เธอน่ารักจัง ก้อปมาจากFW:Mail สมัยม.ต้น สนุกมากก

22 11 2011

>เธอน่ารักจัง

>มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นประมาณ 3 ปีที่แล้วล่ะมั้ง (ประมาณนั้นได้)

>ผมเป็นคนชอบเล่นเกม มีเพื่อนซี้อยู่คนนึง ชื่อว่าไอ่ “เบย์”

>ผมกับเพื่อนคนนี้ส่วนมากไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด ซี้กันมาก

>แล้ววันนี้ผมกับมันก็โลดแล่นกันตามเคย (เที่ยวตระเวนร้านเกม)

>ขณะนั่งเล่นเกมอยู่ในร้านตู้กระจกร้านหนึ่ง (ขอสงวนสถานที่ด้วยนะ)

>แน่นอนครับ rag นั่นเอง (แต่เกมอื่น ๆ ก็เล่นนะ เช่น เทลวีเวอร์ หรือ

>N-Age อะไรพวกเนี่ยะ) ระหว่างเล่น rag อย่างเมามัน

>ผม “เฮ้ย! ไอ่เบย์ ทำไรอยู่วะ!?! กรูโดนมันตบตายแล้วเนี่ยะ เอาพริส

>มาชุบกรูหน่อยเร็ว”

>ผมเล่นฮัน กำลังบู๊ในปิรามิดชั้น 4 มันส์เลย

>เบย์ “โห่ เล่นยังไงวะ เบสก็ให้แล้ว agi ก็ให้แล้ว ยังตายอีก”

>มันยิงอยู่ชั้น 3 มันมีพริสอีกตัวอยู่ใน ID เดียวกัน

>ขณะที่มันเอาพริสมาปลุกผมนั่นเอง ตัวจริงของผมก็เดินเรื่อยเปื่อย

>ไปซื้อขนมที่พี่เจ้าของร้าน (มีน้ำอัดลมกับขนมขายในร้านด้วยนะ

>มาม่าก็มี มีไว้สำหรับพวกที่เกมรับประทานศีรษะอย่างผมสองคน

>เนี่ยะแหละ)

>…………………..มองไปหน้าร้าน………………….เฮ้ย!!!

>ผู้หญิงคนหนึ่งเพิ่งออกจากร้านทำผมข้าง ๆ โอ……..ม….แม่เจ้า…

>ถ้าคุณรู้จักว่าสวย + น่ารัก เป็นยังไง นั่นแหละ!!! นั่นเลย!!!

>ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี เพราะเค้าหน้าไม่เหมือนดาราคนไหน แต่เค้า

>น่ารักแบบของเค้า คือ……….เอ่อ…….เอางี้ นึกภาพตามนะ

>สูงสัก 164 ซม. เอ่อ……….อ๊ะ! ใช่ ๆ

>ที่เด่นชัดอีกอย่างนึงก็คือ……

>”ผิวขาวจริงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง” ขาวจริง ๆ ครับ สาบาน

>ขาวมาก ๆ ขาวแบบ…ผ่องใสทุกยองใยเลยอ่ะ และด้วยความขาวนั้น

>ทำให้ตาหวาน ๆ และปากเรียวบางสีแดงอ่อนยิ่งดูโดดเด่นขึ้นอีก

>โอ…………….คนแบบนี้มีจริงด้วย (ในใจนึก)

>สุดยอดเลย……………

>ดู ๆ แล้ว ประมาณ ม. 4 ได้มั้ง เฮ้อ……..น่ารักจนแม้ว่าจะกลัวจน

>ลนลานว่าน้องเค้าจะหันมาเห็นเราแล้วเค้าจะรังเกียจ แต่…..ยาก

>ยากมากจริง ๆ ที่จะถอนสายตาไปจากน้องเค้า มันเหมือนทุกอย่าง

>มันไม่มีความหมายแล้ว ขอให้ได้มองเค้าต่อ…มันจะเกิดอะไรขึ้นก็

>ช่างมัน ผมไม่สน อะไรประมาณนั้นเลยแหละ

>มองเค้าซะนาน จนน้องเค้าขับ BMW สีขาวไปแล้ว

>กลับมามองจอตัวเองอีกที………………ตายรอบ 2 เออ เจริญเลย -_-”

>ปิดเทอม ผมกับไอ่เบย์ก็หาที่เรียน Summer กันเหมือนเคย (นี่แหละ

>ความลับของคนบ้าเกม 2 คนที่ไม่เคยต้องรีเกรด ^_^)

>

>เบย์ “เออ…กรูเห็นนะ มีแถว ๆ ……………… (ตามกติกาครับ

>สงวนสถานที่)

>กรูเห็นมีที่นึงว่ะ เออ อาจารย์อายุไม่แก่มากอ่ะ ใจดีด้วย จะได้

>เรียนกันแบบสะบาย ๆ ไง เอามะ”

>ผม “เออ…ก็เข้าท่านะ ไปดูกันก่อนก็ได้”

>

>ว่าแล้วก็ไปยังจุดหมาย คนเรียนไม่เยอะเท่าไหร่ อย่างที่เราต้องการ

>เพราะถ้าคนเยอะแล้วเรียนไม่ค่อยรู้เรื่องครับ คิดว่าหลาย ๆ คนก็

>คงคิดเหมือนกัน แต่ที่นี่ก็ดังพอดูนะ

>

>ผมกับนายเบย์สมัครไปเรียบร้อยทันทีทันใดเลยครับ ไว้เอาเงินมาจ่าย

>วันพรุ่งนี้ก็ได้ กรอกเสร็จก็ไปหาหมี่เกี๊ยวทานกัน แล้วก็กะว่าจะหา

>ร้านเกมไปถลุง rag กันตามเสต็ป………………แต่ก่อนนั้น………

>

>O_o” เฮ้ย!!! นางฟ้าของกรู!!! (ผมอุทานดังมาก ดังมากจริง ๆ

>โชคดีที่อุทานในใจ ไม่งั้นคนหันมาทั้งถนนแน่)

>

>โอ………เธอครับ เธอคนนั้นเลย ยังเหมือนเดิม ขาวผ่อง พอแสงแดด

>สะท้อน แทบจะมองเธอต่อไม่ได้ มันแสบตา สว่างวาบจริง ๆ โอย…

>คนอะไร แล้ว…….เดินไป เดินไป เดินไป……เข้าที่เรียนพิเศษ

>หัวใจผมจะพองโตมาก……ถ้าที่เรียนพิเศษที่เขาเดินเข้าไปนั้นเป็น

>ที่เดียวกับผม แต่…….นั่นแหละเนอะ แบบนั้นก็บังเอิญเกินไป

>

>ที่เรียนพิเศษที่เธอเลือก อยู่ห่างจากที่ ๆ ผมเรียนประมาณ 3 ช่วงตึก

>เออ…เซ็ง ไกลกันอีก……..ฮึ่ม………เอาไงดีวะ เออ

>จะได้มองนางฟ้า

>ยังจะคิดนานอีก ผมชวนไอ่เบย์เปลี่ยนที่เรียนเดี๋ยวนั้นเลย

>

>ที่เรียนที่เธอคนนั้นเรียนอยู่ต่างจากที่ ๆ

>ผมเรียนอยู่ตรงที่………..

>คนเยอะเจรงงง ๆ เยอะมาก แล้วส่วนมาก เอ่อ…………………….

>ส่วนมากเป็นสาว ๆ ทั้งนั้นเลย (นั่นเป็นเหตุผลทำให้ไอ่เบย์ยอมเปลี่ยน)

>

>ระหว่างที่กรอกใบสมัคร (ที่เก่าช่างมันเฮ๊อะ ใครที่จะเรียน Summer

>อย่าทำแบบนี้นะครับ มันเสียมารยาทมาก สมัครแล้วหายจ้อยแบบนี้)

>……..เธอเดินออกมาจากห้อง TV (ที่นี่หรูพอดูเลย มีขนมขาย มีน้ำขาย

>มีห้องหนังสือ แล้วก็มีห้อง TV จอยักษ์ กว้างขวางพอสมควรเลยแหละ

>ติดเครื่องปรับอากาศทุกห้องเสียด้วย) ตอนนั้นผมเห็นเธอคนเดียว

>แต่ตอนนี้เธออยู่กับเพื่อน ๆ เธอ

>ผมถึงได้ทราบซึ้งว่า………………

>”ไฮโซ” โห…..ทั้งกลุ่ม เอ่อ…ผู้ดีทั้งนั้น

>(ในที่นี้อยากให้นึกภาพผมกับ

>นายเบย์นะ ว่าพวกเราไม่ได้ต๊อกต๋อยอะไรมาก แต่เรารักความสบาย

>ก็เลยไม่เรื่องมากด้านการแต่งตัว)

>ซ้ำยังมีการวางตัวที่ดีในสังคมเสียด้วย

>ตายละหว่า ตีตูมองอะไรอยู่เนี่ยะ ยิ่งกว่าดอกฟ้าอีก…………..-_-”

>เรียนพิเศษวันแรก ทั้งห้องมีคนเรียนอยู่ 52 คน (เยอะไหมล่ะเนี่ยะ…

>ผู้ชายมี ผม ไอ่เบย์ แล้วก็ พวกครึ่งควบลูก (กระเทย) 4 คน

>ในหมู่ผู้หญิง

>แล้วก็มีไอ่บ้าหอบฟาง……..ที่เรียกมันแบบนี้เพราะมันทำตัวได้บ้านนอกมาก

>นึกภาพนะ ใส่เสื้อยืดยาน ๆ บาง ๆ สีแดง

>แล้วก็ใส่กางเกงวอร์มขาจั๊ม…..

>ผมทรงลานบินเต็มสตรีมเลย ใส่เยลซะแข็ง คงเอาไว้แทนหมวกกันน๊อค

>แค่นี้แหละผู้ชาย…………หมายความว่านอกนั้นต้องเป็น ญ ล้วน ๆ

>นึกดู!!!

>โอ…คนนี้จากมหาลัยนู้น คนนู้นจากมหาลัยนี้ มากหน้าหลายตา

>เยอะแยะไปหมด

>สำหรับผมที่ไม่เคยได้อยู่ท่ามกลางสาว ๆ แบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต เอ่อ…

>จะละลายอยู่แล๊ว >_<

>

>ไอ่เบย์น่ะ มันเข้ากับคนอื่นง่าย มันเป็นคนตลก พูดเก่ง

>ไม่แปลกเลยที่มัน

>จะรู้จักคนครึ่งห้องได้ในเวลาเพียง 1 ช.ม.

>

>ผมกับมันเรียนกัน 3 ชม. ครับ 9.00 น. – 12.00 น. (รู้สึกว่าน้อยจัง

>ที่อื่นผมเรียนไม่ต่ำกว่า 5 ชม. นะ) ในห้องน่ะนะ

>แน่นอนว่าในหมู่ผู้หญิงทั้งหมด

>45 คน ต้องมีคนสวยน่ารักอยู่แล้ว (ไม่นับนางฟ้าคนนั้นของผมนะ เค้าเรียน

>คนละชั้นกับผม ก็ผมเรียนปี 1 เค้าเรียน ม.4 นี่นา) ในห้องจะแบ่งกันเป็น

>กลุ่ม ๆ ครับ ตามสถานที่เรียน เพราะส่วนมากแล้วคนที่มาเรียน จะมากับ

>เพื่อนในมหาลัยเดียวกัน แบ่งเป็นกลุ่มละ 8-10 คนเนี่ยะแหละ มีประมาณ

>5 กลุ่มล่ะมั้ง ไปเฉลี่ยกันเอาเองนะครับ

>แต่ละกลุ่มก็จะมีสุดสวยสุดน่ารักเลย

>ประมาณ 1-2 คน แล้วก็มีคนที่น่ารักพอใช้ได้ประมาณ 3-4 คน นอกนั้นคือ…

>พวกที่ไม่สมควรพาไปวัดไปวาด้วย

>

>ไอ่เบย์มันไปรู้จักกับกลุ่มที่มาจาก ม.ช. (มหาลัยเชียงใหม่)

>โอว…สาวเหนือ

>น่ารักชมัด คนที่น่ารักมาก ๆ มี 2 คนในกลุ่ม นอกนั้นก็น่ารักดี

>คนแรกชื่อ ขิง อีกคนชื่อ ตาล ดูแล้วไอ่เบย์มันจะสนใจตาลไม่น้อย

>ขิง เป็นคนผิวขาว (ถึงจะไม่เท่านางฟ้าคนนั้นก็เถอะนะ) หน้าตาคมมาก

>ตาคม ๆ คิ้วเข้ม แต่เรียวบาง ผมยาวถึงไหล่ ตัวสูงประมาณ 166 ซม.

>ดูห้าวนิด ๆ ออกทอมหน่อย ๆ แต่ก็ยังเรียบร้อยสมเป็นผู้หญิงอยู่

>ตาล เป็นคนตาหวาน ผมยาวถึงหลัง ผิวขาวพอ ๆ กับขิง ดูเป็นเด็ก ๆ

>น่ารักดี ขี้เล่น สูงประมาณ 159 ซม. (เสป็กไอ่เบย์มันแหละ)

>ผมกับไอ่เบย์คุยกับหญิงกลุ่มนั้นจนเค้าชวนไปทานข้าวด้วยกัน (หุ หุ

>ไปกับ

>หญิงประมาณ 10 คน โอว์…จ๊อช)

>

>ถ้าถามผมว่าผมชอบใครมากกว่ากัน ระหว่างขิงกับตาล ผมคิดว่าขิงน่ารัก

>แบบธรรมชาตินะ คือ…เค้าไม่ต้องทำอะไรยังไงมากก็น่ารักแล้วอ่ะ…

>แต่ตาล

>ต้องทำตัวสดชื่น ๆ แล้วก็ทำตัวเหมือนเด็ก ๆ ถึงจะน่ารัก

>ผมคุยกับขิงเป็น

>ส่วนมาก (แฮ่ ๆ) หลังจากทานข้าวเสร็จสาว ๆ ก็ขอตัวกลับที่พักกันก่อน

>ผมกับไอ่เบย์ก็หาร้านเล่น rag

>ตามเคย…………เล่นไปประมาณชั่วโมงกว่า ๆ

>

>ไอ่เบย์ “เฮ้ย! พี ไปส่งกรูหน่อยปะ”

>ผม “ไปไหนวะ?”

>ไอ่เบย์ “เมื่อกี้เว่ย กรูโทรคุยกับตาล

>เค้าบอกว่าจะไปเที่ยวเล่นที่คอนโดของเค้า

>ก็ได้เว่ย!!!”

>

>ผมนึกในใจทันที “ไอ่ปีศาจ” มรึงเพิ่งคุยกับเขาเมื่อกี้

>ได้เบอร์โทรแล้วเรอะ

>ยังไม่พอ ถามไปเที่ยวที่คอนโดเค้าได้แล้วอีกด้วย O_o” มันเซียนจริง ๆ

>จ๊อช…

>

>ผม “เออ ๆ งั้นก็คิดตังกันเหอะ”

>

>ระหว่างจะความหาเงินในกระเป๋า…………ซวยจริง ๆ

>ด้วยความเร่งรีบที่จะได้

>ไปทานข้าวกับสาว ๆ 10 คน

>ผมก็ดันลืมกระเป๋าไว้ที่เรียนพิเศษ………………

>เงินที่ติดตัวอยู่ในกระเป๋ากางเกงเสมอก็จ่ายค่าอาหารไปแล้ว…นี่ตูไม่เอะใจเลย

>เหรอว่า “กระเป๋าหายไปไหน!?!” เพิ่งมารู้เอาตอนนี้!!!

>โห………..พ่อแม่พี่น้อง

>ถึงตอนนี้ใครจะด่าผมโง่ก็เอาเลยครับ -_-”

>

>ไอ่เบย์มันจะให้ยืมเงินก่อน แต่ยังไง ๆ ก็ต้องกลับไปเอากระเป๋าก่อนล่ะ

>ไม่รู้ว่า

>หายไปรึยัง…… (ไม่อยากคิดว่าหายไปแล้ว…มองโลกในแง่ดีไว้)

>

>หอบสังขารขับรถไปที่เรียนพิเศษกับไอ่เบย์

>จำได้ว่าก่อนออกมานั่งคุยกับสาว ๆ

>ในห้อง TV ว่าแล้วก็รีบรุดไปเลย เปิดประตูเข้าไป………..โจ๊ะ!!!!!

>

>อีกแล้ว…นางฟ้า…คราวนี้เต็ม ๆ เค้านั่งดู TV อยู่กับเพื่อนอีกคนนึง

>ตอนนี้

>ผมเผชิญหน้ากับเค้าในระยะห่างไม่ถึง 5 เมตร O_o” เค้าหันมามองผมทั้ง 2

>คนเลย

>ง่ะ…………ถ้าสังเกตุให้ดี………….กระเป๋าน้อยของผม…………โดนนางฟ้า

>นั่งทับอยู่……………………………………………………………………………….

>ทำไง ทำไง ทำไง (ในหัวนึก) นึกไม่ออก ทำอะไรไม่ถูก

>เป็นครั้งแรกที่ได้สบตากับ

>น้องคนนี้เลย เฮ้ย! ขยับไม่ออก ปากมันละลายไปแล้ว

>เหงื่อมันท่วมท้นมาจากไหน

>แต่ทันใดนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าจะมัวเคลิบเคลิ้มมากกว่านี้ไม่ได้

>ไม่งั้นน้องเค้าจะคิดว่า

>เราโรคจิตแน่ ๆ ไอ่เบย์เพื่อนตายก็ดันนั่งอยู่ในรถอีก…….เอาวะ!

>

>ผม “เอ่อ…น้องครับ คือ……..”

>

>ยังไม่ทันบอกจุดประสงค์ น้องเค้ารู้ตัวก่อน

>

>นางฟ้าคนนั้น “อ๋อ! กระเป๋าใช่มั้ยคะ…แหะ ๆ นั่งทับไปเต็ม ๆ เลย

>ขอโทษค่ะ”

>

>พูดพร้อมกับหยิบกระเป๋าให้ โอ้ว! น…น…น่ารัก จัง เลย ว้อยยยยยยยยยย

> >_<

>คือ…น้องเค้าอายหน่อย ๆ

>แต่ก็ควบคุมกิริยาท่าทางทุกอย่างไว้ได้อย่างสมบูรณ์

>ทั้งหมดเลย ผมรับกระเป๋ามาอย่างเร็ว ๆ

>เพราะทนจะอยู่ต่อหน้าน้องเค้าไม่ไหว

>

>ผม “ขอบใจนะ”

>

>พูดแบบเบา ๆ

>เสียงมันเหมือนกับเบาจนแม้แต่ผมเป็นคนพูดเองก็ยังฟังไม่ได้ยิน

>แล้วก็รีบชิ่งออกจากตรงนั้นเลย เดินมาถึงรถ หัวยังเบลอ ๆ อยู่

>”กรูได้พูดกับ

>น้องเค้าแล้ว!!!” ถึงจะประโยคสั้น ๆ แต่แค่นั้นผมก็แทบจะบ้าแล้ว……

>

>ขึ้นรถมาไอ่เบย์ไม่รอช้า รีบสั่งการ

>พวกเราฉิวไปที่คอนโดของตาลอย่างรวดเร็ว

>ในหัวผมยังนึกถึงน้องนางฟ้าคนนั้นไม่หายเลย

>เฮ้อ…………………….เรียกเค้าว่า

>นางฟ้าแบบนี้ไม่ค่อยดีเลยเนอะ ก็ตอนนั้นผมยังไม่รู้ชื่อเขานี่ครับ

>(ปัจจุบันรู้แล้ว แต่

>ให้พวกคุณรู้ไปพร้อมกับผมในตอนนั้นดีกว่าเนอะ

>ขืนบอกตอนนี้ก็ไม่ลุ้นเลยสิ)

>

>พอถึงจุดหมาย คอนโดที่ว่าเนี่ยะ ขอโทษครับ 50 กว่าชั้น O_o”

>เธออยู่ชั้นที่ 45

>ดีที่มีลิฟ 6 ตัว เลยไม่ต้องรอคิวอะไรนานนัก เป็นคอนโดที่สวยครับ

>ตกแต่งระเบียง

>ด้านในเป็นพืชตระกุลเถาวัล แต่สีเขียว มองแล้วสบายตาดี

>

>เดินไปถึงห้องของเธอ ห้อง 45B7 (อันนี้ผมกับไอ่เบย์วิเคราะห์ว่าเลข 2

>หลักแรก

>คือเลขบอกชั้น ส่วนตัวอักษรภาษาอังกฤษคือบอกโซน เลขตัวเดียวพ่วงท้ายคือ

>เลขลำดับห้อง) เดินมาถึงหน้าประตู เคาะปุ๊ป โห…..เสียงสาว ๆ

>กรี๊ดกร๊าด คาดว่า

>กลุ่มเมื่อกี้แน่ ๆ 10 คน อยู่คอนโดนี้หมดแน่ ๆ (แต่อาจจะหลาย ๆ ห้อง)

>ตอนนี้

>มารวมตัวอยู่นี่หมดแล้วมั้ง ตาลมาเปิดประตูให้…..พอเข้าไป

>หูย…….กว้าง

>ข้างในมี 2 ห้องใหญ่ ๆ ห้องน้ำอีก 1 ห้อง ทุกห้องติดแอร์

>(ห้องน้ำไม่รู้ติดรึเปล่า)

>เย็นมาก สาว ๆ นั่งทานขนมอยู่ตรงโต๊ะรับแขกทรงกลมประมาณ 6 คน

>คนนึงอยู่ใน

>ห้องน้ำ อีกคนอยู่ในห้องนอน (ห้องกว้างอีกห้องนึงนั่นแหละ)

>ที่แปลกกว่านั้น

>ไอ่ครึ่งควบลูก 4 คน อยู่ในห้องนั้นด้วย

>มาทราบภายหลังว่ามันเองก็พักอยู่คอนโดนี้

>เหมือนกัน…………………ส่วนตัวแล้ว……………….ผมเกลียดกระเทยมาก

>ๆ

>แต่สาว ๆ

>ในห้องทำให้ผมรัญจวนใจขึ้นจนสามารถเข้าไปในห้องได้…แต่ในห้องนั้น

>ผมมองไม่เห็นขิงเลย…ไปไหนหว่า?

>

>ตาล “ไงหนุ่ม ๆ เข้ามาเลย เย็นหน่อยนะ พวกนี้เค้าเร่งแอร์กันน่ะ”

>ไอ่เบย์ “มะเป็นไรจ้า ^_^ ขอรบกวนหน่อยนะ”

>ผม “เอ๋? อยู่กันครบหมด แต่ขิงหายไปไหนล่ะ?”

>

>แล้วหนึ่งใน 4 มนุษย์ครึ่งควบลูกทักผมขึ้น มันชื่อบีน

>

>บีน “แน่…ชอบขิงใช่มั้ยล่าาาาา”

>

>ไอ่บ้า ไอ่กระเทย ไอ่ไม่ครบ “ช” มรึงน่าหุบปากไปเลย!!!

>ทำลายบรรยากาศแท้ ๆ

>ผมนึกในใจนะ

>

>ผม “เหอะ ๆ ๆ ถ้าเล่นมุขก็ขอบอกว่าไม่ตลกเลย”

>

>หนึ่งในเพื่อนของตาล แจง ก็พูดขึ้น

>

>แจง “ขิงเค้าเอากระเป๋าไปเก็บที่ห้องน่ะ เดี๋ยวก็มาแล้ว”

>

>ผมยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปากอย่างไม่ตั้งใจ

>

>ตาล “เข้ามาก่อนดีกว่าน่า จะยืนอยู่ที่ประตูนี่ไปถึงไหน”

>ผม “ทำไมยอมให้พวกเรามาที่คอนโดแบบนี้ล่ะ ไม่รู้สักว่ามันเร็วไปเหรอ?”

>ตาล “อิ อิ ไม่เป็นไรหรอก พวกเธอดูแล้วไม่น่าจะอันตรายหรอกนี่”

>ผม “หึ หึ ไว้ใจพวกผมมากจะเสียใจ (ผมพูดพร้อมทำหน้าเจ้าเล่ห์นิด ๆ)”

>ตาล “ฮะ ฮะ ฮะ อย่าพยายามทำหน้าตาแบบนี้เลย ไม่น่ากลัวหรอกย่ะ

>อีกอย่างนะ

>เธอน่ะมีแค่ 2 คน กับพวกชั้น 10 คน กระเทยอีก 4 พวกเธอนั่นแหละ

>ระวังไว้”

>ผม “ฮะ ฮะ ฮะ (ไงล่ะ โดนตอกมุขกลับเลยตู)”

>

>ว่าแล้วก็เข้าไปนั่งข้างใน ผ่านไปซัก 5 นาที ขิงก็มาเคาะประตู

>

>ขิง “มาแล้วจ้าาาาาาา”

>ตาล “อ๊ะ มาแล้ว ๆ เจ้าหญิง”

>ขิง “อีกแล้ว เลิกเรียกเค้าแบบนี้ได้มั้ย”

>ผม “เอ๋? ไมเรียกเค้าว่าเจ้าหญิงอ่ะ มันคืออะไรเหรอ?

>ยังกับการ์ตูนแน่ะ”

>ตาล “อิ อิ ^_^ ในหมู่พวกเราเนี่ยะ ขิงเนี่ยะแหละ ดูห้าว ๆ แบบนี้

>ใครจะรู้ว่าความจริง

>ลูกคุณหนูน่าดูเลย บ้านรวยด้วย หนุ่มตอมหึ่งอีกต่างหาก ไม่เป็นเจ้าหญิง

>แล้วจะเป็นอะไรดีล่ะ”

>ผม “หวาว…………”

>

>ผมมองขิง พอขิงเดินเข้ามาในห้อง เค้าก็มองมาทางผม

>แล้วก็ทำหน้าตาเหมือนเจอ

>ของประหลาดบางอย่าง เหมือนเพิ่งสังเกตุเป็นว่ามีผมอยู่ในห้อง

>

>ขิง “เอ่อ…เราต้มมาม่าไว้ ขอตัวก่อนนะ”

>

>แล้วขิงก็ออกไปเลย ทำหน้าตาแบบไม่ค่อยพอใจด้วย อ้าว…..อะไรเนี่ยะ!?!

>เกลียดเราเหรอ?

>ผม “เอ่อ…เค้าเป็นไรเหรอ?”

>แจง “นั่นดิ เจ้าหญิงขิงเนี่ยะนะจะทานมาม่า ไม่มีทาง”

>ตาล “ไมมาแป๊ปเดียวอ่ะ เพิ่งเข้ามาเอง”

>ผม “(อึ้ง)………………………………………………”

>

>ง่า…ไงดีล่ะ หรือเพราะผมจริง ๆ กันล่ะเนี่ยะ เค้าไม่ชอบหน้าผมเหรอ?

>ตอนอยู่ที่

>เรียนพิเศษ ไอ่เราคุยด้วยก็ไม่คุยด้วย ตอบก็ตอบห้วน ๆ

>รึว่าจะเป็นแบบนั้นจริง ๆ

>ท่าทางชักจะไม่ค่อยเข้าท่าแล้ว

>ผมบอกไอ่เบย์ว่าอยู่ซักครึ่งชั่วโมงก็ควรจะไปกันได้แล้ว

>ไอ่เบย์หงุดหงิดยิ่งนัก แต่สุดท้ายก็ยอม

>

>กลับมาถึงคอนโดของผม

>

>ไอ่เบย์ “เฮ้ย! เป็นไรของมรึงวะ กรูกำลังหลีตาลสนุกเลย

>กรูรู้มรึงไม่ชอบกระเทย

>มรึงก็ทำเป็นไม่เห็นมันเด่ะ ทำไมต้องรีบลากสังขารออกมาด้วยวะ

>เกือบจะได้

>ทานข้าวเย็นกับตาลแล้วแท้ ๆ เชียว”

>ผม “กรูอึดอัดว่ะ

>รู้สึกเหมือนกรูเป็นสิ่งแปลกปลอมที่เค้าไม่ต้องรับยังไงก็ไม่รู้”

>ไอ่เบย์ “อารายมรึง กรูก็เห็นเค้าคุยดีกับมรึงนี่หว่า

>ใครวะทำท่าทีต่อต้านมรึงอ่ะ”

>ผม “………………………ขิง……………………….”

>ไอ่เบย์ “……………………………………………….”

>ไอ่เบย์ “เออ แล้วไงวะ มรึงจะใส่ใจทำไม แค่คนเดียว รึมรึงแคร์เค้า”

>ผม “เวร ลองมีคนสวยน่ารักแบบขิงมาเกลียดขี้หน้ามรึง

>มรึงจะทนอยู่ต่อได้เรอะ?”

