกับพีเป็นอะไรกัน…………………………………..”
>ผม “………………..แล้ว………………แอนตอบว่าไงล่ะ?”
>แอน
>”………………………………..เปล่าหรอก…………………………….เรายังไม่ทันตอบ
>เธอก็มาซะก่อน”
>ผม “แหะ ๆ ๆ ขอโทษอีกทีนะ”
>แอน “บอกแล้วไง ไม่เป็นไรหรอก”
>
>นั่งทานไปได้ประมาณครึ่งชั่วโมงผมก็ไม่คิดว่าจะมีเด็กราชภัฎคนไหนคอยสะกดรอยตามอีก
>จึงไปส่งเธอที่บ้านญาติ
>(แอนพักอยู่กับญาติ ไม่ได้นอนคอนโด) บ้านญาติสวยมาก
>เป็นบ้านมีสนามและสวนหย่อมอยู่ขนาด 2 ข้างบ้าน
>แต่ผมไม่กล้าอยู่นานกว่านั้นอีก จึงรีบขอตัวกลับ
>
>ผมนึกถึงตอนนั้นอีก ตอนที่ผมเจอกับเฟอร์ส
>เฮ้อ……………..เธอช่าง…………………………………………..
>น่าร๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาก >_<
>เธอชมผมด้วย ไม่รู้นะ ว่าจะชมเล่น ๆ ชมเป็นมารยาท แต่คุณน่าจะนึกออกนะ
>ว่าการถูกชมโดยนางฟ้าน่ะ มันเป็นยังไง
>เฮ้อ…แต่แอนเองก็สวย เอ…..แบบนี้ชักไม่เข้าท่า
>จะกลายเป็นคนหลายใจ…
>
>วันรุ่งขึ้น ผมกับไอ่เบย์ไปเรียนพิเศษค่อนข้างเร็ว
>ผมเข้าไปเจอขิงกับตาลก่อนเลย นั่งอ่านนิตยสารอะไรซักอย่างอยู่ที่โซฟา
>หน้าเค้าเตอร์ ผมกับไอ่เบย์ไปนั่งด้วย ทักทายกันตามปกติ
>
>ผม “หวัดดีจ้า สาว ๆ”
>ขิง & ตาล “หวัดดีจ้าหนุ่ม ๆ”
>ขิง “แหม วันนี้ปาฏิหารอะไรถึงลากพวกเธอให้มาเช้าได้เนี่ยะ?”
>ผม “ฮะ ฮะ ฮะ อะไรกัน เรามาเช้า จำเป็นต้องอาศัยปาฏิหารด้วยเรอะ”
>ขิง “แหะ ๆ อ้อ! แล้ววันนี้ไม่ตามประกบแอนอีกเหรอ?”
>ผม “ตามประกบเหรอ?”
>ขิง “อ๊ะ! เราหมายถึงว่า วันนี้ไม่ทำหน้าที่ตามแผนเหรอ”
>ผม “……..เอ่อ……..ก็แอนเค้ายังไม่มานี่”
>ขิง “เหรอ”
>ผม
>”……………………………………………………………………….”
>
>อะไรคือความหมายของกิริยาขิงแบบนี้ ผมก็ไม่ทราบ แปลก ๆ
>แฮะ………………
>แต่อึดอัดนิดหน่อยนะ ที่ขิงถามแบบนี้น่ะ
>แล้วหลังจากนั้น ครีมและพวกเด็ก ม.ธ.
>ก็ทยอยกันเข้ามา…..ผมคิดไปเองรึเปล่าก็ไม่ทราบ
>ครีมหลบหน้าหลบตาผม…..
>เดินขึ้นไปห้องเรียนพิเศษโน่นเลย อะไรกันเนี่ยะ คนแถวนี้ -_-”
>
>แล้วแอนก็มา (มีเด็กราชภัฎเดินตามเธอเหมือนเคยครับ แต่พอเจอผม
>พวกเธอก็สลายตัวกัน)
>
>แอน “เอ้า ขึ้นไปบนห้องกันรึยัง?”
>ผม “เอ่อ…ขอซื้อมาม่าทานเดี๋ยวนึงนะ วันนี้เรามาเช้า
>เลยไม่ทันทานอะไรเลย”
>แอน “งั้นเราอยู่เป็นเพื่อนนะ”
>
>แล้วผมกับไอ่เบย์ก็ซื้อมาม่ามาทานกันที่โต๊ะข้างหลังห้องบันได
>(มีตาลตามไอ่เบย์มาด้วย) ส่วนขิง เดินขึ้นห้องเรียนไปกับ
>เพื่อนแล้ว……..ระหว่างทาน แอนปิดปากเงียบ
>เพราะไม่เคยรู้จักกับไอ่เบย์กับตาลมาก่อน ผมแนะนำให้เธอรู้จัก
>เธอก็พูดแค่ว่า
>”ยินดีที่ได้รู้จัก” แล้วก็เงียบ ในระหว่างที่พวกผมคุยกัน
>ผมเห็นท่าชักจะไม่ดีซะแล้วที่ปล่อยให้แอนเงียบอยู่คนเดียว ผมจึง
>พยายามหาทางเปิดโอกาศให้เธอได้พูด……..แต่………จะทำยังไงล่ะ?…….ทำไงดี
>ทำไงดี ทำไงดี ทำไงดี ทำไงดี……………..
>นึก………ไม่……….ออก…………………………………………………………ไอ่เบย์
>เพื่อนรัก ช่วยชีวิตผมอีกแล้ว
>
>ไอ่เบย์ “เออ…นี่ แอน เราพูดตรง ๆ นะ แอนก็หน้าตาดีออกจะตาย
>ไม่มีคนมาจีบบ้างเหรอ?”
>แอน
>”…………………………………..ไม่มีหรอก………………………………….เค้าคิดว่าเราเป็นทอมกัน”
>ไอ่เบย์ “ถึงจะรู้ว่าเป็นทอมก็เถอะ แต่ไม่มีใครแอบมองบ้างเลยเหรอ?”
>แอน “…………………………………..ไม่รู้นะ
>ไม่เคยสังเกตุ……………………..”
>
>บรรยากาศดีขึ้น แอนเริ่มมีโอกาศได้พูดบ้าง
>เมื่อได้หัวข้อคุยก็ทำให้ผมชวนแอนคุยได้สะดวกขึ้น
>เราถามเรื่องโน้นเรื่องนี้…
>ผมจึงได้ทราบมาว่า ความจริงแล้ว ตอนสมัย ม. ต้น
>แอนเป็นดาวประจำโรงเรียนเลยทีเดียว ใคร ๆ ก็รู้จักเธอ…………..
>เป็นธรรมดาที่มีหนุ่ม ๆ
>มาจีบมากมาย…………แต่ก็นั่นแหละ…………บางครั้งมันก็ทำให้เธออึดอัดบ้างเหมือนกัน
>และยิ่ง
>นานวันมันก็ยิ่งน่ารำคาญมากขึ้น
>คุณพอจะจินตนาการโทรศัพย์โรคจิตออกใช่ไหมครับ…….แนว ๆ
>นั้นแหละ………………
>ในช่วง ม. ปลาย แอนแตกเนื้อสาวยิ่งกว่าเดิม ทำให้เธอดูขาว สวย
>สดใสยิ่งกว่าเดิม เสน่ห์ของแอนยิ่งทำให้พวกสาวกของเธอ
>ยิ่งคลั่งไคล้ไปใหญ่ พวกโรคจิตยิ่งแสดงผลงานอย่างโดดเด่น ในช่วง ม. 5
>เทอม 2 ก็ถึงขีดสุดของความอดทน……….
>แอนเปลี่ยนตัวเองเป็นสาวมาดทอม ด้วยหน้าตาสุดสวยรวยเสน่ห์ จึงมีสาว ๆ
>มารุมห้อมล้อมมากขึ้น แปรผกผันกับจำนวน
>ผู้ชายที่มาชอบเธอเพราะคิดว่าเธอเป็นทอม หลังจากนั้น
>แอนเริ่มที่จะเป็นทอมหนักกว่าเดินจนถึงขนาดตอน ม. 6 เทอม 1
>แอนเคยมีแฟนเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง แต่ก่อนที่มันจะเกินเลยมากเกินไป
>แอนก็รู้สึกว่าความจริงแล้วไม่ได้ชอบแบบนี้…………
>เธอทนต่อการเสแสร้งไม่ไหว จึงขอเลิกกับแฟนเธอและอธิบายถึงเหตุผล
>อีกฝ่ายก็เข้าใจ จากวันนั้นก็มาถึงวันนี้…………
>ชีวิตแอนก็น่าสงสารเหมือนกันเนอะ
>เป็นคนสวยก็ลำบาก………………………….
>วันนี้ก็วันที่ 3 แล้ว ที่ดำเนินตามแผนการมา
>ถ้าพูดถึงในแง่แผนที่วางไว้นะ เป็นไปได้ด้วยดีทีเดียว
>แอนกับผมสนิทกันขึ้นทุกวัน
>(อาจเป็นเพราะผมได้ทราบถึงภูมิหลังของเธอแล้วด้วยมั้ง) ขิงดูท่าทาง
>เหมือนอยากให้มันจบเร็ว ๆ ไอ่เบย์ก็เริ่มอยากจะไปไหนมาไหนกับตาล 2
>คนแล้ว ผมก็รู้สึกแล้วว่า
>จะต้องให้มันจบโดยเร็วแล้วแหละ ไอ่แผนการ “หลอกว่าเป็นแฟน”
>กันแบบเนี่ยะ………………….
>
>มาถึงที่เรียนพิเศษ ก็เจอแอนรออยู่ที่หน้าประตูเลย
>ดูท่าทางเธอคงจะชินกับการรอผมแล้วแหละมั้ง (ฮะ ฮะ)
>แล้ววันนี้ก่อนจะเข้าห้องเรียนกันผมก็เดินสวนกับนางฟ้าอีก………..ถึงจะกลัวอย่างลนลานว่าเค้าจะคิดว่า
>เป็นแฟนกัน แต่แผนต้องดำเนินต่อไป…..
>
>การเรียนวันนั้น ผมกับแอนต้องนั่งข้างกันอีก (ดูเหมือนว่าพวกสาว ๆ
>ราชภัฎจะเลิกคบกับแอนทีเดียว)
>ตอนนี้แอนจึงมีเพียงผมที่จะไปไหนมาไหนหรือคุยอะไรต่อมิอะไรได้……….น่าสงสารอีกแล้ว………..
>คือ…แบบนี้ก็ถือว่าแผนสำเร็จลุล่วงตามที่คาดหวังไว้อ่ะนะ
>แต่……………………ถ้าหากล้มเลิกแผนแล้ว
>แอนจะคุยอะไรกับใครล่ะ
>มันไม่กลายเป็นว่าเธอจะไม่มีเพื่อนเลยอีกงั้นเหรอ?
>
>ผมอึดอัดพอสมควร ตอนเลิกเรียนพิเศษแล้ว
>วันนี้อาจเป็นวันสุดท้ายที่ผมจะได้ทานข้าวกับแอน เพราะถ้า
>ปัญหามันได้แก้ไขแล้วก็ไม่จำเป็นต้องใส่หน้ากาก
>ทำตัวเป็นแฟนกันแบบนี้อีก แล้วหลังจากนั้น
>แอนจะคบกับใครกันล่ะ? แอนจะคุยกับใคร?
>แอนจะเป็นเพื่อนกับใคร?…………………………………….
>การไปทานข้าววันนี้ผมจึงอึดอัดที่จะพูดเรื่องนี้มาก
>พยายามบ่ายเบี่ยงเรื่องอื่น ๆ ……………………….
>แต่สุดท้ายแอนก็เป็นคนเปิดบทสนทนาเรื่องนี้ขึ้น
>
>แอน “เอ่อ……………ขอบใจนายมากนะ พี่ช่วยแกล้งเป็นแฟนกับเรา”
>ผม “ไม่เป็นไรหรอกน่า เราเต็มใจช่วยนะ”
>แอน
>”คือ……..ตอนนี้รู้สึกว่าจะได้ผลตามที่ต้องการแล้วนะ………………..เอ่อ………………….”
>ผม “แต่มันยังไม่แน่นี่ พวกนั้นอาจจะคอยจับผิดอยู่ก็ได้
>เพื่อความแน่ใจ……เอ่อ………..เราน่าจะรอดู……”
>แอน “ไม่ต้องแล้วล่ะ เราจบแผนแค่นี้ล่ะ เรารบกวนเธอมาหลายวันแล้วด้วย”
>ผม “……………แต่……………พวกนั้นเค้าไม่คบกับแอนแล้วนี่
>แบบนี้แล้วแอนจะคบกับใครล่ะ?”
>แอน “……………………………ขอบคุณที่ห่วงนะ ไม่เป็นไรหรอก
>แอนอยู่คนเดียวได้…………..”
>
>ท่าทางชักจะไม่ค่อยดี ดูท่าทางแอนจะล้มเลิกแผนท่าเดียวเลย
>ความจริงผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าผมจะห่วงเธอไปทำไม?
>ทั้งที่ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย แต่อาจเป็นเพราะความสวยของแอนล่ะมั้ง
>ทำให้ผมไม่อยากจะพลาดโอกาศที่จะได้คุยกับเธอ
>ผมพยายามโน้มน้าวแม่น้ำฮวงโหและแยงซีเกียงเพื่อให้แอนมาคุย ๆ
>กับผมเหมือนเดิม แต่แอนกลับเงียบอย่างเดียว แล้วมอง
>แต่ที่แก้วน้ำของเธอ……………………………ทำไงดีเนี่ยะ
>ทำไงดี ทำไงดี
>ทำไงดี……………………อีกแระ………………….
>นึก……………… ไม่……………….. ออก…………………………………………………………………………………………….
>เอาฟ๊ะ!!! หลับหูหลับตาพูดอะไรออกไปโดยไม่คิดเนี่ยะแหละ
>ว่าแล้วผมก็ตะโกนซะเสียงดังเลย
>
>ผม “แอน!!! ขอร้องล่ะนะ คือ………เรามีโอกาศได้คุยกับคนสวย ๆ
>อย่างแอนแล้วทั้งที เราก็อยากจะคุยต่ออ่ะ ดังนั้น………
>มาเป็นเพื่อนเราต่อเหอะนะ!!!!!!!!!”
>
>ด้วยความดังของเสียง + ประโยคคำพูดที่ออกจะตรงเกินไปนั่นเอง
>ทำเอาแอนทั้งงงและอาย เพราะโต๊ะรอบข้างหันมามองหมด
>อารมณ์ว่ากำลังมองผู้หญิงสวยที่กำลังจะสลัดรักชายแต่ฝ่ายชายไม่ยอม
>อะไรทำนองนั้นเลย………… (น้ำเน่าเนอะ……ผมสมมุติเฉย ๆ )
>อึ้งไปประมาณเกือบครึ่งนาที
>เอาอีกแล้ว………..อาการแบบนี้อีกแล้ว………………………แอนเริ่มหัวเราะคิกคัก
>
>แอน “………….อุ๊บ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ”
>ผม
>”…………………………..ง่า…………..ขำอะไรขนาดนั้นเล่า”
>แอน “ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ขอโทษนะ ขอโทษจริง ๆ ไม่ตั้งใจจะหัวเราะเธอหรอก ฮะ
>ฮะ ฮะ ฮะ เพียงแต่…………………………..
>เรื่องแค่เนี่ยะ เธอพูดซะดังจนเราตกใจเลยน่ะสิ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ”
>
>เอาเข้าไป ยิ่งเธอหัวเราะ
>ผมยิ่งรู้สึกว่าตัวเองงี่เง่า………….แต่แล้ว
>แอนก็เอ่ยประโยคน่าชื่นใจออกมา
>
>แอน “ฮะ ฮะ
>ฮะ…………….. เฮ้อ………………..ไม่ได้หัวเราะแบบนี้ซะนาน เลย…………………………………………………..
>เรื่องที่จะเป็นเพื่อนกันน่ะ………….ได้อยู่แล้วจ๊ะ”
>
>เธอพูดพร้อมยิ้มอย่างสดใส แล้วก็หมดปัญหาไปอีกเรื่องหนึ่ง
>
>เช้าอันสดใส แล้ววันนี้ก็ไปเรียนสายเช่นเคย
>ซึ่งแน่นอนว่าถ้าผมกับไอ่เบย์เข้าห้องเรียนช้า
>จะต้องมีเสียงโห่ฮาอย่างบ้าคลั่ง
>ของเหล่าเด็ก ม.ช. เด็ก ม.ธ. รวมถึงแอนจากราชภัฎอีกคน
>(ไอ่เบย์มันมองเป็นคำสรรเสริญมันซะแล้วแหละ)
>
>สนุกสนานดีนะครับ
>ตอนนี้มันก็ผ่านมานานพอสมควรแล้วที่เราสองคนมาเรียนพิเศษที่นี่
>ไม่มีเบื่อเลย……………………
>แต่ผมเพิ่งสังเกตุเห็นนะ ครีมยังไม่ยอมคุยกับผมอยู่เลย แปลกจริง ๆ
>ทั้งที่ตอนนี้ผมก็ไม่ได้คุยอะไรกับแอนบ่อย ๆ
>เหมือนก่อนหน้านี้แล้วแท้ ๆ
>
>บรรยากาศระกว่างผมกับครีมกลับมาเป็นเหมือน ๆ ตอนที่เจอกันตอนแรก ๆ
>อีกแล้วล่ะครับ เฮ้อ………………………
>ไม่ยอมคุยด้วย ถามคำตอบคำ งงมาก เป็นอะไร? โกรธอะไรรึเปล่า?
>เราไปทำอะไรให้ครีมไม่พอใจเนี่ยะ?………………
>ถ้าเป็ฯแบบนั้นจริง ๆ แล้วทำไมไม่บอกเราล่ะ?
>
>มันน่าอึดอัดนะที่มีคนน่ารักมาก ๆ ไม่ยอมคุยด้วย
>ทั้งที่ก่อนหน้านั้นก็ไม่เป็นแบบนี้
>เหมือนเราทำอะไรให้เค้าโกรธซักอย่าง
>ที่ลำบากกว่านั้นก็คือเจ้าตัวไม่ยอมบอกด้วยว่าเรื่องอะไร…….แทบจะไม่ได้มองหน้ากันเลย
>อึดอัดจริง ๆ
>เอ้า! ยังไงก็ตาม
>วันนี้ก็ตั้งใจไว้ว่ายังไงก็ต้องถามให้รู้เรื่องให้ได้ ฮึ่ม!!!
>มุ่งมั่น และแล้ว…………………………โอกาศก็มา
>ระหว่างเดินลงบันไดหลังเรียนพิเศษเสร็จ ผมเดินเร็ว ๆ ตามหลังพวกเด็ก
>ม.ธ. ครีมคงรู้ตัวว่าผมเดินตามพวกเธอ
>ครีมจึงเร่งความเร็วทิ้งห่างกลุ่มเพื่อน หึ หึ ครีมจ๋า
>เธอคิดผิดเสียแล้วที่จะหนีผมด้วยวิธีนี้……………………………..
>ผมเดินแซงเพื่อน ๆ เธอโดยไม่ได้สัมผัสตัวพวกเธอเลยด้วยซ้ำ
>ด้วยความรวดเร็ว ผมตามครีมทันตอนถึงชั้นสุดท้าย
>ในห้องบันได โดยที่เพื่อน ๆ
>ของเธอและผมยังเดินปวกเปียกคุยกันเฮฮาอยู่แถว ๆ ชั้น 2-3
>
>ผมคว้าแขนครีมไว้ได้ทัน (เธอทำหน้าเหมือนเจ็บ เลยต้องปล่อย)
>
>ผม “ครีม เอ่อ…ขอเวลาเดี๋ยวนึงได้มั้ย?”
>ครีม “ขอโทษค่ะ ครีมรีบ……… (ทำท่าจะเดินไปอีกรอบ
>ทำให้ผมต้องคว้าแขนเธออีกรอบ) “
>ผม “เดี๋ยวครับ!…………….เอ่อ…..เราก็รู้ว่าแบบนี้มันไม่ควร
>แต่เรามีเรื่องอะไรจะถามครีมนิดหน่อยนะ ขอร้องล่ะครับ
>ขอเวลาหน่อย……………เดี๋ยวเดียว…………….. “
>ครีม
>”……………………………………………………………………………………………..”
>
>และแล้วผมก็ลากเธอมานั่งที่ด้านหลังห้องบันไดสำเร็จ
>ดูเธอทำหน้าอึดอัดหรือกระวนกระวายใจบางอย่างนะ
>
>ผม “ครีม หมู่นี้รู้สึกว่าเราห่างเหินกันจัง”
>ครีม “แต่ก็ไม่ได้เป็นอะไรกันนี่ จะเรียกว่าห่างเหินได้ยังไง
>แค่ไม่มีอะไรจะคุยเท่านั้นเอง”
>ผม “………………….คือ มันผิดปกติน่ะสิ ทุกทีเราก็คุยกันบ่อย ๆ
>ไม่ใช่เหรอ ถึงไม่มีธุระอะไรก็ยังคุยเรื่องสัพเพเหระได้
>แต่ตอนนี้รู้สึกเหมือนครีมจะพยายามหลบหน้าเรา ไม่คุยกับเรา
>อะไรทำนองเนี่ยะ”
>ครีม “แล้วเราจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไรล่ะ?”
>ผม “นั่นน่ะ
>ครีมต้องเป็นคนบอกเราสิ…………………………………………………..”
>ครีม
>”………………………………………………………………………………………”
>
>เงียบไปสักพัก และแล้วครีมก็ยอมเผยสาเหตุ
>
>ครีม
>”หมู่นี้…………เอ่อ………….ดูเธอสนิทกับเด็กราชภัฎคนนั้นจัง……………….”