>ไอ่เบย์

>”……………………………………………………………….เออว่ะ

>จริงของมรึง

>กรูเข้าใจละ”

>

>การเข้าใจกันโดยง่ายแบบนี้แหละ ทำให้ผมกับไอ่เบย์คบกันมาได้นาน

>และซี้กันมากถึงขนาดนี้

>หลังจากนั้น 3 วันที่ต้อง Summer ก็เป็นไปอย่างราบรื่น

>(ถ้าไม่นับที่ขิงพยายามหลบหน้าผม)

>ผมไม่ได้เจอนางฟ้าของผมเลย คาดว่าเธอคงจะเรียนเวลาไม่ตรงกับผมมั้ง

>ผมเริ่มเข้ากับ

>ทุกคนในกลุ่มจาก ม.ช. ได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ (เว้นคนนึง) และกับกลุ่มอื่น ๆ

>ผมก็เริ่มได้คุย

>กับเค้าบ้างแล้ว ตอนนี้ทุกอย่างก็เป็นไปได้ดี

>แต่ยังไงก็ยังอยากไขข้อข้องใจกับขิง

>จริง ๆ ไม่รู้ไปทำอะไรให้เค้า ว่าแล้ว…………..วันที่ 4

>ของการเรียนพิเศษ

>

>ผม “ขิง! ขิง!”

>

>ผมทักเธอหลังเรียนเสร็จ เสียงดังลั่นจนคนอื่น ๆ เค้าก็หันมา

>ขิงคงรู้ดีว่าถ้า

>เค้าไม่หันมา คนอื่นคงจะดูออกว่าเค้าไม่ชอบผมอยู่แน่ ๆ สถานการณ์บังคับ

>ทำให้ในที่สุด ผมก็จะได้มีโอกาศเปิดบทสนทนากับขิงจนได้

>

>ผม “ขอคุยอะไรด้วยหน่อยได้มั้ย?”

>ขิง “เอ่อ…..ถ้าไม่นานมากก็…………”

>ผม “ไม่นานหรอก ไม่นาน ขอเวลาเดี๋ยวเดียวนะ พวกตาลน่ะ

>ตอนนี้อยู่กับไอ่เบย์

>ที่ห้อง TV พวกนั้นคงยังไม่ไปทานข้าวหรอก”

>ขิง “………………….ค่ะ งั้นก็ได้”

>ผมโล่งใจอย่างมากมาย

>ตอนแรกกลัวว่าขิงจะจับได้กับการจัดฉากให้ของไอ่เบย์

>ผมพาขิงไปนั่งคุยกันที่ด้านนอกของห้องบันได (ที่เรียกว่าห้องบันไดเพราะ

>2 ข้าง

>ของกำแพงเป็นบันไดขึ้น และมีประตูอยู่อีกด้านหนึ่ง)

>ข้างนอกเป็นลาซีเมนต์โล่ง ๆ

>กันรอบด้านด้วยกำแพง มีต้นไม้และหญ้าอยู่นิด ๆ หน่อย ๆ มีเก้าอี้ 4 ตัว

>โต๊ะกลม

>1 ตัว มีต้นพริกขี้หนูอยู่ใกล้ ๆ เก้าอี้

>(ผมคาดว่าที่ตรงนี้คงเป็นที่สำหรับพวกที่ซื้อ

>มาม่ามาทานแล้วหามุมเหมาะ ๆ ตรงนี้จะเป็นมุมสำหรับพวกเขาเลย

>เพราะมีพริกอยู่

>ข้าง ๆ นี้ด้วย สำหรับพวกชอบเผ็ด ^_^ ผมล้อเล่น)

>

>ผม “เอ่อ…ขิง ถามจริง ๆ เลยนะ………….”

>

>คำพูดของผมชะงักไป เพราะขิงจ้องผมซะ…แทบละลาย

>

>ผม “เรา…ไปทำอะไรให้ขิงขุ่นข้องหมองใจรึเปล่าครับ?

>ดูท่าทาง…เหมือนขิงจะ

>ไม่ค่อยชอบหน้าผมซักเท่าไหร่เลย”

>ขิง “………….เปล่านี่คะ ขิงเปล่าอคติกับคุณนี่……………”

>ผม “………….เอ่อ…ถ้าไม่บอกก็ไม่เป็นไรนะ

>แต่อยากให้รู้ไว้ว่า…………………”

>ขิง “……………..(กำลังเงียบฟังผม)……………”

>ผม “(ตะโกน) ขอโทษคร๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาบ!!!”

>

>ผมตะโกนเสียงดังมาก พร้อมทั้งประกบมือไหว้ ก้มลงนิดหน่อย หลับตาปี๋

>แล้วก็

>เงียบฟังคำตอบ……………………

>

>ขิง “………..แหะ ๆ ………………..คิก ๆ ๆ ๆ ๆ ฮะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

>ๆ ๆ”

>

>หัวเราะ แต่ผมก็ชื้นใจขึ้นนะ

>

>ขิง “ฮะ ๆ ๆ ๆ ๆ ม…ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ

>ขิงต่างหากที่ต้องขอโทษ…….”

>

>แล้วขิงก็ทำหน้าอาย ๆ

>

>ขิง “เฮ้อ…ขิงบอกจริง ๆ ก็ได้ ความจริงแล้ว ก่อนมาที่นี่

>ขิงเป็นขวัญใจในหมู่เพื่อน

>เหมือนเป็นศูนย์กลางของกลุ่มเลยล่ะ

>แต่พอมาที่นี่…มาเจอพวกคุณ…รู้ไหมคะ

>พวกเค้าพูดถึงแต่คุณ 2 คน ตลอดเลย ตอนอยู่ในคอนโดน่ะ ไปไหนมาไหนก็

>พูดถึงพวกคุณ เฮ้อ…ขิงรู้สึกไม่ค่อยดีเลย

>เหมือนตัวเองเป็นเด็กยังไงก็ไม่รู้

>แต่………….ตอนนี้ขิงรู้แล้วล่ะ ทำไมพวกเค้าถึงชอบคุณ 2 คนนัก”

>

>ตอนนั้น ผมอึ้ง ทึ่ง เสียว เอ๊ย!!! อึ้ง ทึ่ง เฉย ๆ พูดอะไรไม่ออก

>กำลังนึกว่าจะดีใจดีไหมวะ?

>เค้า…..ไม่ได้เกลียดกรู แต่อิจฉาเหรอ?

>เอ่อ……แต่ก็บอกไปไมได้ว่าเหมือนเด็กจริง ๆ นั่นแหละ

>ขืนพูดไป โดนโกรธจริง ๆ แน่เรา……….

>

>ผม “งั้น…ก็ไม่มีอะไรขัดข้องหมองใจผมใช่มั้ย? เอ่อ…แล้ว ต่อไปนี้

>เราจะคุยกันได้

>เหมือนคนอื่นได้มั้ย?”

>ขิง “ได้ค่ะ ฮะ ๆ ๆ ๆ ๆ ขอโทษขิงซะเสียงดังเลย ทั้ง ๆ

>ที่ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองทำอะไรผิด คิก ๆ ^_^”

>ผม “ฮะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ (หัวเราะให้กับความบ้าของตัวเอง)”

>

>แล้วระหว่างที่บทสนทนาระหว่างผมกับขิงกำลังเป็นไปได้ด้วยดีนั้นเอง

>ผมมองลอดหน้าต่าง

>กระจกเข้ามา อะ!!! นางฟ้า!!! อีกแล้วครับ อาการเดิมมาอีกแล้ว “มอง”

>อย่างไม่อาจบังคับตัวเอง

>ให้ละสายตาไปจากเธอได้ แล้วในอกเหมือนมีช่องอากาศขนาดใหญ่

>ทำให้หัวใจรู้สึกหวิว

>อย่างบอกไม่ถูก เธอขาวซะจนผมใจหาย O_o”

>

>แล้วเธอก็เดินลงบันไดมาอย่างสง่าผ่าเผย

>คำพูดของขิงไม่ได้เข้าหูผมแม้แต่น้อย

>ผมไม่รู้เลยว่าเธอกำลังพูดอะไรอยู่ และแล้ว…เธอคนนั้นก็เดินมา

>แล้วเหมือนกับว่า

>เธอสังเกตุเห็นผม เธอเดินออกมายืนที่ประตู แล้ว…..!!!เธอพูดกับผม!!!

>

>นางฟ้าคนนั้นแหละ “อ๊ะ! พี่คนนั้น…คือ…คราวที่แล้ว

>เฟอร์สขอโทษนะคะที่นั่งทับกระเป๋าพี่”

>

>อา…เสียง…….น่ารัก น่ารัก น่ารัก น่ารัก น่ารัก น่ารัก น่ารัก

>ว้อยยยยยยยยยยยยยยย >_<

>เธอชื่อเฟอร์สนั่นเอง อา…………………ในที่สุดก็รู้ชื่อ T_T

>ในหัวผมตอนนั้นมีแค่คำว่า “เธอพูดกับผม” อ๊ะ!

>แต่รู้สึกว่าผมต้องตอบอะไรเค้าซักอย่าง

>

>ผม “อ๋อ…เอ่อ…ไม่เป็นไรครับ

>พี่ไม่ได้ใส่ของแตกหักง่ายไว้ในกระเป๋าอยู่แล้ว”

>

>ทำไมก็ไม่รู้ครับ ผมรู้สึกว่ามันเป็นคำตอบที่ “เห่ย” จริง ๆ -_-”

>และแล้วเค้าก็พูดต่อ ด้วยประโยคที่ทำให้ผมแทบหัวใจหลุดทะลักออกมาจากปาก

>

>เฟอร์ส “นั่นแฟนพี่เหรอคะ สวยจังเลยค่ะ”

>

>…………..ผมพูดอะไรไม่ออก

>เค้าหมายถึงขิงอ่ะ…แล้วในจังหวะที่ผมกำลังจะตอบ

>

>ขิง “ไม่ใช่หรอกค่ะ เป็นเพื่อนที่เรียนพิเศษนี่แหละค่ะ

>เพิ่งรู้จักกันก็ตอนมาเรียนที่นี่แหละ”

>

>แล้วขิงก็หันมามองผม แล้วทำสายตาเหมือนบ่งบอกความนัยอะไรสักอย่าง

>ขิงเองก็คงรู้สึก ว่าเฟอร์สนั้นสวย น่ารัก งามสง่า เหนือกว่าตัวเองมาก

>อย่างที่รู้ว่า

>”เจ้าหญิง” ยังไงก็คงไม่อาจเทียบเทียม “นางฟ้า”

>

>เฟอร์ส “อ๊ะ! แต่พี่สองคนสมกันดีนะคะ ^_^ พี่ผู้หญิงสวยมากเลยล่ะค่ะ”

>ขิง

>”…….เอ่อ…ขอบคุณค่ะ………น้องเองก็……………………………”

>

>ตรงนี้ขิงพูดเบามาก จนผมแน่ใจได้เลยว่าเฟอร์สไม่ได้ยิน

>ขิง “สวย…น่ารัก…..มากกว่าพี่……………มากมายเลย”

>หลังจากวันนั้น ตอนนี้ผมเข้ากับกลุ่มเด็ก ม.ช. ได้หมดทุกคนแล้ว

>ก็เลยสนิทกันมาก

>วันนี้พวกเราเรียนเสร็จก็เดินเข้าห้อง TV

>วันนี้เค้านัดกันว่าจะไปโยนโบว์ลิ่งกัน…….

>(ไม่อยากจะบอกเลย แต่ต้องบอกครับว่าตอนนั้น ผมโยนโบว์ลิ่งไม่เป็น >_<

>น่าอายจะตาย จะบอกเค้าไปได้ยังไง)

>ว่าแล้วผมก็ไม่ไปกับพวกเขา…………………

>แต่สิ่งที่ผมอยากทำมากกว่านั้นก็คือ…ผมอยากรู้ว่าน้องเฟอร์สเค้าเรียนเสร็จตอน

>กี่โมงกันแน่ ผมจึงขอนั่งรออยู่ที่เรียนพิเศษ

>

>ไอ่เบย์ “เฮ้ย! สัต แล้วกรูจะไปกับเค้ายังไงวะ?

>เค้ามีรถส่วนตัวพอกับจำนวนคน

>ของเค้า แล้วกรูล่ะ?”

>ผม “อ้าว…มรึงก็ขึ้น Taxi ไปดิวะ ยากไร”

>ไอ่เบย์ “โห…เค้ามีรถหรูไปกันทั้งนั้น แล้วมรึงให้กรูนั่ง Taxi

>ไปเนี่ยะนะ เออ…ขายหน้าเค้าตาย”

>

>ก็จริงของมันนะ รู้สึกได้เลยว่ามันน่าอายยังไง เหมือน ๆ

>กับที่ผมไม่ไปกับพวกเค้า

>ตอนนี้นั่นแหละมั้ง…………

>

>ผม “งั้น…เอางี้ กรูไปด้วยไม่ได้จริง ๆ มรึงเอารถกรูไปละกัน

>เล่นเสร็จแล้วกลับมา

>รับกรูนะเว่ย กรูจะอยู่นี่แหละ”

>ไอ่เบย์ “? เอางั้นเรอะ………เออ งั้นก็ตามใจ”

>

>ผมให้กุญแจรถมันไป…..แล้วผมก็นั่งดู TV อยู่ในห้องใหญ่

>โชคดีที่ตอนนั้น

>Chanal [V] มีเพลงญี่ปุ่นออก (ผมเป็นสาวก J-Rock นะครับ โดยเฉพาะใครที่

>ชอบ L’Arc~en~Ciel คุยกับผมได้เลย เราคุยภาษาเดียวกัน ^_^)

>

>ระหว่างนั่งดู MV ของ Lucifer เพลิน ๆ (เพลง Regret)

>แล้ว…………….

>ขิง!!! เธอเดินเข้ามา อ้าว!?! ไม่ได้ไปกับพวกนั้นหรอกเหรอ!?!

>อะไรกันเนี่ยะ!?!

>

>ขิง “แหะ ขอนั่งดูด้วยคนนะ”

>ผม “ง่า…เชิญจ๊ะ นี่ไม่ใช่ TV ส่วนบุคคลของเราหรอก ถึงเราจะรวยก็เถอะ

>อิ อิ”

>ขิง “แหม…ตั้งแต่คุยกับเราได้เป็นธรรมชาติเนี่ยะ

>รู้สึกจะยิงมุขใหญ่เลยนะ”

>ผม “ขิงไม่ได้ไปกับพวกนั้นหรอกเหรอ?”

>ขิง “ถ้าไปเราจะมานั่งข้างเธอตอนนี้เหรอ”

>ผม -_-”

>ขิง “ไม่ไปอ่ะ ขิงเล่นโบว์ลิ่งไม่เป็น ไม่อยากเล่นด้วยแหละ

>เดี๋ยวแขนล่ำ อิ อิ”

>ผม “โห…ขิง ^_^”"

>

>เย้ ๆ ๆ ผมกับขิงได้นั่งคุยกันแง้ว ^_^ ขิงน่ารักดีนะครับ

>ถ้าคุณได้คุยกับเธอ

>คุณต้องชอบเธอแน่ ๆ ผมนั่งคุยกับเธอ คุยกันถึงเรื่อง MV

>ที่ดูกันอยู่ตอนนี้

>ขิงไม่ค่อยได้ฟังเพลงญี่ปุ่น เธอชอบเพลงฝรั่ง (พวก Pop น่ะครับ -_-”)

>ผมก็คอยคุย ๆ ๆ ว่าเพลงญี่ปุ่นมันดีอย่างนู้น สนุกอย่างนี้

>แล้วก็อธิบายว่า

>เพลงที่กำลังดูตอนนี้ (เพลง Regret ที่กำลังจะจบ) เป็นของใคร ความหมาย

>ของเพลงแบบคร่าว ๆ เรื่องราวของ MV เพลงนี้ ดูเธอจะสนใจพอดูเลย

>คาดว่าหลังจากสนทนากันคราวนี้ เธอต้องไปซื้อเทป Lucifer ฟังแน่ ๆ ^_^

>หุ หุ Makoto ต้องขอบคุณผมนะ ที่โปรโมทให้

>

>ระหว่างคุยกันอยู่นี้เอง เสียงฝีเท้าเดินเร็ว ๆ

>มาจากด้านนอกก็ใกล้เข้ามา…..

>เฟอร์ส!!! เธอเดินมากับเพื่อนอีก 2 คน เข้ามาในห้อง TV ในขณะที่ผมกำลัง

>คุยกับขิงอยู่เลย (สถานการณ์แบบนี้อีกแย้ววววววว >_<

>

>ง่า…เธอเดินเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว O_o” หยา~ ไม่ทันตั้งตัว

>เธอก็มา

>ยืนอยู่ข้าง ๆ ผมซะแล้ว อีกแล้วครับ อาการเดิม ๆ ทำอะไรไม่ถูก ตะลึงงัน

>อะไรทำให้เธอกระโชกโฮกฮากเข้ามาแบบนี้ล่ะเนี่ยะ

>ผมเปล่านั่งทับกระเป๋าเธอนะ…

>

>ขิง “เอ่อ….. มีอะไรเหรอคะ?”

>เฟอร์ส “อ๊ะ! เปล่าค่ะ คือ…..อ๊ะ! ทันพอดี เห็นมั้ยล่ะ เธอ 2 คน

>มัวแต่ช้าอ่ะ

>เกือบไม่ทันแล้ว เห็นมั้ย!?! (คุยกับเพื่อนข้างหลังเธอ 2 คน)”

>ผม “เอ่อ…มีอะไรเหรอครับ? (ผมย้ำประโยคที่ขิงถามไปก่อนหน้านี้)”

>เฟอร์ส “ขอโทษจริง ๆ ค่ะ เฟอร์สแค่จะมาดู MV วง Dir~en~Gray น่ะค่ะ”

>

>หา!?! อะไรกันเนี่ยะ นางฟ้าของผมชอบ Dir ด้วยเหรอเนี่ยะ!?! ง่า……..

>คือ ต้องทำความเข้าใจกับผู้ที่ไม่ใช่สาวก J-Rock สักนิดนะครับ คือว่า

>วง Dir~en~Gray เป็นวงร็อคชื่อดังอีกวงหนึ่งของญี่ปุ่น ซึ่งนาย “เคียว”

>นักร้องนำของวงนี้ คลั่งไคล้ในความน่ากลัว ความซาดิสต์

>อะไรพวกนี้มากเลย

>ไม่น่าเชื่อว่านางฟ้าของผมจะฟังอะไรพวกนี้ด้วย O_o”

>ง่า………………

>

>ผม “เอ่อ…ชอบ Dir เหรอครับ?”

>เฟอร์ส “อ๋อ ความจริงเฟอร์สก็ไม่ได้ชอบเป็นพิเศษอะไรหรอกนะคะ แต่เฟอร์ส

>ชอบฟังเพลง J-Rock น่ะค่ะ แล้ววันนี้มี MV เพลง Jessica ของ

>Dir เฟอร์สชอบเพลงนี้มากเลย ก็เลยตั้งใจจะดูให้ได้น่ะค่ะ”

>

>สำหรับคนที่อยากลองฟังเพลง Jessica นะครับ ลองฟังได้ที่

>http://www.songjapan.com/listen.php?id=808

>

>

>ผมก็ว่าสนุกดีนะ เออ…แล้วเพลงนี้สำหรับ Dir

>มันก็ไม่หนักมากด้วย……….

>

>ผม “อ๊ะ! เพลงนี้พี่ก็ชอบนะ สนุกดี ชอบ ๆ ยังไม่เคยดู MV เหมือนกัน

>มันมีด้วยเหรอ?”

>เฟอร์ส “เอ…ไม่ทราบสิคะ อาจจะเป็นภาพคอนเสิร์ตมั้งคะ อ๊ะ! มาแล้ว ๆ”

>

>แล้วเพลงก็เริ่มขึ้น เป็นภาพคอนเสิร์ตครับ โอว์

>จำได้ว่าคอนเสิร์ตนี้ที่โตเกียวโดม

>คนดูเยอะมาาาาาาาาาก ผมจำจำนวนไม่ได้นะ (ไม่ได้ติดตามอะไรมากนี่ วงนี้)

>ว่าแล้วพวกเฟอร์สก็หาที่นั่งกัน แล้วก็ดู Jessica อย่างตั้งอกตั้งใจ

>

>……………………………………………………………………………………

>

>เพลงจบปุ๊ป หนึ่งในเพื่อนของเฟอร์ส ใส่เสื้อแขนกุดสีชมพู

>

>สาวเสื้อชมพู “ไงจ๊ะ เฟอร์ส ได้ดูซักทีนะ เห็นบ่นมาตั้งนานแล้วเนี่ยะ”

>เฟอร์ส “ใช่สิ…คราวที่แล้วถ้าไม่ต้องรับโทรศัพย์หนิง

>เค้าก็ไม่พลาดตอนที่

>รายการ J-Zone เอามาออกหรอก”

>

>เธอชื่อหนิงนั่นเอง

>

>หนิง “จ้า ๆ แต่คราวนี้เราก็เป็นคนบอกเธอนะ ว่าจะมาออก CHANAL [V]

>ก็ถือว่าหาย ๆ กันไปนะ”

>

>เพื่อนอีกคนของเฟอร์สใส่เสื้อเชิ้ตแขน 3 ส่วนสีฟ้าก็ทักผมขึ้น

>

>สาวเสื้อฟ้า “อ๊ะ! พี่ก็เป็นสาวก J-Rock เหรอคะ?”

>เฟอร์ส “ง่า…ลืมแนะนำเลย ขอโทษค่ะ คือ หนูชื่อเฟอร์สนะคะ

>คนเสื้อชมพูนี่

>ชื่อหนิงค่ะ แล้วอีกคนชื่อแซนน่ะค่ะ”

>หนิง “เอ๋? เฟอร์ส ทำไมจู่ ๆ ก็ไปแนะนำตัวกับเค้าแบบนี้ล่ะ?

>เจอกันครั้งแรก

>ไม่ใช่เหรอ ไม่สมเป็นเฟอร์สเลยนะ”

>เฟอร์ส “อ๋อ……สำหรับพวกเธอน่ะเพิ่งเจอพี่เค้าครั้งแรกจ๊ะ

>แต่เราเคยเจอพี่เค้า

>2 ครั้งแล้วแหละ คนนี้ไง ที่เรานั่งทับกระเป๋าเค้า แหะ ๆ ขอโทษอีกครั้ง

>นะคะ”

>ผม “หวัดดีครับ พี่ชื่อพีครับ นี่เพื่อนพี่ ชื่อขิงครับ”

>

>พอพูดถึงขิง………จริงด้วย ผมแทบจะลืมไปเลยว่าเธอนั่งอยู่ตรงนี้ด้วย

>O_o”

>ง่า…ผมนี่มันแย่จริง ๆ แย่มาก ๆ เลย

>ปล่อยให้ขิงนิ่งเงียบอยู่คนเดียวอ่า………

>ตอนนี้ต้องคิดหาวิธีแก้สถานการณ์แบบนี้ให้ได้ซะก่อน ทำไงดี ทำไงดี

>ทำไงดี

>ทำไงดี

>ทำไงดี………………………………นึก…..ไม่……ออก -_-”

>

>อีกแล้ว อยู่ต่อหน้าน้องเฟอร์สทีไร หัวเบลอทุกที ผมว่าจะ

>น้องเค้าอาจจะมีละออง

>อะไรบางอย่าง ที่มีฤทธิ์คล้ายสารเสพติดก็ได้นะ

>อยู่ใกล้แล้วเคลิ้มมมมมมมทุกที

>ว่าแต่…..เอาไงดีเนี่ยะ จ๊อช!!!!! -_-”

>เฟอร์ส “เอ่อ…ขอเสียมารยาทนิดนะคะ พี่ 2 คนไม่ใช่แฟนกันจริง ๆ

>เหรอคะ?”

>

>เฟอร์สเปิดบทสนทนาทำลายความเงียบขึ้น ช่างเหมาะเจาะกับเวลาดีจริง ๆ

>แต่…………คำถามน่ะ ยิ่งทำผมแย่นะ -_-”

>

>ผม “แหะ ๆ ไม่ใช่จริง ๆ ครับ ขิงเค้าสวยขนาดนี้

>พี่ยังมองไม่เห็นเลยว่าพี่จะ

>เอาอะไรไปเทียบกับเค้าได้”

>ขิง “ง่า…เกินไปแล้วพี เราไม่ได้ดูดีขนาดนั้นหรอกน่า

>เธอก็ไม่ได้แย่อะไรด้วย

>เราว่านะ เธอน่ะเหมือนผู้หญิงซะด้วยซ้ำ ผิวขาวเนียน หน้าหวาน ๆ”

>

>กำ……..กลายเป็นชมกันเองซะ -_-”

>แต่ก็ถือว่าหลุดจากสถานการณ์มาได้อ่ะนะ

>ต้องของคุณเฟอร์ส ว่าแต่…ผมหน้าเหมือนผู้หญิง!!!

>ความจริงอีกอย่างที่น่าตกใจ

>

>ขิง “เรา 2 คนไม่ได้เป็นแฟนกันหรอกค่ะ

>(ไม่ต้องย้ำขนาดนั้นก็ได้ง่า…ขิง T_T)

>เฟอร์ส “เหรอคะ…อืม………คือว่า………………..”

>ผม “…………………………..”

>ขิง “…………………………..”

>

>แซนกระซิบข้าง ๆ เฟอร์ส

>

>แซน “นี่ บอกสิเฟอร์ส มันเป็นภาระกิจนะ…”

>

>ง่า………..พูดซะยังกับว่าเป็นภาระกิจ 007 งั้นแหละ

>แล้วนี่เธอจะพูดอะไรกับขิงกันล่ะเนี่ยะ

>นั่งเงียบรอฟังเฟอร์สอยู่สักพัก………

>

>เฟอร์ส “ไม่เอาดีกว่า อะไรก็ไม่รู้อ่ะ เราก็อายนะ”

>

>แล้วเธอก็ลุกขึ้นเดินหนีไป ปล่อยให้ผมกับขิงงง

>ง่า มันอะไรกันเนี่ยะ

>เฟอร์สมีอะไรจะพูดกับขิงหว่า…แล้วทำไมต้องอายด้วย

>เฮ้ย!!! รึว่า………….ง่า ไม่จริงมั้ง

>ไม่น่า……………..เธอ…เป็นดี้!!!

>

>แซน “ง่า…แม่คนนี้เนี่ยะ จู่ ๆ

>ลุกไปแบบนี้เค้าก็เข้าใจผิดหมดสิเนี่ยะ ^_^”"

>ผม “เอ่อ…เค้าเป็นอะไรเหรอ?”

>แซน “แหะ ๆ เปล่าเป็นอะไรหรอก อย่าเข้าใจผิดว่าเฟอร์สเป็นทอมหรือดี้นะ”

>

>แซนพูดแบบนั้นผมก็โล่งใจ (อ้าว…แล้วตูจะโล่งใจไปกับเค้าทำไมล่ะเนี่ยะ

>-_-”)

>พูดกันถึงตรงนี้ เฟอร์สก็เข้ามากลากเพื่อน 2

>คนของเธอไป………………….

>

>ขิง “อะไรของเค้าเนี่ยะ?”

>ผม “ง่า…แหะ ๆ เรานึกว่าเค้าชอบขิงซะอีก ฮะ ฮะ ฮะ”

>ขิง “บ้า คิก ๆ ๆ ๆ ๆ”

>

>ขิงเวลาหัวเราะก็น่ารักเนอะ

>แล้วคำพูดของเฟอร์สก็ยังเป็นปริศนาต่อไป………

>วันนั้นไอ่เบย์มารับผมตอนบ่าย 2 ครึ่ง

>วันนี้ก็ทำให้ผมได้ทราบว่าเฟอร์สเค้า

>เรียนถึงบ่าย 2 นี่เอง (เลิกช้ากว่าเรา 2 ชม. แน่ะ)

>

>………………………………………………………………………………………..

>

>วันต่อมา วันนี้ผมมาซะเช้าเลย เพราะไอ่เบย์ตัวอืดอาดวันนี้มันป่วย

>นอนอืดอยู่ใน

>คอนโด ผมเลยมาเร็ว ๆ ได้โดยไม่ต้องรอมันแต่งตัว

>

>ที่เรียนพิเศษก็เปิดแล้ว ผมก็เข้าไปนั่งห้อง TV ดู MTV

>(ในใจหวังให้มีเพลงญี่ปุ่นมาออก

>แต่ MTV เนี่ยะ นาน ๆ จะมีเพลงญี่ปุ่นออกซักเพลงนะ)

>ดูไปได้ไม่กี่เพลง……..

>นึกได้ “อ้าว! ลืมเลย ยังไม่ได้ทานข้าวเช้า…..” ง่า

>ท้องมันเริ่มรู้สึกโหรงเหรงแล้วสิ

>นึกได้ว่ามีมาม่าขายอยู่ข้างเค้าเตอร์ จังหวะเดินออกไปซื้อ

>เสียงหนึ่งก็ทักผมขึ้น…

>

>”หวัดดี”

>

>เสียงผู้ชายซะด้วยย (ถ้าเป็นไอ่พวกมนุษย์ครึ่งควบลูกผมจะเมิน

>แล้วเชิดใส่มัน)

>พอหันไปมอง………….ไอ่บ้าหอบฟางนี่หว่า…………..วันนี้ก็แต่งตัวได้บ้านนอก

>เหมือนเคย ใส่เสื้อยืดคอกลมสีแดงสด ๆ มีเบอร์กลางหลัง

>ใส่กางเกงผ้าร่ม…..

>โอย…บ้านนอกยิ่งนัก (ว่าเขาแบบนี้ ไม่ดีเลยเรา ขอโทษน๊าาาา)

>เดินเข้ามา แล้ว….

>ข้างหลังมันนั่น!!!!! เฟอร์สนี่หว่า…………ง่า

>จะให้เฟอร์สรู้ไม่ได้ว่าเรารู้จักกับ

>ไอ่บ้านนอกตัวนี้ -_-” ขอโทษนะเพื่อน แต่ตูทักแกไม่ได้

>ดังนั้นผมก็แค่ยิ้ม ๆ ให้มัน

>แล้วเฟอร์สก็เดินแซงไอ่บ้าหอบฟาง……………ตรงมาหาผม!!!

>โอ…พระเจ้า…จ๊อชชชชชชชชช

>

>เฟอร์ส “อ๊ะ! พี่พี หวัดดีค่ะ แหม วันนี้มาเช้าจังนะคะ”

>

>ผมกระอึกกระอัก พูดอะไรไม่ถูก

>อันที่จริงกลัวว่าถ้าพูดอะไรแล้วมันจะฟังดู “เห่ย”

>ก็เลยยิ้มกลับไป……….ง่า แต่พอมาคิดอีกที จริง ๆ

>แล้วผมควรจะตอบเค้าไปมากกว่านะ

>จากนั้น ไม่น่าเชื่อ…..ไอ่บ้าหอบฟางมันพูดขึ้นอีก

>

>”อ้าว? เฟอร์ส รู้จักเค้าด้วยเหรอ?”

>เฟอร์ส “ค่ะ เฟอร์สเคยนั่งทับกระเป๋าเค้าด้วยแหละ แหะ ๆ

>แล้วก็เคยคุยกันนิดหน่อย”

>”อ๊ะ! ลืมแนะนำชื่อเลยสิ

>เรากับนายก็เรียนพิเศษห้องเดียวกันมาได้เกือบอาทิตย์แล้วนี่เนอะ

>เราชื่อแฟร์นะ”

>

>ไอ่บ้า!!! ตูไม่อยากรู้ชื่อแกหรอกเว่ยยยยยยยยยย

>ว่าแต่…แกเป็นอะไรกับเฟอร์สว๊ะ!?!

>ทำไมรู้จักกันง่าาาาาา ทำไมเฟอร์สรู้จักกับไอ่บ้าหอบฟางนี่ด้วย!?!

>

>แฟร์ “เอ้อ…เฟอร์สขึ้นไปห้องเรียนก่อนเถอะนะ

>เรามีอะไรจะคุยกับพีหน่อย”

>

>อย่ามาเรียกตูซะสนิทสนมแบบนี้นะเฟ่ย แล้วที่สำคัญ

>อย่ามาเรียกเฟอร์สห้วน ๆ แบบนี้นาเว่ย!!!

>

>เฟอร์ส “งั้นเฟอร์สขึ้นไปก่อนนะ ไปนะคะพี่พี”

>แฟร์ “จ้า วันนี้ก็ตั้งใจเรียนด้วยล่ะ”

>

>แล้วมันก็กระทำสิ่งที่ผมให้อภัยไม่ได้

>คือ…………….มันลูบหัวเฟอร์ส!!!!!

>

>เฮ้ย!!! ไอ่เวรรรรรรรรร ไอ่ชาติ สุนัข

>ไอ่เจ๊ดมร่าาาาาาาาาาาาาาางงงงงงงงง

>กรูจะต่อยมรึงให้ปากแตก กรูจะเตะมรึงให้ตาถลน กรูจะฆ่ามรึงงงงงงงงง

>ตายซะไอ่เปรต!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

>

>แฟร์ “เข้าไปนั่งในห้อง TV กันก่อนมั้ย?”

>

>เสียงของมันปลุกผมจากมโนภาพที่ผมบู๊ฟาดฟันมันจนเละแหลกเหลว

>

>ผม “อืม…………………(พูดพร้อมมองมันตาเขียววววววววว)

>

>เอาสิวะ ดูซิว่ามรึงจะพูดอะไร ไอ่วินาศสันตะโร…

>ระวังไว้นะมรึง ปากดีออกมาคราวนี้เฮฮาปาจิงโกะกันแน่ ฮึ่มมมมมมมมม -”-

>

>วันนี้การเรียนเป็นไปอย่างจืดชืดเพราะขาดตัวชูโรงอย่างไอ่เบย์

>เวลา 3 ชม. ผ่านไปช่างเชื่องช้า โอย…….น่าเบื่อออออออออออ

>

>ในที่สุดก็ถึงเที่ยง

>ผมรี่ลงมาจากชั้นบนกะว่าจะรีบหาอะไรทานให้เร็วที่สุด

>ไส้มันบิดมวนไปหมดแล้ว -_-” …………………….

>พอลงมาถึงชั้นล่างสุด เฮ้ย!!! เจอน้องเฟอร์ส เธอคงเพิ่งออกไปทาน

>ข้าวเที่ยงขางนอกมา ง่า……น่ารักจังเล้ยยยยยยยย >_<

>ผมไม่กล้าที่จะทักเธอก่อนอยู่แล้วแหละครับ

>แต่แล้ว…………………..

>

>เฟอร์ส “อ้าว! เรียนเสร็จแล้วเหรอ? เค้าเพิ่งไปทานข้าวมาเองแหละ”

>

>ผมดีใจแทบกระโดดโลดเต้น เธอทักมาก่อน ว้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาว

>แต่แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากข้างหลังผม ไอ่แฟร์……ไอ่นรก

>

>แฟร์ “เรียนเสร็จแล้ว วันนี้จะให้มารับมั้ย?”

>เฟอร์ส “ไม่ต้องหรอก วันนี้เฟอร์สเอารถมา”

>

>ผมมองไปหน้าที่เรียนพิเศษ เห็น BMW สีขาวจอดอยู่

>

>แฟร์ “OK จ๊ะ งั้นเรากลับก่อนเลยนะ”

>

>…………เกินความคาดหมายครับ เฟอร์สคุยกับไอ่บ้าหอบฟางนี่อีก

>โดยเหมือนกับว่าเธอมองไม่เห็นผมเลย………………………………

>…………………………………………………………………………..

>…………………………………………………………………………..

>พูดอะไรไม่ออก ทำอะไรไม่ถูกเลยครับ มันอึ้ง มันใจหายวาบ มันแย่มาก ๆ

>แบบนี้แล้วเราเป็นตัวอะไรกันวะ!?! เค้ามีโลกส่วนตัวของเค้าแล้วอ่ะ…..

>มาถึงตรงนี้ ผมก็ได้ทราบความจริงที่ไม่อยากจะเชื่อซะแล้วครับ……..

>เฟอร์สคงเป็นแฟนของไอ่บ้าหอบฟางตัวนี้ T_T ว้อยยยยยยยยยยยยยย

>มันเป็นแบบนี้ได้ไงว๊ะ!!!!! เฮ้ย ไอ่แฟร์มันดำจะตายอ่ะ!!! สิวเต็มหน้า

>หน้ายาว ๆ

>ตาโต ๆ น่ากลัวตายหอง แล้วเฟอร์สไปชอบมันได้ไงว๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

>โอย…จ๊อช

>

>จากนั้นนิดเดียว พวกคนอื่น ๆ ก็ทยอยเดินลงมาเต็มบันไดไปหมด…..

>คาดว่านี่เองที่เป็นสาเหตุให้เค้าจัดเวลาเรียนให้ไม่ตรงกัน

>ขืนเรียนพร้อมกัน

>เลิกพร้อมกัน แออัดตายพอดี

>

>และแล้วผมก็มองไปเห็นกลุ่มเด็ก ม.ช. ขิงทักผมก่อนใครเลย

>

>ขิง “อ้าว! พี นึกว่าหายไปไหน ทำไมเดินเร็วจัง”

>ผม “แหะ ๆ ๆ”

>

>บอกไม่ได้หรอกว่าหิวจนไส้กิ่ว จะรีบลงมาหาอะไรทาน ^_^” ได้แต่หัวเราะ

>

>ตาล “ไปทานข้าวกับพวกเราสิ”

>ผม “อืม…..”

>

>เฮ้อ…ใจจริงอยากจะนั่งทานข้าวกับเฟอร์สมากกว่าง่ะ

>แต่มันเป็นไปไม่ได้แล้ว T_T

>

>ขิง “อ้าว! แฟร์ อยู่ตรงนี้ด้วยเหรอ ไปทานข้าวด้วยกันมั้ย?”

>

>โอ๊ววววววววววววววววววววววววว ขิง!!! ไปชวนมันทำม๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาย

>เสียบรรยากาศหมดง่า……… อ๊ะ แต่ว่าไปก็ดีเหมือนกันนะ ถ้ามันตอบ OK

>เฟอร์สที่อยู่ตรงนั้นด้วยคงไม่ค่อยพอใจแน่

>แฟนตัวเองไปทานข้าวกับหญิงอื่นนี่

>เอาสิ! เอ็งจะตอบว่ายังไงห๊ะ!?!

>

>แฟร์ “ครับ…ไปก็ได้ครับ”

>

>เฮ้ย!!! มันกล้าตอบตกลงด้วย อ้าว!?!

>ไม่กลัวเฟอร์สขุ่นข้องหมองใจเลยรึไง!?!

>เออ…เอ็งแน่มาก แบบนี้มีหวังแล้วว่ามันจะเลิกกับเฟอร์ส หุ หุ หุ

>หวานตูแหละ

>รอเสียบ………………………..ง่า…แต่แบบนี้ก็ต้องไปทานข้าวกับสาว

>ๆ ม.ช.

>โดยมีไอ่ตัวน่ารังเกียจตัวนี้ไปด้วยดิเนี่ยะ -_-” บ้าจริง

>โว้ย!!! ข้าวไม่อร่อยเลยโว้ย!!! ถึงจะหิวไส้แทบขาด

>แต่กับการที่มีไอ่บ้าหอบฟาง

>มาร่วมโต๊ะทานข้าวโต๊ะเดียวกับผม แค่นี้ก็ไม่เจริญอาหารแล้ว

>ยังดีที่มีขิงนั่ง

>ข้าง ๆ ผมนะ

>

>มาถึงตอนนี้เอง ผมถึงรู้สึกว่าขิงน่ารักมาก เธอคุยสนุกสนานกับทุกคน

>และมารยาท

>การทานอาหารก็เรียบร้อยด้วย ไม่คุยตอนข้าวเต็มปาก

>ไม่ทำช้อนส้อมกระทบกับ

>จานบ่อย

>ไม่มูมมามเลอะเทอะ…แถมยังยิ้มหวาาาาาาาาาาาาาาาาาาานน่ารักมากเสียด้วย

>ผมสังเกตุแล้วนะ ไอ่เวรแฟร์มันแอบมองขิงบ่อยมากเลย

>ฮึ่ม…………นี่เอ็งมีแฟน

>น่ารักแบบเฟอร์สแล้วยังคิดนอกใจอีกเหรอวะ!?! ลองแหยมแม้แต่น้อยสิ

>เอ็งจะไม่ได้เป็นคนอีกต่อไป…..

>

>ขิง “นี่ ๆ เราลองฟังเพลงญี่ปุ่นดูแหละ สนุกดี”

>

>หนึ่งในเพื่อนของขิงทักขึ้น

>

>เพื่อนขิง “อ๊ะ! ขิงก็ฟังเหรอ เค้าชอบฟังมากเลยแหละ เพลงญี่ปุ่น”

>ขิง “อ้าว ฝนก็ชอบฟังเหรอ งั้นคุยกับพีได้เลย เค้าชอบฟังนะ

>เพลงญี่ปุ่นเนี่ยะ”

>ผม “ฮะ ๆ ๆ มีคนชอบเหมือนเราด้วยแฮะ แต่วงที่เราชอบมาก ๆ คือ

>L’Arc~en~Ciel นะ”

>เพื่อนขิง “ฝนชอบ Lunasea นะ เสียงเค้ามีเสน่ห์ดี ชอบ ๆ”

>ผม “อ๋อ! เราก็เคยฟัง เพลง I for you น่ะ ลากเสียงสุดยอดดี

>เส้นเสียงเลียนแบบยาก”

>ขิง “ง่า…อย่าคุยกัน 2 คนจิ ขอเค้ารู้เรื่องด้วย >_<”

>ผม “แหะ ๆ ๆ ได้จ้า ไว้มีโอกาศเราจะเอามาให้ฟังนะ”

>

>ขิงน่าร๊าาาาาาาากจังเลย ไงล่ะ ไอ่แฟร์ หุ หุ

>เอ็งคุยกับพวกเค้าไม่ได้แบบนี้สินะ สมน้ำหน้า

>ต้องนั่งเงียบคนเดียวเลย 55555555555+ สะจายเจรง ๆ

>หลังจากนั้นไอ่แฟร์มันคงทนอึดอัดไม่ไหวอ่ะแหละ เลยขอกลับก่อน

>”เออ!!! กลับไปก่อนเลยเว่ย ไปไกล ๆ 55555555555″

>ผมนึกในใจ

>

>หลังจากนั้นผมก็ชั่งใจว่าจะชวนพวกเค้าไปที่คอนโดดีไหม

>ไปเยี่ยมไข้ไอ่เบย์มัน

>ไอ่เบย์มันคงดีใจน่าดูเลยแหละ………..แต่………..นึกไปนึกมา

>ไม่เอาดีกว่า

>ไว้จัดการกับไอ่ห้องถมขยะของผมกับไอ่เบย์ก่อน แล้วค่อยชวนเค้าไปดีกว่า

>หลังจากนั้นก็ปรึกษากันอยู่สักพักว่าจะไปไหนกันดี แจงเสนอขึ้น

>”ไปดูหนังกันมั้ย?”

>เออนะ เป็นความคิดที่เข้าท่าดี เป็นการฆ่าเวลาที่ง่ายที่สุดแล้วแหละ

>

>……………………………………………………………………………………..

>

>ดูหนังจบ สาว ๆ

>บอกว่าจะกลับคอนโดกันแล้ว…แต่ผมรวบรวมความกล้า…………..

>ชวนขิงไปทานไอศครีมกัน (ว๊าว!!! นาน ๆ ทีจะกล้าแบบนี้ซักทีนะ)

>ด้วยในใจกลัวว่า

>เค้าจะปฏิเสธ แต่………..ง่า…ไงดีล่ะ

>อยากอยู่กับเค้าต่ออีกอ่ะ………เอาวะ!!!

>ถึงเค้าจะปฏิเสธก็ไม่เห็นเป็นไร เสียฟอร์มนิดหน่อยก็ช่างมัน

>แต่แล้ว…………….

>หัวสมองผมก็นึกแผนได้ เออ!

>ชวนเค้าไปซื้อของกินไปฝากให้ไอ่เบย์มันดีกว่า

>(แต่ทำไมต้องชวนขิงหว่า….. ตาลขอมาด้วย แต่ผมทำหูทวนลม คาดว่าเธอ

>คงจ้องผมสายตาเคียดแค้นพอดูแหละ

>แต่ไม่กล้าหันกลับไปมองตอบ……………..

>

>ว่าแล้วก็ซื้อ KFC มา แล้วก็ต่อกันที่ SwenSen’s

>ผมสั่งช็อคโกแล็ตซันเดย์

>ของโปรดผมอยู่แล้น ^_^ ขิงสั่งอเมริกา เฟเวอร์ริต

>(ถ้วยใหญ่กว่าผมอีกง่ะ)

>นั่งทานนั่งคุยกันไป อา…….ความสุข

>

>ถึงจะไม่ใช่เฟอร์ส แต่……..ขิงก็น่ารักนี่นะ รึว่าจะจีบขิงจริง ๆ

>จัง ๆ ดีหว่าเรา…

>แล้วจะรู้ได้ไงเนี่ยะว่าขิงยังไม่มีแฟน

>แต่เอาเถอะ…ตอนนี้ได้แค่นี้ก็ดีถมเถไปแล้วนี่เนอะ

>

>และแล้วก็ได้เวลากลับ (เฮ้อ……อยากมองขิงต่ออีกง่ะ น่ารัก >_< )

>ผมไปส่งขิงที่คอนโด (แต่ไม่ได้ขึ้นไปนะ) แล้วก็กลับคอนโด เอา KFC

>ให้ไอ่เบย์

>

>ไอ่เบย์ “เฮ้ย! ขอบใจมาก ขอบใจมาก

>แล้ววันนี้ตาลเค้าถามถึงกรูบ้างเปล่าวะ?”

>ผม “เออ… หายเร็วจริงนะมรึง”

>ไอ่เบย์ “อ้าว! ไม่ดีรึไง กรูรู้นะ วันนี้มรึงไปเรียนคนเดียวเนี่ยะ

>เซ็งมากใช่ป่าวล่าาาา”

>ผม “………………(มันรู้อีกนะ -_-”)”

>ไอ่เบย์ “กรูเลยต้องรีบ ๆ หาย แล้วไปเรียนเพื่อนมรึงไง 5555555″

>

>ไม่รู้จะพูดยังไงกับมันดี………..

>

>แต่ยังไงก็ดีนะ พรุ่งนี้จะได้มีมันไปเรียนเป็นเพื่อน

>รุ่งขึ้น ผมอยากเห็นอาการของเฟอร์สมาก

>ที่เมื่อวานไอ่แฟร์มันรับคำชวนของขิง

>หึ หึ หึ ถ้า 2 คนทะเลาะกันก็เข้าแผนผมเลย อิ อิ อิ

>

>ผมชั่วรึเปล่าก็ไม่รู้นะที่หวังอะไรแบบนี้ไว้เนี่ยะ แหะ ๆ ๆ

>

>วันรุ่งขึ้น ผมกับไอ่เบย์ไปเรียนตามปกติ

>แต่วันนี้ผมลาาาาาากไอ่เบย์ให้ไปตั้งแต่เช้า

>หวังว่าจะเป็นเฟอร์สไม่คุยกับไอ่แฟร์ หุ หุ หุ สมน้ำหน้ามัน

>5555555555555555

>อุตส่าห์นอกใจแฟนไปทานข้าวกับขิงแต่ดันไม่ได้คุยอะไรเลย 55555555555555

>แต่แล้ว…………………

>

>2 คนเดินมาด้วยกัน………………..ไอ่บ้าหอบฟางหน้าตาเหงาหงอย

>แต่มีเฟอร์ส

>เดินควงแขนมันมาด้วย…………(ไอ่สัตนี่ มีนางฟ้าควงแขน

>ยังจะทำหน้าตาแบบนี้อีก)

>

>เฮ้ย!!! มันผิดคาดมากเลยอ่ะ ทำไมเฟอร์สไม่ว่าอะไรมันเลยหรือไง!?!

>เมื่อวานแฟนตัวเอง

>ไปทานข้าวกับหญิงอื่นมานะ (ถึงจะไปกันเป็นกลุ่มก็เถอะ

>แต่ยังไงมันก็เป็นคนตกปากรับ

>คำชวนจากขิงนี่นา มันต้องโกรธกันสิ ถึงจะถูก)

>แล้วทำไม………………………………….

>

>ผมถอนหายใจโฮกใหญ่ แล้วก็เดินเข้าห้อง TV ไปอย่างหงอย ๆ

>

>ไอ่เบย์ “เฮ้ย! เป็นอะไรอีก มรึงอ่ะ ตอนเช้า ๆ ก็เห็นสดชื่นดีนี่หว่า

>ลากกรูมาซะเช้า แล้วนี่

>เป็นอะไรไปอีก มรึงอ่ะ”

>ผม “…………………………….กรูผิดหวังว่ะ”

>ไอ่เบย์ “หา ผิดหวังไรมรึง”

>ผม “เปล่า ช่างมันเฮ๊อะ”

>

>เฮ้อ…………………………ผมถอนหายใจอีกหนึ่งโฮกใหญ่

>เสียงดังมาจากทางประตู ขิงนั่นเอง

>

>ขิง “นี่ ถอนมากเดี๋ยวก็หมดหรอก”

>ผม “เอ๋? หา?”

>ขิง “ก็เห็นเธอถอนหายใจซะขนาดนั้น ^_^ อิ อิ”

>ผม “อ๋อ……… แหะ ๆ”

>

>น่ารักจริง ๆ นั่นแหละ จ๊อช……..

>ถึงไม่มีเฟอร์สแต่ก็ยังมีขิงที่แสนน่ารักนี่เนอะ ^_^

>พวก ม.ช. เดินเข้ามาทั้งกลุ่มเลย 10 คน

>

>ผม “แหม……สาว ๆ เมื่อวานโดดกันเป็นแถบเลยนะ”

>

>เพื่อนคนหนึ่งของกลุ่ม ชื่อเมย์ ตอบผม

>

>เมย์ “นี่ จะบ้าหรอ พูดดังทำไม เบา ๆ สิ >_< “

>ขิง “ไม่ต้องมาพูดเลย ปล่อยเค้า แจง ฝน ตาล มาเรียนกันแค่ 4 คน

>น่าโกรธไหมเนี่ยะ”

>ตาล “นั่นสิ รู้งี้เราโดดไปด้วยก็ดีหรอก”

>ขิง “ง่าาาาาา ตาลอ่ะ”

>ตาล “ก็เมื่อวานเบย์ไม่มานี่”

>

>เอาล่ะ เพื่อนทั้งหมู่ทักเป็นเสียงเดียวกัน

>”นั่นแน่…………………….”

>

>ตาล “ง่า อะไรกัน รุมเหรอเนี่ยะ…”

>ไอ่เบย์ “หุ หุ วันนี้ก็มาแล้วไงจ๊าาาาาาาาาาา”

>ตาล “ค่ะ ^_^ คิก ๆ”

>

>ไอ่บ้าหอบฟางยังนั่งคุยกับเฟอร์สอยู่ตรงโซฟาหน้าเค้าเตอร์

>ฮึ่ม…..ภาพมันบาดใจนัก

>ขนาดนั่งกับแฟนมันแล้วนะ มันยังชายตามองขิงอีก ไอ่ลูกสุนัขเอ๊ย!!!

>ในใจนึก

>

>และแล้ว กลุ่ม ม.ธ. (มหาลัยธรรมศาสตร์) ก็เดินเข้ามา กลุ่มเขามีประมาณ

>8-9 คนเนี่ยะแหละ

>มีสุดสวยอยู่หนึ่งคนถ้วน ชื่อครีม (เคยได้ยินแจงเรียกเค้าแบบนั้นนะ)

>

>หนึ่งในเด็ก ม.ธ. “ง่า…ห้อง TV โดนจองอีกแย้ว มาไม่เคยทันเด็ก ม.ช.

>เลยสิน่า”

>ตาล “แหะ ๆ เข้ามานั่งด้วยกันสิจ๊ะ”

>หนึ่งในเด็ก ม.ธ. “โห………เต็มห้องพอดีจิ ^_^”

>

>ดูท่าทางครีมจะเป็นคนเงียบ ๆ นะเนี่ยะ เพื่อนเธอพูดกันเซ็งแซ่

>แต่เธอเงียบกริบ……..

>และแล้ว ตอนนั้นนั่นเองครับ ที่เป็นการเปิดความสัมพันธ์ระหว่างเก็ก

>ม.ช. และ ม.ธ.

>เย้………………………………

>

>ครีมเป็นคนหน้าตาน่ารักนะ เอ่อ……..ยังไงดีล่ะ

>ไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงดีน่ะ

>ผมยาวถึงหลัง ใส่เสื้อนอกสีฟ้าอ่อน ใส่เสื้อซ้อนสีขาว

>ใส่กางเกงยีนเข้ารูปทรง

>หน้าตา………..เอ่อ…………อธิบายยังไงดีล่ะเนี่ยะ

>เอาเป็นว่าดูแล้วรู้สึกว่าเรียบร้อย

>น่ารักละกันนะ ตา 2 ชั้น แก้มชมพู ๆ น่ะ

>

>มาถึงตรงนี้อาจคิดว่าใคร ๆ ก็สวยไปหมด แต่จริง ๆ แล้วผมสายตาดีพอนะ

>แต่ที่สำคัญคือ………..ไม่ว่าใครจะน่ารักอะไรยังไง

>ก็ไม่อาจเทียบได้กับเฟอร์สเลย

>เฮ้อ…………พอพูดถึงเธอแล้วก็เศร้า T_T บ้าจริง

>

>เราเรียน 3 ช.ม. ผ่านไปอย่างสนุกสนาน

>เพราะวันนี้มีทั้งไอ่เบย์คอยเล่นมุขกับอาจารย์

>แล้วยังคุยกับพวกสาว ๆ จาก ม.ธ. ได้ด้วย

>(ผมยังคงไม่ได้ยินเสียงครีมเหมือนเดิม)

>สมน้ำหน้าไอ่แฟร์มันจริง ๆ นั่งอยู่คนเดียว คุยกับใครก็ไม่ได้

>555555555555555

>คงเป็นเพราะความบ้านนอกของมันแน่ ๆ ถึงไม่มีใครอยากรู้จัก

>55555555555555

>

>รู้สึกว่าเด็ก ม.ธ. จะคุยกันแบบเรียบร้อยน่าดูเลย

>มีแต่ภาษาสุภาพทั้งนั้นเลย…………

>เด็ก ม.ช. จะคุยกันแบบวีดว้ายมากกว่าหน่อย ดีครับ หลากสีสันดี

>

>ไอ่เบย์ยังโชว์ถึงความเป็นอัจฉริยะทางด้านการผูกมิตรได้ดีตามเคย

>มันคุยกับทุกคนได้

>อย่างสนุกสนานเลย หุ หุ ดีเหมือนกัน ผมก็พลอยได้คุยกับเค้าด้วย ^_^

>ง่า แต่ยังไม่สามารถสื่อสารกับครีมได้ตามเคยครับ ยากจริง ๆ

>

>หลังเรียนเสร็จ พวกเราหาที่ทานข้าวกัน (หุ หุ

>ไอ่แฟร์ที่ไม่มีใครสนใจมันต้องกลับบ้านก่อน

>คนเดียว) วันนี้ครึกครื้นดีครับ 2 กลุ่มจะไปทานข้าวด้วยกัน หวาาาาาาาาว

>สาว ๆ เพียบ

>ล้อมหน้าล้อมหลัง >_< ครั้งแรกในชีวิตเลยนะเนี่ยะ

>ง่า………สั่นไปหมด

>ต้องคอยควบคุมกิริยาทุกอย่างให้เหมาะสมแล้วสิเนี่ยะ ลำบากนิด ๆ นะ

>

>ระหว่างทานข้าว ผมกับไอ่เบย์หลอกให้ครีมพูดได้บ้าง 2-3 ประโยค หุ หุ

>คาดว่าคนในครอบครัวเค้าน่าจะขอบคุณผมกับไอ่เบย์นะ

>ช่วยให้เค้าพูดได้เนี่ยะ ^_^

>

>หลังจากนั้นต่างก็แยกย้ายกันไปตามประสา

>ผมกับไอ่เบย์รู้สึกว่าหมู่นี้เราไม่ค่อยได้

>ไปตระเวณเล่นเกมซะเท่าไหร่เลย ว่าแล้วก็เอาสะหน่อยดีไหมวันนี้

>แต่ก่อนจะไปกัน…..

>เด็ก ม.ธ. 2-3 คน

>เรียกผมกับไอ่เบย์ไว้…………………ชวนไปต่อพิซซ่ากันอีก หวา…

>ทานเก่งกันจริง ๆ แต่ด้วยความที่สาว ๆ ชวนทั้งที แน่นอน ไอ่เบย์ไป

>ผมก็ต้องไป

>ดีนะที่ตาลกลับไปแล้ว หุ หุ ตาลรู้ล่ะก็ โกรธตายเลย (เห? จะว่าไปแล้ว 2

>คนก็ยังไม่ได้

>เป็นแฟนกันนี่ แต่ตาลคงไม่ค่อยชอบเท่าไหร่หรอกเนอะ)

>ที่มันน่าลุ้นกว่านั้นก็คือ………1 ใน 3 คนที่ชวนผมไปนั่น

>เค้าพยายามชวนครีมไปด้วย!!!