>ผม “เอ๋?…………..อ๋อ ก็นิดหน่อยน่ะ”
>ครีม “………………………………….”
>ผม “ทำไมเหรอ แล้วนี่มันเกี่ยวกับการที่ครีมไม่คุยกับเรายังไงล่ะ?”
>ครีม “………………………………….”
>ผม “ครีม……..พูดมาเถอะนะ ครีมก็รู้นี่
>ถ้าเรื่องไหนที่ครีมไม่ต้องการให้ใครรู้อีก เราก็จะไม่บอกใคร”
>ครีม “………………………………….”
>ผม “พูดมาเต็มที่เลยเถอะน่า……….นะ ไม่ว่าเรื่องมันจะเป็นยังไง
>เราก็ไม่ว่าอะไรครีมหรอก”
>
>หลังจากคะยั้นคะยออยู่ประมาณ 5 นาที
>ในที่สุดครีมก็ยอมเล่าเรื่องทั้งหมด
>
>ครีม
>”คือ………ก่อนหน้านี้เธอเคยทักให้เราดูคนที่ชื่อแอนนั่นใช่มั้ย”
>ผม “อืม”
>ครีม “แล้วเธอก็บอกว่าเค้าเป็นทอม แล้วเค้าก็มาชอบเรา”
>ผม “อืม”
>ครีม “ซึ่งเราไม่ได้ชอบเลยซักนิด………..แต่พอมาอีกวันนึง
>เราก็เห็นเธอไปไหนมาไหนกับแอนบ่อยขึ้น ตอนแรกเราก็
>คิดว่าแอนคงจะขอให้พีติดต่อเราให้………………….แต่ซักระยะหนึ่ง
>พีกับแอนก็สนิทกันขึ้น จนเราไม่แน่ใจในข้อสันนิษฐาน
>ของเราแล้ว มันเปลี่ยนเป็นว่า แอนขอให้พีช่วยเป็นแฟนเธอ
>เธอจะได้กลับไปเป็นผู้หญิง อะไรทำนองเนี่ยะ”
>ผม “หา!?!……………………………………….”
>
>ผมอึ้งและงงมาก
>คือ…ลืมไปเลยว่าผมไม่ได้บอกแผนการสลัดแอนให้หลุดจากมาดทอม
>จะให้พ้นสาว ๆ จากราชภัฎ…………..
>แต่…………ถึงแม้ว่าผมจะเป็นแฟนแอนจริง ๆ
>ผมก็ยังมองไม่เห็นเหตุผลที่ครีมจะตีตัวออกห่างผมแบบนี้เลยนะ
>สรุปว่า…….
>จริง ๆ แล้ว ครีมกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ -_-”
>ครีม “หลายวันเลยล่ะ ที่ครีมเห็นพีไปทานข้าวกับแอนสองคน
>มันก็ยิ่งทำให้ครีมมั่นใจว่าทั้งสองคนเป็นแฟนกัน”
>
>ผมงงมาก อ้าว! ถ้ามันเป็นยังงั้นจริง ๆ
>แล้วมันเดือดร้อนครีมอะไรยังไงกันล่ะ? ทำไมต้องห่างเหินกับผมด้วย?
>หรือว่าครีม
>ไม่พอใจที่ตอนแรกผมบอกว่าแอนเป็นทอม
>แต่ตอนนี้ผมกลับมาจีบแอนเป็นแฟนงั้นเหรอ? หรือบางที
>ครีมอาจจะเริ่มชอบแอน
>ขึ้นมาแล้วก็ได้ แต่พอผมสนิทกับแอน
>ครีมก็เลยโกรธ………………ยังงั้นเหรอ?
>
>เอ้า! วิธีที่ดีที่สุด
>ก่อนอื่นคือต้องเล่าเรื่องแผนที่ผมแกล้งเป็นแฟนแอนให้ฟัง
>รวมถึงเหตุผลด้วย พอเล่าแล้ว ดูท่าทางครีมจะ
>ทำสีหน้าหายกังวลหายวิตกมากขึ้น ดูเธอโล่งใจ
>
>ครีม “แล้ว…………..เอ่อ……………ถามจริง ๆ นะ
>ตอนนี้พีชอบแอนอยู่รึเปล่า?”
>ผม “เอ๋?…………..ถามทำไมล่ะ?”
>ครีม “ถ้าไม่ตอบก็ไม่เป็นไรนะ”
>ผม “ตอบจ๊ะ ตอบ………………คือ………………..แอนน่ะ
>สวยน่ารักมากเนอะ ใคร ๆ ก็จีบไม่ว่าผู้หญิงผู้ชาย…………………
>แต่เรามีความรู้สึกว่าเราไม่ต้องการจะเป็นแฟนแอนน่ะ
>เรารู้สึกว่าเค้าไม่ใช่”
>
>มาถึงตอนนี้ครีมหัวเราะนิด ๆ แล้วก็ทำหน้าตาปลอดโปร่งโล่งใจขึ้นอีก
>
>ผม
>”……………….ถามแบบนี้…………ครีมชอบแอนก็เลยกลัวว่าเราจะคว้าไปก่อนงั้นเหรอ?”
>ครีม “บ้า ^_^ เอ้า…..คนอื่น ๆ ลงมาแล้ว ไปทานข้าวกันเถอะ”
>
>เย้!!!!!!!!! ไม่รู้ว่ามันเรื่องอะไรกัน เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย
>แต่ดูท่าทางตอนนี้ครีมจะกลับมาคุยกับผมสนิทสนมเหมือนเดิมแล้วล่ะนะ
>แบบนี้
>จะเพราะอะไรก็ช่างมันเถอะ……………………พอผมเดินออกมารวมกับคนอื่น
>ๆ ขิงทักผมขึ้น
>
>ขิง “แหม…..นึกว่ารีบลงมาทำไม ที่แท้ก็แอบมาสวีทกันนี่เอง”
>ผม “หา?…………..ใครสวีทใคร? “
>ขิง “เปล่า………….ใครได้ว่าอะไรเธอล่ะ”
>ผม “ง่า…………….ถ้าหมายถึงเรากับครีมล่ะก็……………..”
>
>ขิงไม่อยู่ฟังจนจบ เธอเร่งความเร็วเดินไปก่อนเลย…..
>
>อะไรว๊ะ!?! จบจากครีม……….มาเจอขิงอีก!!!!!
>
>ไปทานข้าววันนั้น ขิงต่างจากเดิม แต่ไม่ได้เป็นเหมือนครีมนะ
>ขิงจะยังคุยกับผมอยู่ แต่……………………..ไม่รู้สิ
>รู้สึกว่ามัน
>ผิดเพี้ยนอะไรอยู่นิดหน่อยน่ะ คือ………คล้าย ๆ
>กับว่าขิงพยายามจะคุยกับผมให้เป็นปกติที่สุด
>แต่………เหมือนกับว่า……
>ความจริงแล้ว ขิงเธอเก็บอะไรไว้ในใจ
>เหมือนเธอพยายามจะเสแสร้งว่าไม่มีอะไรงั้นแหละ…..
>
>ผมพยายามหาโอกาศที่จะได้คุยกับขิงสองคน
>(ซึ่งยากลำบากมากในเมื่อตอนนี้เราทั้งคู่อยู่ในกลุ่มฝูงเพื่อน)
>แต่ในที่สุดผมก็
>สร้างโอกาศขึ้นได้ เมื่อผมกับขิงทานเสร็จก่อนเพื่อน ๆ ผมจึงชวนขิง
>”มีอะไรจะซื้อ ไปด้วยกันหน่อยนะ” ไอ่เบย์ซึ่งงมันทาน
>เร็วเป็นไฟไหม้ปั๊มก็จะขอตามมาด้วย ( “เฮ้ย! กรูไปด้วย” )
>แต่ผมมองตามัน มันก็เปลี่ยนใจ มันคงรู้ว่าผมต้องการอะไร
>ส่วนขิงยอมตามมาเพื่อให้ไม่ผิดสังเกตุ
>(แต่นั่นแหละที่ทำให้มันผิดสังเกตุ)
>
>และแล้วก็มีโอกาศได้เดินสองต่อสองกับขิงซึ่งคราวนี้แปลกมากจริง ๆ
>ตรงที่ผมรู้สึกเกร็งกว่าทุกครั้ง ทั้ง ๆ ที่เราเคยไปไหนมาไหน
>สองคนบ่อย ๆ
>แต่คราวนี้ทำไมมันเครียดนัก…..เพื่อไม่ให้เสียเวลาในการคุย
>ผมเข้าประเด็นทันที
>
>ผม “เออ…..ขิง…..ถามจริง ๆ นะ เรากับครีมเหมือนเป็นแฟนกันเหรอ?”
>ขิง “ไม่รู้สิ เราไม่ได้สังเกตุน่ะ”
>
>เอาสิ ยิ่งเข้าเรื่องยากกว่าเดิม เจอขิงตอกกลับมาแบบนี้…..
>ผมไม่รู้จะพูดยังไงดี ถ้าถามมากก็จะกลายเป็นว่าผมถามขิงว่า
>”หึงเราเหรอ?” อีกนั่นแหละ
>ซึ่งถ้าเรื่องมันไปถึงขั้นนั้น
>ผมเชื่อว่าขิงอาจจะไม่คุยกับผมอีกแน่เลย…..
>
>ผม “งั้น…..ตามความคิดขิงนะ ขิงว่าครีมเป็นยังไง?”
>ขิง “……………ก็น่ารักน่ะสิ……………”
>ผม “นี่…..เรื่องเมื่อตอนกลางวันน่ะ…..”
>ขิง “ก็ไม่เห็นมีอะไรนี่…..”
>
>ประโยคนี้ค่อยทำผมเบาใจขึ้นมาหน่อย เหมือนกับว่าเธอไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก
>แต่…..
>
>ขิง “ขิงเห็นพีสนิทกับครีมก็เลยทักไปยังงั้นเอง ถ้าไม่ชอบก็ขอโทษด้วย”
>ผม “ง่า…………..แต่
>อันที่จริงเรากับครีมก็ไม่ได้มีอะไรซักหน่อยนะ…..”
>ขิง “ขิงจำไม่ได้นะ ว่าถาม……………….”
>
>อ้าว!?! ทำไมบรรยากาศมันมาคุขึ้นเรื่อย ๆ แบบนี้ล่ะเนี่ยะ O_o”
>
>บรรยากาศตึงเครียดก็ไม่ได้เบาบางลงเลย…..ขิงยังคงเดินจ้ำอ้าว ๆ
>ไปเรื่อย ๆ
>ผมพยายามเรียกความสนใจจากเธอเพื่อจะคุยต่อ
>
>ผม “นี่…ขิง เอ่อ…..คุยนิดนึงสิ นะ”
>ขิง “ก็คุยมาสิ เรายังไม่ได้ว่าอะไรเลยนี่”
>ผม
>”คือ………เรื่องเรากับครีมนั่นน่ะ………………………………………………”
>ขิง “นี่!!! บอกว่าจะให้มาส่งซื้อของไม่ใช่เหรอ? ซื้อสิ…..”
>ผม “อ๋อ…เอ้อ…ใช่”
>
>แล้วผมก็ซื้อต้นไม้มาต้นหนึ่งทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ว่ามันคือต้นอะไร
>(ภายหลัง ทราบมาว่ามันคือผักตั้งโอ๋ ซึ่งปลูกไม่เป็น)
>พอซื้อเสร็จ ว่าจะชวนคุยต่อ แต่ขิงก็เดินทิ้งห่าง ฉิววววววววว
>ไปซะแล้ว……. -_-”
>ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ที่ผมมีโอกาศคุยสองต่อสองแล้ว
>แต่ไม่สามารถคลี่คลายเรื่องราวได้…..สลดไปพอสมควร
>
>อยากจะแก้ไขปัญหากับขิงให้ได้จริง ๆ
>แต่ก็เดินกันกลับมาถึงกลุ่มเพื่อนซะแล้ว….. พอตอนนี้ก็ไม่สามารถจะคุย
>เรื่องนั้นกับขิงได้อีก (ไม่อยากให้คนอื่นรู้เรื่องด้วยน่ะ
>เดี๋ยวเค้าจะคิดว่าเรามีปัญหากัน) และแล้ว…………………
>วิกฤตดันหนักขึ้นอีก เมื่อครีมชวนผมไปร้านทำผมกับเธอ….. อยากปฏิเสธนะ
>แต่………….พูดไม่ออก เธอน่ารัก ^_^”
>ก็เลยต้องไปกับครีม ซึ่งผมลองแอบ ๆ ชำเลืองมองขิงเล็กน้อย
>เธอไม่ได้มองผมเลยแม้แต่หางตา กลับคุยกับตาล
>อยู่อย่างออกรสออกชาติ (ซึ่งมันดูเสแสร้งอย่างเห็นได้ชัด)
>
>ผมมาร้านทำผมแห่งหนึ่งกับครีม (ซึ่งมันดูผิดปกติมาก คุณหนูครีมน่ะเหรอ
>จะมาทำผม เค้าออกจะเรียบร้อย)
>แต่แล้ว พอมาถึงหน้าร้าน
>เธอก็หยุดนั่งอยู่ตรงเก้าอี้หินอ่อนหน้าร้านแล้วบอกให้ผมนั่งลงก่อน
>
>ผม “อ้าว? ไม่ทำผมเหรอ?”
>ครีม “คือ…ขอโทษนะ
>แต่ความจริงแล้วครีมจะหาโอกาศคุยอะไรกับพีนิดหน่อยน่ะ”
>ผม “อ้อ………………….แล้วมีเรื่องอะไรเหรอ?”
>ครีม
>”…………………………….ดูเหมือนว่า………..พีกำลังมีปัญหาอะไรซักอย่างกับขิงสินะ”
>
>แก้มขวาผมกระตุกครั้งหนึ่งนิด ๆ
>
>ผม “ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกันหรอก คงเป็นเรื่องอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ
>ล่ะมั้ง”
>ครีม “เรารึเปล่า? ที่เป็นต้นเหตุ?”
>ผม
>”……………………………..เปล่าน่า……………….จะเป็นยังงั้นได้ไง
>ทำไมคิดยังงั้นล่ะ?”
>ครีม “…………………………..ก็วันนี้
>เวลาขิงเค้าจะคุยกับเรา เค้ามักจะพูดถึงเรื่องพีน่ะสิ อย่างเช่น
>’วันนี้ไม่ไปทาน
>ไอศครีมกับพีอีกเหรอ?’ หรือไม่ก็ ‘ครีม เธอว่าพีเค้านิสัยเป็นไง’
>พูดอะไรทำนองนี้ตลอดเลย ช่วงทานข้าวน่ะ”
>ผม “………………………………(อึ้ง
>ไม่ยักรู้แฮะว่าเค้าคุยเรื่องแบบนี้กันด้วย)………………………………..คงไม่มีอะไรหรอก
>เค้าคงแหย่ ๆ แกล้งเราเล่นเท่านั้นเอง”
>ครีม “………..พูดมาดีกว่า พีคิดอะไรอยู่………..”
>
>ยังกับอ่านความคิดผมได้ ปิดเธอไม่อยู่เลยจริง ๆ
>
>ผม
>”เอ่อ…….เราคิดว่าเราคงจะละเมอไปเองน่ะ…..ที่คิดว่า…..ขิงหึงเรากับครีมรึเปล่า…..ที่ทำแบบนี้”
>ครีม “……………………………………………”
>ผม “เอ้อ! แต่ว่า…อย่างที่บอกนั่นแหละ
>มันเป็นแค่การสันนิษฐานอะไรแบบส่ง ๆ ชุ่ย ๆ
>ก็ไม่ค่อยมีเหตุผลหรือสาระอะไรหรอกนะ”
>ครีม
>”……………………….แต่ครีมคิดว่าไม่นะ……………………….ขิงอาจจะเป็นแบบนั้นจริง
>ๆ ก็ได้”
>ผม “เฮ้ย!!! ฮะ ฮะ ฮะ ครีม เราบอกแล้วไง เราคิดเล่น ๆ เฉย ๆ
>ขิงเค้าสวยจะตาย เค้าไม่มีทางจะมาชอบหรือหึงคนอย่างเราหรอกน่า
>ฮะ ฮะ ฮะ”
>ครีม
>”……………………………………………………………………………………………………………”
>ผม “ขิงเค้าเป็นคนสวย น่ารัก คนดี ๆ
>ที่จะผ่านเข้ามาในชีวิตเค้ายังมีอีกเยอะ
>เค้าคงไม่คิดตื้นมาชอบเราหรอก…..”
>ครีม “เหรอ………ในสายตาพี………ขิงเค้าสวยมากขนาดนั้นเลยเหรอ?”
>ผม “ห๋า!?! อะไรนะครับ?”
>ครีม “เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร ช่างเถอะ…..วางใจเถอะนะ
>เราจะพยายามช่วย…..”
>
>จริง ๆ แล้ว ผมได้ยินสิ่งที่ครีมพูดชัดเจน เพียงแต่ผมไม่แน่ใจเท่านั้น
>ก็เลยถามอีกรอบนึง แล้วที่งงกว่านั้นก็คือ
>เธอบอกว่า “วางใจเถอะนะ เราจะพยายามช่วย”
>………………ช่วยเรื่องอะไร? ช่วยยังไง?
>ไม่เห็นเข้าใจเลย……….
>เธอจะช่วยแก้ความเข้าใจผิดของผมกับขิงงั้นเหรอ? แล้วจะทำยังไงกันล่ะ?
>
>ครีมขอตัวเข้าไปทำผมในร้าน (เพื่อให้แนบเนียน
>จำเป็นต้องเข้าไปทำผมซะนิดหน่อย ให้มันเปลี่ยนไปจากเดิม คนอื่น ๆ
>จะได้ไม่
>สงสัย) ส่วนผมขอตัวนั่งรออยู่ที่เก้าอี้หินอ่อนหน้าร้าน ชมนกชมไม้
>ซื้อขนมมาทานนิด ๆ หน่อย ๆ (ผมชอบขนมไทยนะเออ ^_^
>โอยเฉพาะ “ฝอยทอง” แต่ตอนนั้นนั่งทานขนมชั้นอยู่) ระหว่างทานอย่างช้า ๆ
>(พร้อมทั้งดื่มเป๊ปซี่) เพื่อฆ่าเวลาไปนั้นเอง…..
>จู่ ๆ ……………..ก็มีคนมาปิดตาผม!?! แล้วเสียงน่ารัก ๆ หวาน ๆ
>เป็นเสียงที่ผมจำได้ดีที่สุดก็พูดขึ้นอีก
>
>”จ๊ะเอ๋!!!…………พี่คิดว่าหนูเป็นใครเอ่ย?”
>
>ผมแทบจะไม่ต้องใช้เวลาคิด จริง ๆ แล้วไม่ต้องฟังเสียงเธอก็ได้
>แค่มือนุ่ม ๆ เรียว ๆ เล็ก ๆ ขาว ๆ น่ารัก ๆ รวมถึงกลิ่นหอมอ่อนบาง
>แค่นี้ผมก็รู้แล้ว
>
>ผม “เฟอร์ส!!!”
>เฟอร์ส “ง่า………..ทำไมรู้อ่ะ?”
>
>จะบอกไปได้ยังไงว่าผมจำทุกอย่างของเธอได้ดีกว่าเพื่อนทุกคนที่เจอกันทุกวันซะอีก
> >_<
>
>ผม “เอ่อ……….เดาเอา…..มั้ง”
>เฟอร์ส “โห…..ถ้าเดาก็แม่นเกินไปแล้ว”
>ผม “เปล่านะ ก็ชีวิตพี่มีผู้หญิงเข้ามาทักไม่มากเท่าไหร่หรอก
>ก็เลยพอจะเดาได้น่ะ”
>เฟอร์ส “ไม่เชื่อหรอก ทุกทีเห็นมีสาว ๆ รุมล้อมทั้งนั้นเลย”
>
>โอ้ว!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
>นี่………….เฟอร์ส…………..สังเกตุผมด้วยเหรอเนี่ยะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
>
>เอาอีกแล้วครับ อาการเดิม ๆ มันกลับมาอีกแล้ว
>แขนขาเริ่มชาไร้ความรู้สึก เหงื่อมันไหลพราก
>เกร็งไปทั้งตัว………….
>พูดอะไรไม่ออกเลย ไม่อยากนึกเลยว่าเมื่อกี้มืออันนุ่ม ๆ เรียว ๆ ผิวขาว
>ๆ เนียน ๆ พึ่งจะสัมผัสกับหน้าของผม……..
>ใจมันเต้นไม่เป็นจังหวะ เอาไงดี เอาไงดี เอาไงดี เอาไงดี
>ความกลัวที่จะทำอะไรเปิ่น ๆ เห่ย ๆ มันก็มากขึ้นอีกแล้ว……
>จะเริ่มยังไงดี แย่ละสิ
>เริ่มรู้สึกว่ามันนานเกินไปแล้วที่นางฟ้าเข้ามาทักผมแล้วผมเงียบแบบนี้…….ต้องหาอะไรพูดสักอย่าง
>
>ผม “เอ่อ……เฟอร์ส……มาทำอะไรแถวนี้เหรอ?”
>เฟอร์ส “มาเดินเล่นค่ะ…………..(ยิ้ม) “
>ผม “หา?”
>เฟอร์ส “แหะ ๆ ล้อเล่นน่ะค่ะ”
>
>โอยยยยยยยยยยยยยยยยยย เฟอร์สน่ารักอีกแล้ว
>ดูเธอสวยน่ารักอย่างเป็นธรรมชาติจริง ๆ แหละ เธอยังคงสว่างจ้า
>เหมือนเช่นเคย และนั่นก็ทำให้ผมใจแทบจะละลาย
>เฮ้อ…………..ตอนนี้ผมรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากมายเลยจริง ๆ
>เพราะผมสังเกตุดูคนรอบข้าง เค้ามองผมด้วยสายตาอิจฉาริษยาขนาดไหน
>(ก็ผมได้คุยกับนางฟ้านี่) เฮ้อ………………
>เอ…..นี่ผมมัวคิดอะไรอยู่เนี่ยะ ชักจะเงียบนานเกินไปซะแล้วสิ
>ต้องหาอะไรมาคุยกับเฟอร์สแล้ว >_<
>แต่ในระหว่างที่กำลังคิดว่าจะหาอะไรคุยนั้นเอง
>
>เฟอร์ส “คนที่มากับพี่เมื่อกี้แฟนพี่พีเหรอ?”
>
>O_o” ทำไมถามอย่างง้าาาาาาาาาาาาาาาาาาน เฟอร์สจ๋า
>มันจะเป็นแบบนั้นไปได้ไงเล่า คนที่พี่ต้องการที่สุดก็คือเฟอร์สนะ
>ผม “เอ่อ…..ไม่ใช่หรอก เพื่อนน่ะ เหมือนแฟนกันเหรอ?”
>เฟอร์ส “ก็ตอนกลางวันน่ะค่ะ
>เฟอร์สเพิ่งทานข้าวเสร็จก็กำลังจะขึ้นไปเรียนต่อ
>แต่หลังห้องบันไดก็เห็นพี่สองคนกำลังคุยอะไรกัน
>แหะ ๆ เฟอร์สก็เลยทึกทักว่าเป็นแฟนกำลังทะเลาะกันน่ะค่ะ ขอโทษด้วยนะ”
>
>อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาก น่ารัก น่ารัก น่ารัก น่ารัก
>น่ารักอะไรขนาดนี้เนี่ยะ >_<
>……………………เฮ้อ…..แล้วนี่…..ทำไมเธอถึงคิดว่า
>ผมกับครีมเป็นแฟนกันล่ะเนี่ยะ ถ้าจะบอกว่าสนิทกัน
>แต่ผมกับขิงน่ะสนิทกันยิ่งกว่านี้อีกนะ
>
>ผม “ฮะ ฮะ ขอโทษทำไมล่ะเรื่องแค่นี้………..
>คือ…….พี่ลืมเล่าแผนของพี่ที่จะช่วยแอนให้หลุดพ้นจากภาพพจณ์ทอมน่ะ
>ก็เลยไม่ได้
>ไปเที่ยวหรือคุยอะไรกับเค้าบ่อย ๆ ก็เลยห่างเหินกันน่ะ
>แต่ตอนนี้ก็ปรับความเข้าใจกันแล้วนะ เค้าก็กลับมาเหมือนเดิม”
>เฟอร์ส
>”…………………..เอ่อ……………………แต่เฟอร์สคิดว่า……………………..”
>ผม “หือ?……………………..”
>เฟอร์ส “เค้าหึงพี่นะ”
>
>โธ่…..เด็กหนอเด็ก คิดอะไรเป็นการ์ตูนไปได้
>ผมกับครีมก็เพื่อนกันแค่นั้นเอง แล้วจะมาหึงกันไปทำไมเล่า
>
>ผม “ฮะ ฮะ ฮะ พี่กับเค้าก็แค่เพื่อนกันนา…..จะหึงกันไปทำไมล่ะจ๊ะ
>แล้วอีกอย่างนะ ตอนนี้พี่ก็ถูกขิงไม่ชอบหน้าอยู่ ครีมเค้าจะหึงพี่
>ได้ยังไง ในเมื่อเค้าอาสาจะช่วยให้พี่คืนดีกันน่ะ”
>เฟอร์ส “………………เอ๋? นี่พี่พีมีปัญหากับพี่ขิงอยู่เหรอคะ?”
>ผม “เอ่อ……..ก็นิดหน่อยเท่านั้นเอง
>คือ……เค้าก็ยังคุยกับพี่อยู่นะ
>แต่……ดูเหมือนว่าเค้ามีอะไรในใจงั้นแหละ”
>เฟอร์ส “………………………………………มีอะไรในใจ?”
>ผม “ก็……..เอ่อ………เค้าแซวว่าพี่กับครีมเป็นแฟนกันน่ะ”
>เฟอร์ส “อ๋อ………………………..เข้าใจแระ ^_^ “
>ผม “……………..เข้าใจว่า?”
>เฟอร์ส “คิก คิก คิก อุ๊ย! หนุ่มเนื้อหอม ^_^ “
>ผม “หา!?!……………………….”
>
>ง่า…หมายความว่าไงกันเนี่ยะ จะเข้าใจไหม ที่บอกว่าหนุ่มเนื้อหอมน่ะ
>เอ้อ…ถึงจะเนื้อหอมก็เถอะ…………………แต่ขอบอกเลย
>ว่าเฟอร์สน่ะ “น่ารักเต็มสตรีมเล้ยยยยยยยยยยยยยยยย >_< ” นางฟ้าชัด ๆ
>
>เฟอร์ส “มะมีอะไรค่ะ ช่างเถอะ”
>ผม “เอ๋? ปกติเฟอร์สเลิกเรียนตั้งบ่าย 2 ไม่ใช่เหรอ นี่เพิ่งจะบ่ายกว่า
>ๆ ทำไมเลิกเรียนแล้วอ่ะ?”
>เฟอร์ส “แฟนของอาจารย์เขาจะคลอดลูกแล้วน่ะค่ะ”
>ผม “เอ่อ…………. (กำลังจะเข้าสู่คำถามที่บาดใจที่สุด)
>………….แล้วไอ่บ้าหอ…บ…………………..ไอ่แฟร์ล่ะ?
>ไปไหนละ? “
>เฟอร์ส
>”………….นั่นแหละค่ะ………….เค้าบ่นว่าปวดท้องก็เลยขอกลับก่อน…………..เฟอร์สก็กำลังโกรธ
>ๆ อยู่นี่ล่ะ ไม่รู้
>วันนี้จะกลับบ้านยังไง”
>
>O_o” เอาล่ะสิ โอกาศมาแว้ววววววววววววววววววววววววววววววววว ^o^ เอาเลย
>เอาเลย เอาเลย เอาเลย
>รวบรวมความกล้าหน้าด้าน………….แล้วถามออกไปเลยว่า………….
>
>ผม “เอ่อ…………..ให้พี่ไปส่งมั้ย?”
>
>โอ้วววววววววววววววววววววววว ถามออกไปแล้ว มันจะเร็วเกินไปไหมนะ
>แล้วนี่มันจะเป็นการตีท้ายครัวไอ่แฟร์ไหมเนี่ยะ
>
>เฟอร์ส
>”…………เอ่อ………….มันจะรบกวนพี่หรือเปล่……………”
>ผม “ไม่เลย!!! ไม่รบกวนเลย!!! พี่เต็มใจจ๊ะ!!!
>(ผมรีบตอบก่อนเธอจะพูดจบด้วยซ้ำ) “
>เฟอร์ส
>”……………………………………………………งั้นก็ขอบคุณค่ะ
>ขอรบกวนด้วยละกันนะคะ”
>ผม “จ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา”
>
>โอ้ย!!!!!! ดีใจว้อยยยยยยยยยยยยยย ดีใจ ดีใจ ดีใจ ดีใจ ดีใจ ดีใจ ดีใจ
>ดีใจ ดีใจ
>เบิกบาน เบิกบาน เบิกบาน เบิกบาน เบิกบาน เบิกบาน เบิกบาน เบิกบาน
>เบิกบาน
>แช่มชื่น แช่มชื่น แช่มชื่น แช่มชื่น แช่มชื่น แช่มชื่น แช่มชื่น
>แช่มชื่น แช่มชื่น แช่มชื่น
>
>ผมกำลังจะได้ไปส่งนางฟ้าที่วิมานของเธอแล้วววววววววววว
>ผมกำลังจะได้นั่งรถสองต่อสองกับนางฟ้า ผมจะได้นั่ง
>ใกล้นางฟ้าเกินหนึ่งเมตรด้วยยยยยยยยยยยยยยย โอย…..พรุ่งนี้นะ ถ้า
>”กบฎอาบูซาย๊าบ” จะมาฆ่าผมตายคาหอ ผมก็พร้อมแล้ว
>
>…………แต่เดี๋ยวก่อน (เวลาอ่าน
>พยายามทำเสียงเหมือนไอ่จอร์ชเวลามันเสนอขายสินค้าแล้วมีของแถมเหมือนใจควันตั้มเทเลวิชั่น)
>ลืมไปเลย ครีมกำลังทำผมอยู่ในร้านทำผมนี่!!!!! ถ้าเป็นไปได้
>ผมไม่อยากให้สองคนนี่เจอกันเลยแฮะ ทำไงดี ทำไงดี ทำไงดี ทำไงดี
>………….นึก………….ไม่…………..ออก………….
>
>ในระหว่างที่นึกอะไรไม่ออก…………แต่แล้ว………..เฟอร์ส…………เธอรู้จักวางตัวและแก้สถานการณ์จริง
>ๆ
>เธอเข้าใจสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว
>
>เฟอร์ส “งั้น…เฟอร์สรอที่ร้านเบเกอรี่ด้านนู้นนะคะ
>ถ้าพร้อมก็มาเรียกตรงนั้นละกัน”
>
>ดูเหมือนเธอจะรู้ว่าครีมอยู่ในร้านตัดผม…
>แล้วอีก 15
>นาทีต่อมาครีมก็ออกจากร้านตัดผม………..เธอซอยผมให้สั้นกว่าเดิมหน่อยนึง
>ดูเด็กลงอีกเยอะ
>น่ารักมาก ๆ ^_^
>
>ครีม “เสร็จแระ ดูแปลกมั้ย?”
>ผม “แปลกสิ แปลก………….เอ่อ……………น่ารักขึ้นเยอะ”
>ครีม “………………….(ขอเขิลหน่อยเถอะ)………………….”
>ผม “เอ้อ…ครีม เดี๋ยวเรามีธุระนิดหน่อยนะ
>เดี๋ยวเราจะไปส่งที่หอพักนะ”
>ครีม “ค่ะ ขอบใจนะ”
>
>แล้วก็ไปส่งครีมที่หอพัก (ตอนกลับถึงหอ เพื่อน ๆ
>ร่วมหอพักต่างวี๊ดว้ายกับทรงผมใหม่ของครีม) เฮฮากันนิดหน่อย
>ผมก็ขอตัว (ผมไม่บังอาจปล่อยให้นางฟ้ารอนานหรอก)
>แล้วก็รีบฉิวไปหาเฟอร์สทันที เฮ้อ…………แค่คิดว่าอีกไม่กี่นาที
>จะได้เจอนางฟ้าของผมอีกครั้งหนึ่ง
>แถมยังได้ใกล้ชิดเธอแบบสองต่อสอง…………..สุขว้อยยยยยยยย >_<
>
>มาถึงร้านเบเกอรี่ตามที่นัดหมาย เธอนั่งอยู่ที่เก้าอี้ไม่ยาว ๆ
>ข้างเสาไฟ มีฉากหลังคือต้นไม้พุ่มเตี้ย (ไม่มีดอกนะ ไม่แน่ใจว่าต้นอะไร
>ผมสันนิษฐานว่าเป็นพืชตระกุลเดียวกับต้นชาทองนะ)
>และที่ผมสังเกตุเห็นอีกอย่างก็คือผู้ชายที่อยู่แถวนั้นล้วนแต่หมายปอง
>จะเข้าไปคุยและทักทายเธออย่างเต็มเปี่ยมหัวใจ………หึ หึ
>หึ……… เห่าไปเถอะพวกแก! เค้าไม่ลงมาหาหรอก……………
>ผมเดินเข้าไปหาเฟอร์ส (พร้อมส่งสายตาเย้ยหยันไปยังหนุ่ม ๆ
>รอบข้างนั่นเล็กน้อย อารมณ์ว่า “ไงล่ะ…..” )
>
>เฟอร์สหันมาเห็นผม พร้อมกับทัก
>
>เฟอร์ส “อ้าว…เร็วกว่าที่คิดเยอะเลย”
>ผม “แหะ ๆ (บอกได้ไงว่าผมตาลีตาเหลือกมาหาเฟอร์สนั่นแหละจ้าาาาาาาา)
>เอ้า! ไปกันเลยมั้ย?”
>เฟอร์ส “ค่ะ……..”
>
>แล้วเฟอร์สก็เดินขึ้นรถผม ว้าวววววววววววว ขึ้นมาแง้วววววว >_<
>
>เฟอร์ส “อืม……..กลิ่นนี้ เพรสเซสบลูเบอร์รี่”
>ผม “เห? รู้จักด้วยเหรอ น้ำหอมกลิ่นนี้”
>เฟอร์ส “จำได้น่ะค่ะ
>เฟอร์สซื้อให้แฟร์…แต่เค้าบอกว่ากลิ่นมันหวานเกินไป”
>ผม “…………….แต่พี่ว่ามันหอมแบบสดชื่นดีน่ะ
>พอสูดกลิ่นนี้แล้วรู้สึกไม่เมารถดีนะ เพื่อนพี่ก็ว่างั้น”
>เฟอร์ส “ค่ะ เฟอร์สก็คิดงั้นแหละ ก็เลยซื้อให้เค้า แต่เค้าไม่เอาซะนี่
>พวกรสนิยมแย่………”
>
>ประโยคที่ว่า “…รสนิยมแย่…” ผมเห็นด้วยกับเฟอร์สแค่ครึ่งเดียว
>ตรงที่รสนิยมการแต่งตัวมันเฉิ่มสุด ๆ แต่เรื่องการ
>เฟ้นหาผู้หญิงดี ๆ อย่างเฟอร์สเจอเนี่ยะ มันสุดยิดจริง ๆ
>
>ผม “เฟอร์สนี่ช่างสังเกตุเนอะ เพื่อนพี่
>ไม่ว่าใครก็ไม่ได้ทักเลยว่าน้ำหอมกลิ่นอะไร”
>เฟอร์ส “อ๋อ…พอดีว่ามันมีจุดอะไรให้จำนิดหน่อยเท่านั้นเองค่ะ”
>
>ว่าแล้วก็ออกรถ………….เฮ้อ…..ถ้าพูดกันตามตรงนะ
>ผมอยากยืดเวลาที่จะได้อยู่ใกล้ ๆ เฟอร์สให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้
>จะชวนเธอไปโน่นมานี่มากก็เกรงใจ ถ้าเกิดเค้ารีบกลับล่ะ?
>เอาไงล่ะ……….ถามเค้าก่อนละกัน
>
>ผม “เอ่อ…….เฟอร์สรีบกลับรึเปล่าเนี่ยะ?”
>เฟอร์ส “ถ้ารีบก็คงไม่มาเดินเล่นหรอกค่ะ”
>ผม “เดินเล่น? ตกลงเมื่อกี้มาเดินเล่นจริง ๆ เหรอ?”
>เฟอร์ส “ล้อเล่นไงงงงงงง แหม ไม่รับมุขเลยอ่ะ”
>ผม “แหะ ๆ อ้าว…..ก็เห็นบอกว่าเดินเล่นตั้งสองรอบ นึกว่าจริงซะอีก”
>เฟอร์ส “แหะ ๆ จริง ๆ แล้วหลังเรียนพิเศษ
>เฟอร์สกับแฟร์จะมานั่งคุยกันแถวนั้นก่อนกลับบ่อย ๆ น่ะค่ะ
>ร้านเบเกอรี่นั่น
>แฟร์เค้าบอกว่าขนมอร่อยดี เราก็เลยมาทานด้วยกันบ่อย ๆ น่ะค่ะ”
>ผม
>”เลิกพูดถึงมันซักทีได้มั้ย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
>เฟอร์ส
>”…………………….(มองหน้าผมแล้วอึ้ง)………………………”
>
>นี่ผมทำอะไรลงไป…..นี่ผมพูดอะไรออกไปเนี่ยะ…..เฮ้ย!!!
>ซวย…ไม่ใช่ซวยธรรมดา แต่โครตซวย…..แต่มันช่วยไม่ได้จริง ๆ
>นางฟ้าที่แสนสวยแสนน่ารัก เธอไม่เคยพูดถึงใครเลย แต่!!! ทำไมล่ะ!?!
>ทำไมต้องมาพูดถึงไอ่ผู้ชายเฮ็งซวยคนนั้นด้วย
>ผู้ชายที่ผมไม่ควรเจอมากที่สุดแล้ว…..แต่…..ชื่อของมันดันหลุดออกมาจากปากนางฟ้าของผม………………………….
>เธอไม่เคยพูดถึงชายคนไหนเลย แต่กับหมอนี่
>ทำไมเธอต้องพูดถึงมันด้วย!!!!! แถมพูดเกี่ยวกับประสบการณ์ชื่นบานอีก
>จะหวานซึ้งกันสักแค่ไหนก็ไม่ว่า……………………แต่!!! จะ!!!
>มา!!! พูด!!! ถึง!!! เค้า!!! ทำ!!! ไม!!!
>
>ไอ่แฟร์ “โอย………ปวดท้องอยู่เลย………เฟอร์ส
>เมื่อเช้าก็ทานข้าวร้านเดียวกันไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่เป็นไรเลยเนี่ยะ?”
>เฟอร์ส “บ้าสิ เค้าสั่งข้าวจ๊ะ ตัวเองน่ะสั่งวุ้นเส้นไม่ใช่เหรอ
>เหมือนกันซะที่ไหน”
>ไอ่แฟร์ “………………………. (มองผม)
>……………………….หวัดดี พี”
>ผม “หวัดดี เป็นไรเรอะ?”
>ไอ่แฟร์ “ท้องเสียตั้งแต่เช้าแล้ว ทนเรียนจนหมดเที่ยง
>แต่ก็อยู่รอรับตัวนี้ไม่ไหว เลยต้องขอกลับก่อน”
>เฟอร์ส “นี่ ถ้าเฟอร์สไม่เจอพี่พีแล้วเฟอร์สจะกลับยังไง”
>ไอ่แฟร์ “พูดอะไร ทางกลับมีตั้งเยอะแยะ”
>
>ไอ่บ้าหอบฟาง!!! พอมันพูดแบบนี้
>ทำให้ผมรู้สึกเหมือนกับว่ามันไม่อยากให้เฟอร์สกลับกับผมงั้นแหละ…………จะเอาไงวะ
>แฟนเอ็งก็ไม่ใช่ กรูอุตส่าห์เอาน้องสาวมรึงมาส่งให้ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ
>ยังพูดอะไรสุนัขแบบนี้อีก……………………….
>
>ผมไม่ยอมให้เฟอร์สกลับเองแน่ ๆ ไม่รู้ว่าระหว่างทางกลับบ้าน
>ไอ่พวกโรคจิตบ้ากามมันเล็งจะทำอะไรนางฟ้าบ้าง………..
>
>เฟอร์ส “พรุ่งนี้จะหายมั้ยเนี่ยะ?”
>ไอ่แฟร์ “ไม่หายก็ไม่ไปแระ”
>เฟอร์ส “งั้นพรุ่งนี้เค้าเอารถไปเองเลยนะ”
>ไอ่แฟร์ “อ้าว!?! แล้วพี่จะไปหาหมอยังไง ถ้ามันหนักขึ้นมาอ่ะ”
>เฟอร์ส “อีกละ งั้นพรุ่งนี้จะให้เค้าเดินไปรึไง?”
>ไอ่แฟร์ “โธ่…ทางไปมีตั้งเยอะ”
>
>อีกครั้งหนึ่ง ที่ผมรู้สึกเหมือนโดนมองข้ามหัว ทั้ง ๆ
>ที่นั่งอยู่ตรงนั้นอีกคน มันเห็นผมเป็นอะไร? ไว้ใจไม่ได้เลยรึไง?
>ผมก็มีรถ จะไปรับไปส่งก็ได้
>แต่มันพูดเหมือนกับว่าให้หลีกเลี่ยงการที่จะไปกับผม!?!
>หมายความว่าไงวะ?………….
>
>ผม “เอ่อ…เฟอร์ส…พรุ่งนี้พี่มารับก็ได้
>รถพี่ก็มีแค่พี่กับไอ่เบย์เพื่อนพี่เท่านั้นเอง
>ที่เบาะหลังยังว่างอีกเยอะ”
>เฟอร์ส “เอ่อ………รบกวนเกินไปรึเปล่าคะ มันคนละทางกันเลยนะนั่น”
>ผม “กลัวพี่จะมาสายเหรอ งั้นพรุ่งนี้พี่ตื่นเช้า ๆ ก็ได้นะ”
>เฟอร์ส “เปล่าค่ะ คือ………ต้องลำบากพี่เดินทางไกลขึ้นอีกน่ะ”
>ผม “อย่าคิดแบบนั้นสิ อะไรก็ตามที่พี่อาสาจะช่วย นั่นคือพี่เต็มใจจะทำ
>ถ้าบอกว่าเกรงใจ มันก็เหมือนกับการบอกปฏิเสธว่า
>อย่ามายุ่งทางอ้อมนั่นเอง หรือเฟอร์สต้องการจะสื่อแบบนั้นจริง ๆ?”