>ผมทราบจากการสนทนาที่โต๊ะอาหารว่าคนที่ชวนผมนั้นชื่อเมฆ

>

>เมฆ “ครีม ไปด้วยกันหน่อยจิ นะ”

>ครีม “……………..(ส่ายหน้า)………………”

>เมฆ “น่านะ คุณหนูครีมมมมมมมม น๊าาาาาาาาาาาาาา”

>

>ครีมทำสีหน้าลำบากใจ ผมรู้แล้วว่าเธอคงไม่อยากไปแน่ ผมเลยพูดช่วยเธอ

>

>ผม “ง่า…ไม่เป็นไรมั้งครับ ไปกันแค่นี้ก็ได้ครับ

>ถ้าเค้าไม่อยากไปด้วยก็ไม่เป็นไรหรอกครับ”

>ไอ่เบย์ “นั่นสิ…แค่ไปทานพิซซ่าเองนี่นา เค้าคงอิ่มแล้วแหละ”

>เมฆ “มะอาาาาาาาาาาาาาาาว ครีมต้องไปด้วย

>เราไม่มีวันยอมให้ครีมกลับหอพักคนเดียวแน่

>มันน่าเบื่อออก ไม่มีอะไรทำด้วย มาด้วยกันเถอะนะครีมน๊าาาาาาาาาาาา”

>

>ครีมนิ่งเงียบคิดอยู่สักพัก คงจะวิเคราะห์อยู่ล่ะ

>ว่าถ้าเธอตอบตกลงแล้วเนี่ยะ

>อเมริกาจะไปหย่อนระเบิดที่อิรักอีกรอบรึเปล่า

>แต่แล้วเธอก็ถอนหายใจนิด ๆ แล้ว!!! ในที่สุด

>

>ครีม “………..อืม………..ไปก็ได้”

>

>โว้ววววววววววววววววว!!! มาด้วยแล้วเว้ยยยยยยยย ดีจัง

>ครีมน่ารักมากเสียด้วย หุ หุ

>ดี ๆ แบบนี้พิซซ่าอร่อยเหาะแน่ ^_^ อิ อิ

>

>ไปถึง พิซซ่าฮัท เป็นประจำครับ ผมสั่งไก่อบซอสก่อนเลย ของโปรด ๆ

>สาว ๆ สั่งสลัดกัน……………..มันเป็นความผิดพลาดของผมซะแล้ว

>ลืมไปเลยว่าไม่ได้สั่งไปทานที่คอนโด

>หวา…น่องไก่ทานให้สุภาพยากขนาดไหน

>คุณก็รู้ เลยต้องลำบากใช้มีดกับส้อมค่อย ๆ

>หั่น……………………………….

>(อยากจะบอกว่ามีดที่พิซซ่าฮัทซ์สาขาหนึ่ง ไม่ขอเอ่ยว่าสาขาไหนนะครับ

>ขอบอกว่า “มีดทื่อมาาาาาาาาาาาาาาาก”

>ถ้าใครมีความกล้าฝากบอกกับพวกพนักงาน

>พิซซ่าฮัทซ์ด้วยนะครับว่า “ซื้อมีดใหม่เฮ๊อะ”)

>

>นั่งทานกันมาประมาณ 15

>นาทีแล้ว……………ยังไม่ได้คุยอะไรกันเลย……………….

>มันเป็นเรื่องที่สุดแสนน่าแปลกสำหรับผมกับไอ่เบย์นะ

>เพราะปกติพวกเราจะชวนคุย

>ได้เก่งมาก แต่วันนี้

>แปลก…ทำไมต่างคนต่างเงียบหว่า……………ไอ่เบย์ก็สาละวนอยู่

>กับการทานไก่อบซอสบาบิคิวอย่างยากลำบาก………………..ง่า

>บรรยากาศเงียบ ๆ แบบนี้

>ไม่ค่อยชอบเลย ต้องหาอะไรคุยซักหน่อยแล้ว

>

>ผม “เอ่อ…นึกยังไงถึงชวนพวกผมมาทานพิซซ่าเหรอ?”

>เมฆ “แหะ ๆ คือ พวกเธอคุยสนุกดีอ่ะ สองคนคุยเข้าขากันได้ดี

>เวลาเรามองเธอแล้ว

>มันรู้สึกสนุก รู้สึกเธอ 2 คนน่ารักกับคำว่าเพื่อนดีน่ะ”

>ไอ่เบย์ “เห?…เอ่อ…เรียกว่าชมได้ไหมเนี่ยะ”

>เมฆ “ชมสิคะ คิก คิก เอางี้นะ เราจะแนะนำทีละคนว่าชื่ออะไรบ้างนะ”

>ผม “เธอชื่อเมฆ อันนี้เรารู้แระ”

>เมฆ “ค่ะ แล้วก็…คนเสื้อขาวคนนี้ชื่อหญิงนะ คนเสื้อเหลือง

>(สายเดี่ยวด้วยนะ) ชื่อแฟง

>คนเสื้อนอกสีฟ้าใส่เสื้อซ้อนสีขาวนี่ชื่อ…”

>ผม “ครีม ใช่มั้ย? เราจำได้ ตอนเธอชวนเมื่อกี้น่ะ”

>

>ตอนที่ผมเรียกชื่อเธอ “ครีม” เธอตกใจด้วยแหละ 555 น่ารักดี ^_^

>ดูท่าทางครีมจะเป็นคนรักสะอาดมากเลยนะ

>เห็นก้มมองหาเศษฝุ่นที่พื้นตั้งแต่เข้ามาแล้ว

>

>ผม “เอ่อ…ครีมไม่ทานเหรอครับ?”

>ครีม “…………………(ส่ายหน้า)…………………”

>ไอ่เบย์ “งั้นเราทานหมดนาาาาาาาาา”

>เมฆ “ต๊าย! คุณหนูครีมน่ะเหรอ ทานไก่อบซอสไม่ได้หรอกกกกกกก

>เดี๋ยวเสียภาพพจณ์”

>ผม “แหะ ๆ”

>

>ครีมทำตาเขียวใส่เพื่อน คล้าย ๆ กับจะท้วงติงว่า

>”ตัวเองชวนเค้ามาแล้วมาเผาเค้าง่าาาาาาา”

>แหะ ๆ ทำตาเขียวก็ยังน่ารักอีก

>

>เราทานพิซซ่ากันอย่างช้า ๆ คุยกันไปด้วย รู้เลยว่าพวกนี้น่ะลูกคุณหนู

>พูดจาไพเราะหูมาก

>ภาษาสุภาพเต็มไปหมด ผมกับไอ่เบย์เลยต้องพลอยระวังได้ด้วย

>กดดันจนขนาดผมเรียก

>มันว่า “นาย” แทนที่จะเรียก “มรึง” เหมือนปกติ……………………

>แต่ที่สำคัญคือ…ครีมปากแข็งมาาาาาาาาาาก ไม่ยอมพูดอะไรเลยซักคำ ค่อย

>ๆ เล็มพิซซ่า

>ทีละนิด ๆ (ง่า ปากเล็กน่ารักดี)

>

>ทานพิซซ่าหมดแล้ว ถึงตอนคิดตังล่ะ

>

>แน่นอนครับ ถึงเค้าจะเป็นคนชวนมา แต่หนุ่ม ๆ

>ต้องเป็นฝ่ายออกเงินอยู่แล้ว

>สาว ๆ ยืนยันว่าจะออกเอง หุ หุ

>ผมกับไอ่เบย์เลยงัดเอาประโยคคลาสสิคมาใช้

>

>ผม “เอางี้นะ คราวนี้พวกเราออก”

>ไอ่เบย์ “คราวหน้าพวกเธอค่อยเลี้ยงเราไง นะ”

>เมฆ “งั้นเอาตามนั้นก็ได้ค่ะ”

>

>และแล้ววววววววววว ครีมก็พูดอีกคำนึง

>ที่สำคัญคือ…….มันเป็นประโยคที่ครีมพูดกับเรา

>

>ครีม “ขอบคุณค่ะ”

>

>อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาว สำเร็จแล้ววววววววว ในที่สุด T_T

>ครีมก็ยอมพูดกับเราแย้ว

>พวกเราไปส่งสาว ๆ ที่หอพัก (4 คน นั่งอัดกันข้างหลัง อึดอัดน่าดู)

>หอพักของพวกเธอก็กว้างขวางดีครับ (ความจริงน่าจะเรียกเป็นโรงแรมนะ

>แต่เค้า

>ทำไมตั้งชื่อเป็นหอพักก็ไม่รู้) มาถึงที่หอ ไม่มีใครอยู่เลย

>ทำให้ผมได้ทราบว่าพวกเด็ก

>ม.ธ. ไม่ได้พักอยู่ที่เดียวกันมาก ๆ เหมือนเด็ก ม.ช. นะ

>

>ตอนนั้นเอง ไอ่เบย์ดันพูดอะไรที่ไม่น่าพูดออกมา

>

>ไอ่เบย์ “จะไม่ชวนเราเข้าไปข้างในก่อนเหรอ?”

>ผม “(กระซิบ) ไอ่บ้า จะบ้ารึไง”

>เมฆ “ฮะ ฮะ ฮะ จะเข้ามาทำไมล่ะ ที่นี่หอหญิงนะจ๊ะ จะเข้ามาก็ได้นะ”

>ไอ่เบย์ “แหะ ๆ ล้อเล่นจ้า ^_^” ไม่เข้าหรอก”

>

>หุ หุ นาน ๆ ที่จะเห็นนะเนี่ยะ ไอ่เบย์หน้าแหก 55555+

>

>และแล้วก็กลับมาคอนโดของพวกเรา

>วันนี้รู้สึกว่าผมไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเฟอร์สเลย

>ก็เค้ามีแฟนแล้วง่าาาาาาาาาาา และที่สำคัญ

>ดันมาเป็นแฟนกับไอ่บ้าหอบฟางซะนี่………….

>นั่นทำให้ผมรู้สึกอยากจะห่างเหินเขาสักพัก

>จนกว่าผมจะลืมว่าเขามีแฟนแล้ว T_T

>

>วันรุ่งขึ้น ผมกับไอ่เบย์ไปเรียนตามปกติ

>จนมาถึงวันนี้เราก็รู้จักกับคนในห้อง

>เยอะแยะแล้วนะเนี่ยะ มีอีกประมาณ 3 กลุ่มเนี่ยะแหละ

>ถ้าคุยได้กับคนทั้งห้องก็ดีสิ

>ยังไงซะ ก่อนที่จะหมดปิดเทอมก็อยากรู้จักกับทุกคนให้ได้นะ

>

>ผมไม่เหลืออะไรให้หวังกับเฟอร์สแล้ว

>เป็นเหตุทำให้ผมไม่มีกะจิตกะใจจะไปเช้าอีกแล้ว

>วันนี้ผมกับไอ่เบย์ก็เลยล่อซะ Late ไปซะครึ่งชั่วโมง เหอๆ ๆ

>ตอนเข้าไปนะ คนทั้งห้อง

>มองกันเป็นตาเดียวเลย………..ยัง ๆ ยังไม่พอ พวกเด็ก ม.ช.

>เริ่มเสียง โห…………..

>ได้ยินดังนั้น เด็ก ม.ธ. ไม่รอช้า สมทบเสียงทันที

>โห………………………………………

>หลังจากนั้นทั้งห้องก็ผสมโรงกัน

>โห………………………………………………………..

>ง่า ไม่มีใครเดาออกหรอกว่าผมกับไอ่เบย์อายกันขนาดไหน หลังจากสิ้นเสียง

>”โห”

>ก็กลายเป็นเสียงหัวเราะกันระงมแทน -_-” เฮ้อ…………เอาเข้าไป

>

>หลังเรียนเสร็จ ผมเดินลงมาชั้นล่าง

>วันนี้มีนัดจะไปทานข้าวกลางวันกับเด็ก ม.ธ. ม.ช.

>เหมือนเคย

>

>ขิง “วันนี้ไปทานที่ไหนกันดีล่ะ?”

>ผม “อืม…วันนี้อยากทานข้าวมันไก่อ่ะ

>จำได้ว่ามีร้านข้าวมันไก่ตู้กระจกอยู่นะ”

>ไอ่เบย์ “เห…ร้านข้าวมันไก่ตู้กระจกเรอะ?”

>ตาล “อ๊ะ ร้านนั้นเราเคยไปทานนะ โห…แพงน่าดูเลยแหละ”

>ผม “เอ๋ แพงเหรอ?”

>ตาล “อืม เคยสั่งเกี๋ยวนะ น้ำใส ๆ ไม่ใส่อะไรเลยนอกจากเกี๊ยว 6 ชิ้น”

>ผม “ง่า………….งั้นไม่เอาดีกว่า ที่ไหนดีล่ะ?”

>ขิง “อ๊ะ มีร้านข้าวนะ แถว ๆ ………………………….น่ะ

>อร่อยดีเหมือนกัน”

>เมฆ “งั้นไปที่นั่นกันก็ได้จ๊ะ ขิง”

>

>ว่าแล้วก็เดินทางไปร้านนั้น วันนี้ดีหน่อย มีรถหลายคัน

>ไม่จำเป็นต้องนั่งอัด ๆ ๆ กันอีก

>

>ขิง “นี่ พวกเราก็สนิทกันพอสมควรแล้วนะคะ สงสัยจริง ๆ

>ทำไมครีมไม่ค่อยพูดเลย”

>

>ด้วยประโยคนี้ พวกเด็ก ม.ธ. หัวเราะกันยกใหญ่

>

>หญิง “ก็เป็นคุณหนูครีมนี่คะ พูดอะไรมากไม่ได้หรอก หุ หุ หุ”

>เมฆ “เค้าเรียบร้อยน่ะค่ะ ทำอะไรก็ต้องมารยาทไปซะหมด”

>ขิง “หน้าตาน่ารัก แถมเรียบร้อยขนาดนี้อีก คงมีหนุ่ม ๆ

>มาจีบเยอะเลยสิเนี่ยะ”

>เมฆ “คนมาชอบน่ะมีนะ แต่ไม่มีใครกล้าจีบหรอก เค้ากลัวกันหมด

>เห็นว่าเป็นคุณหนู ก็เลย

>ไม่กล้าจีบน่ะ”

>ตาล “อิ อิ อิ ต่างกับเจ้าหญิงขิงของเรานะ มีหนุ่ม ๆ มาจีบเยอะเลย”

>ขิง “ตาล!!! อีกแล้วนะ”

>ผม “แหะ ๆ ๆ สาว ๆ คุยกัน น่ารักดีเนอะ”

>

>และแล้ว………เวลาก็ผ่านเลยไปจนทานข้าวเสร็จ แล้วเราก็แยกย้ายกันไป

>ผมกับไอ่เบย์ไปเล่น rag

>กันตามปกตินิสัย………….ฆ่าเวลาไปได้สักพัก

>จากนั้นได้เวลากลับ (ประมาณบ่าย 2 ครึ่ง)

>

>ไอ่เบย์ “ปะ กลับคอนโดกันเหอะ”

>

>ว่าแล้วก็กลับกัน

>ระหว่างทางนั้นเอง…..ดันไปเจอไอ่บ้าหอบฟางกับเฟอร์ส………..

>โธ่เว้ย!!! ทำไมต้องมาเจอด้วยวะ!?! ที่สำคัญ

>เฟอร์สสังเกตุเห็นผมอีก……………..

>เธอโบกมือเรียกให้ไปหา……………..ผมขับรถเร่งความเร็วกว่าเดิมผ่านจุดนั้นไป

>อย่างไม่เหลียวมอง 2 คนนั้นอีกเลย ไอ่เบย์ยังงงเลย “อะไรวะพี เร่งซะ”

>

>ใครจะไปทนเห็นภาพนั้นต่อไหวล่ะครับ วันนี้ไอ่แฟร์มันใส่กางเกงขาสั้น

>เสื้อแขนกุด

>สีกรมท่า กับเฟอร์สที่ใส่เสื้อยืดสีดำลายมีระดับ กางเกงยีนเข้ารูปทรง 2

>คน

>ไม่ได้เข้ากันเลยแม้แต่น้อย…………..แล้วทำไมผมต้องไปนั่งดู 2

>คนพอดรักกันด้วย -”-

>ตรงดิ่งกลับหออย่างรวดเร็วและหัวเสีย………………

>วันรุ่งขึ้น ผมกับไอ่เบย์ไปเรียนตามปกติ

>วันนี้เราไม่ได้ไปเช้าหรือสายเกิน

>พอไปถึง ไอ่เบย์ขอตัวต้มมาม่าทานหลังห้องบันได

>มุมที่ผมเคยนั่งคุยกับขิง

>ส่วนผมก็เข้าห้อง TV อย่างเหม่อลอย

>

>เฮ้ย!!!!!………………………ตกใจสุดเฮือก

>เธอนั่งขาววาบอยู่ในห้อง TV คนเดียวเลย

>เฟอร์ส…………..เฮ้อ…..ใจนึงก็อยากมองเธอนะ

>(ก็น่ารักซะขนาดนี้นี่) แต่อีกใจก็ไม่อยากเจอ

>มันทำใจไม่ได้ แต่ยังดีหน่อย เจอเฟอร์สแค่คนเดียว

>ไม่เจอไอ่บ้าหอบฟางนั่น

>ถึงจะเจอกันบ่อยแล้ว แต่เฟอร์สก็น่ารักมาก ๆ น่ารักมากมายจริง ๆ

>นางฟ้าของผม >_<

>เจอแบบกระทันหันแบบนี้ ทำเอาใจหายวาบ………

>

>เฟอร์ส “อ๊ะ! พี่พี หวัดดีค่ะ”

>ผม “(เงอะ ๆ งะ ๆ ทำอะไรไม่ถูกซัก 3 วิฯ) หวัดดีครับ”

>

>จากนั้นผมก็เดินออกห้องอย่างรวดเร็ว มันไม่ไหวจริง ๆ อ่ะครับ ผมทนอยู่

>2 ต่อ 2

>กับเฟอร์สไม่ไหวจริง ๆ มันจะละลาย หัวใจจะวาย

>เหงื่อมันมาจากไหนมากมายก็ไม่รู้

>อีกอย่างนะ

>ผมรู้สึกว่ามองหน้าเค้าไม่ติดยังไงก็ไม่รู้……………….

>

>ไอ่เบย์ “อะไรวะ? เมื่อกี้เหมือนว่ากรูเห็นมรึงเดินเข้าห้อง TV

>ไปไม่ใช่เหรอ?”

>ผม “เออ แต่เจอแสงอาทิตย์ตอกกลับออกมาว่ะ”

>ไอ่เบย์ “หา!?! อะไรตอกมรึงออกมานะ?”

>ผม “ช่างมันเฮ๊อะ กรูซื้อมาม่ามานั่งซดกะมรึงข้างหลังนี่ดีกว่า”

>ไอ่เบย์ “…………………………………..นางฟ้าล่ะสิ”

>

>ไอ่นี่ รู้อีก มันแสนรู้จริง ๆ ถ้ามันเป็นปลาโลมา

>ผมจะโยนอาหารให้มันแล้วเชียว

>

>ไอ่เบย์ “กรูก็ไม่รู้หรอกนะว่ามรึงเป็นอะไร เท่าที่ดู

>มรึงก็มองคนนู้นน่ารักคนนี้น่ารักไปทั่ว

>กรูรู้นะว่ามรึงมอง ๆ ขิงอยู่ด้วย แล้วมรึงก็มอง ๆ ครีมด้วยน่ะ

>แล้วยังนางฟ้า

>อีกคนนึง ถามจริง ๆ……………………เลือกใคร?”

>ผม “ไอ่บ้า กรูมีสิทธิ์อะไรไปเลือกใครเขา

>ที่มรึงพูดถูกน่ะคือกรูมองเค้าน่ารักหลายคน

>แต่มันเป็นความจริงนี่หว่า

>รึมรึงจะเถียงว่ามีใครคนใดคนนึงที่มรึงพูดมาไม่น่ารัก?”

>ไอ่เบย์ “เออ…มันก็น่ารักจริง ๆ แต่มรึงนั่นแหละ ควรจะเลือกจริง ๆ

>ทุ่มเทให้ซักคนนึง

>แบบนี้มรึงไม่รู้สึกว่ามันค้างคาบ้างเหรอวะ…..”

>ผม “…………….(พูดไม่ออก

>เพราะจริงอย่างที่มันพูด)……………..”

>ไอ่เบย์ “มรึงดูกรูนี่สิวะ มีตาลก็มีอยู่คนเดียว

>มรึงเห็นกรูไปเจ๊าะแจ๊ะกับใครมั้ย?”

>ผม “………………………………………..”

>ไอ่เบย์ “กรูก็เห็น ว่านางฟ้าของมรึงน่ารักขนาดไหน…..แต่แล้วไง

>ตอนนี้กรูก็ยังอี๋อ๋อ

>กับตาลคนเดียว มรึงคิดว่าเพราะอะไร……………….”

>

>ผมพูดไม่ออกครับ เป็นอย่างที่มันพูดทุกอย่าง ได้แต่เงียบฟังมัน

>

>ไอ่เบย์ “เฮ้อ……………..กรูน่ะเพื่อนมรึงนะเว่ย…กรูรักมรึงมาก

>มรึงเป็นเพื่อนตายกรู

>กรูถึงไม่อยากให้มรึงเจ็บหรือกลุ้ม……..”

>ผม “…………………………เออ

>ขอบใจเว้ยเพื่อน……………………..”

>

>แล้วผมก็ลุกไปซื้อมาม่า แต่…….เฟอร์ส!!! เธอยืนอยู่หน้าประตู!!!

>ม…หมายความว่า…เธอได้ยินผมคุยกันหมดแล้วดิ………………..O_o”

>

>ตะลึงกัน………………..ยัง ๆ ๆ ยังไม่ได้สติ เอาอีกแล้ว

>เหงื่อแตก…..

>

>เฟอร์ส “เอ่อ…ขอโทษค่ะ ไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟังนะคะ คือ………..”

>ผม

>”อะ………………………………………………………………..”

>

>ไม่ไหวแล้ว ผมรีบวิ่งขึ้นบันไดเข้าห้องเรียนอย่างรวดเร็ว

>โดยมีไอ่เบย์ตามมาติด ๆ

>เอาแล้วไง ซวยแล้ววววววว -_-” เค้าได้ยินถึงตอนไหนก็ไม่รู้

>แบบนี้จะสู้หน้าได้ไงเนี่ยะ

>10 นาทีต่อมา คนอื่น ๆ เข้ามาเต็มห้องละ จิตใจผมไม่อยู่กับร่องกับรอย

>ไม่มีสมาธิเรียน

>ในใจคิดแต่ว่า “ซวยแล้ว!!!”

>ป่านนี้ไม่รู้เฟอร์สบอกไอ่บ้าหอบฟางนั่นรึยังว่าผมแอบมอง

>แฟนมันอยู่ ขืนมันรู้นะ

>เท่ากับว่ามันถือไพ่เหนือผมไปโดยปริยาย…………………………

>

>ชั่วโมงเรียนวันนี้ ผมคอยชายตามองปฏิกิริยาไอ่แฟร์มัน

>ถ้ามันได้รู้เรื่องจากเฟอร์สแล้ว

>มันต้องชื่นบานแน่วันนี้ ผมชายตามองมันบ่อยจนขิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ

>แซวนิด ๆ

>

>ขิง “ฮั่นแน่…แอบชอบแฟร์เหรอจ๊ะ”

>ผม “ง่ะ……………………….โธ่ ขิง ^_^”

>ขิง “ก็เห็นแอบมองเขามาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนี่”

>ผม “ฮั่นแน่…ขิงรู้ งั้นก็แสดงว่าขิงเองก็สนใจซิ ^_^”

>ขิง “บ้าสิ ขิงจะดูว่าผู้ชายชอบผู้ชายมันเป็นยังไงต่างหาก”

>

>ได้คุยกับขิงก็ค่อยทำให้ลดความกังวลบ้าง

>ส่วนไอ่บ้าหอบฟางนั่นก็ไม่ได้มีปฏิกิริยา

>ต่างจากทุกวัน ก็ยังเป็นสุนัขหัวเน่าประจำห้องเหมือนเคย

>เอ…..แต่รู้สึกวันนี้มันดูหงอย ๆ

>มากกว่าปกติเหมือนกันนะเนี่ยะ…………………………

>

>ด้วยอาการแบบนี้ของมันทำให้ผมเริ่มชื้นใจขึ้นว่าเฟอร์สอาจจะยังไม่ได้เล่าให้มันฟังก็ได้

>ปัญหาอีกอย่างนึงก็คือ…………………ต่อไปนี้ เวลาเจอเฟอร์ส

>ผมควรจะทำหน้ายังไง

>ปกติเจอเค้าทีก็แทบจะละลายแล้ววว ~_~ ง่า

>ไม่เอานะ……ถ้าสู้หน้าเฟอร์สไม่ติด แล้วจะ

>มองเค้ายังไงอ่ะ…………………………ไม่ได้แล้ว

>แบบนี้ต้องหาทางแก้………………..

>ทำยังไง ทำยังไง ทำยังไง

>ทำยังไง……………………นึกไม่ออกอีกแล้ว เฮ้อ……-_-”

>

>ไอ่เบย์ “เฮ้ย! กรูว่านะ ตายเป็นตาย

>แต่มรึงต้องไปเคลียร์กับน้องเค้าแล้วล่ะว่ะ ไม่งั้น

>จะยิ่งซวย”

>

>ผม “โอ้…พูดดีนิ แล้วมรึงจะให้กรูพูดกับน้องเค้าว่าไงวะ?”

>ไอ่เบย์ “…………………….ไม่รู้ นั่นมันปัญหาของมรึงนะ

>มรึงน่าจะแก้ด้วยความคิด

>ของมรึงเอง คนที่รู้สถานการณ์มากที่สุดน่าจะเป็นมรึงนี่”

>ผม

>”…………………………………………………………..”

>

>เอาไงดีเนี่ยะ………เอาวะ!

>แบบนี้ต้องโกหกเสียหน่อยแล้ว……………………………..

>จะโกหกน้องเค้าว่าไงล่ะเนี่ยะ…………..-_-” ง่า

>รู้สึกตัวเลยว่าตัวเองกำลังทำตัวงี่เง่า

>วันนี้ พอเรียนเสร็จ ผมรีบเดินลงมาจากห้อง

>ด้วยความหวังว่าจะเจอเฟอร์สก่อนที่

>ไอ่บ้าหอบฟางจะเจอเฟอร์สก่อนแล้วฟังเรื่องจากเฟอร์ส

>แต่กระทันหัน…………..

>

>ไอ่แฟร์ “พี………..พี”

>

>ไอ่เวรเอ๊ยยยยยยยยย จะเรียกกรูทำ…………อะไรวะ!?! รีบ ๆ อยู่ด้วย

>

>ผม “อะไร?”

>

>ผมตอบเสียงขุ่น

>

>ไอ่แฟร์ “…………………….เราฟังเรื่องจากเฟอร์สแล้ว”

>

>!!!!!!!!!!!!!!!!!ประโยคนั้นนั่นเองทำให้ผมชะงัก………………..จ๊อช

>ความหวังกรู……

>ผมเดินช้า

>ๆ…………..ลงบันไดด้วยใจเหม่อลอย…..หลังจากที่ผมได้ยินประโยคนั้น

>ผมไม่รอฟังคำพูดถากถางต่อไป

>รีบเดินลงบันไดอย่างรวดเร็ว………………………

>เฮ้อ………..หมดกันแล้ว………..ไอ่เบย์ถามผมตลอดทางเดินลงบันได

>

>ไอ่เบย์ “เฮ้ย! เป็นไรวะ? เป็นไร? ดูเหม่อ ๆ ซึม ๆ พิกล”

>ผม

>”…………กรูคิดว่า………….เรื่องมันย่ำแย่ลงกว่าเดิมเยอะเลยว่ะ”

>ไอ่เบย์ “……………….ไอ่พี……………….”

>ผม “มีคนบางคนที่ไม่ควรรู้เรื่องเมื่อเช้านี้มากที่สุด……..ตอนนี้คน

>ๆ นั้นรู้แล้ว…….”

>ไอ่เบย์ “…………………………….ใจเย็น ๆ

>กรูว่าวันนี้เรารีบกลับคอนโดกันดีกว่ามั้ย?”

>ผม “เออ…กรูก็ว่างั้นแหละ เฮ้อ……………………”

>

>เดินมาถึงข้างล่าง ผมไม่มีกระจิตกระใจจะทำอะไร คิดอย่างเดียว

>เดี๋ยวกลับถึงคอนโด

>ผมอยากนอน……………………นอนนนนนนนนนนนนนยาว ๆ

>ให้มันถึงวันพรุ่งนี้เลย

>แล้วก็หวังในใจนิด ๆ

>ว่าทุกคนที่รู้และเห็นเหตุการณ์วันนี้เค้าจะลืมเรื่องซะ………………

>แต่ก็นั่นแหละ…มันคงเป็นไปไม่ได้

>พอนึกว่าผมต้องกลับมากลัดกลุ้มอีกในวันพรุ่งนี้

>มันก็ยิ่งเหนื่อยไปใหญ่เลย

>-_-”…………………………………………………………..

>

>เดินออกมาจากห้องบันได…………..เฟอร์ส…………..นั่งอยู่ที่โซฟาหน้าเค้าเตอร์….

>เออ…ประดังกันเข้ามา อยากมองเฟอร์สนะ แต่ยังไม่อยากเจอตอนนี้เลย -_-”

>เธอทักผม (ปกติผมจะดีใจมาก แต่วันนี้………………………….

>

>เฟอร์ส “เอ่อ…พี่พีคะ คือ…เฟอร์สขอคุยอะไรด้วยเดี๋ยวนึงได้ไหมคะ?”

>

>ไอ่เบย์เพื่อนตายของผม มันรู้ใจครับว่าวันนี้ผมไม่อยากรับอะไรอีกแล้ว

>

>ไอ่เบย์ “น้องครับ พี่ก็ไม่ทราบหรอกนะว่าน้องมีธุระอะไร

>แต่พี่กับเพื่อนพี่วันนี้

>เราเรียนกับมาเหนื่อยพอดูแล้ว พวกเราอยากพักผ่อน ขอตัวนะครับ”

>

>ดีมากเลย ไอ่เบย์เพื่อนรัก ขอบใจมากจริง ๆ

>แต่แล้ว……………………………

>พอผมมองกลับไปที่เฟอร์ส…เธอเริ่มทำสีหน้าเศร้าหรือผิดหวัง………………..

>

>ผม “เบย์ ขอบใจมรึงมาก…………ไม่เป็นไร ขอเวลากรูเดี๋ยวเดียวนะ”

>

>!!! ง่า……………..พูดแบบนี้ออกไปได้ไงล่ะเนี่ยะ

>แค่เห็นหน้าผิดหวังของน้องเค้า

>ผมก็ทนไม่ไหวแล้ว >_<

>

>ไอ่เบย์นั่งรออยู่ตรงโซฟาเค้าเตอร์

>ส่วนผมถูกเฟอร์สลากมาคุยที่ห้องหลังบันได

>(ห้อง TV ตอนนี้เด็ก ม.ช. กับ ม.ธ. เข้าไปแออัดอยู่ในนั้นเต็มหมด ดู

>CHANAL [V] กันอยู่)

>

>เฟอร์ส “เอ่อ…………………………………”

>

>ผมดูออกเลยว่าเธอไม่รู้จะเริ่มต้นว่าไง

>แต่ตอนนี้ทีผมยังกล้าคุยกับน้องเค้า ทั้ง ๆ ที่

>ตระหนักว่าน้องเค้ารู้ว่าผมปลื้มเค้าอยู่ไม่น้อย…แต่…ตอนนี้ผมไม่สามารถจะคิดแผนการ

>อะไรได้อีกแล้ว ทำได้ก็คือรอรับความย่ำแย่ที่กำลังมาถึง….. “เอาสิ

>มาเลย กำลังจะบอกว่า

>อย่ามาตื้อใช่ไหมล่ะเฟอร์ส พูดมาเลยสิ ประโยคนี้ ผมรออยู่แล้ว”

>คิดในใจนะ

>

>เฟอร์ส “เมื่อเช้าเฟอร์สต้องขอโทษอีกครั้งนะคะ

>ที่ไปได้ยินที่พี่คุยกับเพื่อนพี่”

>ผม “…………..(มองเฟอร์สเพลิน ๆ น่ารักจริง >_< )……………”

>เฟอร์ส

>”เฟอร์สอยากจะถามอะไรเกี่ยวกับเรื่องที่เฟอร์สได้ยินเมื่อเช้านี้ซักนิดหน่อยน่ะค่ะ”

>ผม “ครับ

>ถามมาเลย……………(ผมไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของตัวเองอีกแล้ว

>ที่ตอบไปเหมือน

>กับว่า “ขอไปที” อะไรประมาณนั้น)………………

>เฟอร์ส “งั้น……..คือว่า…………ตอนนี้พี่ชอบผู้หญิงอยู่ 3

>คนเหรอคะ?”

>ผม “เอ๋?”

>เฟอร์ส “ก็เท่าที่ได้ยินเมื่อเช้า มีพี่ที่ชื่อขิงที่อยู่กับพี่บ่อย ๆ

>แล้วก็พี่ครีม คนนี้เฟอร์ส

>ไม่รู้จัก………แล้วก็…………………………………”

>

>ตอนนี้นี่เอง………….หัวใจผมมันเหมือนละเลยหน้าที่ของมันไปแว่บหนึ่ง

>ผมใจหายวาบ

>ซึ่งในความคิดคือ………..

>”เฟอร์สกำลังจะพูดชื่อของเฟอร์สเองแล้ว……..”

>แต่แล้ว…………………………

>

>เฟอร์ส

>”แล้วก็………………..อีกคน………..เอ่อ………….ถ้าได้ยินไม่ผิดคือคนที่พี่เรียกเค้าว่า

>นางฟ้า เหรอคะ?”

>

>!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!อ้าว…เฮ้ย…เอ๋…ทำไมอ่ะ?………ทำไมเค้าไม่เรียกชื่อเค้าเองง่ะ

>แล้วก็…

>เหมือนกับว่า เฟอร์สไม่รู้ตัวเลยเสียด้วยว่านางฟ้าคนนั้น

>”ก็คือเธอนั่นแหละ…..”

>

>เฟอร์ส “เฟอร์สแค่อยากทราบน่ะค่ะ”

>ผม “เอ่อ………………..คือ…………..”

>

>เอาอีกแล้วครับ หัวสมองของผมกลับมาตื่นตัวอีกครั้ง มันเริ่มคิดแผน

>คิดหน้าข้อแก้ตัวว่า

>ทำยังไงถึงจะผม้ภาพพจณ์ให้ดูดีขึ้นมาอีกครั้ง ความหวังเริ่มมาแล้ว…

>

>ผม “พี่บอกตรง ๆ นะครับ พี่ก็เหมือนผู้ชายคนอื่นทั่ว ๆ

>ไปที่เวลาเจอใครที่น่ารัก ๆ ก็อยาก

>ที่จะรู้จัก…….แต่ก็นั่นแหละนะ…….เค้าน่ารัก…เค้าดูดี…เค้าผ่านมา…แล้วเค้าก็ผ่านไป

>พี่คงไม่คิดอะไรได้มากกว่านั้นล่ะมั้งครับ”

>

>โอ…………ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกว่า ต่อหน้าเฟอร์สแล้ว

>ครั้งนี้ผมพูดได้ดีมาก ๆ เลย

>มันไม่ได้สื่อความหมายดีหรือร้ายเกินไป ไม่ได้ตื้น ลึก หนา บาง

>มากกว่าที่ควรเป็น แถมมันยัง

>ฟังดูเป็นผู้ใหญ่ซะด้วย

>

>เฟอร์ส “เหรอคะ

>ก็…คือว่า…เมื่อเช้าก็เห็นพวกพี่คุยกันเรื่องนี้…แล้วก็ซีเรียสกันน่ะค่ะ”

>ผม “เอ๋? ทำไมเฟอร์สถึงสนใจเรื่องนี้ล่ะครับ?”

>เฟอร์ส “เอ่อ………..คือ………….”

>

>เหมือนเค้าปิดบังอะไรไว้ซักอย่างนึง

>ซึ่งความลับนี้ไม่ได้รับอนุญาติจากรัฐสภาให้เปิดเผยได้…

>แต่ดูเหมือนเค้ากำลังลำบากใจมากกว่านะ

>

>เฟอร์ส “เอ่อ……………………………….”

>

>ผมรู้เลยครับว่าเค้าไม่ต้องการบอก

>แล้วไอ่ความอยากรู้ของผมมันก็คงทำให้เธอลำบากใจ

>ดังนั้น ผมรีบพูดช่วยเธอ

>

>ผม “เอ่อ…ถ้าลำบากก็ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องบอกก็ได้ ขอโทษที่ถามนะ”

>เฟอร์ส “…………………………………………”

>ผม “อ๊ะ! ไอ่บ้าหอบ…………..ไอ่แฟร์ (เกือบไป

>ๆ)…มันเดินลงมาโน่นแล้วแน่ะ ไปหามันเถอะ…”

>เฟอร์ส

>”………………………………………………………ค่ะ

>งั้นเฟอร์สไปนะคะ”

>

>แล้วเฟอร์สก็เดินไป…………เฮ้อ…ดีจัง

>ได้ปรับความเข้าใจกับเฟอร์สจนได้แล้วเรา ^_^

>แต่ภาพที่เห็นเฟอร์สเดินไปหาไอ่แฟร์ก็บาดใจยิ่งนัก T_T

>แต่แค่นี้ก็ดีแล้วนี่เนอะ…

>

>วันนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดนะ เมื่อสถานการณ์มันดีขึ้นแบบนี้

>ใจผมก็ชื้นขึ้นบางแล้วล่ะ

>ผมเดินกลับมาหาไอ่เบย์

>

>ผม “ไอ่เบย์…..กรูดีขึ้นแล้วว่ะ เราไปหาอะไรทานกับพวกสาว ๆ กันเหอะ”

>ไอ่เบย์ ” ^_^ หึ หึ ไม่ต้องบอกกรูก็ได้

>มรึงเดินหน้าบานกลับมากรูก็รู้แล้ว”

>ผม ^_^

>

>ว่าแล้วเราก็ไปทานกลางวันกันร้านเดิมที่เคยไปทานตอนที่ไอ่แฟร์มาด้วย

>แต่…วันนี้ไม่มีมัน

>อาหารจึงอร่อยเป็นพิเศษ แต่…พอผ่านเหตุการณ์วิกฤตนี้มาได้

>ทำให้ผมนึกถึงคำพูดของ

>ไอ่เบย์มันมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ไม่ย่ำแย่ก็ดีแล้ว

>แต่ต่อไปนี้ก็คงต้องระวังใจตัวเองให้มาก

>

>ขิง “วันนี้ตอนเรียนดูเธอซึม ๆ จังเลยนะพี ไม่สบายเหรอ?”

>ผม “อ๋อ…ไม่เป็นไรแล้วแหละ ห่วงเราด้วยเหรอ แหะ ๆ”

>ขิง “ถามเป็นมารยาทหรอกจ๊ะ”

>ผม “แหะ ๆ แค่นั้นก็ดีใจแล้ว”

>

>ไอ่เบย์กระซิบถามผมว่าวันนี้ OK แล้วใช่มั้ย มันจะขอให้ไปคอนโดตาลกัน

>ซึ่งผมก็ไม่เป็นอะไรแล้ว

>ยิ่งได้คุยกับขิง ความน่ารักของเธอก็ทำซะผมลืมเศร้าแล้ว งั้นไปก็ไป

>

>พอมาถึงที่คอนโด วันนี้อยู่ครบ 10 สาวเลย ไม่มีไอ่พวกครึ่งควบลูกด้วย

>ดีจัง ๆ ๆ

>

>ตาล “เชิญตามสะบายนะหนุ่ม ๆ”

>

>ผม 2 คน เลือกนั่งที่โซฟาหมู่ใต้แอร์ มีโต๊ะไม้กลมวางตรงกลาง

>มีหนังสืออ่านเล่นของผู้หญิงอยู่ข้างล่าง

>ชั้นวาง (พวก ดิฉัน แพรว อะไรทำนองเนี่ยะ) แล้วจากนั้นพวกสาว ๆ

>ก็มานั่งตามรอบ ๆ

>เราใช้เวลาส่วนมากไปกับการคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้

>ความอัจฉริยะทางคารมของไอ่เบย์ยังทำงานได้ดี

>เหมือนเคย เราทั้งกลุ่มก็สนุกสนานกันเต็มสตรีม แต่แล้วก็มี 1 สาว

>ถามคำถามหยุดโลก…………..

>

>ฝน “นี่ ถามจริง ๆ นะ เธอ 2 คน เคยชอบผู้หญิงคนไหนบ้างรึเปล่า?”

>

>……………………………………………………………………………………………………………

>

>คำถามนี้ทำเอาทั้งกลุ่มเงียบกริบหมดเลย……..เอาแล้วสิ จ๊อช…..

>

>ไอ่เบย์ “เราน่ะเคยมีแฟนมาบ้างนะ 2 คน แต่…รู้สึกเข้ากันไม่ได้เลย

>ก็เลยเลิกไป”

>ตาล “อ้าว…เบย์เคยมีแฟนด้วยเหรอเนี่ยะ?”

>ทั้งกลุ่ม

>”ฮั่นแน่……………………………………………”

>ตาล “ง่าาาาาาาาาาา อีกแย้ว >_< “

>ไอ่เบย์ “ฮะ ฮะ ฮะ”

>

>ไอ่เบย์…..สมเป็นมันจริง ๆ

>บอกความจริงแบบนี้ออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย…..ไม่กลัวตาลโกรธด้วย

>แล้วยังกลายเป็นสนุกสนานอีกแน่ะ

>

>แจง “แน่………….แล้วตอนนี้ชอบใครอยู่จ๊ะ เบย์ ^_^ อิ อิ”

>ไอ่เบย์ “มีนะ…แต่…บอกม่ายด้าาาาาาาาย”

>ขิง “อะแฮ่ม…………ไม่ต้องบอกก็ได้ม้าาาาาาาาาาาง คิก คิก”

>ทั้งกลุ่ม “555555555+”

>ไอ่เบย์ “ง่า…………..โดนตอกบ้างแล้วเรา……. ฮะ ฮะ ฮะ”

>

>ทั้งกลุ่มสนุกสนานเบิกบานกันเต็มสตรีม มันเป็นเรื่องที่ดีจริง ๆ

>แบบนี้ก็ดีนะ เค้าอาจจะลืมถามผมก็ได้

>แต่แล้ว…………………………………มันไม่โชคดีแบบนั้นหรอกกกกกกกกกกกกก

>

>ขิง “แล้วพีล่ะจ๊ะ…………………………..”

>

>O_o” เฮ้ย!!!!!!!!!!!!!!! ขิงถามอ่ะ…………………ง่า ทำไงดี

>ทำไงดี ทำไงดี ทำไงดี…………………….

>…………………นึก…………ไม่……………ออก………….อีกแล้ว

>-_-”

>แต่…ก็เป็นอีกครั้งที่ไอ่เบย์มันช่วยชีวิตผม

>

>ไอ่เบย์ “55555+ เป็นความจริงที่ไอ่นี่ไม่ค่อยอยากยอมรับนะ

>แต่มันไม่เคยมีแฟนนะ ไม่เคยจีบใคร

>และไม่เคยมีใครจีบ ไม่เคยชอบใครและไม่เคยมีใครชอบ………….”

>แจง “หา………………..จริงอ่ะ…………ถามจริง”

>ไอ่เบย์ “จริง ๆ จ๊ะ เราเพื่อนมันมาตั้งนานแล้วแหละ ไม่เห็นมีเลยจริง

>ๆ”

>ตาล “หวาาาาาาาาาาาาา หายากอะไรอย่างนี้ 20 แล้วแต่ยังไม่เคยมีแฟนเลย”

>ผม “เอ่อ………………..เรามันไม่มีเสน่ห์มั้ง”

>แจง “ไม่หรอกน่าาาาาาาาาาาา ถ้าเธอไม่มีเสน่ห์นะ พวกเราไม่สนหรอก

>จริงมั้ย?”

>สาว ๆ ม.ช. ทั้งกลุ่ม

>”โห่……………………………………..เกินไปย่ะ…ใช่ ๆ

>คิก ๆ ๆ”

>

>เฮ้อ…………..บทสนทนา ในที่สุดก็ลดความตึงเครียดลงจนได้นะ…..ดี

>ๆ แบบนี้เราคงอยู่ที่นี่อีกสักพัก

>เราคุยเรื่องสัพเพเหระกันกินเวลาไปพอสมควร แต่ก็ยังไม่เบื่อ

>

>ผมลองนึกเล่น ๆ นะ กลับไปเมื่อกี้อีกที ถ้าไอ่เบย์มันไม่พูดช่วย

>ผมจะตอบเค้าว่าไงดีล่ะเนี่ยะ…

>ทั้งที่มันมีความจริงอยู่ตรงที่ว่าผมเห็นคน 3 คนน่ารักในเวลาเดียวกัน

>ที่สำคัญคือ 1 ในนั้น

>มีแฟนแล้วซะด้วย แต่ก็ยังมองอยู่ ถ้าพวกนี้รู้เข้า ตายสิ!

>ผมคงเป็นอีกหนึ่งหมาหัวเน่ากับไอ่บ้าหอบฟางแน่

>

>เวลาสี่โมง ผมกับไอ่เบย์ก็แยกจากพวก ม.ช. กลับคอนโด

>วันนี้รู้สึกว่าเราอยู่กันนานเป็นพิเศษเลย

>ดังนั้นวันนี้จึงชวดเล่น Rag ไปตามระเบียบ แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไรมาก

>ดีสิ ได้อยู่กับสาว ๆ นาน ๆ แบบนี้

>พวกเรากลับมาถึงคอนโด ก็คุยกันเกี่ยวกับเรื่องที่คุยกันเมื่อสักครู่

>แล้วผมก็ขอบใจไอ่เบย์มันยกใหญ่

>ที่มันช่วยหาทางออกให้ตอนวิกฤต จากนั้นก็นอนอืดกันทั้งคู่

>เพราะไม่รู้ว่าจะทำอะไร (รู้งี้เล่น Rag ฆ่าเวลาก็ดี)

>

>งึมงำ งึมงำ หกโมงละ…..หาอะไรทานดีฝ่า วันนี้นอนอืด เพิ่งตื่น

>ไม่มีอารมณ์จะทำอะไรทานเองทั้งนั้น

>ว่าแล้วก็ไปโฉบหาอะไรทานข้างนอกดีฝ่าาาาาาาาาาา ปะ ไอ่เบย์เพื่อนเกลอ

>ไปกัน ด้วยใจสุดมันส์ดุดเดช

>

>ผมกับไอ่เบย์ไปแถว………………. (ตามกติกาสงวนชื่อสถานที่)

>ซึ่งผู้คนพลุกผล่านพอสมควร

>ก่อนหาอะไรทาน ไอ่เบย์ชวนผมไปเดินดูของที่ขายบนทางเท้าเล็กน้อย

>มันบอกอยากได้รองเท้าคัทชูว์คู่ใหม่

>ว่าแล้วก็เดินกันนิด ๆ หน่อย ๆ ไอ่เบย์ได้รองเท้าตามประสงค์

>ระหว่างจะเดินกลับไปหาอะไรทาน…..

>ตรงข้ามถนน ผมเห็นมันอีกแล้วครับ…………ไอ่บ้าหอบฟาง

>มันนั่งทานข้าวอยู่ในร้านอาหารตู้กระจก

>ประดับนอกหน้าต่างด้วยต้นไม่พุ่มเตี้ย ๆ และแน่นอน

>มันมากับเฟอรส………………กรออออออออด!!!

>

>ผมไม่รอช้า หาร้านแถว ๆ นั่นนั่งกับไอ่เบย์

>(ตกลงไปได้ร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทาง………คนละระดับกับพวกนั้นเลย -_-”

>)

>ช่วยไม่ได้นี่เนอะ อยากรู้เรื่องเขาก็ต้องอดทนนิด ร้านอะไรก็นั่ง ๆ ทาน

>ๆ ไปเฮ๊อะ! จุดประสงค์เราก็เพื่อ

>จะได้ดูเฟอร์สนี่นะ……………..ส่วนไอ่เบย์บ่นอะไรอุบอิบ

>ฟังเหมือนว่า “อะไรวะ…ร้านแบบนี้” หรือไม่ก็

>”ระดับกรู ระดับกรูนะเว่ย…” เฮ้อ…..เอาน่าเพื่อน

>

>แสงไฟยามราตรี + บรรยากาศร้าน

>หนอยยยยยย มันช่างโรแมนติกจริง ๆ อิจฉาว้อออออออออออย ไอ่บ้าหอบฟาง

>ฮึ่มมมมมมมมมมมมมมม……………………………………….

>

>บอกได้เลยว่าร้านนี้ก๋วยเตี๋ยวรสชาติ “ห่วย” สุดยิด ไม่ทราบเพราะมัน

>”ห่วย” จริง ๆ

>หรือเพราะภาพ 2 คนนั่น

>

>เฮ้อ…..ทั้ง ๆ ที่ตั้งใจว่าจะเลิกหวังอะไรแล้วแท้ ๆ

>แต่ทุกทีที่เห็นนางฟ้าคนเนี่ยะ ผมก็

>อดใจที่จะจินตนาการไม่ได้ว่าถ้าเราเป็นแฟนกันจริง ๆ แล้ว

>ผมจะมีความสุขมากมาย

>ขนาดไหน……………………ชีวิตนี้………………………..

>

>ลองมานึกดูอีกทีนะ ผมทำอะไรอยู่เนี่ยะ ทำไมผมไม่ไปหาร้านอร่อย ๆ

>ทานกับไอ่เบย์

>คุยถึงเรื่องโน้นเรื่องนี้ให้มันสนุก มีความสุขในจิตใจ

>นั่งฟังไอ่เบย์มันยิงมุขหรือ

>แซวคนนู้นคนนี้แบบตลก ๆ

>ให้มันแช่มชื่น…ผมกลับเลือกที่จะมานั่งตรงนี้………..

>ที่ ๆ มันมืด ๆ สลัว ๆ ชื้น ๆ ร้านก๋วยเตี๋ยวข้างถนน มีรถวิ่งผ่าน

>ฝุ่นปลิวว่อน

>อาหารก็โครตไม่อร่อย มันขายอยู่รอดมาได้ไง…

>ไอ่เบย์ก็ไม่พอใจ………………….

>ถามจริง ๆ

>เหอะ…………..ขอถามตัวเองสักนิดนะ……………”ทำแบบนี้ได้อะไร?”

>…………….นู่น…………….มองดูให้ดี ๆ ดิ

>”เค้ามีแฟนแล้ว!!!” เห็นมั้ย เห็นมั้ย เห็นมั้ย!?!

>

>การที่ผมยังหวังกับเฟอร์สอยู่ เพราะผมยังไม่เชื่อว่า

>”สองคนนั้นเป็นแฟนกัน”

>………..มีที่ไหน…นางฟ้าที่แสนสวยแสนน่ารักแสนเพอร์เฟคขนาดนั้นจะมาเป็นแฟนกับ

>ไอ่บ้าหอบฟางที่เป็นหมาหัวเน่าประจำห้อง

>ไอ่บ้านนอกที่ไม่รู้เหนือรู้ใต้ เป็นตัวเกะกะ

>ที่น่ารังเกียจ…………..หรือเพราะเธอสงสารมัน…………..ถ้าผมเป็นแบบนั้นแล้วมันจะ

>ทำให้นางฟ้าหันมาสงสารเห็นใจผมก็ยอม…………เฮ้อ…..ทำไมกันล่ะ

>ผมผิดอะไรตรงไหน

>มันถึงทำให้ผมพลาดสิ่งที่น่าจะดีที่สุดในชีวิตที่จะเกิดขึ้นแล้ว

>แต่ผมมันบกพร่องหรือ

>เลวร้ายอะไรยังไง

>ผิดพลาดตรงไหนที่ทำให้ไม่สามารถเข้าไปใกล้เธอได้มากกว่านี้อีกแล้ว

>

>…………………………………………………………………………………………………

>…………………………………………………………………………………………………

>……………………………………….เหนื่อย………………………………………………..

>…………………………………………………………………………………………………

>………………………………………….ท้อ………………………………………………….

>…………………………………………………………………………………………………

>……………………………………พอสักทีได้ไหม……………………………………….. …

>…………………………………………………………………………………………………

>…………………………………………………………………………………………………

>

>เลิกให้กำลังใจตัวเองได้แล้ว เลิกมองโลกในแง่ดีได้แล้ว

>ตัดใจอย่างจริงจังเสียทีได้แล้ว

>ไม่มีประโยชน์ มันดูโง่และงี่เง่ามาก

>แล้วแบบนี้ต่อไปมันก็ไม่มีอะไรดีขึ้น

>

>ทำไมต้องคิดมากขนาดนี้ล่ะ ก็เพราะ………

>”ผมกำลังพยายามตัดใจที่จะยอมปล่อยสิ่งที่

>ดีที่สุดที่จะเข้ามาในชีวิตผมให้หลุดลอยไป” จะให้ผมแย่งเหรอ

>ทำแบบนั้นมันก็เหมือนกับ

>เป็นการหลอกนางฟ้า โยนไปทางโน้นทีทางนี้ที

>…….เค้าก็มีทางของเค้า…….เค้าไม่ใช่สิ่งของ…….เค้าก็ขาวสะอาดของเค้า……..

>กล้าดียังไงถึงจะไปทำให้เค้าสกปรก………….ถ้าเค้าคิดว่าเค้ารักของเค้า…………

>งั้นก็พอได้แล้ว…………พอได้แล้วล่ะ

>พอเสียทีเถอะ……………………………….

>

>ผมพูดกับตัวเองในใจระหว่างทาน มันทำให้ผมเงียบ แล้วก็เริ่มอ่อนใจ

>เริ่มล้า เริ่มรู้สึก

>อยากปล่อยวาง………..ความจริงแล้วไม่มีเลยแม้สักวินาทีที่เค้าจะเคยเป็นของผม

>คิดแล้วยิ่งเศร้าใจ ยิ่งรู้สึกหดหู่………แต่ก็เท่านั้น

>เตือนตัวเองอีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง

>อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง

>อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง…..

>และ…..อีกสักครั้ง…..เตือนว่า…..พอที

>

>ผมนั่งเงียบ………………………ไอ่เบย์เองก็รู้ว่าตอนนี้ไม่ควรจะพูดอะไรทั้งสิ้น

>ปล่อยเวลาให้ผมได้คิด………….ทำใจ………….ปล่อยวาง…………และชินชากับความผิดหวัง

>ยอมรับเลยว่าครั้งนี้เป็นความผิดหวังที่น่าเสียดาย น่าเสียใจ

>ยิ่งใหญ่มากที่สุดตั้งแต่เกิดมา

>เพิ่งรู้ล่ะมั้ง…..นี่แหละโลก นี่แหละชีวิต นี่แหละมนุษย์

>มันช่างเป็นเรื่องที่ธรรมดา………….

>โตขึ้นบ้างหรือยัง…..ในที่สุดก็ได้ออกมาจากกะลาสินะ………………………………………..

>

>สองคนนั้นยังนั่งอยู่ด้วยกัน ผมมองอย่างไม่ละสายตา

>อิริยาบททุกอย่างมันประจักษ์แก่สายตา

>………………………เวลาล่วงเลยมาพอสมควร………………………

>

>ราตรียังดำเนินต่อไป…………ในที่สุด มือผมก็หยุดสั่น

>รู้สึกว่าอยากหลับตา………………

>อยากหลับตาสักพัก…………..จนกว่าจะรู้สึกว่า…………..ถ้าลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง

>จะไม่ต้องร้องไห้………….น้ำตาผู้ชาย………….ต้องไม่ไหล…………..