>เฟอร์ส “เปล่าค่ะ
>เปล่า……………..เอ่อ……………….งั้นก็รบกวนพี่พีมารับเฟอร์สหน่อยละกันค่ะ
>ขอบคุณมากนะคะ”
>ผม “มะเป็นไรจ้า”
>เฟอร์ส “อานกทำไมยกน้ำมาช้าจัง เฟอร์สไปดูเดี๋ยวนึงนะ”
>
>แล้วเฟอร์สก็เดินออกห้องไป (ตอนเธอหันหลังกลับไปที่ประตู ผมเธอสะบัด
>หอมจังเลยยยยยยยยยยยยยยย ~_~ )
>เหลือผมกับไอ่แฟร์นั่งกันอยู่สองคน
>
>ผม “แฟร์ ทำไมดูนายกีดกันเราจังนะ”
>ไอ่แฟร์ “เราเคยบอกนายแล้วนี่ อย่าจีบเฟอร์ส”
>ผม “หนึ่งล่ะ ทำไมเราต้องเชื่อนาย รึเพราะนายเป็นพี่ชายเค้า
>ก็เลยมีสิทธิ์จะตัดสินใจแทนเค้างั้นเหรอ? สองล่ะ เราแค่มาส่ง
>เพราะบังเอิญไปเจอเฟอร์สเท่านั้นเอง
>แล้วฝ่ายที่เข้ามาทักก่อนก็คือเฟอร์ส
>แล้วจะมาบอกว่าเราตามตื้อจะมาส่งเฟอร์สเหรอ?”
>ไอ่แฟร์
>”…………………………………….แล้วขิงล่ะ……………………………………….”
>ผม “มันเกี่ยวอะไรกับขิง?”
>ไอ่แฟร์ “………นายจีบขิงอยู่อีกคนไม่ใช่เรอะ?”
>ผม “เฮ้ย! อย่ามั่วจะดีกว่า ถ้าไม่รู้จริง นายพูดแบบนี้ เราก็เสียนะ
>ตอนนี้เราไม่ได้จีบใครซักคน เค้าเป็นเพื่อนเราทั้งนั้น แล้วเราก็
>ไม่คิดจะเปลี่ยนมันด้วย แต่นาย……………..กลับสบประมาทเรา
>บอกว่าเราคิดจะจีบเพื่อน!!!”
>
>ผมเริ่มขึ้นเสียง ทำให้ไอ่แฟร์มันผงะไปบ้าง
>
>ไอ่แฟร์ “เราไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น…………”
>ผม “ไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น!?! แล้วมันยังไง พูดมาชัดเจนขนาดนี้
>ตอนนี้เราเลยกลายเป็นไอ่คนถ่อยที่คิดจะจับปลาสองมือ
>ถ้าเรื่องงี่เง่านี่หลุดไปถึงหูใคร เรากับนายไม่จบเรื่องกันง่าย ๆ หรอก
>บอกเอาไว้!!!”
>ไอ่แฟร์
>”เดี๋ยว ก่อน………..ฟังก่อน………..เราไม่ได้หมายความว่าแบบ นั้น…………………………………………………………….
>นายรู้มั้ย? เฟอร์สน่ะเด็กมากนะ แล้วเธอก็อ่อนต่อโลก (แหม! พูดซะสวยหรู
>ยังกะมรึงเป็นผู้ใหญ่นักแหละ) แค่นายสนิทกับ
>เค้า เค้าก็คิดว่านายจีบเค้าแล้ว แล้วถ้าเกิดว่าใจจริงนายชอบขิง
>แล้วเฟอร์สก็ชอบนายไปแล้วล่ะ……………………………
>ตกลงว่า นายกับขิงก็จะได้แฮ๊ปปี้เอ็นดิ้ง…..แล้วน้องสาวเราล่ะ?”
>ผม “นี่นายยังคิดว่าเราจีบขิงอยู่อีกเหรอ!!!!!”
>ไอ่แฟร์ “เราถึงได้ต้องมาคุยกับนายอยู่ตอนนี้ไง………..”
>
>สองคนต่างเงียบ ต่างคนต่างเริ่มอารมณ์ร้อน
>หากแต่สภาพทางกายวิภาคของผมดีกว่ามันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะส่วนสูง
>กล้ามเนื้อ สติฉับไว
>ยังไม่นับที่มันท้องเสียอยู่ตอนนี้อีก คือ…ถ้าปะทะกันตอนนี้
>ผมแน่ใจว่าผมชนะอย่างขาดลอยแน่ ๆ
>
>ไอ่แฟร์ “………….ถ้าเราไปสบประมาทนาย เราก็ขอโทษ
>เราแค่ไม่อยากให้น้องสาวเราต้องเสียใจภายหลัง………….”
>ผม “……………………..ก่อนอื่นนะ เรื่องขิง
>ขอบอกไว้เลยว่าตอนนี้เราไม่มีความคิดจะจีบขิงเลย แค่สนิทเป็นเพื่อนกัน
>แค่นั้นเราก็
>มีความสุขพออยู่แล้ว แล้วตอนนี้ดูเหมือนขิงเค้าจะโกรธอะไรเราอยู่ด้วย
>ดังนั้น เรื่องที่ว่าเราจะจีบขิงน่ะ เลิกคิดได้เลยตอนนี้
>ส่วนเรื่องเฟอร์สน่ะ ถึงแม้เราจะไม่เคยคิดว่าจะจีบเลย (ไม่กล้า
>เค้าสูงส่งเกิน) แต่เราก็จะไม่ทำให้เค้าเสียใจแน่นอน
>และถ้าวันใดวันหนึ่ง
>เฟอร์สจะชอบเราขึ้นมา ซึ่งมันคงเป็นไปได้ยาก แต่ถ้ามันเกิดขึ้นจริง ๆ
>เราก็พร้อมจะทุ่มเทให้เค้าทั้งหมด เหมือนที่สมควรจะเป็น
>ฟังดูอาจเหมือนว่าตอนนี้เรากำลังขอเฟอร์สจากนายอยู่ แต่ขอย้ำไว้อีกที
>เราไม่กล้าคิดอะไรเกินเลยกับเฟอร์สแม้แต่น้อย………….
>ดังนั้น เรื่องนี้ ประเด็นก็อยู่ที่ตัวเฟอร์สเองแล้ว
>ว่าเธอคิดอะไรยังไง………………เข้าใจไหม”
>
>ผมพูดจบ เฟอร์สก็เดินถือน้ำมาให้ เป็นอันว่าบทสนทนาเรื่องนี้จำต้องจบลง
>แต่ไอ่แฟร์ยังพูดทิ้งท้ายไว้เล็กน้อย
>
>ไอ่แฟร์ “เราคงเชื่อใจนายได้นะ…..”
>
>เฟอร์ส “คุยอะไรกันอยู่ หนุ่ม ๆ”
>ผม “ขอบใจจ๊ะ (รับแก้วน้ำจากเฟอร์ส) “
>ไอ่แฟร์ “เฟอร์ส พรุ่งนี้เราไปที่เรียนกับพีนะ”
>เฟอร์ส “…………..ค่ะ……………”
>
>เฮ้ย!!! หน้ามือเป็นหลังมือ!?! อะไรวะ
>เมื่อกี้มรึงกีดกันกรูชิ๊บหายวายป่วน แล้วตอนนี้ มาสนับสนุน
>เดามันไม่ออกแล้ว
>เอาล่ะ! ตกลงพรุ่งนี้ผมจะได้มารับเฟอร์สที่นี่อีกรอบแล้ววว >_<
>
>และแล้ว!!! สมองที่นาน ๆ
>ครั้งจะฉลาดกับเขาสักครั้งของผมมันก็คิดแผนขึ้นได้!!!
>แผนการอันแสนชั่วร้ายและเจ้าเล่ห์
>ที่จะได้เบอร์โทรของเฟอร์ส!!!!!………………………………….
>
>ผม “เอ้อ…เฟอร์สเองก็เรียนรอบเช้าตอน 10 โมง ใช่ไหม?”
>เฟอร์ส “ค่ะ”
>ผม “หวา…..ทำไงดีอ่ะ……………คือ
>พี่ไม่ค่อยแน่ใจเลยว่าจะตื่นเช้าทันไหม…………….จะให้ไอ่เบย์ปลุก
>รายนั้นยิ่ง
>ไม่ต้องพูดถึงเลย……………เอาไงดีล่ะ
>ขืนตื่นสายก็ไปเรียนสายกันหมดแน่”
>เฟอร์ส “ง่า……………………………. ^_^” “
>ผม “เอ่อ………….เอางี้ไหม
>รบกวนเฟอร์สด้วยโทรไปปลุกหน่อยได้มั้ย?”
>เฟอร์ส “…………..ได้ค่ะ………….งั้นจดเบอร์พี่มาสิคะ”
>
>ว๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาว!!!
>นางฟ้าขอเบอร์ตูว้อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย >_<
>อาจดูสกปรกหน่อยนะ วิธีนี้ อาจจะดูเจ้าเล่ห์ด้วย
>แต่…..ไม่ว่าใครจะว่าอะไร “กรูยอมวะ”
>แล้วก็บอกเบอร์ไป
>
>ผม “พรุ่งนี้นะ โทรมากเช้า ๆ ล่ะ จะได้แต่งตัวได้ทัน”
>เฟอร์ส “ค่าาาาาาาาาาาาาาาาาา”
>ผม “งั้นวันนี้ขอตัวก่อนนะ ไปละแฟร์ ไปก่อนนะเฟอร์ส เจอกันพรุ่งนี้”
>เฟอร์ส “เจอกันพรุ่งนี้ค่ะ”
>
>ว๊าาาาาาาาาาาาาาาว มีฟามสุขเจรงงงงงงงงงงงงงง >_<
>วันพรุ่งนี้จะทำผมทรงอะไรดี จะใส่เสื้ออะไรดี จะใส่กางเกงอะไรดี
>จะทำตัวยังไงดี!?! พอนึกจะพึ่งไอ่เบย์………………..
>เฮ้ย!!! จริงด้วย พรุ่งนี้ตอนเช้า ไอ่เบย์ก็ตามมาด้วยดิเนี่ยะ
>ว้า…..รู้สึกผิดยังไงไม่รู้ ที่ผมอยากจะไปกับเฟอร์สแค่นองคง
>แต่…บอกแบบนั้นไปได้ไง แล้วมันจะมาเรียนยังไงล่ะนั่น
>มันก็เพื่อนผมซะด้วย…………แต่อยากมากับเฟอร์สสองคนอ่าาาาา -_-”
>
>แค่ต้องการมากับเฟอร์สสองคน
>กลับเป็นเรื่องลำบากใจที่จะบอกไอ่เบย์มันขนาดนี้……………จะขอมันดูดีไหม…………..
>ผมไม่แน่ใจว่ามันจะโกรธรึเปล่า…………..ทั้งที่ผมก็ยังไม่แน่ใจ
>
>เวลาผ่านมาถึงกลางคืน ผมกระอัดกระอ่วนใจเล็กน้อยว่าจะพูดกับมันดีไหม
>
>ผม “เอ่อ…ไอ่เบย์
>วันนี้กรูไปส่งเฟอร์สที่บ้านด้วยว่ะ………………”
>ไอ่เบย์ “เฮ้ย!!! จริงอ่ะ โห………….มรึง โชคดีสุด ๆ เลยว่ะ
>น้องเค้าโครตน่ารักขนาดนั้นเลยนี่หว่า”
>ผม
>”อืม…………คือ………….พรุ่งนี้เค้าจะให้กรูไปรับด้วย………….เอ่อ………….”
>ไอ่เบย์ “………………………………….เอ้อ! พอดีเลย
>พรุ่งนี้กรูว่าจะโดดไปเที่ยวกับตาลอ่ะ
>งั้นพรุ่งนี้มรึงเอารถไปเลยก็ได้”
>ผม
>”……………………………………..มรึงไม่โกรธอะไรกรูเหรอ?……………….”
>ไอ่เบย์
>”………………………………………………………………………………… มรึงเลือกแล้วใช่มั้ย………………………..”
>ผม “………..กรูไม่รู้ กรูยังไม่รู้เลย ยังไม่รู้อะไรทั้งนั้น
>แต่…แค่กรูได้อยู่ใกล้ ๆ เค้า กรูก็โครตจะสุขแล้วว่ะ
>แต่กรูก็ยังไม่แน่ใจ”
>ไอ่เบย์ “ถ้ามรึงคิดว่าทางไหนดี มรึงก็ไปทางนั้นเหอะ
>ถึงกรูจะไม่สนับสนุน แต่กรูก็จะไม่ขัดขวาง ยังไงก็อย่าให้มันเกินไปล่ะ
>เดี๋ยวมรึงจะเสียความเป็นตัวมรึงเอง”
>ผม
>”…………………………………………….ขอบใจมากเพื่อน……………………………………………….”
>
>ผมรู้สึกผิดมาก ๆ ไม่อยากคุยอะไรกับมันมากไปกว่านี้แล้ว
>แต่ที่เหนือกว่านั้น…………ซึ้งครับ น้ำใจเพื่อน ไม่ต้องพูด
>มองตา รู้ใจ เป็นอะไรที่มันลึกจริง ๆ
>ถ้าคุณมีเพื่อนซักคนที่เป็นแบบนี้เหมือนผม
>ให้ความสำคัญกับเพื่อนคนนั้นมาก ๆ ครับ
>เค้าจะอยู่กับคุณนาน ๆ แล้วเค้าจะรักคุณมาก
>
>วันรุ่งขึ้น ผมกับตื่นก่อนไอ่เบย์ แต่งตัวชุดตามสะบายของผม
>(ตอนแรกลองแล้วลองอีกกับกางเกงสแล็ก เสื้อเชิ๊ต แต่รู้สึกมัน
>เฉิ่ม ๆ ก็เลยเปลี่ยนมาเป็นสไตร์เราดีกว่า) ออกเดินทางตั้งแต่เช้า
>วันนี้ผมพยายามจะให้ทุกอย่างเพอร์เฟ็คที่สุด ไม่อยากให้มี
>อะไรผิดพลาด เวลาที่เฟอร์สอยู่กับผม เธอจะต้องสนุกสนานตลอด
>ผมตั้งใจไว้อย่างนั้น
>
>ว่าแล้วก็มาถึงบ้านของเฟอร์ส
>สุนัขสองตัวที่อาของเธอเลี้ยงไว้เห่าผมระงมเลย
>จะเดินเข้าไปเรียกยังไงดีเนี่ยะ ลิ่วล้อ 3 ตัว
>ของเธอดูท่าทางจะไม่ปล่อยให้ผมเข้าไปแล้วออกมาอย่างมนุษย์ได้แน่ ๆ
>ระหว่างที่กำลังลำบากใจนั่นเอง โอ…………………
>มาแล้ววววววว นางฟ้า
>เฮ้อ…..ไม่รู้ว่าผมเพิ่งจะสังเกตุอีกครั้งรึยังไง
>แต่เฟอร์สดูสวยน่ารักมาก อีกครั้งที่ผมโดนความ
>สว่างจ้าของเธอเล่นงาน…………ผมจ้องเธออย่างบ้าคลั่ง
>ไม่ยอมละสายตา (ก็เธอน่ารักง่ะ) เฟอร์สออกมาห้ามปรามพวก
>องครักษ์พิทักษ์เฟอร์ส ไม่ให้เห่าผม แล้วเรียกผมให้เข้าไปหาข้างใน
>ใจจริงกลัวจะตาย สุนัข 3 ตัวของเธอ ตัวเป้ง ๆ ทั้งนั้น
>แต่…..ตายเป็นตาย
>ผมแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าคนน่ารักขนาดนางฟ้ากำลังเรียกให้ผมเข้าไปหาเธอ
>ผมยอมโดนกัดตายเลย
>
>เฟอร์ส “มาเช้าเชียว ทุกทีเห็นพี่มาสายนี่คะ”
>ผม “ฮะ ฮะ ฮะ ทุกทีน่ะ ไอ่เบย์มันตื่นสายไง”
>
>อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาว ผมคุยกับนางฟ้าอยู่ครับ T_T
>
>ผม “วันนี้แฟร์ไม่ไปใช่ไหม?”
>เฟอร์ส “ค่ะ ตอนนี้ก็ยังนอนหมดแรงอยู่เลย ทานข้าวมายังคะเนี่ยะ?”
>ผม “ยังเลย รีบมา”
>เฟอร์ส “งั้นทานข้าวที่นี่ด้วยกันไหมคะ ลองทานอาหารฝีมืออานกดู
>อร่อยนะ”
>ผม “……………..เกรงใจนะ”
>
>เอาอีกแล้วครับ เธอน่ารักมากจริง ๆ ไม่ไหว เจอกี่ทีก็เป็นแบบนี้ตลอดเลย
>เฮ้อ…………แต่ก็มีความสุขนะเออ
>ผมเดินเข้าบ้านไป เจออานก แกก็ปฏิสัมพันธ์ดีอีกแล้วครับ
>ต้อนรับขับสู้ผมใหญ่ สองอาหลานช่วย ๆ กันเตรียมอาหาร
>(ผมอยากช่วยเค้าทำอาหารเหมือนกันนะ
>แต่ยังไม่อยากให้ใครรับรู้รสชาติยาพิษที่ผมพยายามปรุงให้มันอร่อย)
>สักพักก็ยกอาหารมา โจ๊กครับ แต่สีสันดูสดใสพิกลนะ ข้าวออกสีขาว ๆ
>รู้สึกจะใส่เห็ดหอมด้วยแหละ แล้วก็มี
>หมูเด้งหน่อย ๆ มีตับ 2-3 ชิ้น เอ…..ประมาณนี้แหละมั้ง
>แต่รสชาติสุดยิดจริง ๆ เปิดร้านได้เลย ได้ยินว่าอานกเคยไปเรียนทำอาหาร
>จากหลาย ๆ ที่ เคยไปเรียนทำโจ๊กแล้วได้สูตรจากร้านโจ๊กชื่อดังที่หนึ่ง
>แต่เค้ามีข้อแม้ว่าห้ามเปิดร้านและห้ามเปิดเผยสูตร ทำทานเอง
>ในบ้านได้ (น่าเสียดายเนอะ)
>
>ทานอาหารเสร็จ เก็บถ้วยชาม ผมกับเฟอร์สก็ออกตัวไปที่เรียนพิเศษ
>เฮ้อ………..มีความสุขอีกแล้วครับ เฟอร์สนั่งข้าง ๆ ผม
>แอร์รถผมพัดโชยเอากลิ่นสบู่และแชมพูแสนหอมอ่อน ๆ จากเฟอร์สมา
>อ๊ออออออออออออออออย ฟามสุขว้อยยยยยย >_<
>แต่…….ระหว่างทางนั่นเอง………………………….ผมจอดตรงไฟแดง
>คุยกับเฟอร์สเพลิน ๆ ก่อนออกตัวตอนไฟเขียว หันไปทางขวา
>…………………………….ขิง!!!!!!!!!! เธอติดไฟแดงเดียวกัน
>และกำลังหันมามองผม คาดว่าคงมองมาตั้งแต่ติดไฟแดงแล้วมั้ง O_o”
>บรรยากาศที่เรียนพิเศษวันนี้มันยังไงชอบกล ๆ นะ ผมได้มากับเฟอร์ส
>นั่นเป็นเรื่องที่แสนสดชื่น น่ายินดีเสียนี่กระไร แต่การถูก
>ขิงเห็นตอนที่ติดไฟแดง
>ทำไมมันน่าอึดอัดใจขนาดนี้เนี่ยะ………………แปลก………………จริง
>ๆ แล้วก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลยนี่
>เรากับขิงก็ไม่ได้เป็นอะไรกันซักหน่อย
>ทำไมต้องกดดันด้วยล่ะเนี่ยะ…………………………………
>
>ตามเดิม ความสัมพันธ์ของผมกับขิงก็ระหองระแหงอยู่แล้ว
>(ด้วยเหตุอะไรก็ยังไม่ทราบเลยตอนนี้) กลับมาเจอเหตุการณ์เมื่อเช้าอีก
>กรรม แบบนี้จะได้คืนดีไหมเนี่ยะ
>
>พูดกันตามตรงแล้ว อันที่จริง ผมไปทำอะไรให้ขิงเค้าโกรธล่ะเนี่ยะ
>ตั้งแต่แรกแล้ว ทำไมไม่ยอมคุยด้วย ผมยังไม่ได้ทำอะไรเค้าเลย
>ทำไมไม่มีเหตุผลแบบนี้ล่ะ? นึกจะไม่คุยก็ไม่คุยเลยเหรอ อันที่จริง
>ผมจะไม่ใส่ใจก็ได้นะ แต่คนรู้จักกัน เป็นเพื่อนกันแล้ว จู่ ๆ เค้า
>ก็ไม่คุยด้วย เหมือนโกรธอะไรเราซักอย่าง แบบนี้มันก็ไม่สบายใจ
>ต้องให้ทำยังไงกันล่ะเนี่ยะ…………..ยิ่งแย่กว่าเดิม
>ทำไมรู้สึกอย่างนั้น
>ก็ไม่รู้นะ ที่วันนี้ขิงเห็นผมพาเฟอร์สมาที่เรียนพิเศษด้วยกันตอนเช้า
>แต่ความรู้สึกมันเหมือนกับว่าขิงจะยิ่งไม่ชอบหน้าผม…..
>คิดมาไปเองรึเปล่าเนี่ยะ หรือความจริง การเจอกันครั้งหน้า
>ขิงอาจจะยอมคุยดีกับผมแล้วก็ได้ ยังไงซะ บทสรุปมันคงออกมาหลังจาก
>ผมไปถึงที่เรียนพิเศษนี่แหละ ดีล่ะ! จะได้สังเกตุอาการขิง…..