>

>ลืมตาอีกครั้ง…..ผมดีใจมากที่ไม่มีน้ำตาไหลออกมา

>ผมสูดอากาศเข้าปอดอย่างเต็มที่

>แล้วพ่นลมแห่งความอึดอัดใจ

>มันโล่ง………โล่งจนใจหาย……..เหมือนมีโพรงอากาศขนาดใหญ่

>อยู่ในอก………………แล้ว……………….ผมก็หลุดออกจากความคิดได้

>

>ถ้าใครต่อใครบอกว่า “ตัดใจจากผู้หญิงคนเดียว ทำไมมันยากนัก

>ทำไมมันเวอร์ซะขนาดนี้”

>………….งั้นผมก็บอกได้แค่ว่า “ถ้าสักวัน

>วันนั้นถึงคราวคุณ……….วันนั้นล่ะครับ คุณถึงจะรู้”

>

>ผมกับไอ่เบย์กลับคอนโดโดยไม่พูดอะไรกันเลยสักคำ…………แต่ผมก็คิดว่าแบบนี้ก็ดีแล้ว

>กลับไปถึง อาบน้ำ

>นอน………………………….ไม่ได้พูดกันเลยสักคำจริง ๆ

>ไม่ได้โกรธ แต่ผมพูดอะไรไม่ออก และไอ่เบย์ก็คงเข้าใจ

>

>วันรุ่งขึ้น

>ผมหวังไว้อย่างยิ่งว่าความสดใสจะกลับมาเยือนผมอีกครั้ง…………

>

>รุ่งขึ้น ผมกับไอ่เบย์พูดคุยอะไรกันเป็นปกติ

>เหมือนเมื่อวานไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น

>ผมไปที่เรียนพิเศษสายตามเคย เหลืออีก 5 นาที อาจารย์จะเข้าสอนแล้ว…

>ระหว่างเดินเข้าไปในที่เรียนพิเศษ

>เจอกับเฟอร์สที่ทางเดินก่อนถึงห้องบันได

>ผมเดินสวนกันเธอโดยไม่ชายตามองเลยแม้แต่น้อย แบบนี้ออกจะเย็นชา

>แต่ผมตั้งใจไว้ว่า

>จะลบนางฟ้าคนนี้ออกจากชีวิต เราจะเป็นเหมือนคนไม่รู้จักกัน

>คนที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป

>

>ผมขึ้นห้องเรียนไปพบกับเพื่อน ๆ มันทำให้ผมสดชื่นขึ้นได้มากเลย

>เพราะความน่ารักของพวกเขา

>การเรียน 3 ชั่วโมงผ่านไป ผมคุยกับทุกคนอย่างเป็นปกติ

>เรื่องเมื่อวานจึงไม่ได้เล็ดลอด

>

>วันนี้ก็เช่นเดิม เรานัดกันจะไปทานข้าวกันกับพวกเด็ก ม.ช. และวันนี้

>ม.ธ. ขอไปด้วย ดีจัง คนเยอะ ๆ ๆ

>สนุกสนานกันใหญ่ นั่งทานกันไป คุยกันไป เพลินใจจริง ๆ

>

>วันนี้ผมลองมองขิงดูอีกที………..แล้วก็ยิ้มมุมปาก

>เฮ้อ………..ขิงเองก็น่ายังน่ารักอยู่จริง ๆ นั่นแหละ

>นั่นสินะ ไม่ใช่นางฟ้า…….แล้วไง

>ถ้าผมจะคบกับคนอื่นที่ไม่ใช่เธอคนนั้น มันก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตผม

>จะต้องหยุดอยู่ตรงนั้นซะเมื่อไหร่ มันก็เดินของมันต่อไปเรื่อย ๆ

>ถ้ามัวจมอยู่แค่นั้น……………

>ก็ไม่ต้องมองข้างหน้าต่อไปแล้ว ให้มันจมอยู่ตรงนั้นนั่นแหละ

>แต่……………..แค่เลือกที่จะเดินต่อ

>ไปเจอใคร มองใคร มีใคร สักคนที่จะมาเติมเต็ม

>ไม่เห็นต้องดีเลิศเพอร์เฟ็คในสายตาใครเลย………

>แค่ในสายตาเรา

>เค้าคนนั้นจะเพอร์เฟ็คที่สุดก็พอแล้วนี่………….นั่นสิ………….จริงด้วย

>

>คิดได้แบบนี้ ขิงก็น่ารักขึ้นอีกมากมายเลยทีเดียว

>เฮ้อ………..เอาล่ะ รู้สึกดีขึ้นเยอะแล้ว ดีจัง

>ในระหว่างคุย ๆ ๆ กันอยู่นั่นเอง (ไอ่เบย์เล่าให้สาว ๆ

>ฟังเกี่ยวกับวีรกรรมที่ผมกับมันโดดรั้วโรงเรียน

>ตอนเรียน ม.5 อย่างถึงพริกถึงขิง)

>และแล้ววววววววววววววววว………………………….

>ครีม!!!!! เธอพูดกับผมครับ…..

>

>ครีม

>”เอ่อ……………………………ขอโทษค่ะ………..ช่วยหยิบกระดาษทิชชู่หน่อยได้ไหมคะ?”

>

>อา…………เสียงเรียบ ๆ น่ารัก ๆ

>มาอีกแล้ว………..ครีม…………..โอ………จ๊อชชชชชชชชชชชช

>คราวนี้ครีมคุยกับผมก่อนครับ

>อย่างที่ทราบกันว่าปกติกว่าเค้าจะเปิดปากพูดแต่ละคำ…..มันช่างแสนยากเข็ญ

>ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีนะครับ อีกหน่อย

>เธอคงจะคุยกับผมได้เหมือนกับคนอื่น ๆ แน่

>(ถ้าคิดกันจริง ๆ

>แล้ว…………เค้าแค่ขอให้หยิบกระดาษทิชชู่ให้นี่นา ไปซะไกลเลยเรา

>^_^” )

>

>ผมหยิบกระดาษทิชชู่ทั้งกล่องให้เธอ…..หุ หุ หุ

>แทนที่จะหยิบแค่แผ่นสองแผ่นให้เค้านะ ^_^”

>แต่เค้าก็รับไปทั้งกล่องครับ คาดว่าทางบ้านต้องขาดแคลนทุนทรัพย์เป็นแน่

>ทำให้ไม่มีงบประมาณ

>ในการซ่อมหลังคาบ้าน

>จึงต้องกักตุลกระดาษทิชชู่ไว้ซับน้ำในหน้าฝน……………..ผมล้อเล่น

>^_^

>

>ตอนที่ครีมหยิบไปเค้าก็มองผมแบบ “มันจะหยิบมาแผ่นสองแผ่นไม่ได้เหรอ”

>อารมณ์นั้น

>แต่ผมมาเข้าใจหลังจากนั้น

>ครีมเค้าหยิบกระดาษทิชชู่แผ่นเดียวออกจากกล่องแล้วเช็ดปาก

>อ๋อ…..งั้นที่เค้ารับทั้งกล่องเพราะผมยื่นให้เค้าทั้งกล่องนี่เอง

>มันจะได้เป็นการไม่เสียมารยาท

>โห………………คุณหนูครีมจริง ๆ ด้วย

>

>หลังจากทานข้าวแล้วก็ไปต่อที่โบว์ลิ่ง…………………(เค้าไปกันหมด…..หลีกเลี่ยงไม่ได้แง้ว

> >_< )

>รอบนี้ผม (จำใจ) ต้องไปด้วย โชว์หน้าแหกเลยครับ โยนครั้งแรก

>ยังไม่ทันโยนออกไปเลย…..

>ลูกมันหนักเนอะ หลุดมือผมไปหล่นเอาข้างหลัง ตุ้บ!!! O_o” เหอ ๆ ๆ

>ขิงเนี่ยะ ตัวดี หัวเราะซะ

>น้ำตาไหล…………น่าอาย + น่าตลกขนาดไหนนึกดู

>แม้แต่ครีมยังฝืนหน้านิ่งไม่ไหว……………..

>55555555555+ (หัวเราะให้กับความหน้าแตกของตัวเอง

>แต่มันก็ทำให้ทั้งเด็ก ม.ช. และ ม.ธ.

>หัวเราะสนุกสนานกันได้นะ งั้นก็ถือว่าคุ้มแหละนะ)

>

>แต่ที่สำคัญ……………..ไอ่เบย์………………มันเผาผมใหญ่เลย

>”55555555555555 เพื่อน… กรูไม่เคย

>บอกมรึงหรอกเหรอ ว่าโบว์ลิ่งเค้าโยนไปข้างหน้า 55555555555555″

>หรือไม่ก็ “กรูรู้นะ มรึงเล็งหัวกรูอยู่

>ใช่มั้ยไอ่พี 555555555555555555555555+”

>

>-_-” ……………… จำไว้นะ ไอ่เบย์

>

>หุ หุ พวกเราเริ่มนึกอะไรสนุก ๆ ได้ครับ

>

>ไอ่เบย์ “นี่ ๆ เอางี้มั้ย พวกเรามาแบ่งทีมเล่นกันเถอะนะ สนุก ๆ ไง”

>ผม “อืม…แล้วถ้าแข่งกันเฉย ๆ มันก็น่าเบื่อสินะ เอางี้มั้ย ทีมไหนแพ้

>วันพรุ่งนี้ต้องเป็นบั๊ดดี้ เลี้ยงข้าวเลี้ยงน้ำ

>เลี้ยงทุกอย่างเลย ดีมั้ย?”

>ขิง “อ๊ะ! งั้นทีมไหนมีนายพีอยู่ก็เหนื่อยแย่สิ ^_^ คิก ๆ ๆ”

>ผม “ง่าาาาาาาาาาาา ขิงอ่ะ >_< )

>

>ขิงน่ารักจังเล้ยยยยยยยยย ว่าแล้วเราก็แบ่งกันเป็น 2 ทีม

>

>ทีม ม.ธ. นำทีมโดย ไอ่เบย์ เซียนโบว์ลิ่งมือทอง และ แฟง

>ผู้ได้รับฉายาว่า “สไตร์เกอร์” เพราะทุกรอบที่เธอได้จับ

>ลูกโบว์ลิ่ง เธอจะกินสไตร์ทุกครั้ง น่ากลัวมาก

>

>*สไตร์ (ศัพย์ทางโบว์ลิ่ง) หมายถึง พินล้มหมด

>

>ทีม ม.ช. นำทีมโดยผม ฉายา “อัมหิต”

>(ตอนที่ลูกหลุดมือลอยไปข้างหลังอ่ะครับ ตอนนั้นถ้ามีใครเดินผ่าน

>ด้านหลังผม…….คน ๆ นั้นตายไปแล้วล่ะครับ เต็มหัวเลยแหละ ^_^” )

>และมีเจ้าหญิงขิง ผู้มีแขนเรียวงาม

>และบอบบางที่ไม่เคยสัมผัสโดนโบว์ลิ่งมาก่อนเลยในชีวิต ฉายา

>”องค์หญิงรักสะอาด” (เธอล้างท่อเป็นประจำอ่ะครับ)

>

>*ล้างท่อ (ศัพย์ทางโบว์ลิ่ง) หมายถึง

>การโยนโบว์ลิ่งแล้วมันไปลงร่องที่อยู่ข้าง ๆ ทำให้พินไม่ล้มเลยสักอัน

>

>และแล้ว การแข่งขันก็เริ่มต้นขึ้นและดำเนินไปอย่างทุลักทุเล

>ถึงแม้ผมและขิงจะอ่อนด้อยขนาดไหน

>แต่ฝีมือโยนโบว์ลิ่งของคนอื่น ๆ ในทีมก็ใช่ย่อยทั้งนั้น โดยเฉพาะตาล

>(เธอไม่ยอมแพ้แน่ เพราะถ้าแพ้

>หมายความว่าพรุ่งนี้เธอต้องเลี้ยงข้าวเลี้ยงขนมไอ่เบย์กระเพาะควายทั้งวันแน่…..

>และอีกคนที่พอจะ

>สูสีกับอีกฝ่ายก็คือ เมย์

>ซึ่งแทบไม่น่าเชื่อเลยว่าลูกที่เธอโยนแล้วค่อย ๆ ไหลไป ไหลไป

>ไหลไปอย่างเชื่องช้า

>จะสามารถสไตร์คได้บ่อยถึงขนาดนี้ หุ หุ ^_^”

>

>ทู่ซี้กันมาเสียนาน ข้อกำหนดคือ ต้องเล่นชนะให้ได้ 5 ใน

>9……………………………………………

>ม.ธ. ชนะ 4

>ม.ช. ชนะ 3

>เป็นรองอยู่ 1 เกม เอาล่ะ……กดดันกันหนักขึ้น เมื่อพวก ม.ธ.

>เริ่มเย้ยหยัน (แน่นอน มีไอ่เบย์ เป็นแกนนำ)

>เวลาผมโยนแล้วสามารถล้มพินได้แม้แต่อันเดียว

>มันจะวิ่งมากอดคอดีใจไปด้วยกับผม เหมือนกับแบบว่า…

>”ในที่สุด………มรึงก็ทำแต้มได้แล้วเพื่อน T_T “

>

>ในที่สุดก็ตีตื้นขึ้นมาได้ 4:4 ด้วยฝีมือการเก็บพินของตาล (หุ หุ)

>ผมยังล้มพินได้ 4-5 อันเรื่อย ๆ

>ส่วนขิงยังคงไม่มั่นใจในความสะอาดของรางด้านข้าง เธอจึง “ล้างท่อ”

>ต่อไปอย่างมุ่งมั่น ^_^” หุ หุ

>ตอนนี้นี่เอง ผมต้องเล่นแผนสกปรก

>ผมขอให้ตาลคอยมองไอ่เบย์อย่างตาเขียววววววววววววว

>ทำให้ไอ่เบย์มันยอมล้างท่อ……. 5555555555555555555+

>สะใจมันว้อออออออออออออย

>

>ผม “อ้าว……(ทำเสียงใส ๆ) เบย์เพื่อนรัก แหม

>เราไม่นึกเลยนะว่านายจะรักความสะอาดขนาดนี้อ่ะ ล้างท่อใหญ่เชียว”

>

>55555555555555555555555555+ สะจาาาาาาาย ได้ตอกย้ำมันจนได้

>

>และแล้ววววววว…..ตัวชี้ชะตาก็ขึ้นอยู่กับบุคลากร 2

>คน………แฟงและเมย์…………

>

>แฟงโยนก่อน สงสัยว่าจะทนแรงกดดันไม่ไหว ทำให้เธอล้มพินได้เพียง 3 อัน

>โฮ๊ะ ๆ ๆ แบบนี้ก็เท่ากับ

>รู้ผลแล้ว เพราะลูกช้า ๆ ของเมย์ แม้จะมีแรงกระทบน้อย

>แต่เรื่องทิศทางและการสปินของลูกถือว่าเนี๊ยบมาก

>ชนะแน่เฟร้ยยยยยยยยยยยยยยยยยย หุ หุ หุ หุ

>ผมเล็งคนที่จะมาเป็นบั๊ดดี้ผมไว้แล้วล่ะครับ ฮะ ฮะ ฮะ

>ครีมนั่นเอง 555555555555555555+ อยากเห็นนัก เงียบ ๆ แบบนี้

>ถ้าถึงเวลาต้องซื้อขนมเลี้ยงผม

>เวลาที่ต้องคอยเทคแคร์ผม เค้าจะทำหน้าตายังไง

>5555555555555555555555555555555555+

>

>แต่……………เมื่อตื่นจากห้วงจินตนาการ……………..เมย์โยนลูกช้า

>ๆ ของเธอออกจากมือไปได้เพียง 3 เมตร

>ลูกโบว์ลิ่งหนัก ๆ

>ก็ร่วงผลอยลงรางด้านข้างไป……………ทุกคนนิ่งเงียบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ

>

>แล้วไอ่เบย์ก็ทำลายความเงียบงันนั้นลงด้วยการเดินมาตบไหล่ผมอย่างเห็นอกเห็นใจ

>(นึกว่าไม่รู้เรอะว่ามรึงแกล้งทำ

>ก็มรึงยังกลั้นหัวเราะไม่อยู่เลย) แล้วมันก็พูดพร้อม ๆ

>ทั้งเสียงหัวเราะที่มันยังพยายามกลั้นไว้ (ทุกคนยังเงียบอยู่)

>

>ไอ่เบย์ “ก็………..คึก คึก คึก (เสียงมันกลั้นหัวเราะ)

>อย่างที่เห็นแหละเพื่อน………..กรูรักมรึงนะ แต่…

>ลูกมันลงรางไปแล้วว่ะ……..คึก คึก คึก “

>

>หลังจากนั้น ทั้งกลุ่ม ม.ช. และ ม.ธ.

>ก็ระเบิดเสียงหัวเราะลั่นเป็นเวลานาน

>ลานอื่น ๆ หันมามอง ทั้งที่ไม่รู้ว่าหัวเราะอะไรกันเค้าก็ยังยิ้มเลย

>

>ผลก็ต้องเป็นไปตามนั้น

>

>วันรุ่งขึ้น

>

>ผมไปที่เรียนพิเศษ ไม่รู้ว่าวันนี้ใครกันน๊อ จะมาขอให้เราเป็นบัดดี้ให้

>และอีกอย่างนะ ถ้ารวมคนกันจริง ๆ

>ตอนนั้นก็มีคนอยู่ 10:11 นี่นา งั้นก็เหลือเศษ 1 สิเนี่ยะ แล้วไอ่เศษ 1

>ที่ว่ามันจะเป็นผมรึเปล่าเนี่ยะ หุ หุ

>

>กว่าจะมาถึงที่เรียนพิเศษ สาว ๆ ก็จับคู่กันเกือบหมดแล้ว ไอ่เบย์น่ะ

>ตาลจองไปแล้ว……………………..

>ที่ยังเหลือตอนนี้คือ เด็ก ม.ธ. 2 คน คือ ครีม เมฆ (จริง ๆ

>แล้วได้ยินว่า 2 คนที่อยากจับคู่บัดดี้กันเอง แต่

>มันผิดกติกานะจ๊ะ ^_^ ) รวมทั้งผมที่อยู่ทีมเค้าด้วย เด็ก ม.ช. เหลือ 2

>คน ขิง ป่าน (คนนี้เพิ่งมีบท) เมย์

>

>การเล่นบั๊ดดี้ครั้งนี้ก็ยิ่งทำให้พวก ม.ช. และ ม.ธ. สนิทกันยิ่งขึ้น

>เพราะต้องจับคู่กับต่างสถาบัน

>ตอนนี้คนที่เหลือกำลังระส่ำระสายเพราะคนที่เหลือต่างเป็นคนแปลกหน้า

>(เรียกว่าไม่ค่อยสนิทดีกว่ามั้ง)

>และแล้ว……..เมฆก็จับคู่กับป่าน…………ตอนนี้เหลือแค่ ผม ขิง

>กับ ครีม ซึ่งผมกับขิงหมดสิทธิ์บั๊ดดี้กัน

>เพราะทีมเดียวกัน

>ดังนั้นก็อยู่ที่ครีมแล้วล่ะว่าเค้าจะเลือกบั๊ดดี้กับใคร

>แต่ผมคาดว่าเธอต้องอยากจับคู่กับ

>ขิงแน่ ๆ เพราะเป็นผู้หญิงเหมือนกัน

>แล้วขิงก็น่ารักด้วยนี่เนอะ……………แต่ไอ่เบย์เพื่อนรัก

>มันช่วยผมอีกแล้ว

>

>ไอ่เบย์ “นี่ ครีม เราว่านะ ถ้าเธอจะจับคู่กับขิงล่ะก็ คนอื่น ๆ

>เค้าก็ไม่ได้เกิดกันเลยแหละ”

>

>คิดดูสิ ขิงน่ารักขนานนั้น ครีมก็น่ารักขนาดนี้ เวลาไปไหนมาไหนด้วยกัน

>แบบนี้สาว ๆ คนอื่น ๆ ก็โดนรัสมีบดบังหมด

>หุ หุ หุ หุ หุ………………….สุดท้ายแล้ว

>

>ครีม “งั้น…..ครีมเลือกบั๊ดดี้กับพี่ก็ได้ค่ะ…..”

>

>ว๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาก น่ารัก น่ารัก น่ารัก เจรง ๆ >_<

>หุ หุ วันนี้ช่างเป็นวันที่สดใสสำหรับผมจริง ๆ ครับ ได้อยู่ใกล้ ๆ

>ครีมตลอดเลย ว้าาาาาาาาาาาาาว

>ครีมน่ารักมากเลยแหละ อย่างที่ทราบว่าผมต้องเป็นบัดดี้เธอวันนี้ทั้งวัน

>ดังนั้น เวลาไปไหนมาไหน

>จึงต้องไปด้วยกัน เวลานั่งเรียนก็นั่งข้าง ๆ กัน

>ได้อยู่ใกล้ครีมตลอดเลยแบบนี้ โอย…ความสุขจริง ๆ

>

>ถึงใกล้ชิดกันขนาดนั้นครีมก็ยังไม่ยอมปริปากพูดกับผมเลย มีส่ายหน้า

>พยักหน้า เฮ้อ…..คนอะไร

>ขนาดไม่พูดก็ยังน่ารัก >_<

>

>3 ชม. แห่งการเรียนก็จบลง ต่อไปนี้แหละ

>บั๊ดดี้แต่ละคนต้องทำหน้าที่ของตัวเองทันที (ไอ่เบย์ไม่กล้า

>ขออะไรจากตาลมากนัก แต่ตาลก็ซื้อนมถั่วเหลือโยให้มัน ตาลบอกว่า

>”ดื่มแล้วสุขภาพดี” ฮะ ๆ ๆ ไอ่เบย์

>จริง ๆ แล้วมันอยากดื่มน้ำอัดลมมากกว่า แบบนี้แล้ว สำหรับไอ่เบย์

>การมีตาลเป็นบั๊ดดี้คงไม่เข้าท่าเท่าไหร่)

>หญิงกับฝนไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดเลย

>คู่นี้ติดกันแจ…ยังกับเป็นแฟนกันแน่ะ 55555555+ ล้อเล่น ๆ

>ส่วนผมที่พยายามถามครีมว่า “ทานอะไรมั้ย?” ครีมก็ส่ายหน้าอย่างเดียว

>เอาใจลำบากจริง ๆ

>

>แต่แล้ว เมฆก็บอกลูกไม้เป็น (ไม่ตาย) มาว่า ครีมน่ะชอบอะไรหวาน ๆ

>ตามชื่อนั่นแหละ

>OK ได้แนวทางการดำเนินชีวิตแล้ว จากนั้นผมชวนครีมไปทานข้าว (อ่ะ เห็นมะ

>นาน ๆ ครั้งจะกล้าสักที)

>จากนั้นทุกคู่ก็แยกย้ายกันไปดูแลบั๊ดดี้ของตัวเอง ยกตัวอย่างนะ

>ไนน์กับฟ้าไปดูหนังกัน

>แจงกับเฮ็นไปช็อพปิ้ง อะไรประมาณนี้

>ส่วนขิงที่ไม่ต้องเป็นบั๊ดดี้ให้ใคร ถูกตาลขอร้องให้ไปเป็นเพื่อน

>ดังนั้น ผมจึงได้ไปกับครีมสองคน ว้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาว >_<

>

>หลังจากทานข้าว เนื่องจากผมได้เคล็ดจากเมฆแล้ว

>จากนั้นก็ชวนเธอไปทานไอศครีมกัน เป็นของหวานตบท้าย

>อาหารกลางวัน……………ได้ผล……………ครีมพยักหน้าตกลง

>

>มาถึงร้านไอศครีม (ร้านเดียวกับครั้งที่แล้วเลย) ผมเลี้ยงไอศครีมเธอ

>และระหว่างทานไอศครีมอยู่นั่นเอง…..

>ในที่สุด โอกาศที่ผมจะคุยกับครีมก็เริ่มขึ้นจนได้ T_T

>โอย…..อึดอัดจริง ๆ กว่าจะได้คุย

>

>ครีม “เอ่อ…..รบกวนคุณรึเปล่าคะ?”

>ผม “?…………ครับ…………เอ๋?……………อะไรเหรอ?”

>ครีม “ก็…ครีมไม่น่าขอให้คุณเป็นบั๊ดดี้เลยน่ะค่ะ ลำบากคุณจริง ๆ

>ครีมเกรงใจด้วย”

>ผม “เอ๋?………เอ่อ………..”

>ครีม “เอาแบบนี้ดีไหมคะ ครีมไม่รบกวนคุณแล้วล่ะ

>วันนี้เราก็แยกกันกลับเลยเถอะค่ะ”

>ผม “ไม่เป็นไรครับ!!!!! ผมเต็มใจ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

>

>ผมพูดดัง และรัวเสียจนครีมตกใจ ความจริงแล้วผมทำเสียงแบบตื่น ๆ

>ด้วยแหละ

>ครีมมองผมตาแป๋วเลย คือ อุตส่าห์มีโอกาศได้อยู่กัน 2 คนแล้วแท้ ๆ

>เรื่องอะไรจะปล่อยให้มันหยุดอยู่แค่นี้ล่ะ

>อย่าเพิ่งไปเลยนะ อยู่ด้วยกันอีกหน่อย

>

>ผม “ทำไมล่ะครับ!?! ผมทำให้ครีมเบื่อเหรอ!?! งั้นจะให้ผมทำอะไรล่ะ!?!

>บอกมาเลยสิครับ อยากไปไหน

>อยากทานอะไร อยากทำอะไร นะ นะ

>แต่อย่าเพิ่งกลับกันตอนนี้เลย…ขืนแยกกันตอนนี้ผมคงอายคู่อื่นแย่

>ที่ผมเป็นบั๊ดดี้ที่ไม่เอาไหนขนาดที่คู่บั๊ดดี้ตัวเองขอกลับก่อนคู่ใคร

>ๆ แบบนี้”

>

>ผมพูดรัวและเร็วมากกก ครีมยังคงมองผมอยู่แบบอึ้ง ๆ ผมทำหน้าตาซีเรียส

>เหงื่อมันเริ่มซึมออกมา

>เต็มไปหมด แล้วผมก็เงียบฟังคำตอบจากครีม

>แล้วครีมก็……ก้มหน้าลง แล้วเอามือปิดปากหัวเราะคิกคักเล็กน้อย

>หน้าขาว ๆ ของเธอตอนนี้แดงเล็กน้อย

>

>ครีม “คิก ๆ ๆ ฮะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เปล่าหรอกค่ะ ครีมอยู่กับคุณน่ะ

>ครีมสนุกนะ ก็คุณคอยชวนคุยเรื่องนู้น

>เรื่องนี้ไปเรื่อย ๆ แล้วคุณก็ตลกดีด้วย

>ดังนั้นครีมก็เลยไม่อยากผูกมัดน่ะค่ะ คุณน่าจะได้สนุกกับทุกคน

>ครีมซะอีก ที่คิดว่าคุณจะเบื่อที่ครีมไม่พูดอะไร”

>ผม “ไม่ครับ ไม่เป็นไร ไม่พูดไม่เป็นไรนะ อยู่ด้วยกันก็พอ นะ นะ นะ

>ผมไม่ได้เบื่อครีมเลยสักนิด (ก็ครีมน่ารักซะ

>ขนาดนี้นี่นา) เฮ้อ…ได้ฟังแบบนี้ก็ค่อยเบาใจขึ้นนะ

>ที่ครีมไม่ได้เกลียดผม เพราะปกติครีมไม่ค่อยพูดอะไร

>กับใครเลย”

>ครีม “คิก ๆ เมื่อกี้จู่ ๆ คุณก็พูดซะดัง ครีมตกใจหมด ^_^ “

>ผม “ฮะ ฮะ ขอโทษทีครับ ผมมันก็แบบนี้แหละ”

>ครีม “ปกติที่บ้านครีมเขาไม่ค่อยจะให้คุยกับคนแปลกหน้าน่ะค่ะ”

>ผม “ครีมเนี่ยะเรียบร้อยจังนะ”

>ครีม “คือ…ครีมถูกสอนมาแบบนี้น่ะค่ะ”

>

>แล้วครีมก็หน้าแดงหน่อย ๆ แสดงว่าที่บ้านครีมต้องเป็นครอบครัวที่ดีแน่

>ๆ เลย

>หลังจากนั้นผมกับครีมก็สามารถคุยกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ

>เฮ้อ…..ดีจัง

>ครีมน่าร๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาก >_<

>

>ผม “เฮ้อ…ในที่สุดก็ได้คุยกับครีมแบบธรรมชาติซะทีนะ

>ผมนึกว่าครีมจะไม่ชอบผมซะอีก

>รู้สึกเหมือนครีมพยายามหลบหน้าผมกับไอ่เบย์อยู่นิดหน่อยน่ะครับ”

>ครีม “ขอโทษด้วยที่ทำแบบนั้นนะคะ

>ครีมจะทำแบบนั้นเฉพาะเวลาไม่รู้สึกปลอดภัยน่ะค่ะ”

>ผม “ห๊ะ!?! งั้นผมกับไอ่เบย์ก็ไม่ปลอดภัยเหรอ?”

>ครีม “ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ”

>

>ครีมยิ้มแล้วสดใสจริง ๆ เฮ้อ…ในที่สุดก็เคลียร์ไปได้อีกคนนึงนะเนี่ยะ

>หลังจากนั้นผมก็ชวนครีมไปเดินหาซื้อของอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ

>ต่ออีกนิดหน่อย

>เดินดูนู่นดูนี่ไปเรื่อย ผมมักจะเล่นมุขอะไรให้เธอหัวเราะตลอด

>เพราะครีมเวลาหัวเราะแล้ว

>น่ารักมาก ผมอยากเห็นหน้าแบบนั้นนาน ๆ นะ ^_^

>

>เวลาก็ผ่านไปเรื่อย ๆ (ตอนเดินซื้อของ

>ผมกับครีมเดินสวนกับคู่ของแจงกับเฮ็น กำลังดูลูกสุนัขอยุ่ด้วย)

>ผมคาดว่าการเล่นบั๊ดดี้คราวนี้คงทำให้ผมได้ใกล้ครีมมากขึ้นกว่าเดิมแล้ว

>เธอดูเป็นธรรมชาติขึ้น ไม่เคอะเขิน

>ไม่ก้มหน้าก้มตาเหมือนครั้งแรกที่มาทานไอศครีมกัน

>ซึ่งเมื่อดูแบบนี้แล้ว ทำให้ผมรู้สึกว่าเธอสดใสมาก

>ระหว่างที่เดินซื้อของกันนั้น สายตาหลาย ๆ

>คู่จ้องผมอย่างอิจฉาริษยาจนผมรู้สึกได้ (มันหนาวสันหลังวาบ ฮะ ฮะ)

>ผมกับครีมใช้เวลาเดินไปคุยไปเรื่อยเปื่อยอย่างลืมเวลาไปเลย

>จนผมดูนาฬิกาอีกที

>

>ผม “อ๊ะ! สี่โมงครึ่งแล้ว ผมว่าเราควรจะกลับกันได้แล้วมั้ง เนอะ

>เดี๋ยวผมไปส่งนะ”

>ครีม “ค่ะ”

>

>แล้วผมก็ไปส่งเธอที่หอพักของเธอ ซึ่งเมื่อไปถึง

>ปรากฎว่าทุกคนในหอกลับมาหมดแล้ว

>แต่ละคนแซวกันซะ……………………..