>แต่ในทางเดียวกัน การรีบไปที่เรียนพิเศษก็ทำให้เวลาที่ผมจะได้อยู่กัน
>สองต่อสองของผมกับเฟอร์สก็สั้นลงด้วย
>แต่…..เฮ้อ…..คราวนี้ก็คงต้องยอมให้มันเป็นแบบนั้นแหละนะ
>ตอนนี้ไขข้อข้องใจกับขิง
>น่าจะสำคัญกว่า สำหรับเฟอร์ส ยังไงซะ
>เฟอร์สก็คงจะไม่เสียความรู้สึกอะไรหรอก เพราะเฟอร์สไม่รู้นี่
>ว่าเรารีบไปที่เรียนพิเศษทำไม
>(ทำแบบนี้ เหมือนกับว่าตัวเองเป็นหลายใจยังไงไม่รู้แฮะ ต้องคอยสับราง
>ทั้งที่จริงมันก็ไม่ใช่แบบนั้นนี่)
>
>ผลออกมาเหนือความคาดหมายของผม มันผิดพลาดมาก ผมมาถึงที่เรียนพิเศษ
>แต่…..ขิงไม่มา ไม่มาทั้งวันเลย เรียนเสร็จถึงเที่ยง…
>ขิงก็ยังไม่มา
>ทุกคนปรึกษากันว่าจะไปทานข้าวที่ร้านข้าวมันไก่เจ้าอร่อยที่หนึ่ง…..
>ทุกคนไปกันหมด ตัวผมเองกำลังชั่งใจว่าจะไปกับ
>พวกเขาหรือจะแยกตัวไปหาขิงที่คอนโดดู….. แต่…..นึกไปนึกมา
>ทำไมผมต้องดั้นด้นไปหาเธอขนาดนั้นด้วย ผมไม่ได้ทำอะไรเธอ
>เมื่อเช้าเห็นเธอแล้ว ก็ไม่เห็นจะป่วยตรงไหน
>สุดท้ายก็ตัดสินใจไปทานข้าวกับคนอื่น ๆ
>
>ทำไมรู้สึกข้าวมันจืดชืดจริง ๆ ทั้งที่เขาบอกว่าเป็นเจ้าอร่อย
>ผมนั่งทานอาหารกับเพื่อน ๆ ทั้งที่ไม่แน่ใจว่าจริง ๆ
>แล้วผมควรจะมานั่งอยู่
>ตรงนี้ดีรึเปล่า……..แต่อีกใจมันก็เถียงว่าเราไม่ได้ทำอะไรผิดนี่
>มันไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ขนาดนั้นซะหน่อย ไม่ต้องไปใส่ใจ
>ทานข้าวแล้วคุยกับ
>เพื่อน ๆ
>อย่างสนุกสนานเถอะ………ในระหว่างจมอยู่ในห้วงความคิดนั่นเอง…..เสียงครีมก็ทักผมขึ้น
>
>ครีม “เอ่อ…พี…เดี๋ยวส่งเราไปซื้อเสื้อหน่อยได้มั้ย?”
>ผม “เอ๋?…เอ่อ…..ก็ได้จ๊ะ”
>
>ใจจริงผมก็ไม่แน่ใจว่าผมควรจะไปด้วยครีมรึเปล่า แต่ในหัวมันก็ตื้อ ๆ
>นึกอะไรไม่ค่อยออก ก็เลยรับปากส่งเดชไปอย่างนั้นเอง…..
>มารู้ตัวอีกทีว่าพูดอะไรไปก็ตอนมาเดินกับครีมแล้ว…..
>แล้วผมก็ได้รู้ถึงจุดประสงค์ที่จริงของครีม
>ความจริงเธอต้องการคุยเรื่องของ
>ผมกับขิงต่างหาก ก็เลยหาเหตุออกมากับผม
>
>ครีม “เป็นไงบ้าง?”
>ผม “หา? อะไรเป็นไงบ้าง?”
>ครีม “ก็เรื่องขิงไง”
>ผม “อ๋อ อือ….ตอนเช้าเจอนะ…..ไม่รู้ทำไมวันนี้ไม่มา…………”
>ครีม “ไม่รู้จริง ๆ น่ะเหรอ?”
>ผม “………………..อืม………………….”
>ง่ะ เธอถามเหมือนรู้เห็นในเหตุการณ์เลย…..
>
>ผมอยากเล่าแทบแย่ เรื่องเหตุการณ์เมื่อเช้าที่เกิดขึ้นตรงแยกไฟแดง…..
>แต่อะไรบางอย่างทำให้ผมรู้สึกว่าไม่ควรเล่าให้ครีมฟัง…..
>ผมพูดกว้าง ๆ แค่ว่า “ท่าทางมันจะแย่กว่าเดิมอ่ะ” ทั้งที่ผมบอกแบบนั้น
>แต่เธอไม่เห็นจะดูวิตกเหมือนผมเลย แปลก……………….
>
>ครีม “เธอไปทำอะไรให้ขิงเค้าขัดข้องหมองใจรึเปล่าล่ะ?”
>ผม “เปล่านะ…………………(อันที่จริงอาจจะทำก็ได้
>ผมเองก็ไม่แน่ใจ)……………………”
>ครีม “เอ…..ไม่น่าเป็นไปได้นะว่าเค้าเบื่อหน้าพีน่ะ
>ก็ทุกวันเห็นหยอกล้อเล่นกันสนุกสนานดีนี่”
>ผม “สังเกตุด้วยเหรอ ฮะ ฮะ”
>ครีม “อันที่จริง พีอาจจะเป็นคนผิดจริง ๆ ก็ได้นะ
>บางทีอาจจะไปเล่นเค้าแรง ๆ โดยไม่รู้ตัวก็ได้…..”
>ผม “เอ๋? จริงเหรอ? งั้น…..ครีมคิดว่าเราน่าจะทำยังไงดีล่ะ?”
>ครีม “ก็อย่าเพิ่งไปกวนอารมณ์เค้าสักพักจะดีกว่านะ
>รอขิงอารมณ์ดีกว่านี้ก่อนจะดีกว่า”
>ผม “ง่า…..ทางออกนั้นน่าจะใช้ตอนที่เค้ายังไม่โกรธเราสิ
>ตอนนี้ถึงจะทำแบบนั้นไปก็ไม่เห็นมีประโยชเลย…..”
>ครีม “………อืม ก็จริงนะ………………ไม่แน่นะ
>ตอนนี้ขิงอาจจะประสบปัญหาหญิงอยู่ก็ได้”
>ผม “ปัญหาหญิง”
>ครีม “…………………….. (กระซิบ) ประจำเดือนจ๊ะ
>(หน้าแดงหน่อย ๆ น่าร๊าาาาาาาาาาาาก)……………………..”
>ผม “ไม่น่าใช่นะ ก็มันจะมีเดือนละครั้งไม่ใช่เหรอ ประมาณ 4-5
>วันที่แล้วเค้าก็ยังบอกเราอยู่เลยว่าอย่าเพิ่งยุ่ง
>เค้าเป็นประจำเดือนอยู่”
>ครีม “……………………..ว้า…..งั้นก็ยากแล้วแหละ
>ไม่รู้เป็นอะไร งั้นทางที่ดีอย่าเพิ่งไปยุ่งกับเค้าซักระยะก็แล้วกัน
>อยู่ห่าง ๆ เค้าซัก
>ระยะหนึ่งดีกว่านะ”
>
>ทางออกของครีมก็อาจจะฟังดูเข้าท่าดีนะครับ แต่ส่วนตัวผมแล้ว ด้วยนิสัย
>ผมอยากเข้าไปเคลียร์ให้รู้แจ้งไปเลยมากกว่า แต่ในสถานการณ์
>ที่ไม่สามารถคอนเน็คติ้งพีเพิ้ลแบบนี้
>วิธีของครีมดูท่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่านะ
>งั้นทนอยู่ห่างขิงซักระยะละกัน
>
>นั่นเป็นเรื่องยากลำบากสำหรับผมพอสมควรทีเดียว
>เพราะปกติผมกับครีมจะติดกันยังกะตังเม ผมคอยหยอกล้อแกล้งขิงอยู่ประจำ
>แล้วเค้าก็จะล้อเล่นตีกันเบา ๆ เล็ก ๆ น้อย ๆ
>แต่พอมาตอนนี้ที่จะต้องไม่คุยไม่เข้าใกล้ไม่เล่นด้วยมันก็น่าอึดอัดในระดับหนึ่ง
>แล้วยิ่ง
>รู้สึกว่าขิงจะไม่ยอมคุยด้วยดี ๆ
>ก็ยิ่งรู้สึกร้อนรนอยากเข้าไปคุยมากขึ้นอีก…………. -_-”
>
>วันนี้ไอ่เบย์ไม่มา ตาลก็ด้วย
>(โดดไปเที่ยวด้วยกันเพื่อให้ผมได้รถมารับเฟอร์สตอนเช้า) พูดถึงเฟอร์ส
>วันนี้อยากอยู่ด้วย อยากคุยกัน
>อยากไปเที่ยวด้วยมาก ถ้าไม่ติดเรื่องที่ต้องขุ่นข้องกับขิงเนี่ยะ
>ผมอาจจะมีความกล้าพอจะชวนเธอไปเที่ยวก็ได้นะ…..แต่ตอนนี้อารมณ์
>ไม่อยากชวนใครเที่ยวด้วยเลยจริง ๆ แต่ก็ยังดี มีครีมคอยคิดหาทางออกด้วย
>ยังไม่รู้เลยว่าต้องทำยังไงให้ขิงกลับมาสนิทกันเหมือนเคย
>เหตุใหญ่ก็คือไม่รู้ว่าเธอโกรธผมเรื่องอะไร ถ้ารู้
>ถ้ามันเป็นเรื่องไม่ลำบากเกินไป ผมยอมทำให้เธอได้แน่ ๆ
>
>วันรุ่งขึ้น ขิงยังไม่ยอมมาเรียนอีก ผมเล่าเรื่องทั้งหมดให้ไอ่เบย์ฟัง
>ดูมันอึกอักนิดหน่อย
>
>ไอ่เบย์ “ถามจริง ๆ มรึงชอบเฟอร์สไม่ใช่เหรอ? แล้วจะใส่ใจขิงทำไม?”
>ผม “ไม่รู้ว่ะ แต่ที่แน่ ๆ กรูไม่อยากให้ขิงเค้าหลบหน้ากรูแบบนี้อ่ะ
>ยังต้องเรียนอยู่ด้วยกันเดือนกว่า กรูไม่อยากมองหน้าเค้าไม่ติด”
>ไอ่เบย์ “…………………..มรึงรู้มั้ย ถ้ากรูไม่ใช่เพื่อนมรึง
>กรูก็คงคิดแล้วล่ะว่าขิงเค้าหึงมรึง”
>ผม “อ่าว!…..ไม่ได้เป็นอะไรกัน จะหึงทำไม?”
>ไอ่เบย์ “ก็เพราะไม่ได้เป็นอะไรกันล่ะมั้ง ถึงได้หึง
>เพราะถ้าเป็นแฟนกันจริง ๆ แล้วเค้าเห็นมรึงไปกับผู้หญิงคนอื่น
>ป่านนี้เค้าเอาปืนมายิง
>อกมรึงตายห่ะไปแล้ว…..”
>ผม “ไม่ได้หมายถึงแบบนั้น คือ………เพื่อนทำไมต้องหึงเพื่อนล่ะวะ”
>ไอ่เบย์ “เค้าคิดกับมรึงแค่เพื่อนจริง ๆ เร้อ…..”
>ผม “มรึงกำลังหมายถึงอะไร?”
>ไอ่เบย์ “………………………………..เปล่า ช่างเหอะ
>กรูพูดเล่น ๆ ไปงั้นแหละ………………………………….”
>ผม
>”………………………………………….. แล้วนี่กรูต้องทำไงวะเนี่ยะ………………ครีมเค้าบอกให้ออกห่างขิงซัก พักอ่ะ”
>ไอ่เบย์ “มันก็ใช่อ่ะนะ รอเค้าอารมณ์ดีก่อนค่อยเข้าไปคุยก็ได้นี่เนอะ
>แต่……………กรูรู้ดี กรูเพื่อนมรึง
>ตอนนี้มรึงคงร้อนรนอยู่อ่ะดิ”
>ผม “เออ……………เออ……………..แล้วกรูหวังอะไรจากมรึง
>พอจะเดาออกไหม”
>ไอ่เบย์ “ฮะ ฮะ ถ้ามรึงไม่ได้กรูเป็นเพื่อน
>ป่านนี้มรึงจะเป็นยังไงบ้างแล้ววะเนี่ยะ”
>
>ผมรู้สึกอุ่นในอย่างบอกไม่ถูก
>ที่ไอ่เบย์รับปากจะช่วย……………………………..
>ผม “ขิง…คุยกันก่อนได้มั้ย อย่าเพิ่งรีบไปไหนเลยนะ”
>
>ผมรีบชวน เพราะรู้ว่าขิงรู้แผนของไอ่เบย์แล้ว และคราวหน้า
>โอกาศแบบนี้จะเกิดขึ้นได้ไม่ง่าย
>
>ขิง “แต่เราไม่มีอะไรจะคุยด้วยนี่ ปล่อยเถอะ จะไปแล้ว”
>ผม “แต่เรามี!!! ขอเวลาเดี๋ยวเดียวนะ”
>
>รู้สึกบรรยากาศมันจะกลับมาเป็นเหมือนตอนแรกที่ผมกับขิงเพิ่งรู้จักกันอีกแล้ว
>ผมขอเวลาคุยกับขิงเดี๋ยวนึงเหมือนตอนนั้นอีกครั้ง
>เงียบมองหน้ากันอยู่สักพัก
>
>ผม “ขิง จะยังไงก็ได้
>แต่ช่วยไปนั่งเก้าอี้ตัวนั้นคุยกับเราหน่อยนึงได้มั้ย?”
>ขิง “แต่เราไม่มีอะไรจะคุย……”
>ผม “ยังไงก็ได้”
>ขิง “…..ถ้าแป๊ปเดียวก็……”
>ผม “ยังไงก็ได้!!! ขอล่ะ แค่แป๊ปเดียว”
>
>เฮ้อ…..ยากเย็นแสนเข็ญกว่าจะขอให้ไปนั่งได้
>แต่สุดท้ายก็ยังดีที่สำเร็จอ่ะนะ
>ขิงยอมไปนั่งที่เก้าอี้ตัวงามนั้นกับผม ร่มไม้ทำให้ไม่รู้สึกร้อน
>คนเดินผ่านแถวนั้นก็มีบ้างแต่ค่อนข้างน้อย
>จึงได้บรรยากาศส่วนตัวมากขึ้น
>
>ขิง “เอ้า! มานั่งแล้ว มีอะไรจะคุย”
>ผม
>”…………………………….ขิงกลับมาเหินห่างกับเราเหมือนตอนแรกอีกแล้วล่ะรู้ไหม?…………………………….”
>ขิง “เราเหินห่าง!?! พูดใหม่อีกทีซิ
>เราหรือนายที่เหินห่าง…………….”
>ผม “เราเหรอ? เราเหินห่างยังไง
>ถ้าเราเหินห่างจริงวันนี้เราจะมาตื้อให้อยู่คุยกันเหรอ?”
>ขิง “ต้องให้เราหลบหน้าก่อนแล้วค่อยมาตื้อเนี่ยะมันใช้ได้เหรอ!?!”
>ผม “………..ยอมรับแล้วสินะว่าหลบหน้าเราอยู่น่ะ…………”
>ขิง “………………………รู้ไหม…..ตอนนั้นที่มีเรา นาย ตาล
>นายเบย์ ไปเที่ยวไหนต่อไหนกัน 4 คน
>ตัวเธอเองคงรู้สึกธรรมดาเฉยชามากสินะ
>ก็มีสาว ๆ ชวนไปโน่นมานี่ได้ทุกวัน แต่รู้ไหม สำหรับเรากับตาล
>พวกเราสนุกกันมาก เราไม่เคยคบเพื่อนผู้ชายมาก่อน แล้วพวกเธอก็เข้ามา
>ทำให้ภาพจณ์ที่เราหวั่นเกรงหายไป
>ความรู้สึกว่าเป็นพวกพ้องเดียวกันก็เข้ามาแทน
>ทำให้เรารู้สึกไว้วางใจและสนิทเป็นเพื่อนด้วยได้
>แต่หลัง ๆ มา ตั้งแต่เรื่องของแอนแล้ว เธอก็เริ่มห่างเหิน ต้องเป็นธุระ
>เป็นทุกข์เป็นร้อนให้เค้าซะหมด เดี๋ยวก็เรื่องของคนโน้น เดี๋ยวก็
>เรื่องของคนนี้ เธอสังเกตุบ้างรึเปล่าว่าในกลุ่มพวกเรา
>เธอนั่นแหละที่ห่างเหินกับใคร ๆ มากที่สุด รู้ไหม
>ถ้าไม่ใช่พวกเราที่เป็นเพื่อนกัน
>คนอื่น ๆ เค้ามองว่าเธอเป็นคนเจ้าชู้หลีสาวไปทั่ว ทีแรกก็คิดว่าจะเตือน
>แต่เห็นท่าทางเธอมีความสุขเหลือเกินนี่ มันก็คงจะไม่ใช่หน้าที่ ๆ
>เราจะต้องไปบอกอะไรหรอกนะ
>แต่เราก็ไม่อยากให้ใครคิดว่าเราเป็นหนึ่งในหญิงที่เธอกำลังจีบอยู่
>ก็เลยทำตัวออกห่าง……………….
>เข้าใจความหมายที่พูดไหม”
>
>โห…..หนักครับ กับคำกล่าวหานี้
>ผมที่ไม่เคยจีบใครและไม่เคยมีใครจีบมาก่อน
>แต่กับการกระทำอันโง่งมของผมกลับทำให้ศักดิ์ศรีของผม
>เปื้อนราคีไปโดยที่ผมไม่รู้ตัวเลย………………ถูกของขิง
>เธอไม่ผิด เธอแค่ไม่อยากให้ตัวเธอเข้ามาอยู่ในวงจรอุบาทนี้
>จึงเลือกทางเหินห่าง
>ส่วนไอ่ผมที่มันไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ก็มัวแต่คิดพะว้าพะวงว่าขิงมีปัญหา
>ถึงต้องแยกตัวออกห่างสังคม ทั้งที่จริง ปัญหามันเกิดขึ้นข้างตัวผมเอง
>ไม่เคยรู้เลยจริง ๆ
>ถ้า งั้นเรื่องคราวนี้ผิดที่ผมเหรอเนี่ ยะ?……………………………………………………………………………………………
>ถ้างั้น…..ทำยังไงล่ะ…..คิด คิด คิด คิด คิด คิด
>คิด……………………คิด……………..ไม่………………ออก………………………………….
>ไอ่เบย์เองก็คงคิดไม่ถึงในเรื่องนี้ แต่อย่างน้อย ถ้ามันอยู่ตรงนี้ด้วย
>ผมมั่นใจว่ามันคงจะช่วยคิดหาทางออกในเวลาแบบนี้ได้ แต่…………..
>
>ขิง
>”………………………ถ้าเธอยังมีความสุขอยู่ในตอนนี้เราก็ไม่ว่าอะไรนะ
>แต่ถ้าไม่ เราคิดว่าเธอน่าจะเปลี่ยนอะไรหน่อยแล้ว………………”
>ผม “รู้เหรอว่าเราควรทำยังไง…..”
>
>เออ บรรยากาศดีกว่าเมื่อกี้หน่อย
>ตอนนี้กลายเป็นว่าผมขอคำแนะนำจากขิงแล้ว ดีเหมือนกัน
>อย่างน้อยขิงก็ยอมคุยกับผม ให้คำปรึกษาผมแล้ว
>แล้วที่สำคัญ ผมจะได้เปลี่ยนสายตาของคนรอบข้างที่มองผมว่าขี้หลีด้วย
>เย้ววววววววววว ^_^
>ในวันนั้น
>ผมกับขิงก็แยกย้ายกันกลับโดยยังไม่ได้คำปรึกษาอะไรจากขิงมากนัก
>ซึ่งผมชั่งใจอยู่เล็กน้อยว่าจะบอกไอ่เบย์หรือไม่ แต่สุดท้ายก็
>คิดว่าบอกมันซะดีกว่า มันจะได้รู้สถานการณ์
>บางทีมันก็อาจจะช่วยได้อีกแรง
>แต่ถ้ามันเสนอวิธีแก้ปัญหาที่ต่างจากขิงล่ะ? แล้วผมจะเชื่อใครดี
>
>ไอ่เบย์ได้ฟังเรื่องตามนั้นแล้ว มันก็ไม่ได้เสนอวิธีแก้ปัญหาอะไร
>บอกแค่ว่า “ไว้วิธีของขิงไม่ได้ผล กรูค่อยช่วยมรึงคิดแผนอีกทีละกัน”
>เป็นอันว่าให้ดำเนินตามความคิดของขิงก่อน แบบนี้ก็ง่ายหน่อย
>ผมอธิษฐานให้แผนของขิงสำเร็จ จะได้ไม่ต้องยุ่งยากลำบากไอ่เบย์อีก
>แล้วถ้าแผนของขิงเหลว เท่ากับว่าเธอช่วยเหลือผมไม่สำเร็จ
>อะไรทำนองนั้นอีก ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ผมก็ไม่ว่าอะไรเธอหรอก
>แต่กลัวขิงจะ
>มองหน้าผมไม่ติดเท่านั้นเอง
>
>ในวันรุ่งขึ้น
>ผมตรงดิ่งเข้าไปหาขิงก่อนเลยเพื่อขอรับภาระกิจว่าต้องทำอะไรยังไงบ้าง
>ซึ่ง………..เธอไม่ยอมคุยกับผมอีกแล้ว ดูเหมือนว่า
>ในที่สาธารณะที่มีคนรู้จักอยู่ด้วย ขิงจะไม่ยอมคุยกับผม
>(เธอรักษาภาพพจณ์ของเธอเอง) ซึ่งผมก็เข้าใจ
>จึงเก็บคำถามไว้ตอนเรียนเสร็จ
>ซึ่งแน่นอน
>ต้องไม่ให้ใครรู้ว่าผมกับขิงไปที่เดียวกันเพื่อไปพบเจอพูดคุยกัน
>ดังนั้น ไอ่เบย์อาสาบอกคนอื่น ๆ ว่าจะกลับหอกับผม (ซึ่งอันที่จริง
>มันไปเที่ยวสำราญใจกับตาลหวานฉ่ำ)
>ผมนัดคุยกับขิงไว้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งไกลจากแหล่งพวกเราพอสมควร
>คิดว่าไม่น่าจะมีใครมาทาน
>ข้าวเที่ยงไกลจากที่เรียนพิเศษแบบนี้………ว่าแล้วก็เปิดบทสนทนากัน
>
>ผม “นี่ ตอนเช้าขอโทษนะที่เข้าไปทัก ลืมไป
>เรื่องที่ขิงต้องระวังภาพพจณ์”
>ขิง “ช่างเถอะ เข้าเรื่องเลยละกัน ตอนนี้เธอสนิทกับใครในกลุ่มบ้างล่ะ?”