>

>ครีม “ขอบคุณนะคะที่มาส่ง วันนี้ครีมสนุกมากเลยล่ะค่ะ ผิดคาดเลย แหะ ๆ”

>

>ง่า ครีมน่าร้าาาาาาาาาาาาาาาก

>

>ผม “อ๊ะ! ครับ ขอบคุณครับ ถ้าสนุกว่าง ๆ ก็มาเป็นบั๊ดดี้ผมมั่งสิ ฮะ

>ฮะ”

>ครีม “ฮะ ฮะ ฮะ”

>เมฆ “จ้า ๆ ๆ ๆ สวีทกันจังจ้าาาาาาาาาาาาาาาาา กลับมาช้ากว่าคู่อื่น ๆ

>ก็ยังสวีทกันไม่พอจ้าาาาาาาาาาาา

>คุณหนูครีมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม”

>ครีม “…………………….(มองไปทางเมฆ

>แล้วทำตาเขียวใส่)…………………….”

>ผม “งั้นผมขอตัวกลับก่อนล่ะนะครับ เจอกันพรุ่งนี้นะ”

>ครีม “เจอกันพรุ่งนี้ค่ะ”

>

>แล้วผมก็แยกกลับ

>แต่ยังไม่ถึงคอนโด…..เสียงโทรศัพย์ดังขึ้น…..ไอ่เบย์

>

>ไอ่เบย์ “เฮ้ย! อยู่ไหนวะ มารับกรูกับตาลหน่อย เอาตาลไปส่งคอนโดที

>เร็ว”

>ผม “ง่ะ เอ่อ เออ ก็ได้………………”

>

>กว่าจะกลับไปคอนโดผมกัน เฮ้อ….. รถมันก็มี แต่ไม่เอามา

>ขอติดมากับรถผม…..พีเซ็ง…..

>กลับไปถึงคอนโดประมาณหกโมงกว่า ๆ

>พวกเราคุยกันแต่เรื่องที่ไปมาวันนี้สนุกสนาน

>(ไอ่เบย์ซื้อสร้อยน่ารัก ๆ ให้ตาลไปเส้นนึง จริง ๆ แล้วตาลเป็นบั๊ดดี้

>น่าจะเป็นคนซื้อให้มันนะ

>แบบนี้มันผิดกฎนี่

>จะแกล้งมันให้พรุ่งนี้ตาลเป็นบั๊ดดี้ให้มันอีกวันดีมั้ยนะ 555+

>นึกไปนึกมา

>ไม่เอาละ………….บาป”

>ส่วนผมก็เล่าถึงความคืบหน้าที่ผมได้คุยอย่างเป็นธรรมชาติกับครีม

>ให้มันฟัง มันทำตาโตใหญ่ “เฮ้ย! จริงอ่ะ

>ครีมเค้ายอมคุยกับมรึงแล้วเหรอวะ!?! กรูนึกว่าคู่มรึงจะ

>เป็นคู่ที่กลับเร็วที่สุดซะอีก” ฟังมันดูถูกผมสิ -”-

>

>วันรุ่งขึ้น เด็ก ม.ช. และ ม.ธ. สนิทสนมกันขึ้นอย่างมากมาย

>วันนี้ก็คุยกันสนุกสนานเกี่ยวกับเรื่องที่

>ไปบรรเทิงมาเมื่อวานสนุกสนาน ฮะ ฮะ ผมเองก็ถูกแซวใหญ่

>เพราะครีมกลับไปถึงคอนโดแล้วเล่าว่า

>ไปไหนกันมาบ้าง (ผมโดนหลอกอยู่อย่างนะ)

>

>แฟง “นั่นแน่…………………นายพี ร้ายนี่เรา

>ครีมเล่าให้ฟังว่าเมื่อวานพาไปทานไอศครีมบรรยากาศหวาน ๆ

>ซึ้ง ๆ กันอยู่ 2 คนเชียวนะ”

>ครีม “อืม…แล้วก็พาไปดูแต่ของหวาน ๆ น่ารัก ๆ ทั้งนั้นเลย”

>ผม

>”อ้าว!………….เอ๋?…………อ๋า…………(แล้วผมก็หันไปทางเมฆแล้วส่งสายตาเป็นเชิงว่า

>”ก็ไหนบอก

>เค้าชอบอะไรหวาน ๆ ไง” สรุปแล้ว หลอกผมครับ ให้ผมพาเธอไปเที่ยวแต่ที่ ๆ

>คู่รักเค้าไปกัน เหมือนกับว่า

>ผมจีบเธอเลย ฮึ่ม…..แผนสูงจริง ๆ เข้าใจแกล้งกันนะเมฆ)

>

>แต่รู้สึกว่าเรื่องยุ่งยากมันเริ่มขึ้นอีกแล้วล่ะครับ….รู้สึกว่าผู้หญิงในห้องคนหนึ่ง

>เธอเป็นทอมหน้าตาดี ผมสั้น

>ตาคม ๆ ตัวผอมเพรียว ท่าทางนิ่ง ๆ เหมือนผู้ชาย (แต่ไม่ใช่ห้าวนะ)

>แต่ดูก็รู้แล้วล่ะครับว่าเป็นทอม

>รู้สึกจะเป็นสุดสวยจากกลุ่มราชภัฏนะ (แปลกไหมครับ

>ในกลุ่มราชภัฏมีคนที่สวยที่สุดเป็นทอม) รู้สึกว่าเธอจะ

>ชอบครีมเสียด้วย…..ในชั่วโมงเรียน

>เธอคอยจ้องครีมตลอดเลย……………………อ้าว

>แล้วที่ผมไปเที่ยวกับครีม

>เมื่อวานนี้ มิผ่านสายตาเค้าไปเรียบร้อยแล้วรึเนี่ยะ

>ปัญหาคือ…ผมกลัวว่าตอนนี้เด็กราชภัฏจะเข้าใจว่า…..

>ผมแย่งทอมคนนี้จีบครีมอยู่น่ะสิ…………………….. O_o”

>

>แอน นั่นคือชื่อของทอมคนนั้น (ชื่อซะหญิงเชียว -_-” ) ผมสั้น

>(สำหรับผู้หญิงนะ)

>เธอเป็นศูนย์กลางของกลุ่มราชภัฎ ถึงเธอจะเป็นทอมและนิ่ง ๆ

>แต่ผมก็ว่าเธอน่ารักนะ

>เพราะเธอไม่ได้ห้าว ๆ แสบ ๆ แต่ประเด็นมันอยู่ที่ว่า…เธอคนเนี่ยะ

>รู้สึกจะมาชอบคุณหนู

>ครีม ผู้แสนจะเรียบร้อย แสนหวานซะด้วยสิ

>และดูท่าทางครีมจะยังไม่ทราบด้วย…..

>

>มันเป็นการชั่งใจที่ลำบากว่าจะบอกครีมดีไหม แต่สุดท้าย

>ถ้าปล่อยแบบนี้ไป เรื่องมันอาจ

>ยุ่งยากเกินไปก็ได้ ผมก็ตัดสินใจบอกครีม

>

>ผม “เอ่อ… (กระซิบ) ครีม

>ผมรู้สึกว่า…..คนที่ชื่อแอนเค้าจะมองครีมอยู่นะ”

>ครีม “เอ๋?…คนที่เหมือนทอมน่ะเหรอ?”

>ผม “…..ไม่เหมือนหรอก ผมว่าใช่เลยแหละ”

>ครีม “แล้วเค้ามองทำไมล่ะ? ครีมเปล่าทำอะไรให้เค้านะคะ”

>ผม “ครับ เค้าไม่ได้มองครีมอย่างบาดหมางหรอก

>ผมรู้สึกเหมือนว่าเค้าจะชอบครีมนะ”

>ครีม “หา!?! ง่า…..ไม่เอานะ”

>

>ครีมอุทานเสียงดังจนอาจารย์หันมาแขวะผมกับครีม “แน่ะ…นายพีจ๊ะ

>ถ้าจะจีบกันก็รอหมดคาบก่อนน๊าาาาา…”

>(ครีมหน้าแดงหน่อย ๆ เพราะไม่เคยมีใครแซวเธออย่างนี้มาก่อน)

>แล้วไอ่สายตาของแอนก็สาดส่องมาที่ผมกับครีม

>อีกครั้ง ผมลองสะกิดครีมให้มองแอน แล้วแอนก็หันกลับไป

>ครีมกระซิบกับผมเบา ๆ ว่า “จริงด้วยอ่ะ…..”

>

>หลังเรียนเสร็จวันนั้น พวก ม.ช. และ ม.ธ. นัดว่าจะไปทานข้าวด้วยกัน

>(แน่นอน ขาดผมกับไอ่เบย์ไปไม่ได้หรอก)

>วันนี้นัดว่าจะไปทานก๋วยเตี๋ยวรสเด็ดกัน (เอาล่ะ

>จะได้เห็นเจ้าหญิงขิงและคุณหนูครีมทานก๋วยเตี๋ยวแย้วววววว ^_^ )

>ก่อนออกจากที่เรียนพิเศษ ตอนเดินลงบันได

>พวกเราเดินไปคุยไปอย่างเชื่องช้า แต่เด็กราชภัฎก็เดินแซงพวกผมไป

>(ใครก็ไม่รู้ ชนผมนิดหน่อยด้วย) แล้วเดินลงไปเลย พวกผมก็งงกัน

>”จะรีบไปไหนว๊า” เท่าที่สังเกตุ แอนเดินลงเป็น

>คนแรก และก้มหน้าก้มตา…..ดูเหมือนเธอพยายามเก๊กชอบกล

>(แต่เธอเป็นผู้หญิงนี่เนอะ เก๊กยังไงก็ไม่เท่ห์ แต่มันดู

>น่ารักมากกว่า)

>

>ทันใดนั้นเอง ฝน เพื่อน ม.ช. ของขิงที่ชอบฟังคลั่งไคล้ J-Rock

>ก็ทักขึ้นว่าวันนี้มี MV ของ L’Arc ออก

>ที่ Chanal [V] เพลง Honey……………ว๊าว เจ๋งเลย ผมเคยดู MV

>เพลงนี้แล้ว แต่ดูใน J-Zone ซึ่ง

>เค้าตัดออกไปพอสมควรเลย หวังว่า Chanal [V] จะไม่ตัด

>จึงรีบด่วนลงมาก่อนใครเลยเพื่อไปดู (มีฝนขนาบข้างมา)

>เมื่อวิ่งมาถึงห้อง TV

>มีคนนั่งอยู่ในห้องซะแล้ว……ผมลืมไปครับ…………..ผมลืมไปสนิทเลย

>ว่าเฟอร์สเองก็เป็น

>คอ J-Rock เหมือนกัน………เธอนั่งอยู่กับเพื่อนอีก 2

>คนของเธอ………………………………………………….

>

>เมื่อผมกับฝนเข้าไป ทั้ง 3 คนหันมามองผมกับฝน

>ตัวฝนน่ะไม่ได้สนใจอยู่แล้ว จึงเข้าไปหาที่นั่งทันที ส่วนตัวผม

>เกิดปฏิกิริยาตอบสนองโดยอัตโนมัติ (Auto Reflection)

>ผมเดินออกห้องอย่างไม่รู้ตัว แต่รู้สึกว่าหยุดไม่ได้

>ผมเดินมานั่งที่โซฟาหน้าเค้าเตอร์…..แล้วนึกดูดี ๆ ว่า

>”อ้าว…แล้วตูจะหนีเขาทำไมเนี่ยะ?” ถึงกระนั้นผมก็ไม่ได้

>กลับเข้าไปอีก นั่งรออยู่ตรงนั้นจนพวก ม.ช. และ ม.ธ. เดินลงมา

>บางคนก็เข้าห้อง TV ไปสนับสนุนกับฝน

>แต่ส่วนมากก็จะมานั่งรอที่โซฟา

>

>ขิง “อ้าว? พี เมื่อกี้เห็นรีบเดินลงมา นึกว่าจะรีบลงมาเข้าห้อง TV

>ซะอีกนะ”

>ผม “อ๋อ…เอ่อ…พอดีเพลงนี้เราดู MV แล้วน่ะ (ถึงจะไม่ได้ดูแบบเต็ม ๆ

>ไม่ตัดก็เถอะ) “

>ขิง “แล้วฝนล่ะ?”

>ผม “ดูอยู่ในห้องน่ะ”

>ขิง “งั้นพวกเรานั่งรอกันตรงนี้ก่อนละกันเนอะ (เพื่อนข้างหลังพยักหน้า)

>”

>

>สักพักเพลงก็จบ พวกฝนก็เดินออกมาแล้วพูดเกี่ยวกับเพลงอย่างนู้นอย่างนี้

>แล้วเฟอร์สก็เดินออกมาพร้อมกับ

>เพื่อนของเธอ แล้วเมื่อเธอเห็นผมนั่งอยู่ที่โซฟา ผมไม่รีรออีก

>รีบเดินออกจากที่เรียนพิเศษอย่างรวดเร็วไม่รอใคร

>ทำให้ทุกคนงงกันไปหมด “จะรีบลุกไปไหน?” แล้วทุกคนก็เดินตามออกมา

>

>มาถึงร้านก๋วยเตี๋ยวค่อนข้างใหญ่ คนมาทานเยอะ

>(แต่ก็นั่นแหละนะ…โต๊ะผมเยอะที่สุด รวมกันทั้ง ม.ช. ม.ธ. ก็ 20 คน

>โดยประมาณ) แล้วการรับประทาน +

>การสนทนาอย่างออกรสออกชาติก็ดำเนินไปอย่างสนุกสนาน เนื่องจากทุกคน

>สนิทกันแล้ว จึงสามารถพูดคุยกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ (ดู ๆ แล้ว สาว ๆ

>ม.ธ. จะติดขิงน่ะดู…..ก็เธอน่ารักนี่นะ)

>เท่าที่ผมสังเกตุดูแล้ว

>ทั้งเจ้าหญิงขิงและคุณหนูครีมทานก๋วยเตี๋ยวได้สุภาพมากกกกกกก

>คีบแทบจะทีละเส้น -_-”

>มือข้างหนึ่งปัดผมไปข้างหลังหู น่าร๊าาาาาาาาาาาาาาก (ต่างกับเฮ็น

>ซึ่งเป็นคนที่ทานก๋วยเตี๋ยวได้ดุเด็ดเผ็ดมันส์มาก

>ผมว่านะ ถึงคุณจะอิ่มแล้วก็เถอะ

>แต่ถ้ามาเห็นการทานอย่างบ้านไฟไหม้ของเฮ็น คุณต้องหิวขึ้นมาอีกแน่ ^_^”

>)

>

>ทานเสร็จก็แยกย้ายกันไปที่อื่น ๆ ต่อ

>(ส่วนมากจะขอไปกับคู่บั๊ดดี้เมื่อวาน)

>ซึ่งวันนี้ก็เป็นอีกวันที่ผมได้ไปกับครีม

>แต่คราวนี้มี ไอ่เบย์ ตาล ขิง ไปด้วยกัน….. (ก็ดีครับ คนเยอะ สนุกดี

>^_^ โดยเฉพาะ…..มีไอ่เบย์ ฮะ ฮะ)

>เราตกลงจะไปทานไอศครีมกัน (อีกแระ -_-” คราวนี้ไอ่เบย์กับตาลอยากทาน

>ก็เลยไม่กับกันมันเสียไม่ได้)

>

>แล้วเราทั้ง 5 ก็ไปช๊อพกันเล็กน้อย ก่อนไปทานไอศครีม

>(ผมได้มีโอกาศเลือกต่างหูให้ครีมด้วย เสียตรงที่ครีมไม่เจาะหู)

>แล้วก็ไปทานไอศครีมกัน

>ผมสังเกตุได้เลยว่าสายตารอบข้างเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา

>ก็ผมกับไอ่เบย์มากับสาวสวย

>น่ารักมากถึง 3 คนนี่เนอะ ฮะ ฮะ ฮะ อิจฉาเข้าไปเถอะ พวกแก

>ไอ่ตอนที่เราไม่มีสาวเดินด้วย ดันเอามาเดินอวดกันดีนัก

>(ง่า…..พาลไปเรื่อยสิ >_< ) แล้วก็มาจบกันที่ร้านไอศครีม

>

>ระหว่างการทานไอศครีมไปนั่นเอง………………..แอน…..รู้สึกยังกับว่าพวกผมถูกเธอสะกดรอยมายังงั้นแหละ….

>บังเอิญ (รึเปล่าก็ไม่ทราบได้นะ)

>แอนมาทานไอศครีมร้านเดียวกับผมเสียด้วย….. O_o”

>

>เพียงแค่ 5 นาที ที่นั่งอยู่ตรงนี้…..ก็นานมากมายแล้วสำหรับผม

>กับการที่รู้สึกว่ามีใครมองเราด้วยสายตาแบบ

>เจ้ากรรมนายเวร ไม่ไหว เจอแบบนี้พูดไม่ออกอ่ะ

>ไอ่เบย์มันนั่งหันหลังให้แอน เลยไม่รู้ แต่มันก็ส่งสายตาถามมา

>”เงียบ’ไรวะ?” ผมพยายามพยักเพยิดหน้าไปข้างหลังมัน

>มันก็หันไปแว่บดู…..เท่านั้นแหละ เซ่อรับประทานกันทั้งคู่

>มันงง ๆ อ่ะ

>คือ…แบบว่า…..ตามมาเหรอวะเนี่ยะ?……………….หรือบังเอิญกันแน่

>

>ขิงชวนครีมคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ไปเรื่อย ๆ อย่างสนุกสนาน

>ไอ่เบย์ก็สวีทกับตาล ฮึ่ม……………เหลือผมสิ…ลำบาก

>แอนมานั่งกับเพื่อนอีก 2 คน

>แต่สายตาของแอนเธอยังจ้องมองโต๊ะผมอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อน ๆ

>รอบตัวผมไม่ได้

>รู้สึกตัวเลย (ไอ่เบย์รู้แล้ว แต่ไม่ใส่ใจ) นั่งกันประมาณครึ่งชั่วโมง

>(อย่างเรื่อยเปื่อย) จนพวกเราคิดว่าจะลุกกันแล้ว

>แต่แล้ว!!!……………..แอนเดินมาที่โต๊ะผม…..ในนาทีนั้นผมกลัวเป็นอย่างยิ่งว่าจะโดนคนสวยต่อยเอาครั้งแรกในชีวิต

>ว่าแล้วเธอก็เดินมา เดินมา เดินมา เดินมา แล้ว……………..

>

>แอน “เอ่อ…โทษนะ พี นายไปกับเราเดี๋ยวนึงได้มั้ย?”

>

>เอาแล้วไง โดนนอกสถานที่แน่ตู T_T

>ผมขอตัวแล้วก็ลุกเดินไปกับทอมคนนั้น นึกในใจ “เอาวะ

>ถ้ามันเป็นแบบนั้นจริง ๆ ตูก็สู้แหละ” ใครจะยอมโดน

>ผู้หญิงต่อยอยู่ฝ่ายเดียว (แต่ต่อยผู้หญิงก็หน้าตัวเมียไปหน่อยอ่ะเนอะ)

>แล้วเราก็เดินไปนอกร้าน เดินออกไป

>คุยกันหลังเสา (ลับสายตาคนที่โต๊ะผม) แล้วเธอก็เริ่มเปิดบทสนทนา

>

>แอน “เอ่อ…เราถามจริง ๆ นะ นายเป็นอะไรกับครีมรึเปล่า?”

>

>เอาแล้วไง ถามตรงจริง ๆ

>

>ผม “เปล่า”

>แอน “จริง ๆ ใช่มั้ย?”

>ผม “อืม…ทำไม………..?”

>

>ผมพยายามจะรีบจบการสนทนาอันน่าอึดอัดนี้ให้เร็วที่สุด

>

>แอน “เอ่อ…..ถามอีกอย่างนะ…..เราเหมือนทอมมั้ย?”

>ผม “อ้าว…แล้วไม่ใช่หรอกเหรอ?”

>แอน “ว่าแล้วเชียว ใครหลาย ๆ คนเค้าก็มองเราเป็นทอมกันทั้งนั้น

>แม้แต่คนจากมหาลัยเดียวกัน”

>ผม “เอ๋? แล้วพวกนั้นไม่ใช่เพื่อน ๆ เธอหรอกเหรอ?”

>แอน “เปล่าหรอก…มาจากคนละคณะกันน่ะ แล้วพวกเค้าก็คิดว่าเราเป็นทอม

>แล้วเหมือนกับว่าเค้าจะจีบเรางั้นแหละ”

>ผม “เอ่อ…..แล้ว…..ยังไงล่ะ”

>แอน “เราคิดว่าจะแก้ไขความเข้าใจว่าจริง ๆ แล้วเราไม่ได้ชอบผู้หญิงน่ะ

>ก็เลยอยากให้พวกผู้ชายช่วย แต่…..

>ถ้าจะขอให้นายแฟร์ช่วย ดูเหมือนว่าเค้าจะอยู่กับเด็กผู้หญิงน่ารัก ๆ

>คนนึงแล้ว ถ้าจะขอให้นายเบย์ช่วย

>ก็ดูเหมือนว่าจะคบกับตาลจาก ม.ช. อยู่ด้วย

>ก็มีแต่นาย…..แต่เราก็ยังไม่มั่นใจว่านายเป็นแฟนกับขิงหรือครีม

>รึเปล่า ก็เลยลองสังเกตุอยู่ระยะหนึ่งน่ะ

>แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจถามจากนายเลยดีกว่า”

>

>ผมอึ้ง ๆ กับเรื่องนี้ ต้องใช้เวลาคิดอยู่หน่อย ๆ

>

>ผม “แล้วจะให้เราช่วยอะไรล่ะ?”

>แอน “ไม่ยากหรอก ก็แกล้งทำเป็นสนิทกันแค่นั้นก็พอแล้วล่ะ”

>

>ผมตอบตกลงโดยแทบไม่รู้ตัว ก็แหงสิ จะได้สนิทกับสุดสวยอีกสถาบัน

>โอ้วววววววววววว จ๊อชชชชชชชชชช

>จากนั้นก็เดินกลับเข้าไปข้างในกัน…

>

>ไอ่เบย์ “กรูนึกว่ามรึงจะโดนต่อยนะเนี่ยะ”

>ผม “เออ แรก ๆ กรูก็คิดงั้น

>แต่…ดูท่าทางพวกเราจะเข้าใจผิดอะไรกันยกใหญ่เลยว่ะ”

>

>ผมเล่าไปว่าจริง ๆ แล้วแอนไม่ใช่ทอม แค่เหมือน

>แล้วก็ต้องการแก้ไขภาพพจณ์ ซึ่งสาว ๆ อีก 3 คนก็ตกลง

>จะร่วมมือด้วย ซึ่งก็ถือว่าปัญหาก็ได้สะสางอีกเรื่องนึงนะ…..

>

>บทบาทผมเริ่มเด่นชัดในหมู่พวกราชภัฏทันทีครับ วันรุ่งขึ้น

>มาถึงที่เรียนพิเศษ แอน จากคนที่ไม่เคย

>จำหน้าหรือจำชื่อ แต่เช้าวันนี้ เธอคนนั้นมาทักผมตั้งแต่เข้าไปเลย

>

>แอน “หวัดดีจ้า”

>ผม “………….หวัดดี”

>แอน “มาทันด้วยนะวันนี้”

>ผม “อ้าว? หมายความว่าปกติเรามาสายมากเลยสินะ”

>แอน “เปล่านี่ แต่สถิติที่เธอกับนายเบย์ทำไว้ Late ครึ่ง ช.ม.

>ยังไม่มีใครทำลายได้นะ”

>ผม “ง่า…………………….”

>

>บทสนทนาเพียงเท่านี้แหละ พวกราชภัฎถึงกับอึ้ง

>เมื่อยอดทอมที่พวกเธอหลงไหลดันมาพูดกับผู้ชายแบบนี้

>งงไปเลยมั้ยล่ะ…..

>

>หนึ่งในเด็กราชภัฎชื่อนิ๊ก ดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในคนที่ชอบแอนอยู่ซะด้วย

>มองผมตาเขียวเชียว…..

>เออ…จริง ผมลืมนึกไป

>ถ้าผมทำแบบนี้ก็กลายเป็นศัตรูกับพวกเด็กราชภัฎเลยสิเนี่ยะ

>มาแย่งยอดทอมของเค้าไป…

>พวกคนที่ร่วมมือกับแผนนี้ดูท่าทางเอ็นจอยดี

>แผนจึงดำเนินต่อไปอย่างราบรื่น (ถ้าไม่นับที่ผมต้องทนกับสายตา

>ฉีกเลือดฉีกเนื้อของสาว ๆ ราชภัฎ) ช่วงนี้

>ผมจึงไปไหนมาไหนกับสาวสวยมาดทอมตลอด

>

>แต่ผมก็เพิ่งสังเกตุเห็นล่ะมั้งเนี่ยะ

>ดูเหมือนว่าครีมจะตีตัวออกห่างผมพิกล ๆ นะ

>เอ……………………..

>อึดอัดหน่อย ๆ แต่ก็ไม่เป็นไรมาก เพราะบางทีเธอก็ยังคุย ๆ

>กับผมอยู่นิดหน่อย ก็ยังดี

>อย่างน้อยก็รู้ว่าเธอไม่เกลียด…

>

>วันนี้ ผมจึงต้องไปทานข้าวกับแอน (เพื่อให้แนบเนียน)

>เพื่อนราชภัฎไม่มาด้วยสักคน ดูเหมือนจะไปได้ดี แบบนี้

>ไม่กี่วันก็คงเลิกได้แล้วมั้ง ตอนเดินลงบันไดก็ต้องเดินด้วยกัน

>ถ้าให้พูดตรง ๆ……………ผมสั่นมาก

>ถึงแอนจะดูเหมือนทอม แต่พอรู้ว่าจริง ๆ แล้วเธอเป็นผู้หญิง

>ประกอบด้วยหน้าตาสวย ๆ ดุ ๆ คม ๆ อีก……

>ใครล่ะไม่สั่น…..

>

>ผมเดินผ่านห้อง TV

>หวา!!!!!…………………….เกือบชนเค้าแน่ะ………….แล้วเค้าที่ว่าเนี่ยะ…

>”นางฟ้า”

>เฟอร์สเดินออกจากห้อง TV (คาดว่ากำลังจะไปหาข้าวทานกับเพื่อน ๆ

>ของเธออีก 2 คนล่ะมั้ง… )

>ที่สำคัญกว่านั้น แอน…..เธอเดินใกล้ผมมากเลย ยังกับเป็นแฟนกันจริง ๆ

>(ก็กำลังแสดงบทแฟนกันอยู่นี่เนอะ)

>แปลก ที่ผมขอให้แอนออกไปรอข้างนอกก่อน

>แล้วผมก็พูดกับเฟอร์สเรื่องเกี่ยวกับแผนการของผม

>………………แต่แล้ว สักพัก…ผมถึงมารู้ตัวอีกที…..

>”อ้าว…ตูทำอะไรอยู่เนี่ยะ” ………………………….

>

>ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ทั้ง ๆ

>ที่ผมพยายามอย่างยากเย็นที่จะไม่คุยกับเธอ ทำเป็นไม่รู้จักกัน

>แต่วันนี้ ทำไม…ทำไมจู่ ๆ

>ผมมาคุยกับเธออีกล่ะเนี่ยะ………..ยังคับตัวเองไม่ได้งั้นเหรอ…..?

>จะว่าไป ทำไมผมจะต้องมาแถลงไขด้วยเนี่ยะ

>ว่าผมกับแอนไม่ใช่แฟนกัน…..ผมเริ่มรู้สึกว่าเองงี่เง่ามากขึ้น…

>แต่แล้ว………..พอผมเล่าจบ……………เฟอร์ส

>

>เฟอร์ส “…………ฮิ ๆ ๆ ฮะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ”

>ผม “เอ๋? เอ่อ…….. (ผมเริ่มรู้สึกแย่กว่าเดิมอีก

>เหมือนเป็นตัวตลกเลย ทั้ง ๆ ที่เฟอร์สไม่ได้ถาม ไม่ได้สนใจ

>ด้วยซ้ำมั้ง ทำไมผมต้องมาเป็นเดือดเป็นร้อนขนาดนี้ด้วยนะ)

>………………หัวเราะอะไรเหรอ?”