>ผม “อืม……….นอกจากขิงก็มีตาล ครีม
>อืม……………………………เอ้อ! ก็คุย ๆ
>กับฝนเรื่องเพลงญี่ปุ่นบ้างนะ แล้วก็……….”
>ขิง “เอาเฉพาะคนที่มีเรื่องอื้อฉาวกับเธอตอนนี้สิ!!!”
>ผม “งั้นก็มีตาล ครีม แอน แล้วก็………….อืม หมดแระ”
>
>ผมเกือบหลุดชื่อเฟอร์สออกมา
>ซึ่งท่าทางของขิงก็ยังหวังจะได้ยินอีกชื่อออกจากปากผม
>แต่สุดท้ายก็ไม่ได้บอกไป
>
>ขิง “เท่านี้ใช่มั้ย?”
>ผม
>”…………………………..อืม………………..มั้ง………”
>ขิง “……………………………อืม
>งั้นตอนนี้เธอคิดว่าคนเค้ามองว่าเธอใกล้ชิดใครที่สุดล่ะ?”
>ผม “ไม่รู้สินะ แต่คิดว่าคงเป็นแอนมั้ง ก็ก่อนหน้านั้นเคยช่วยแอน
>ก็เลยต้องไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อย ๆ นี่นะ แต่หลัง ๆ ก็ไปกันเป็นกลุ่ม
>หลัง ๆ ก็คิดว่าเป็นครีมล่ะมั้ง เรามีธุระจะคุยด้วยน่ะ
>ก็เลยต้องชวนไปโน่นมานี่ด้วยกันบ่อยนิดหน่อย”
>ขิง
>”…………………….งั้นก็ครีมสินะที่เป็นเค้ามองว่าเธอจะจีบ”
>
>…………….ผมยังรู้สึกเหมือนว่าขิงต้องการจะให้ผมเผยว่า
>”มีเฟอร์สอีกคนนึง” ออกมาจากปากของผม ยืนยันภาพที่เธอเห็นในวันนั้น
>ซึ่งผมก็ยังรู้สึกแปลกอยู่ที่ว่าขิงไม่ถามว่า
>”แล้วที่นั่งอยู่บนรถตอนนั้น ใคร? ” แต่ก็ดี
>ไม่ต้องคิดหาข้อแก้ตัวตอนนี้
>
>ผม “งั้นเราต้องทำยังไง? “
>ขิง
>”………………………อย่าห่างเหินกับครีมล่ะ…ไปไหนมาไหนด้วยกันเหมือนเดิมแหละ”
>
>ในขณะที่ผมกำลังคิดว่าขิงพูดประชดผม คล้าย ๆ
>กับจะบอกว่าให้ออกห่างกับครีม แต่……………..
>
>ขิง “แต่ให้ไปกับเพื่อนคนอื่น ๆ ด้วยซัก 2-3 คนนะ
>แล้วก็ให้ความสำคัญและสนิทสนมกับเพื่อนสองคนนั้นให้พอ ๆ กับครีม
>ให้เค้าเข้าใจว่า
>เธอให้ความสำคัญกับครีมพอ ๆ กับเพื่อนคนอื่น ๆ”
>
>สิ่งที่เธอแนะนำต่อมาฟังดูเข้าท่ามากมายครับ ทำเอาผมตะลึงเล็กน้อย
>เธอคิดจะช่วยเหลือผมจริง ๆ ไม่ได้มีเจตนาอะไรเคลือบแคลงเลย
>โอ้! จ๊อช! ขิงยอดมากกกกกกกกกกกกกกกกก >_<
>
>ในวันรุ่งขึ้น ผมลองทำตามคำแนะนำของขิง ซึ่งมันทำให้หลาย ๆ
>คนสงสัยว่าผมเป็นอะไร ในวันนั้นทำไมถึงเงียบ ๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร
>อันที่จริงอยากคุยเล่นกับใครหลาย ๆ คน จะตายแน่ะ
>แต่รู้สึกว่าสิ่งที่ขิงแนะนำมันก็จำเป็นต้องทำ…………งั้นผมจะเงียบอยู่แบบนี้ได้นาน
>เท่าไหร่เชียว มันขัด ๆ กับตัวผมมาเลย
>แต่ครีมก็ยังคอยมาคุยด้วยเป็นระยะ ๆ
>ซึ่งการที่ครีมอาสาจะหาทางช่วยผมให้คุยกับขิงได้ (ทั้งที่จริง
>ตอนนี้ก็คุยได้แล้วแหละนะ
>แต่ผมไม่อยากให้ครีมรู้เลยว่าที่เธอเข้าใจน่ะมันผิด) ผมก็เลยตามเลย
>เหมือนกับรับฟังคำปรึกษา มาถึงตรงนี้
>ผมรู้สึกผิดจริง ๆ มันเหมือนกับว่าผมหลอกครีมอยู่
>ทำให้เธอมัวพูดและคอยช่วยคิดวิธีแก้ปัญหาทั้งที่จริง ๆ แล้ว
>มันไม่ได้มีปัญหาอย่างที่
>เธอคิด……………………….
>
>ผมกับขิงยังนัดเพื่อพูดคุยกันเช่นเดิม (สถานที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ)
>ผมเล่าถึงการกระทำทุกอย่างของผมในวันนี้ให้ขิงฟัง (รวมทั้งเรื่องของ
>ครีมที่มาให้คำปรึกษาเรื่องของขิงด้วย)
>ซึ่งขิงหัวเราะนิดหน่อยที่ได้ฟังเรื่องที่ครีมมาให้คำปรึกษาผม
>แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมากไป
>แต่ดูเหมือนว่าการที่ขิงหัวเราะมันจะมีค่ามากสำหรับผมในตอนนั้น
>แล้วก็คุยกันต่อ ขิงบอกว่าดีแล้ว ให้มันเป็นแบบนี้ไปสัก 4-5 วัน
>ถ้าผมทนได้
>(หมายความว่าไงหว่า ถ้าผมทนได้?)
>คิดว่าทุกคนจะต้องเปลี่ยนมุมมองพอสมควรทีเดียว………………..อืม
>ฟังดูน่าเชื่อถือมาก
>
>ประมาณ 3-4 วันแล้วที่ผมไม่ได้คุยหรือสุงสิงกับใครเลย บอกตรง ๆ ครับ
>อึดอัดมากเวลาเห็นคนอื่นเขาคุยกันเล่นสนุกหยอกล้อกัน แต่ผม
>กลับต้องคอยเงียบมองเขาอย่างเดียว
>มาถึงวันนี้ก็ไม่มีใครคุยกับผมเสียแล้วล่ะครับ
>เค้าคงรู้สึกล่ะมั้งว่าผมไม่น่าเข้าใกล้ แบบนี้ดีขึ้นแน่เหรอ
>สุขภาพจิตเรามันจะยิ่งเสียนะเนี่ยะ แต่ขิงก็ยังย้ำอยู่ว่ามันดีขึ้นแล้ว
>คนเริ่มไม่คุยด้วยก็หมายความว่าเค้าภาพพจณ์หนุ่มขี้หลีค่อย ๆ หายไปแล้ว
>เรื่องความสนิทไว้ค่อยพัฒนาใหม่ก็ไม่เสียหาย แต่ตอนนี้รักษาภาพพจณ์ก่อน
>
>ในระหว่างที่เขาคุยเล่นสนุกกัน ผมมัวทำอะไรอยู่เนี่ยะ
>คุยกับใครก็ไม่ได้ เล่นกับใครก็ไม่ได้
>รู้สึกเหมือนไปเพื่อเรียนพิเศษอย่างเดียวเลย
>นี่มันต้องกลายเป็นแบบนี้เพราะอะไรเนี่ยะ…………….เพราะผมเองเหรอ?
>ที่ให้ความสนิดกับใคร ๆ ก็แล้วมันผิดตรงไหนไม่เข้าใจเลย
>ก็คนรอบข้างเราเค้าเป็นคนดีนี่
>เราก็อยากให้ความไว้เนื้อเชื่อใจแล้วก็อยากคุยอย่างสนิดสนมเป็นธรรมชาติ
>กลับกลายเป็นมองกันในแง่ลบ
>แบบนี้ ผมหรือคนที่มองในแง่ลบกันแน่ที่ผิดน่ะ
>
>รู้แล้วว่าที่ขิงบอกว่าถ้าทนไหวมันเพราะอะไร ทรมานจริง ๆ แหละครับ
>กับการคุยกับใครไม่ได้ นี่แค่ 4 วันนะ
>ยังต้องทนแบบนี้ไปอีกนานไหมเนี่ยะ
>ถ้าคนที่ปล่อยข่าวว่าผมขี้หลีต้องการให้ผมทุกข์ใจล่ะก็
>เขาทำสำเร็จแล้วล่ะครับ
>
>ผม “ขิง เริ่มอึดอัดแล้วล่ะ ไม่ได้คุยกับใครเลย คุยแต่กับไอ่เบย์ทุกวัน
>อยากคุยเล่นกับคนอื่น ๆ แล้วแหละ”
>ขิง “เราก็เปล่าบังคับเธอนี่ จะคุยก็ได้”
>
>ผมรู้สึกเหมือนกับว่าขิงพูดกระทบกระแทกเล็กน้อยซึ่งผมก็เข้าใจ
>ถ้าผมคุยกับใคร ๆ ตอนนี้ ที่ทนมาก่อนหน้านี้ก็ไม่มีความหมายเลย
>แล้วผมสงสัยจริง ๆ ทำไมไม่มีใครว่าไอ่เบย์เลย
>ทั้งที่มันก็คุยล้อเล่นกับคนอื่นพอ ๆ กับผม
>หรือว่าเพราะไอ่เบย์มันเป็นแฟนกับตาลแล้ว
>ถึงทำให้ไม่ว่ามันจะคุยกับใครก็ไม่มีใครนินทา
>หรือต้องให้ผมมีแฟนก่อนถึงจะคุยกับใคร ๆ
>ได้น่ะ………..แต่แบบนั้นมันก็ไม่ดีอีกนั่นแหละ
>เดี๋ยวจะถูกมองว่ามีแฟนแล้วแต่ก็ยังเจ้าชู้อีก แล้วอีกอย่าง
>ผมก็ยังไม่คิดจะเป็นแฟนใครเสียด้วย มีที่ชอบนะ แต่ยังไม่มีที่รัก
>ซึ่งผมคิดว่า
>ถ้า ผมจะเป็นแฟนกับใครสักคนก็อยากคบกับด้วยรัก…..ไม่ใช่แค่ชอบ…..อีกเรื่อง ก็คือ……….ใครกันนะที่เป็นต้นหนในการนินทาผมแบบนั้น
>มันน่าแค้นจริง ๆ
>
>คิดว่าคงอดทนได้อีกสัก 2-3 วัน แล้วดูผล
>ถ้ามันยังไม่ดีขึ้นอีกก็ไม่ทนมันแล้ว -”-
>
>ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์เต็ม ๆ จนได้
>กับการที่ผมต้องอดทนตีตัวออกห่างจากสังคม ซึ่งนั่นทำให้ผมรู้สึกแย่มาก
>ๆ เหงาจริง ๆ แต่ก็ทนจน
>ผ่านมาได้ล่ะนะ วันนี้อยากรู้จริง ๆ ว่าขิงจะแนะนำอะไรเพิ่ม
>เพราะนี่ก็ครบกำหนดขั้นตอนที่บอกให้ผมไม่ต้องคุยกับใครเลยแล้วนี่นะ
>
>มาถึงที่เรียนพิเศษตอนเช้า พอเดินเข้ามาเจอเพื่อน ๆ
>นั่งอยู่ในห้องTVพอผมกับไอ่เบย์เดินเข้ามาในห้อง
>ทุกคนทักทายไอ่เบย์หมดแต่ไม่ได้
>ทักทายผม
>(แสดงออกอย่างเห็นได้ชัดทีเดียวแหละว่าทุกคนกลายเป็นคนแปลกหน้าสำหรับผมเหมือนแต่ก่อนเสียแล้ว)
>
>ตอนแรกที่ผมได้รู้จักกับพวกเค้าก็เพราะไอ่เบย์ แต่คราวนี้
>ไอ่เบย์รู้จักกับทุกคนแล้ว แต่ยังเหลือผมที่เป็นคนแปลกหน้าสำหรับพวกเขา
>แล้วผม
>จะเริ่มยังไงดี จะคุยยังไงดี จู่ ๆ
>เข้าไปคุยเลยมันก็ค่อนข้างแปลกมากไปสักหน่อยล่ะนะ
>คงต้องพึ่งคำแนะนำจากขิงเท่านั้นแล้วล่ะ
>
>แต่พอเลิกเรียนพิเศษตอนเที่ยง ผมยังไม่ทันไปขอคำแนะนำจากขิงเลย แฟง
>เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่ม ม.ช. ก็เรียกผมไปคุยเป็นการส่วนตัว
>
>แฟง “นี่ ถามจริง ๆ เถอะนายพี เธอเป็นอะไรกันแน่น่ะ รู้มั้ย
>แบบนี้พวกเราอึดอัดนะ 1 อาทิตย์ที่ผ่านมานี่
>เธอไม่ได้ไปทานข้าวกับพวกเราเลย
>แล้วยังไม่คุยอีกด้วย ไม่ว่ากับใคร ไม่ว่ากลุ่ม ม.ช. หรือ ม.ธ. “
>ผม
>”……………………………………………………………………..”
>แฟง “ไม่อึดอัดบ้างหรือไง มีอะไรก็ระบายออกมาสิ
>พวกเรารับฟังได้ทั้งนั้น เงียบแบบนี้ให้อะไรมันดีขึ้นมาล่ะ
>ไม่รู้เหรอไง ทุกคนเค้าเป็นห่วง”
>
>อา………..ได้โอกาศที่จะเช็คเกี่ยวกับเรื่องภาพพจณ์ที่มีคนมองว่าเราขี้หลีจะได้รู้กันสักทีว่าผลที่อดทนมาเป็นอย่างไร
>
>ผม “เรารู้สึกได้นะ
>ใครต่อใครในตอนนี้ที่มองเราในแง่ลบ…………………….”
>แฟง “หา”
>ผม “ใครที่ทำให้เรารู้สึกอึดอัดจนไม่สามารถคุยกับคนอื่น ๆ
>ได้เพราะคิดว่าถ้าเราคุยไปแล้วเราจะถูกมองว่าแอบชอบคน ๆ นั้น”
>แฟง “เอ่อ………..เรื่องนี้น่ะเหรอ……………..”
>ผม “ถึงจะรู้ตัวช้าหน่อยว่าใครหลายคนมองเราเจ้าชู้ขี้หลี
>แต่เราก็พยายามแก้ไขแล้ว
>ในเมื่อไม่ว่าเราจะคุยเล่นกับใครก็ต้องถูกมองว่าจีบไปเสียหมด
>งั้นทางแก้ก็คือเราคงคุยกับใครไม่ได้แล้วล่ะนะ
>ก็เพื่อนเรานอกจากไอ่เบย์เป็นผู้หญิงหมดนี่”
>แฟง “…………………นั่นมันก็………………..”
>ผม “แล้วพอเราเงียบ ยังจะสงสัยกันอีกหรือยังไงว่าเราแอบจิตอีกน่ะ”
>แฟง
>”……………………ไม่ใช่แบบนั้นหรอก…………………….”
>ผม “อีกเรื่องที่สงสัย ทำไมเรื่องแบบนี้ถึงเกิดกับเราคนเดียว
>ไม่เข้าใจเลย ทั้งที่บางครั้งไอ่เบย์มันเล่นมากกว่าเราเสียอีก
>ขอบเขตแทบจะไม่มี
>แต่เรายังไม่เห็นแม้แต่หมาตัวไหนที่จะสงสัยมันแบบนั้นเลย
>หรือเพราะมันมีตาลแล้ว งั้นหมายความว่าเราต้องมีแฟนหรือยังไง
>ถึงจะคุยกับ
>คนอื่น ๆ ได้ แล้วถ้าเราไม่เจอคนที่ใช่
>ก็หมายความว่าเราจะไม่สามารถคุยกับใครได้อีกเลยงั้นเหรอ?”
>แฟง “พี ใจเย็น ๆ น่า มันไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้นซักหน่อย”
>ผม “ไม่ร้ายแรง?
>นี่ยังร้ายแรงไม่พออีกเหรอกับการที่เราถูกดูหมิ่นและเหยียดหยามว่าเป็นคนเจ้าชู้
>ขี้หลี บ้าผู้หญิง สกปรก!!! ทั้งที่เราไม่เคย
>มีแฟนเลยสักคน ไม่เคยจีบใครและไม่เคยมีใครจีบ
>ไม่เคยมีประวัติเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เลยแต่ทำไมตอนนี้ต้องมาประสบให้เป็นราคีติดตัว
>ทำให้ประวัติเสีย ไปที่ไหน พอเจอคนรู้จักเข้าก็ถูกทัก…………
>’อ้าว! ว่าไง ไม่เจอกันนานนะ ตอนนี้ตามเกี่ยวใครอยู่อีกล่ะ’
>แบบนี้ยังไม่
>ร้ายแรงอีกเหรอ!?!”
>แฟง
>”……………………………………………………………… ฟังก่อนได้ไหม พี………………………………………………………………..”
>ผม “………อยากให้ฟัง เราจะฟัง
>หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับเหตุผลที่เหมาะและสมพอสำหรับอธิบายสิ่งที่เรากลัวอยู่ตอนนี้อย่างเพียงพอ”
>แฟง “……………………….คิดว่ามีแน่
>ขอแค่ให้รับฟังก่อนเท่านั้นเอง ขอร้องล่ะนะ…………………..”
>
>เอาสิ จะพูดอะไรมา
>ตอนนี้อารมณ์ผมค่อนข้างเดือดดาลเล็กน้อยเพราะถูกกล่าวหาเสีย ๆ หาย ๆ
>จึงต้องอดทนแก้ไขภาพพจณ์จนถึงตอนนี้
>แล้วผมก็คิดว่าตอนนี้ผมไม่มีความอดทนพอที่จะรับฟังผลลัพธ์อันไม่พึงประสงค์อีกแล้ว
>
>แฟง “……………….คือ…….เรื่องที่มีคนมองเธอไม่ดีแบบนั้นน่ะ
>เราก็ไม่เถียงหรอกนะ แต่…..มันไม่ได้เลวร้ายแบบนั้นสักหน่อยนี่”
>ผม “ว่ามา………………..”
>แฟง “พวกเราแค่มองว่า เธอน่ะเป็นคนมีเสน่ห์นะ รู้มั้ย
>ขิงน่ะก็แอบชอบเธออยู่หน่อย ๆ เหมือนกันนะ ครีมด้วย
>เค้าเคยมาถามเรื่องของเธอ
>หลาย ๆ อย่างจากเรา แอนก็นิดหน่อย เราสังเกตุเวลาทานข้าวน่ะ
>เวลาเธอหยอกล้อเล่นกับใคร แอนเค้าจะแอบมองเธออยู่ด้วยแหละ
>ที่พวกเราคุยกันน่ะมีแค่ว่า สุดท้าย
>เธอจะเลือกใคร………..เท่านั้นเอง”
>ผม
>”………………………………………..ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะ
>เราไม่มีสิทธิจะไปตัดสินใจว่าจะเลือกใครได้หรอก
>เราไม่ได้สูงค่าขนาดจะให้
>คนน่ารัก 3 มาเป็นช้อยส์เลือกของเราหรอก แล้วเรื่องที่ว่า 3
>คนนั่นชอบเราน่ะ เธอคงเข้าใจผิดแล้วแหละ มันเป็นไปไม่ได้หรอก”
>แฟง “แต่อีกไม่นานพวกเราก็จะจบคอร์สเรียนพิเศษแล้วนะ
>อาจถึงเวลาจะเลือกแล้วก็ได้ ถึงเธอจะพูดแบบนั้นก็เถอะ
>แต่ถ้าพวกนั้นเค้าชอบเธอ
>จริง ๆ ล่ะ ถ้าเธอไม่เลือกใครเลยเพราะมัวแต่คิดว่าเค้าไม่ได้ชอบเธอ
>ทั้งที่สองคนใจตรงกันแท้ ๆ กลับกลายเป็นว่าต้องแคล้วคลาดกันไป
>เพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง
>ต่างคนต่างถือฐิถิกลัวเสียฟอร์ม………….ทำไมไม่คิดซะว่าแค่เธอได้บอกความรู้สึกออกไปเท่านั้นก็เพียงพอ…..
>คำตอบน่ะจะเป็นยังไงก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรนี่
>ถ้าเค้าไม่รักคืนตอบแทนมาก็ไม่เป็นไร
>ก็เพียงแค่แอบชอบต่อไปก็ยังเป็นความสุขได้นี่นา
>แต่ถ้าเค้าตอบตกลงรับรักก็ยิ่งดีใหญ่ คน ๆ
>นั้นอาจเป็นคู่ชีวิตที่จะอยู่กับเธอจนกว่าจะแต่งงาน มีลูกหลาน
>แล้วอยู่ด้วยกันจนกว่าจะ
>แก่ชราและตายไป แบบนี้ไม่ดีหรือไง?”
>
>ผมเข้าใจทันทีกับสิ่งที่แฟงพูด
>และผมก็รู้สึกได้เลยว่ามันจะมีความสุขมากขนาดไหนถ้าผมเจอคน ๆ
>นั้นว่าเป็นใคร…………ตอนนี้ผมไม่รู้ว่า
>เธอคนนั้นจะเป็นใคร แต่ทำไมก็ไม่ทราบ ผมนึกถึงขิงเป็นคนแรก
>เพราะผมรู้สึกถึงความห่วงใยของเธอที่มีต่อผม ความสนิดสนม ความสนุก
>เวลาที่เราได้อยู่ใกล้กัน แล้วผมก็ถามตัวเองอีกครั้ง
>”ยังต้องการใครที่มากกว่านี้อีกเหรอ?”
>
>ผม “อืม…..เราก็คิดว่าคงต้องทำอะไรสักอย่างแล้วล่ะ
>ไม่งั้นอาจแคล้วคลาดจากคู่ชีวิตอย่างที่เธอบอกก็ได้”
>
>ผมแทบจะไม่ต้องไตร่ตรอง
>ผมมั่นใจว่าวันรุ่งขึ้นผมจะต้องไปสารภาพกับขิงแน่ ๆ
>ว่าชอบเค้ามากแค่ไหน อยากให้เค้ามาเป็นคู่ครองแค่ไหน
>ผมได้คุยกับไอ่เบย์เกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว มันว่า
>”อืม…..กรูก็พูดไม่ได้หรอกว่ามันดีหรือมันแย่ที่มรึงเลือก
>แต่ยังไงก็ตาม มรึงก็ภูมิใจซะเถอะว่า
>มรึงเป็นคนเลือกเอง ดังนั้นไม่ว่าผลมันจะออกมาเป็นยังไง
>มรึงก็จะไม่เสียใจภายหลังแน่ ๆ” ผมได้ยินดังนั้นก็หมดข้อกังขาแล้ว
>มั่นใจว่า
>รุ่งเช้าจะไปสารภาพกับเธอแน่ ๆ แต่แล้ว…..ก็มีโทรศัพย์เข้าเครื่องผม
>
>ผม “สวัสดีครับ พีพูดครับ”
>ไอ่แฟร์ “เอ้อ…พี นี่เราเองนะ สบายดีมั้ย?”
>
>มันเป็นบ้าอะไรของมัน มีถามสารทุกข์สุขดิบด้วย -_-”
>ไม่ใช่ว่าวันนี้เพิ่งเจอกันที่เรียนพิเศษรึไง
>ทำยังกะไม่ได้เจอกันตั้งนาน
>
>ผม “คงไม่โรมาถามสุขภาพเราหรอกนะ”
>ไอ่แฟร์ “อ๋อ…….ไม่ใช่แน่ คือ…เรื่องของนายกับเฟอร์สน่ะ”
>ผม “หือ?…………..เรากับเฟอร์ส…..มีอะไรงั้นเรอะ?”
>ไอ่แฟร์ “เอ่อ………อยากถามว่า
>ความจริงแล้ว……นายคิดยังไงกับเฟอร์สแน่? “
>ผม “…………..ทำไมอยู่ดี ๆ มาถามแบบนี้? “
>ไอ่แฟร์ “เราเตือนนายตั้งแต่แรกแล้วนะ ว่าอย่ามายุ่งกับเฟอร์ส
>ที่พูดนี่จะหาว่าเราหึงน้องสาวตัวเองก็ได้ คิดว่านายคงคิดเหมือนกันว่า
>เฟอร์สงามสง่ายังกับนางฟ้า
>แล้วนางฟ้าคนนี้ก็ไม่เคยมีใครหรืออะไรมาทำให้เธอแปดเปื้อนแม้แต่น้อย
>เธอยังเป็นนางฟ้าที่ขาวสะอาด
>ซึ่งถ้าเป็นไปได้เราก็อยากให้เธอขาวสะอาดแบบนี้ตลอดไป
>แต่…………ในความเป็นจริง เธอก็ต้องมีคู่ครอง ซึ่งในตอนแรกเราก็
>อุ่นใน เพราะยังไม่มีใครกล้าเข้ามาจีบเธอเลยสักคน
>แต่ตอนนี้……………………..นายรู้มั้ย
>ทุกครั้งที่เฟอร์สไปไหนมาไหนกับนาย
>เค้าจะกลับมาคุยเรื่องนายกับเราทุกครั้ง
>เราก็เริ่มรู้สึกหวั่นเกรงหน่อย ๆ แล้ว
>เราอยากถามความรู้สึกนายว่าคิดยังไงกับเฟอร์สกันแน่
>ถ้าไม่จริงจัง ไม่จริงใจ
>เราคงต้องขอให้นายอย่าเข้าใกล้เฟอร์สอีกแม้แต่ครั้งเดียว
>เพราะเราไม่อยากให้นางฟ้าของเราเสียใจ……..”
>
>สิ่งที่ไอ่แฟร์พูดมาทำเอาผมอึ้ง…………..มันกำลังจะบอกว่านางฟ้าเริ่มจะชอบผมแล้วงั้นเหรอ
>มันจะเป็นไปได้ยังไง ผมมันแค่คนธรรมดา
>ไม่ได้มีอะไรพิเศษหรือสะดุดตาเลยสักอย่าง
>เป็นไปไมได้หรอกที่นางฟ้าจะมาสนใจ แต่………….ถ้าเธอชอบผมจริง ๆ
>แล้วผมกลับไปคบกับ
>ขิง
>มันก็กลายเป็นว่าผมปฏิเสธความรักจากนางฟ้าคนนั้นเหรอ………….ถ้างั้นผมคงเป็นคนที่เลวที่สุดแล้วแหละ
>
>แล้วแบบนี้จะตอบทางไหนดี?
>
>ทั้งที่กะว่าจะไปสารภาพกับขิง ผมทำพลาด
>ในวันรุ่งขึ้นผมกลับลังเลที่จะพูด จนมันผ่านไปอีกวันหนึ่ง
>โดยที่ผมไม่ได้ทำอะไรเพิ่มเลย กลับกลาย
>เป็นผมที่ฟุ้งซ่านในความคิดมากขึ้นยิ่งกว่าเดิมด้วยคำถามในใจที่ว่า
>”ขิง หรือ เฟอร์ส?” อันที่จริง
>ไม่ว่าใครคนใดคนหนึ่งแค่รู้สึกว่าเค้าจะมาเป็น
>แฟนของผม แค่นี้ผมก็ดีใจจนแทบน้ำตาซึมแล้ว คนน่ารักขนาดนั้น
>โหย…………เค้าชอบผมด้วยแหละ
>แต่…………………………ตอนนี้ เรื่องที่
>หนักกว่านั้นก็คือ
>”ผมสามารถทำให้เรื่องราวมันจบลงโดยที่ทุกคนยอมรับและตัวผมมีความสุขที่สุดได้หรือไม่
>นี่สินะ เรื่องที่ใหญ่จริง ๆ
>
>วันนี้ผมกลับมาคุยกับทุกคนได้เหมือนเดิมแล้ว
>อาจเพราะแฟงที่เป็นคนไปบอกต่อ ๆ
>จนทุกคนได้รู้ว่าการทำให้คนอื่นคิดมากเกี่ยวกับตัวผม
>มันไม่ดีเลย
>ตอนนี้ก็ดูเหมือนความสนิทสนมของกลุ่มเราก็กำลังกลับมาดีเหมือนเดิมแล้ว
>และ…………..วันนี้รู้สึกแปลก ๆ ว่าครีมจะคุยกับผม
>น้อยหน่อย แต่……………ไม่ใช่อารมณ์โกรธ
>แต่…………..ดูเหมือนเธอจะอาย ๆ
>ความน่ารักของเธอในตอนแรกที่เป็นคนเรียบร้อยและขี้อาย
>กลับมาอีกครั้ง เวลาผมคุยด้วย ดูเธอจะเงียบนิดนึงก่อนจะคุยกลับ แก้มขาว
>ๆ กลายเป็นสีชมพูเรื่อ ๆ ดูแล้วยิ่งรู้สึกน่ารักแฮะ ^_^
>แต่นั่นเอง ที่มันจะยิ่งเป็นเรื่องยุ่งยากกว่าเดิมขึ้นมาอีก จากตอนแรก
>”ขิง หรือ เฟอร์ส” ตอนนี้มันกลายเป็นว่ามี “ครีม” ด้วยอีกคนแล้ว
>อ้าว ๆ ๆ แบบนี้ผมไม่กลายเป็นคนหลายใจเข้าจริง ๆ รึเนี่ยะ
>ชักไม่ค่อยเข้าท่า ไอ่เบย์ก็คงมองเห็นปัญหาเดียวกัน มันแนะนำผมทันทีว่า
>อย่าตีตัวออกห่างเธอเด็ดขาด
>เพราะถ้าทำแบบนั้นจะยิ่งทำให้ตัวครีมมีเวลาที่จะคิดมากเข้าไปอีก
>ให้ผมตีสนิทกับเธอให้มาก ๆ จนทำให้ครีม
>รู้สึกว่าผมควรที่จะเป็น “เพื่อน” กับเค้า มากกว่าจะเป็น “แฟน”
>โอ………………..สมองอันชาญฉลาดอีกแล้วไอ่เบย์
>แล้วผมก็หยอกล้อเล่น
>หรือแกล้งครีมบ้างเป็นบางครั้ง อาการอาย ๆ ของครีมก็หายไป
>กลับกลายเป็นความสนุกที่ได้แกล้งกันเล่น คิดว่าเค้าคงจะหันมาหาเพื่อน
>มากกว่าเดิมแล้วนะ
>
>วันนั้นจบลงไปด้วยที ถึงแม้ผมจะไม่สารภาพกับขิงแล้วในทันที
>แต่อย่างน้อยผมก็เคลียร์เรื่องของครีมลงไปได้ล่ะนะ
>ส่วนเรื่องสารภาพกับขิง
>ไว้วันพรุ่งนี้ก็ได้นี่เนอะ ใจเย็น ๆ เรื่องแบบนี้ต้องใจเย็นเข้าไว้
>ยังเหลือเวลาอีกตั้งหลายวันนี่นา กลัวทำไมว่าจะไม่ได้บอก เวลามีเยอะแยะ
>แล้วในวันรุ่งขึ้นที่ผมตั้งใจจะไปสารภาพกับขิง ผมกำลังนั่งเล่น ๆ
>อยู่ในห้อง TV อยู่กับเด็ก ม. 4 เพื่อนของเฟอร์ส
>ซึ่งเราไม่ได้รู้จักกัน
>จึงไม่ได้คุยอะไรกัน อันที่จริงผมนั่งรอขิงอยู่ วันนี้มาตั้งแต่เช้า
>(ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับไอ่เบย์
>เพราะผมปลุกมันขึ้นมาด้วย
>ซึ่งตอนนี้นั่งซดมาม่าที่ผมเอามาล่อให้มันยอมมาเช้าอยู่ข้างหลังห้องบันได)
>……….
>
>และแล้วใครคนหนึ่งก็เดินเข้าห้องมา ผมมั่นใจว่าเป็นขิงแน่ ๆ
>แม้จะยังไม่ได้หันไปมองก็ตาม แต่แล้ว………..คนที่เดินมานั่งข้าง ๆ
>ผม กลับไม่ใช่
>ขิง แต่เป็นแอน………………………จะว่าไป พักหลัง ๆ
>ผมก็รู้สึกว่าไม่ค่อยได้คุยกับแอนเท่าไหร่เลย
>วันนี้คุยด้วยกันหน่อยก็ดีมั้ง
>
>ผม “ไง แอน ยังเหลือมาดทอมอยู่เลยอ่ะ”
>แอน “หวัดดีจ้ะ นี่เราก็ลด ๆ ลงมากแล้วนะ ยังเหมือนอยู่อีกเหรอ? “
>ผม “ฮะ ฮะ ระวังสาว ๆ จะมาติดอีกนะ”
>แอน “ปัญหาคลี่คลายแล้วสินะ พี”
>ผม “เห?………..สังเกตุด้วยเหรอเนี่ยะ”
>แอน “อืม…สังเกตุนะ แต่ไม่ได้พูดอะไรเท่านั้นเอง
>คิดว่าคงมีใครช่วยแก้ปัญหาให้เธอได้แหละ”
>ผม
>”……………………… ตอนนี้เราก็เริ่มจะมีปัญหาใหม่เข้ามาอีกแล้วแหละ………คงเป็นปัญหาสุด ท้ายสำหรับเวลาที่อยู่ที่นี่แล้วแหละ”
>แอน “………..ปัญหา………..เธอเรียกมันว่าปัญหาเหรอ? ทำไมล่ะ? “
>ผม “ไม่รู้สิ…………นั่นสินะ อันที่จริงมันอาจจะไม่ใช่ปัญหาก็ได้
>เรียกว่าเป็นเรื่องที่เราต้องตัดสินใจมากกว่า
>ตัดสินใจเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด”
>แอน “รู้แล้วเหรอ? ว่าจะเลือกทางไหนให้ผลมันออกมาดีที่สุด”
>ผม “………………..ยัง………………..ไม่แน่ใจน่ะ”
>แอน
>”…………………………………………………………………………………………………………..”
>ผม “กลัวว่าถ้าเลือกไปแล้ว มันอาจจะไม่ Happy ทุกฝ่ายน่ะ”
>แอน “เราพอจะรู้นะ ว่าเรื่องที่เธอต้องตัดสินใจน่ะ เรื่องอะไร
>แต่…………………ที่ยังไม่รู้และอยากรู้ก็คือ…………………..เธอเลือกใคร?
>”
>ผม
>”……………………………………… นั่นสินะ……………………………………………เราคิดว่าอาจ จะเป็นขิงก็ได้”
>
>มาถึงตรงนี้ ผมตกใจมาก อึ้ง ทำอะไรไม่ถูก ปากมันพะงาบ ๆ
>แต่ไม่มีเสียงออกมา เพราะ……………แอน
>เธอซบหน้าลงที่ไหล่ของผม……….
>ทีแรกผมคิดว่าเธอป่วยหรือหน้ามืดอะไรรึเปล่า แต่……..ต่อมา
>แอนพูดประโยคบางประโยคทำให้ผมยิ่งอึ้งกว่าเดิมขึ้นไปอีก
>
>แอน
>”…………. พี…………ในตอนนั้นที่เราแกล้งทำเป็นแฟนกัน น่ะ…………………………..เราเพิ่งจะมารู้สึกตอนนี้นี่เอง
>ว่าความจริงแล้ว ในตอนนั้น
>เรามีความสุขแล้วก็รู้สึกสนุกมากนะรู้มั้ย
>ไม่เคยมีใครเทคแคร์เราแบบนี้มาก่อน”
>
>เหมือนกับว่าไหล่ผมจะเปียกหน่อย ๆ เพราะรู้สึกว่ามีน้ำตาอุ่น ๆ
>ของแอนมันไหลออกมา…………ผมยิ่งทำอะไรไม่ถูก
>
>แอน “เราไม่รู้หรอกนะพี ว่าตอนนั้นเธอรู้สึกยังไง
>จะรำคาญเรามากมั้ย………เราขอโทษที่รบกวน………เราขอโทษ
>แต่…………………………
>มันเหมือนกับว่าเราอยากจะใกล้ชิดเธอให้นานกว่านั้นแม้แต่สักนิดก็ยังดี………………….ขอโทษนะ”
>
>แล้วต่อมาผมก็ต้องตกใจสุดขีด มันบอกไม่ถูกว่ารู้สึกยังไง มันเกร็งไปหมด
>เหงื่อเย็นเยียบมันมาจากไหนก็ไม่รู้ แอน……..กอดผม……..
>มันเป็นความรู้สึกที่บอกได้ยากจริง ๆ ครับ การถูกผู้หญิงที่ไม่ใช่ญาติ
>และอายุรุ่นราวความเดียวกันมากอดแบบนี้
>
>ภาพที่จะมองเห็นได้คือ สาวมาดทอม ผิวขาวกว่าขิง ผมสั้นแต่ไม่มาก
>หุ่นเพรียวบาง หน้าตาน่ารักมาก ๆ กำลังกอดและซบหน้าร้องไห้ลงบน
>หน้าอกของผม…………………หัวใจผมเต้นแรงจนรู้สึกเหมือนยังกับว่ามันไม่ได้อยู่ที่เดิมของมัน
>แต่มาเต้นตุบ ๆ อยู่แถว ๆ ลำคอ……
>
>ผม “แอน……………………………………………”
>
>ผมทำอะไรไม่ได้มากกว่าการลูบหัวเธอเบา ๆ
>ผมไม่รู้ว่าเธอเศร้าหรือทุกข์อะไร
>แต่มีความรู้สึกว่าอยากให้เธอกอดผมอยู่แบบนี้นาน ๆ จัง
>เธอน่ารักจริง ๆ ตัวนุ่มนิ่มไปหมด
>เฮ้อ………………………….อ๊ะ! ไม่ได้ ๆ วอกแวกอีกแล้วเรา
>ไม่ได้ ๆ แต่………..
>โอย………….ผมคิดว่าผมโดนความน่ารักเล่นงานเข้าแล้วล่ะ >_<
>
>หวา……………….ตอนนี้แอนเธอชักจะกอดนานไปแล้วนะเนี่ยะ
>ผมเขิลอายมากอย่างบอกไม่ถูกเลย แต่…..ฮ้า มันก็มีความสุขจังเลย >_<
>ยังดีนะเนี่ยะ ที่นั่งกันอยู่ในห้อง TV กันน่ะ ไม่ใช่ที่ ๆ โผงผางมาก ๆ
>แล้วก็ยังดีอีกนั่นแหละ ที่ในห้องนี้นอกจากผมกับแอนแล้ว มีแค่น้อง
>ม. 4 อีกคนนึง ไม่งั้นผมอายม้วนแน่เลย…………………เออ!!!
>ลืมไปเลย มีเด็ก ม. 4 นั่งอยู่ตรงนั้นอีกคนนี่หว่า O_o”
>
>หมายความว่า ทุกประโยคสนทนา
>ทุกอิริยาบทของพวกเราถูกน้องคนนี้เห็นหมดแล้วเหรอเนี่ยะ
>ว๊าาาาาาาาาาาาาาาาาก อาย ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
>ก็เลยจำเป็นต้องพยุงแอนออกจากตัวเรา (เฮ้อ………..สัมผัสนุ่ม ๆ
>ของตัวแอนยังจำได้เลยนะเนี่ยะ นุ่ม ๆ อุ่น ๆ ^_^ )
>แต่รู้สึกว่าผมจะดึงเธอออกช้าไปหน่อยนะ ส่งผลให้น้อง ม. 4
>ที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ นั้น ลุกเดินหนีออกจากห้องไปเลย ฮะ ฮะ น่าอายจริงเรา
>^_^”
>แต่ช่างเฮ๊อะ จะใส่ใจทำไม เด็กคนเดียว
>ที่ต้องใส่ใจคือเรื่องที่ผมกำลังเผชิญหน้าแอนอยู่ตอนนี้เนี่ยะสิ -_-”
>
>แอน “ในใจเธอตอนนี้มีแค่ขิงกับครีมเท่านั้นเหรอ
>รับเราไว้พิจารณาอีกคนได้มั้ย…………………”
>
>ง่า………..แอน เธอรู้ด้วยว่าผมเล็งขิงกับครีมเอาไว้เหมือนกัน
>แต่…………………………..
>
>ผม
>”แอน………….เราคิดว่าเราไม่สมควรค่าพอจะให้เธอเป็นหนึ่งตัวเลือกหรอกนะ
>อันที่จริง เราไม่ควรค่าจะให้ใครเป็นตัวเลือกเลยด้วยซ้ำ”
>แอน “แต่ถ้ามันช่วยให้เราได้คบกับเธอล่ะก็………………….”
>ผม “……….แอน………. เราไม่ได้มีดีขนาดนั้นซักหน่อยนะ”
>แอน “เราก็ไม่ได้ต้องการคนดีเด่นอะไรซักหน่อย เหตุผลง่าย ๆ
>แค่เราชอบเธอ ก็เลยอยากคบด้วย อย่าห้ามเลย แบบนั้นเรายิ่งลำบากใจนะ”
>ผม “…………งั้นเธอจะชอบเราทั้ง ๆ
>ที่ไม่หวังอะไรตอบแทนเลยงั้นเหรอ? “
>แอน
>”……………………นั่นแหละที่เป็นทุกข์……………………..แต่ก็สุขนะ
>ที่เราได้ชอบใครซักคนเป็นที่พึ่งพิงใจ”
>
>โอ………………………แอน
>เธอช่าง………………………………. T_T
>แต่รู้สึกว่าจะยิ่งแย่
>ขืนปล่อยไว้นานกว่านี้ผมจะยิ่งรู้สึกว่าลังเลต่อการตัดสินใจในครั้งแรกของผมซะแล้ว…………..ต้องรีบจบเรื่องซะ
>สารภาพต่อขิง สารภาพต่อขิง สารภาพต่อขิง สารภาพต่อขิง
>ในหัวผมมีแต่คำนี้ด้วยใจคิดว่าจะจบเรื่องราวเสียที…………………
>
>”เฮ้ย! ว่าไง ใกล้จะจบคอร์สแล้วนะเว่ย มรึงเลือกใครกันแน่…………”
>
>เสียงไอ่เบย์ทำลายห้วงความคิดอันวกวนของผมลง
>ผมไม่คิดจะอ้อมค้อมหรือโกหกมันเลย เพราะถึงแม้ว่าผมจะโกหกไป
>มันก็จับได้อยู่ดี
>
>ผม “……………ขิง…………..”
>ไอ่เบย์ “แหม…..ตอบแบบไม่คิดเชียวนะมรึง แน่ใจแล้วใช่มั้ย? “
>ผม “…………..อืม…………..มันจะได้จบเรื่องนี้ซักที ทั้งกรู
>แล้วก็คนอื่น ๆ ที่วุ่นวายอยู่กับเรื่องนี้ในตอนนี้ด้วย”
>ไอ่เบย์ “หือ!?!………………………….เฮ้ย
>มรึงแน่ใจแล้วเหรอ?
>อันที่จริงกรูว่าจะไม่ถามอะไรให้มันซักไซ้ไล่เรียงมากแล้วนะ
>แต่พอได้ยิน
>มรึงพูดประโยคนี้……………..งั้นกรูขอถามความแน่ใจมรึงอีกทีเหอะ…..มรึงแน่ใจแล้วเหรอ
>ที่จะเลือกแฟนคนแรกและอาจจะเป็น
>คนสุดท้ายของมรึงแล้วก็ได้
>มรึงแน่ใจที่จะเลือกเค้าด้วยเหตุผลแค่ว่ามรึงอยากให้เรื่องมันจบ……………ยังงั้นเหรอ?
>”
>
>ผมอึ้งมาก ทำไมลืมข้อนี้ไปเสียสนิท
>เหมือนกับว่าผมตัดสินใจแก้ปัญหาแบบขอไปที
>ทั้งที่การเลือกครั้งนี้มันมีผลต่อชีวิตของผมมาก ๆ แท้ ๆ
>แล้วนี่ถ้าไอ่เบย์มันไม่ได้เตือนสติผมให้คิดด้วยประโยคนี้
>เกิดผมลงเอยกับหญิงที่แค่ชอบ แต่ไม่ได้รัก
>แล้วชีวิตผมหลังจากนี้มันไม่จบด้วย
>”เลิกรา” งั้นเหรอ………………………เกือบไปจริง ๆ
>
>แต่………..การกลับมาคิดอีกครั้งก็ยิ่งทำให้ผมกลับมาสู่ความลังเลอีกหน
>ซึ่งคราวนี้ดูเหมือนไม่ว่าผมจะเลือกทางไหนก็รู้สึกเหมือนว่าจะไม่ใช่
>คำตอบที่ดีที่สุดไปเสียทุกทาง……..แล้วผมจะตอบทางไหนได้ล่ะเนี่ยะ
>
>”มรึงเลือกคนที่มรึงรักที่สุด
>อยากให้เค้าอยู่เคียงข้างมรึงตลอดชีวิตที่เหลือ เลือกคนนั้นเถอะ
>ไม่ต้องคิดหาเหตุหรือผลอื่น ๆ อีกแล้ว”
>
>อีกครั้งที่ผมรู้สึกว่าไอ่เบย์มันต้องอ่านใจผมได้แน่ ๆ
>มันแค่ดูสีหน้าของผมก็รู้ว่าผมกำลังลังเลสับสนอยู่
>พอได้ยินมันพูดดังนี้……………ผมมั่นใจแล้วล่ะ คนที่ผมเลือก
>
>แปดโมงสี่สิบห้านาที เธอคนนั้นเดินเข้ามาในที่เรียนพิเศษ ทำไมก็ไม่ทราบ
>ความรู้สึกเก่า ๆ ของผมที่ได้พบเธอมันกลับมาอีก เธอสวย เธอน่ารัก
>เต็มไปด้วยเสน่ห์
>มันทำให้ผมพรั่นพรึงกลัวว่าอาจได้รับคำปฏิเสธกลับมา……แต่คำพูดของไอ่เบย์ยังคงผลักหลังผมได้เดินหน้าต่อ
>ใจเย็น ๆ
>ไม่ต้องคิดถึงเหตุหรือผลแล้ว ตอบไปตามที่ใจเราปรารถนาที่สุดก็พอ
>แล้วผมก็ทักเธอคนนั้น…..
>
>ผม
>”เอ่อ…………………….เฟอร์ส……………………..มีเรื่องจะคุยด้วยน่ะ
>มาด้วยกันหน่อยได้ไหม”
>เฟอร์ส “อ๊ะ! พี่พี สวัสดีค่ะ แหม…วันนี้มาเช้าจังนะคะ”
>ผม “รบกวนเวลาสักเดี๋ยวนึงได้มั้ยครับ? “
>
>เฟอร์ส……………เธอคงเริ่มรู้สึกถึงบรรยากาศจริงจังจากผมแล้ว
>ทำให้เธอเงียบและดูสุขุมมากขึ้น เราเดินไปคุยกันที่ห้องหลังบันได
>เป็นที่ ๆ ไม่ได้หรูเลิศอะไรเท่าไหร่เลยจริง ๆ
>แต่ผมกลับรู้สึกอยากจะให้เป็นที่ตรงนั้น ที่ผมจะสร้างความทรงจำดี ๆ
>เอาไว้…………….
>
>เฟอร์ส “มีอะไรเหรอคะ? “
>ผม “เอ่อ………………….เฟอร์ส
>หมู่นี้รู้สึกไม่ค่อยได้เจอกันเลยเนอะ”
>เฟอร์ส “แหะ แหะ ก็อาทิตย์ที่แล้วเฟอร์สรู้สึกว่าพี่เครียด ๆ
>หรือโมโหอะไรซักอย่างเนี่ยะแหละ ดูพี่เครียด ๆ
>ก็เลยไม่กล้าเข้าไปคุยน่ะค่ะ”
>ผม “อืม……..มีเรื่องนิดหน่อยจริง ๆ แหละจ้ะ
>แต่ตอนนี้มันเคลียร์หมดแล้วล่ะ”
>เฟอร์ส “เรื่องพี่ขิงเหรอคะ? “
>ผม “………….ก็ไม่ใช่ซะทีเดียวหรอกนะ แต่ก็มีส่วนบ้าง”
>เฟอร์ส “เอ่อ……ถ้าดูตามสายตาคนนอกอย่างเฟอร์สนะคะ
>เฟอร์สคิดว่าพี่ขิงเค้าชอบพี่มากพอดูเชียวแหละค่ะ
>ดูเค้าเป็นห่วงพี่มากเลยนะ”
>ผม “……………เรื่องนั้นก็มีคนมาบอกพี่บ้างเหมือนกัน
>แต่อาจจะเข้าใจผิดกันไปเองก็ได้นะ”
>เฟอร์ส “ก็อาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้เนอะ แหะ ๆ เฟอร์สก็คนนอกซะด้วยสิคะ
>ขอโทษด้วยนะคะที่ทำเหมือนรู้เรื่องของพวกพี่ดี”
>
>แล้ว………………เหตุการณ์ที่ทำให้ผมลำบากมากขึ้นก็เกิด!!!
>เมื่อ……………………………
>
>ขิง “ไม่เป็นไรจ้ะ เราเข้าใจถูกแล้วแหละ พี่ชอบพีเค้าน่ะ”
>
>เฮ้ย!!!!! มัน…………..อึก ๆ อัก ๆ
>มันเหมือนกับว่าเมื่อคืนผมนอนหนุนหมอนน้ำแข็งเลยล่ะ หัวมันตื้อ
>มันเวียน ๆ ทั้งตกใจ ทั้งงง ทั้งอึ้ง
>มันสารพัดปนเปกันไปหมด เขินอาย
>หรือยังไงดีล่ะเนี่ยะ………………………………….ขิง……….ผมนึกไม่ถึงจริง
>ๆ ว่าเธอจะกล้ามากขนาดนี้
>หรือเป็นเพราะสถานการณ์ที่ผมนั่งคุยกับเฟอร์สด้วยอารมณ์ซีเรียสงั้นเหรอ?
>ทำให้เธอกลัวและพูดประโยคนี้ออกมา……..แต่มัน……………..
>
>เฟอร์ส “ขอโทษด้วยนะคะ เฟอร์สไม่ควรพูดถึงเรื่องพี่แบบนี้เลย ขอโทษจริง
>ๆ ค่ะ”
>ขิง “ไม่เป็นไรจ้ะ ยังไงซะ
>วันนี้พี่ก็คิดว่าจะพูดกับพีเค้าเรื่องนี้อยู่แล้วล่ะ………………พี
>เราถามเพื่อน ๆ มาตั้งหลายวันแล้วแหละ ว่าสิ่งที่เราทำไป
>มันเหมือนกับว่าเราแอบชอบเธออยู่รึเปล่า เค้าก็ตอบว่าใช่ทั้งนั้น
>ถ้างั้นเราก็ไม่คิดจะปิดบังอะไรอีก เราบอกไปแล้วนะ แต่จะบอกอีกครั้ง
>พี ขิงชอบพีนะคะ”
>
>……………………ทั้ง 3 คนเงียบบบบบบบบบบบบบบ
>แต่ดูเหมือนว่าคนที่ต้องขบคิดมากที่สุดคงจะเป็นผมนี่แหละ มันทั้งอาย
>ทั้งอึ้ง
>แต่ถ้าผมยิ่งเงียบอยู่แบบนี้
>คนที่รอฟังคำตอบคือขิงคงจะยิ่งอึดอัดขึ้นไปอีก………..งั้น……….ผมจะตอบว่าไงดีล่ะ!?!
>ว๊าาาาาาาาาาาาาาา
>ถึงเวลาที่ต้องเลือกจริง ๆ ซะแล้ว
>ทำไมพอตอนนี้แล้วมันถึงทำใจเลือกลำบากมากขนาดนี้เนี่ยะ
>ทั้งที่จริงตอนแรกเราคิดว่าเราหนักแน่นพอแล้วนะ
>ที่เลือกเฟอร์ส
>แต่………….ทำไมตอนนี้ผมกลับพูดไม่ออกว่าผมเลือกเฟอร์ส
>เพราะยิ่งมองหน้าขิง ผมยิ่งรู้สึกว่าตัวเองมันงี่เง่าไม่เอาไหน
>เอาแต่ใจ ขี้โกง ขี้ขลาด เอาแต่ได้จริง ๆ
>……………………….ทั้งที่ดูเหมือนผมกำลังตกต่ำย่ำแย่ที่สุด
>แต่……..ใครคนหนึ่งเดินออกมาจากประตู
>และทำให้ผมยิ่งรู้สึกแย่ลงกว่าเดิม
>
>”พี่คะ…….แต่พี่ผู้ชายคนนี้เค้ามีแฟนแล้วนะคะ คนที่เหมือน ๆ
>ทอมน่ะค่ะ”
>
>เธอ!!!!! เด็กคนที่นั่งอยู่ในห้องตอนที่ผมคุยกับแอน O_o”
>
>เฟอร์ส “หนิง เธอไปรู้ได้ไง? “
>
>อ๊าาาาาาาาาาาาา นึกออกแล้ว ที่แท้ก็น้องหนิง
>เพื่อนกลุ่มเดียวกับเฟอร์สนี่เอง
>โอ้!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
>แบบนี้ยิ่งแย่ลงไปใหญ่
>
>หนิง “แหม…เฟอร์ส ก็เค้าเห็นนะ เมื่อกี้นี้
>พี่คนนี้กอดกับพี่ผู้หญิงอีกคนในห้อง TV น่ะ พี่ทะเลาะอะไรกันเหรอคะ
>หนูเห็นพี่ผู้หญิงร้องไห้แล้วก็
>กอดพี่ตั้งนาน หนูคิดว่าหนูคงเป็นคนนอกก็เลยเดินออกมาน่ะค่ะ”
>
>ตาย!!!!!!!!!!!!!! ตายจริง ๆ แน่
>ทำไมน้องมาพูดต่อหน้าประชาชีแบบนี้ล่ะจ๊ะหนิง T_T
>ผมไม่รู้จะมองหน้าเฟอร์สยังไง มองหน้าไม่ติดจริง ๆ
>แต่ผมคอยเหล่ ๆ มองอาการของขิงตลอด ซึ่งแค่พูดลักษณะว่า “คนที่เหมือน ๆ
>ทอม” แค่นี้ขิงก็รู้แล้วว่าเป็นใคร……………………………
>
>ขิง
>”พี…………เธอเลือกแอนเหรอ………………………………..”
>ผม “ไม่ใช่……………….คือ………………..
>(จะอธิบายยังไงดีล่ะเนี่ยะ ลำดับคำพูดไม่ถูกซะแล้ว) “
>เฟอร์ส “อ๋อ…..พี่คนนั้น
>ที่เคยเห็นไปไหนมาไหนกับพี่ระยะหนึ่งนั่นเหรอคะ”
>
>จำได้เลย ผมเคยแสดงเป็นแฟนแอนเพื่อสลัดมาดทอมของเธอนี่นะ
>แต่……..ขืนเอามาเล่าตอนนี้ล่ะก็ยิ่งยาวแหงเลย
>
>ผม
>”คือ………….จะเชื่อกันรึเปล่าก็ไม่รู้นะ……………แต่เราไม่ได้เป็นแฟนกันหรอก”
>
>ผมไม่อยากให้ภาพพจณ์ของแอนเสียด้วยเรื่องที่ว่าเธอมาชอบผมหรอก
>
>ผม “พอละ ไม่คิดอะไรอีกละ
>จะบอกตามตรงไม่อ้อมค้อมอีกแล้วล่ะ…………………”
>
>และแล้วผมก็พูดคำที่ไม่น่าเชื่อว่าจะหลุดออกจากปากของผมออกมา……………เป็นคำที่ออกมาจากใจจริง
>ๆ ไม่มีปิดกั้นอีกแล้ว
>
>ผม “เฟอร์ส
>พี่รักเฟอร์ส…………………………………………………..แอบชอบตั้งแต่ครั้งแรกเห็น
>และพี่เพิ่งจะมั่นใจเมื่อไม่กี่วินาทีที่แล้วนี่เอง
>ว่าพี่รักเฟอร์ส อยากเป็นคนที่ใกล้ตัวเฟอร์สมากที่สุด
>เป็นคนสำคัญของเฟอร์สมากที่สุด……………………………”
>
>และแล้ว ประโยคง่าย ๆ ซึ่งบางคนพูดมาแล้วตั้งหลายครั้ง บางคนพูดได้ง่าย
>ๆ ไม่รู้สึกอะไรเลย แต่เป็นคำที่มันออกมาจากลำคอของผมยากที่สุด
>แล้วผมก็เอ่ยมันออกมา………………….
>
>ผม “เฟอร์ส เป็นแฟนกับพี่ได้มั้ย? “
>
>……………………………………………………………………………………………………… ประโยคนี้ทำให้ทุกคนในที่ตรงนั้นอึ้ง
>นิ่งเงียบ
>ตัวขิงผมรู้สึกเหมือนกับว่าเธอน้ำตาซึม
>มือจับขอบประตูเป็นที่พึ่งใช้ทรงตัว………..หนิงมองหน้าผม
>แล้วก็มองหน้าเฟอร์สอย่างรอฟังคำตอบ
>ส่วนตัวเฟอร์ส………………………….ผมเพิ่งจะสังเกตุเห็น
>หน้าขาว ๆ ใส ๆ ตอนนี้เป็นสีชมพูเข้ม
>และ……ดูเหมือนเธอก็น้ำตาซึมอยู่เหมือนกัน
>
>ขิง “เราขอตัวก่อนนะ…………………………….”
>
>แล้วขิงก็เดินออกจากที่ตรงนั้นไป ขึ้นบันไดไปที่ห้องเรียนพิเศษทันที
>………………อย่างไม่ต้องสงสัยเลย
>ผมแทบจะมั่นใจว่าเธอยกแขนขึ้นมา
>ซับน้ำตาไปพลางระหว่างขึนบันได แต่ในหัวผมตอนนั้นมันขาวโพลนไปหมดแล้ว
>ไม่เหลือความคิดแม้แต่จะสงสารขิง ไม่เหลือความคิดอยากจะ
>รอฟังคำตอบจากเฟอร์ส แต่ผมอยากจะออกไปจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด
>แต่……………………………………..ถ้าทำแบบนั้น
>ผมก็อดดูภาพที่
>ทำให้ผมมีความสุขจนถึงทุกวันนี้แน่ ๆ
>
>สายตาของเฟอร์สก้มมองต่ำและเริ่มหลับตา หยาดน้ำตาเม็ดใส ๆ เล็ก ๆ
>ก็ร่วงลงบนหน้าขาของเธอ
>
>เฟอร์ส “……….ทั้ง ๆ ที่เฟอร์สคิดว่ายังไงก็ไม่มีทาง
>พี่มีคนชอบเยอะ เราห่างกัน ยังไงก็ไม่มีหวัง ทั้ง ๆ
>ที่คิดว่าแม้จะไม่สมหวังก็จะไม่เสียใจ
>จนความคิดนั้นมันมาทำให้เฟอร์สรู้สึกว่าสามารถบังคับอารมณ์ให้เป็นปกติได้แล้วแท้
>ๆ แต่………………..พี่พูดประโยคนี้………….
>ทำไมเฟอร์สถึงรู้สึกดีแบบนี้กันล่ะเนี่ยะ ฮะ ฮะ”
>
>เธอหัวเราะทั้งที่น้ำตายังไหล หนิงแอบย่องออกไปได้สักครู่แล้ว
>ผมได้ยินเสียงบ่นอุบอิบตามหลังเล็กน้อย “หวาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาน”
>ประมาณนั้น
>แล้วความสนใจของผมทั้งหมดก็มาจับจ้องที่เฟอร์ส………………..เธอเงียบไปสักพัก
>แล้วเธอก็เงยหน้าขึ้นมาตอบ…………
>
>เฟอร์ส “ค่ะ……………เราเป็นแฟนกันนะ”
>
>หมดแล้ว…………..ทุกสิ่งทุกอย่าง
>ผมแทบจะตายซะตอนนั้นเพราะความดีใจ ความปิติ
>มัน…………..ทุกอย่างรวมกัน มันบอกไม่ถูก
>แต่ตอนนี้……………………….บทสรุปมันมาถึงแล้ว
>และมันได้บอกผลลัพธ์สุดท้ายให้ผมแล้ว……….ภาพใบหน้าเธอตอนตอบตกลงดูอาย
>ๆ
>แต่ก็มั่นคงและหนักแน่น
>มันทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่มีความสุขที่สุดแล้ว T_T
>
>ในวันนั้น ขิงไม่ได้อยู่ในห้องเรียนพิเศษ
>(คงร้องไห้อยู่ในห้องน้ำตอนผมเดินขึ้นบันไดไปนั่นแหละนะ
>ได้ยินเสียงอยู่) แต่ 2 วันต่อมา เธอก็
>กลับมาเรียนตามปกติ
>แม้จะดูหมองไปบ้างเล็กน้อยแต่คิดว่าไม่นานเธอคงจะกลับมาสดใสเหมือนเดิม
>และ…..ไอ่แฟร์…..ยังคงแอบชอบขิงต่อไป
>ครีมไม่ได้มีผลกระทบมากนักจนคนทั่วไปคิดว่า “ครีมไม่ได้ชอบพีซักหน่อย”
>อาจจะเป็นแบบนั้นจริง ๆ ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องดีอีกนั่นแหละ……….
>แอน เธอร้องไห้ไปแล้วนี่นะ แต่ดูเหมือนเธอจะอึ้ง ๆ เล็กน้อย
>ที่ผลสุดท้ายผมไมได้ลงเอยกับทั้งครีมและขิง แต่กลับเป็นเด็ก ม. 4
>ที่เธอไม่รู้จัก
>ไอ่เบย์กับตาลยังคงคบกันเหนี่ยวแน่นตั้งแต่ต้นจนจบ มันทิ้งประโยคง่าย ๆ
>แต่ฟังแล้วรู้สึกทั้งซึ้ง ๆ และคลาสสิคว่า “โชคดีนะเพื่อน”
>มันทำยังกะจะจากกันไกลงั้นแหละ ทั้ง ๆ
>ที่ยังไงซะก็ต้องเรียนที่เดียวกันไปอีกนาน แต่ผมเข้าใจนะ
>มันแฝงความหมายลึกซึ้งไว้ว่า
>”ขอให้มรึงกับเฟอร์สโชคดีนะ” ………………………………….
>
>ไอ่เบย์ ถ้ามรึงเข้ามาอ่านในนี้นะ ถึงเรื่องนั้นมันจะผ่านมา 2-3
>ปีมาแล้วก็เถอะ ตอนนั้นกรูไม่ได้พูด ขอโทษที พูดซะตอนนี้เลยละกัน
>”ขอบใจมากว่ะเพื่อน”
>ไม่กล้าไปพูดประโยคนี้กับมันหรอก กระดากปาก พูดไม่ได้ ฮะ ฮะ ^o^
>
>สำหรับนางฟ้าของผม บอกไว้เลยครับ เดี๋ยวนี้ผมก็ยังคบกับเฟอร์สอยู่
>และไม่ได้เปลี่ยนแปลงเลย คำว่า “รัก” ที่ผมให้เฟอร์สไปในวันนั้น
>มันเป็นยังไง ตอนนี้มันก็ยังคงเหมือนเดิม
>แต่ความรู้สึกของผมมันยิ่งทวีขึ้นกว่าเดิมอีกมากมายนัก แต่พูดบ่อย ๆ
>ไปก็ไม่ดี มันจะฟังดูไม่มี
>น้ำหนัก คุณค่าของมันก็จะลดลง
>แต่พูดอีกสักครั้งคงไม่เป็นไรนะ………..ผมรักเฟอร์ส………..รักมาก………..รักที่สุด………..
>และจะรักตลอดไปเลยล่ะ เธอคนเนี่ยะ
>………………………………………นางฟ้าของผม……………………………………..
>………………………………………เธอน่ารักจัง
>-•๏จบแล้วจ้า๏•-<