>เฟอร์ส “อ๋อ…..เอ่อ…ขอโทษที่เสียมารยาทนะคะ แหะ ๆ

>แต่…..พี่ตลกจริง ๆ น่ะค่ะ ดูลุกลี้ลุกลนแล้วน่ารักดี”

>

>O_o”

>……………………………เอาปืนมายิงผมเลยก็ได้ครับตอนนี้

>หัวใจผมหยุดทำงานซัก 2-3 วินาที เห็นจะได้

>เธอเพิ่งจะบอกว่าผม “น่ารัก”

>โอย………………พระเจ้า…….อะไรก็ได้………อะไรก็ได้ครับ

>T_T ผมยอมแล้ว

>เฟอร์สน่ารักมากจริง ๆ เธอดูไม่มีท่าทีรังเกียจผมเลยแม้แต่น้อย

>นับเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายจริง ๆ ทั้งที่

>เป็นเวลาหลายวันพอดู ที่ผมไม่ได้คุยกับเธอเลย

>ซ้ำยังแสดงออกอย่างเห็นได้ชัดว่าต้องการ “หลบหน้า” แต่เธอก็ยัง

>พูดคุยกับผมเหมือนแต่ก่อน………….เอ…………..รึจริง ๆ แล้ว

>ผมไม่มีความหมายอะไรสำหรับเธอเลย จะคุยรึไม่คุยก็ได้

>งั้นมั้ง………………………………………………….

>

>แล้วผมก็นึกได้ว่าแอนรอผมอยู่ที่หน้าประตู………ผมก็รี่ออกจากที่นั่นทันที

>ก่อนจะยิ่งเสียฟอร์ม หรือ ดูงี่เง่าไปมากกว่านี้

>………………แต่………………โอย…..ความสุขฟ้ออออออออออออย

>เฟอร์สบอกว่าตูน่ารัก >_<

>จ๊อชชชชชชชชชชชชชชชชช!!!

>

>ไม่เข้าใจเหมือนกัน แค่เค้าพูดแค่นี้

>ทำไมผมกลับเก็บมาคิดซะมากมายแบบนี้ มาถึงหน้าประตู แอนกำลังถูกพวกเด็ก

>ราชภัฎมะรุมมะตุ้มอยู่…..เท่านั้นแหละ

>ผมก็รู้ตัวเลยว่าทำหน้าที่บกพร่อง

>ผมควรจะรีบพาแอนออกจากที่นั่น…แต่ผม…

>

>ผม “อ๊ะ! แอน รอนานมั้ย? ขอโทษที เราทำธุระอะไรนิดหน่อยน่ะ”

>

>พอผมโผล่หน้าไป พวกราชภัฎมองผมด้วยสายตาแบบนั้นอีกแล้ว

>แล้วพวกเธอก็เดินไป…

>

>แอน “ไม่เป็นไรหรอก”

>

>แต่ทำไมก็ไม่ทราบครับ ผมรู้สึกถึงความผิดหวังของแอน

>ปนมากับน้ำเสียงของเธอนิดหน่อย -_-” แย่จริง ๆ เรา

>

>ผมพาแอนไปทานข้าวที่ร้านอาหารตามสั่งที่หนึ่ง

>

>แอน “เอ่อ…เมื่อกี้ไปไหนมาเหรอ?”

>

>การที่แอนถามมานี่ผมยิ่งรู้สึกผิดเกี่ยวกับเรื่องนี้หนักกว่าเดิม………..

>

>ผม “ขอโทษนะ ขอโทษจริง ๆ บังเอิญเราคุยธุระกับเพื่อนนิดหน่อยน่ะ”

>แอน “เพื่อน?………………ใครเหรอ?”

>ผม “อ๋อ…เอ่อ…ไม่เชิงเพื่อนหรอก เค้าเด็กกว่าเรานิดหน่อยน่ะ”

>แอน “เค้าสวยน่ารักดีเนอะ…………..”

>ผม “?………………………เอ่อ……..ใช่ อ๊ะ!

>ยังไงเราก็ต้องขอโทษอีกทีนะ เราน่าจะทำหน้าที่ตามแผน แต่เรากลับ

>ปล่อยให้แอนยืนอยู่คนเดียว เออ…ใช่…แล้วพวกราชภัฎคุยอะไรกับแอนเหรอ

>เค้ามาเกาะแกะอีกเหรอ?”

>แอน

>”………………………………..เค้าถามว่าแอนกับพีเป็นอะไรกัน…………………………………..”

>ผม “………………..แล้ว………………แอนตอบว่าไงล่ะ?”

>แอน

>”………………………………..เปล่าหรอก…………………………….เรายังไม่ทันตอบ

>เธอก็มาซะก่อน”

>ผม “แหะ ๆ ๆ ขอโทษอีกทีนะ”

>แอน “บอกแล้วไง ไม่เป็นไรหรอก”

>

>นั่งทานไปได้ประมาณครึ่งชั่วโมงผมก็ไม่คิดว่าจะมีเด็กราชภัฎคนไหนคอยสะกดรอยตามอีก

>จึงไปส่งเธอที่บ้านญาติ

>(แอนพักอยู่กับญาติ ไม่ได้นอนคอนโด) บ้านญาติสวยมาก

>เป็นบ้านมีสนามและสวนหย่อมอยู่ขนาด 2 ข้างบ้าน

>แต่ผมไม่กล้าอยู่นานกว่านั้นอีก จึงรีบขอตัวกลับ

>

>ผมนึกถึงตอนนั้นอีก ตอนที่ผมเจอกับเฟอร์ส

>เฮ้อ……………..เธอช่าง…………………………………………..

>น่าร๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาก >_<

>เธอชมผมด้วย ไม่รู้นะ ว่าจะชมเล่น ๆ ชมเป็นมารยาท แต่คุณน่าจะนึกออกนะ

>ว่าการถูกชมโดยนางฟ้าน่ะ มันเป็นยังไง

>เฮ้อ…แต่แอนเองก็สวย เอ…..แบบนี้ชักไม่เข้าท่า

>จะกลายเป็นคนหลายใจ…

>

>วันรุ่งขึ้น ผมกับไอ่เบย์ไปเรียนพิเศษค่อนข้างเร็ว

>ผมเข้าไปเจอขิงกับตาลก่อนเลย นั่งอ่านนิตยสารอะไรซักอย่างอยู่ที่โซฟา

>หน้าเค้าเตอร์ ผมกับไอ่เบย์ไปนั่งด้วย ทักทายกันตามปกติ

>

>ผม “หวัดดีจ้า สาว ๆ”

>ขิง & ตาล “หวัดดีจ้าหนุ่ม ๆ”

>ขิง “แหม วันนี้ปาฏิหารอะไรถึงลากพวกเธอให้มาเช้าได้เนี่ยะ?”

>ผม “ฮะ ฮะ ฮะ อะไรกัน เรามาเช้า จำเป็นต้องอาศัยปาฏิหารด้วยเรอะ”

>ขิง “แหะ ๆ อ้อ! แล้ววันนี้ไม่ตามประกบแอนอีกเหรอ?”

>ผม “ตามประกบเหรอ?”

>ขิง “อ๊ะ! เราหมายถึงว่า วันนี้ไม่ทำหน้าที่ตามแผนเหรอ”

>ผม “……..เอ่อ……..ก็แอนเค้ายังไม่มานี่”

>ขิง “เหรอ”

>ผม

>”……………………………………………………………………….”

>

>อะไรคือความหมายของกิริยาขิงแบบนี้ ผมก็ไม่ทราบ แปลก ๆ

>แฮะ………………

>แต่อึดอัดนิดหน่อยนะ ที่ขิงถามแบบนี้น่ะ

>แล้วหลังจากนั้น ครีมและพวกเด็ก ม.ธ.

>ก็ทยอยกันเข้ามา…..ผมคิดไปเองรึเปล่าก็ไม่ทราบ

>ครีมหลบหน้าหลบตาผม…..

>เดินขึ้นไปห้องเรียนพิเศษโน่นเลย อะไรกันเนี่ยะ คนแถวนี้ -_-”

>

>แล้วแอนก็มา (มีเด็กราชภัฎเดินตามเธอเหมือนเคยครับ แต่พอเจอผม

>พวกเธอก็สลายตัวกัน)

>

>แอน “เอ้า ขึ้นไปบนห้องกันรึยัง?”

>ผม “เอ่อ…ขอซื้อมาม่าทานเดี๋ยวนึงนะ วันนี้เรามาเช้า

>เลยไม่ทันทานอะไรเลย”

>แอน “งั้นเราอยู่เป็นเพื่อนนะ”

>

>แล้วผมกับไอ่เบย์ก็ซื้อมาม่ามาทานกันที่โต๊ะข้างหลังห้องบันได

>(มีตาลตามไอ่เบย์มาด้วย) ส่วนขิง เดินขึ้นห้องเรียนไปกับ

>เพื่อนแล้ว……..ระหว่างทาน แอนปิดปากเงียบ

>เพราะไม่เคยรู้จักกับไอ่เบย์กับตาลมาก่อน ผมแนะนำให้เธอรู้จัก

>เธอก็พูดแค่ว่า

>”ยินดีที่ได้รู้จัก” แล้วก็เงียบ ในระหว่างที่พวกผมคุยกัน

>ผมเห็นท่าชักจะไม่ดีซะแล้วที่ปล่อยให้แอนเงียบอยู่คนเดียว ผมจึง

>พยายามหาทางเปิดโอกาศให้เธอได้พูด……..แต่………จะทำยังไงล่ะ?…….ทำไงดี

>ทำไงดี ทำไงดี ทำไงดี ทำไงดี……………..

>นึก………ไม่……….ออก…………………………………………………………ไอ่เบย์

>เพื่อนรัก ช่วยชีวิตผมอีกแล้ว

>

>ไอ่เบย์ “เออ…นี่ แอน เราพูดตรง ๆ นะ แอนก็หน้าตาดีออกจะตาย

>ไม่มีคนมาจีบบ้างเหรอ?”

>แอน

>”…………………………………..ไม่มีหรอก………………………………….เค้าคิดว่าเราเป็นทอมกัน”

>ไอ่เบย์ “ถึงจะรู้ว่าเป็นทอมก็เถอะ แต่ไม่มีใครแอบมองบ้างเลยเหรอ?”

>แอน “…………………………………..ไม่รู้นะ

>ไม่เคยสังเกตุ……………………..”

>

>บรรยากาศดีขึ้น แอนเริ่มมีโอกาศได้พูดบ้าง

>เมื่อได้หัวข้อคุยก็ทำให้ผมชวนแอนคุยได้สะดวกขึ้น

>เราถามเรื่องโน้นเรื่องนี้…

>ผมจึงได้ทราบมาว่า ความจริงแล้ว ตอนสมัย ม. ต้น

>แอนเป็นดาวประจำโรงเรียนเลยทีเดียว ใคร ๆ ก็รู้จักเธอ…………..

>เป็นธรรมดาที่มีหนุ่ม ๆ

>มาจีบมากมาย…………แต่ก็นั่นแหละ…………บางครั้งมันก็ทำให้เธออึดอัดบ้างเหมือนกัน

>และยิ่ง

>นานวันมันก็ยิ่งน่ารำคาญมากขึ้น

>คุณพอจะจินตนาการโทรศัพย์โรคจิตออกใช่ไหมครับ…….แนว ๆ

>นั้นแหละ………………

>ในช่วง ม. ปลาย แอนแตกเนื้อสาวยิ่งกว่าเดิม ทำให้เธอดูขาว สวย

>สดใสยิ่งกว่าเดิม เสน่ห์ของแอนยิ่งทำให้พวกสาวกของเธอ

>ยิ่งคลั่งไคล้ไปใหญ่ พวกโรคจิตยิ่งแสดงผลงานอย่างโดดเด่น ในช่วง ม. 5

>เทอม 2 ก็ถึงขีดสุดของความอดทน……….

>แอนเปลี่ยนตัวเองเป็นสาวมาดทอม ด้วยหน้าตาสุดสวยรวยเสน่ห์ จึงมีสาว ๆ

>มารุมห้อมล้อมมากขึ้น แปรผกผันกับจำนวน

>ผู้ชายที่มาชอบเธอเพราะคิดว่าเธอเป็นทอม หลังจากนั้น

>แอนเริ่มที่จะเป็นทอมหนักกว่าเดินจนถึงขนาดตอน ม. 6 เทอม 1

>แอนเคยมีแฟนเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง แต่ก่อนที่มันจะเกินเลยมากเกินไป

>แอนก็รู้สึกว่าความจริงแล้วไม่ได้ชอบแบบนี้…………

>เธอทนต่อการเสแสร้งไม่ไหว จึงขอเลิกกับแฟนเธอและอธิบายถึงเหตุผล

>อีกฝ่ายก็เข้าใจ จากวันนั้นก็มาถึงวันนี้…………

>ชีวิตแอนก็น่าสงสารเหมือนกันเนอะ

>เป็นคนสวยก็ลำบาก………………………….

>วันนี้ก็วันที่ 3 แล้ว ที่ดำเนินตามแผนการมา

>ถ้าพูดถึงในแง่แผนที่วางไว้นะ เป็นไปได้ด้วยดีทีเดียว

>แอนกับผมสนิทกันขึ้นทุกวัน

>(อาจเป็นเพราะผมได้ทราบถึงภูมิหลังของเธอแล้วด้วยมั้ง) ขิงดูท่าทาง

>เหมือนอยากให้มันจบเร็ว ๆ ไอ่เบย์ก็เริ่มอยากจะไปไหนมาไหนกับตาล 2

>คนแล้ว ผมก็รู้สึกแล้วว่า

>จะต้องให้มันจบโดยเร็วแล้วแหละ ไอ่แผนการ “หลอกว่าเป็นแฟน”

>กันแบบเนี่ยะ………………….

>

>มาถึงที่เรียนพิเศษ ก็เจอแอนรออยู่ที่หน้าประตูเลย

>ดูท่าทางเธอคงจะชินกับการรอผมแล้วแหละมั้ง (ฮะ ฮะ)

>แล้ววันนี้ก่อนจะเข้าห้องเรียนกันผมก็เดินสวนกับนางฟ้าอีก………..ถึงจะกลัวอย่างลนลานว่าเค้าจะคิดว่า

>เป็นแฟนกัน แต่แผนต้องดำเนินต่อไป…..

>

>การเรียนวันนั้น ผมกับแอนต้องนั่งข้างกันอีก (ดูเหมือนว่าพวกสาว ๆ

>ราชภัฎจะเลิกคบกับแอนทีเดียว)

>ตอนนี้แอนจึงมีเพียงผมที่จะไปไหนมาไหนหรือคุยอะไรต่อมิอะไรได้……….น่าสงสารอีกแล้ว………..

>คือ…แบบนี้ก็ถือว่าแผนสำเร็จลุล่วงตามที่คาดหวังไว้อ่ะนะ

>แต่……………………ถ้าหากล้มเลิกแผนแล้ว

>แอนจะคุยอะไรกับใครล่ะ

>มันไม่กลายเป็นว่าเธอจะไม่มีเพื่อนเลยอีกงั้นเหรอ?

>

>ผมอึดอัดพอสมควร ตอนเลิกเรียนพิเศษแล้ว

>วันนี้อาจเป็นวันสุดท้ายที่ผมจะได้ทานข้าวกับแอน เพราะถ้า

>ปัญหามันได้แก้ไขแล้วก็ไม่จำเป็นต้องใส่หน้ากาก

>ทำตัวเป็นแฟนกันแบบนี้อีก แล้วหลังจากนั้น

>แอนจะคบกับใครกันล่ะ? แอนจะคุยกับใคร?

>แอนจะเป็นเพื่อนกับใคร?…………………………………….

>การไปทานข้าววันนี้ผมจึงอึดอัดที่จะพูดเรื่องนี้มาก

>พยายามบ่ายเบี่ยงเรื่องอื่น ๆ ……………………….

>แต่สุดท้ายแอนก็เป็นคนเปิดบทสนทนาเรื่องนี้ขึ้น

>

>แอน “เอ่อ……………ขอบใจนายมากนะ พี่ช่วยแกล้งเป็นแฟนกับเรา”

>ผม “ไม่เป็นไรหรอกน่า เราเต็มใจช่วยนะ”

>แอน

>”คือ……..ตอนนี้รู้สึกว่าจะได้ผลตามที่ต้องการแล้วนะ………………..เอ่อ………………….”

>ผม “แต่มันยังไม่แน่นี่ พวกนั้นอาจจะคอยจับผิดอยู่ก็ได้

>เพื่อความแน่ใจ……เอ่อ………..เราน่าจะรอดู……”

>แอน “ไม่ต้องแล้วล่ะ เราจบแผนแค่นี้ล่ะ เรารบกวนเธอมาหลายวันแล้วด้วย”

>ผม “……………แต่……………พวกนั้นเค้าไม่คบกับแอนแล้วนี่

>แบบนี้แล้วแอนจะคบกับใครล่ะ?”

>แอน “……………………………ขอบคุณที่ห่วงนะ ไม่เป็นไรหรอก

>แอนอยู่คนเดียวได้…………..”

>

>ท่าทางชักจะไม่ค่อยดี ดูท่าทางแอนจะล้มเลิกแผนท่าเดียวเลย

>ความจริงผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าผมจะห่วงเธอไปทำไม?

>ทั้งที่ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย แต่อาจเป็นเพราะความสวยของแอนล่ะมั้ง

>ทำให้ผมไม่อยากจะพลาดโอกาศที่จะได้คุยกับเธอ

>ผมพยายามโน้มน้าวแม่น้ำฮวงโหและแยงซีเกียงเพื่อให้แอนมาคุย ๆ

>กับผมเหมือนเดิม แต่แอนกลับเงียบอย่างเดียว แล้วมอง

>แต่ที่แก้วน้ำของเธอ……………………………ทำไงดีเนี่ยะ

>ทำไงดี ทำไงดี

>ทำไงดี……………………อีกแระ………………….

>นึก……………… ไม่……………….. ออก…………………………………………………………………………………………….

>เอาฟ๊ะ!!! หลับหูหลับตาพูดอะไรออกไปโดยไม่คิดเนี่ยะแหละ

>ว่าแล้วผมก็ตะโกนซะเสียงดังเลย

>

>ผม “แอน!!! ขอร้องล่ะนะ คือ………เรามีโอกาศได้คุยกับคนสวย ๆ

>อย่างแอนแล้วทั้งที เราก็อยากจะคุยต่ออ่ะ ดังนั้น………

>มาเป็นเพื่อนเราต่อเหอะนะ!!!!!!!!!”

>

>ด้วยความดังของเสียง + ประโยคคำพูดที่ออกจะตรงเกินไปนั่นเอง

>ทำเอาแอนทั้งงงและอาย เพราะโต๊ะรอบข้างหันมามองหมด

>อารมณ์ว่ากำลังมองผู้หญิงสวยที่กำลังจะสลัดรักชายแต่ฝ่ายชายไม่ยอม

>อะไรทำนองนั้นเลย………… (น้ำเน่าเนอะ……ผมสมมุติเฉย ๆ )

>อึ้งไปประมาณเกือบครึ่งนาที

>เอาอีกแล้ว………..อาการแบบนี้อีกแล้ว………………………แอนเริ่มหัวเราะคิกคัก

>

>แอน “………….อุ๊บ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ”

>ผม

>”…………………………..ง่า…………..ขำอะไรขนาดนั้นเล่า”

>แอน “ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ขอโทษนะ ขอโทษจริง ๆ ไม่ตั้งใจจะหัวเราะเธอหรอก ฮะ

>ฮะ ฮะ ฮะ เพียงแต่…………………………..

>เรื่องแค่เนี่ยะ เธอพูดซะดังจนเราตกใจเลยน่ะสิ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ”

>

>เอาเข้าไป ยิ่งเธอหัวเราะ

>ผมยิ่งรู้สึกว่าตัวเองงี่เง่า………….แต่แล้ว

>แอนก็เอ่ยประโยคน่าชื่นใจออกมา

>

>แอน “ฮะ ฮะ

>ฮะ…………….. เฮ้อ………………..ไม่ได้หัวเราะแบบนี้ซะนาน เลย…………………………………………………..

>เรื่องที่จะเป็นเพื่อนกันน่ะ………….ได้อยู่แล้วจ๊ะ”

>

>เธอพูดพร้อมยิ้มอย่างสดใส แล้วก็หมดปัญหาไปอีกเรื่องหนึ่ง

>

>เช้าอันสดใส แล้ววันนี้ก็ไปเรียนสายเช่นเคย

>ซึ่งแน่นอนว่าถ้าผมกับไอ่เบย์เข้าห้องเรียนช้า

>จะต้องมีเสียงโห่ฮาอย่างบ้าคลั่ง

>ของเหล่าเด็ก ม.ช. เด็ก ม.ธ. รวมถึงแอนจากราชภัฎอีกคน

>(ไอ่เบย์มันมองเป็นคำสรรเสริญมันซะแล้วแหละ)

>

>สนุกสนานดีนะครับ

>ตอนนี้มันก็ผ่านมานานพอสมควรแล้วที่เราสองคนมาเรียนพิเศษที่นี่

>ไม่มีเบื่อเลย……………………

>แต่ผมเพิ่งสังเกตุเห็นนะ ครีมยังไม่ยอมคุยกับผมอยู่เลย แปลกจริง ๆ

>ทั้งที่ตอนนี้ผมก็ไม่ได้คุยอะไรกับแอนบ่อย ๆ

>เหมือนก่อนหน้านี้แล้วแท้ ๆ

>

>บรรยากาศระกว่างผมกับครีมกลับมาเป็นเหมือน ๆ ตอนที่เจอกันตอนแรก ๆ

>อีกแล้วล่ะครับ เฮ้อ………………………

>ไม่ยอมคุยด้วย ถามคำตอบคำ งงมาก เป็นอะไร? โกรธอะไรรึเปล่า?

>เราไปทำอะไรให้ครีมไม่พอใจเนี่ยะ?………………

>ถ้าเป็ฯแบบนั้นจริง ๆ แล้วทำไมไม่บอกเราล่ะ?

>

>มันน่าอึดอัดนะที่มีคนน่ารักมาก ๆ ไม่ยอมคุยด้วย

>ทั้งที่ก่อนหน้านั้นก็ไม่เป็นแบบนี้

>เหมือนเราทำอะไรให้เค้าโกรธซักอย่าง

>ที่ลำบากกว่านั้นก็คือเจ้าตัวไม่ยอมบอกด้วยว่าเรื่องอะไร…….แทบจะไม่ได้มองหน้ากันเลย

>อึดอัดจริง ๆ

>เอ้า! ยังไงก็ตาม

>วันนี้ก็ตั้งใจไว้ว่ายังไงก็ต้องถามให้รู้เรื่องให้ได้ ฮึ่ม!!!

>มุ่งมั่น และแล้ว…………………………โอกาศก็มา

>ระหว่างเดินลงบันไดหลังเรียนพิเศษเสร็จ ผมเดินเร็ว ๆ ตามหลังพวกเด็ก

>ม.ธ. ครีมคงรู้ตัวว่าผมเดินตามพวกเธอ

>ครีมจึงเร่งความเร็วทิ้งห่างกลุ่มเพื่อน หึ หึ ครีมจ๋า

>เธอคิดผิดเสียแล้วที่จะหนีผมด้วยวิธีนี้……………………………..

>ผมเดินแซงเพื่อน ๆ เธอโดยไม่ได้สัมผัสตัวพวกเธอเลยด้วยซ้ำ

>ด้วยความรวดเร็ว ผมตามครีมทันตอนถึงชั้นสุดท้าย

>ในห้องบันได โดยที่เพื่อน ๆ

>ของเธอและผมยังเดินปวกเปียกคุยกันเฮฮาอยู่แถว ๆ ชั้น 2-3

>

>ผมคว้าแขนครีมไว้ได้ทัน (เธอทำหน้าเหมือนเจ็บ เลยต้องปล่อย)

>

>ผม “ครีม เอ่อ…ขอเวลาเดี๋ยวนึงได้มั้ย?”

>ครีม “ขอโทษค่ะ ครีมรีบ……… (ทำท่าจะเดินไปอีกรอบ

>ทำให้ผมต้องคว้าแขนเธออีกรอบ) “

>ผม “เดี๋ยวครับ!…………….เอ่อ…..เราก็รู้ว่าแบบนี้มันไม่ควร

>แต่เรามีเรื่องอะไรจะถามครีมนิดหน่อยนะ ขอร้องล่ะครับ

>ขอเวลาหน่อย……………เดี๋ยวเดียว…………….. “

>ครีม

>”……………………………………………………………………………………………..”

>

>และแล้วผมก็ลากเธอมานั่งที่ด้านหลังห้องบันไดสำเร็จ

>ดูเธอทำหน้าอึดอัดหรือกระวนกระวายใจบางอย่างนะ

>

>ผม “ครีม หมู่นี้รู้สึกว่าเราห่างเหินกันจัง”

>ครีม “แต่ก็ไม่ได้เป็นอะไรกันนี่ จะเรียกว่าห่างเหินได้ยังไง

>แค่ไม่มีอะไรจะคุยเท่านั้นเอง”

>ผม “………………….คือ มันผิดปกติน่ะสิ ทุกทีเราก็คุยกันบ่อย ๆ

>ไม่ใช่เหรอ ถึงไม่มีธุระอะไรก็ยังคุยเรื่องสัพเพเหระได้

>แต่ตอนนี้รู้สึกเหมือนครีมจะพยายามหลบหน้าเรา ไม่คุยกับเรา

>อะไรทำนองเนี่ยะ”

>ครีม “แล้วเราจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไรล่ะ?”

>ผม “นั่นน่ะ

>ครีมต้องเป็นคนบอกเราสิ…………………………………………………..”

>ครีม

>”………………………………………………………………………………………”

>

>เงียบไปสักพัก และแล้วครีมก็ยอมเผยสาเหตุ

>

>ครีม

>”หมู่นี้…………เอ่อ………….ดูเธอสนิทกับเด็กราชภัฎคนนั้นจัง……………….”

>ผม “เอ๋?…………..อ๋อ ก็นิดหน่อยน่ะ”

>ครีม “………………………………….”

>ผม “ทำไมเหรอ แล้วนี่มันเกี่ยวกับการที่ครีมไม่คุยกับเรายังไงล่ะ?”

>ครีม “………………………………….”

>ผม “ครีม……..พูดมาเถอะนะ ครีมก็รู้นี่

>ถ้าเรื่องไหนที่ครีมไม่ต้องการให้ใครรู้อีก เราก็จะไม่บอกใคร”

>ครีม “………………………………….”

>ผม “พูดมาเต็มที่เลยเถอะน่า……….นะ ไม่ว่าเรื่องมันจะเป็นยังไง

>เราก็ไม่ว่าอะไรครีมหรอก”

>

>หลังจากคะยั้นคะยออยู่ประมาณ 5 นาที

>ในที่สุดครีมก็ยอมเล่าเรื่องทั้งหมด

>

>ครีม

>”คือ………ก่อนหน้านี้เธอเคยทักให้เราดูคนที่ชื่อแอนนั่นใช่มั้ย”

>ผม “อืม”

>ครีม “แล้วเธอก็บอกว่าเค้าเป็นทอม แล้วเค้าก็มาชอบเรา”

>ผม “อืม”

>ครีม “ซึ่งเราไม่ได้ชอบเลยซักนิด………..แต่พอมาอีกวันนึง

>เราก็เห็นเธอไปไหนมาไหนกับแอนบ่อยขึ้น ตอนแรกเราก็

>คิดว่าแอนคงจะขอให้พีติดต่อเราให้………………….แต่ซักระยะหนึ่ง

>พีกับแอนก็สนิทกันขึ้น จนเราไม่แน่ใจในข้อสันนิษฐาน

>ของเราแล้ว มันเปลี่ยนเป็นว่า แอนขอให้พีช่วยเป็นแฟนเธอ

>เธอจะได้กลับไปเป็นผู้หญิง อะไรทำนองเนี่ยะ”

>ผม “หา!?!……………………………………….”

>

>ผมอึ้งและงงมาก

>คือ…ลืมไปเลยว่าผมไม่ได้บอกแผนการสลัดแอนให้หลุดจากมาดทอม

>จะให้พ้นสาว ๆ จากราชภัฎ…………..

>แต่…………ถึงแม้ว่าผมจะเป็นแฟนแอนจริง ๆ

>ผมก็ยังมองไม่เห็นเหตุผลที่ครีมจะตีตัวออกห่างผมแบบนี้เลยนะ

>สรุปว่า…….

>จริง ๆ แล้ว ครีมกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ -_-”

>ครีม “หลายวันเลยล่ะ ที่ครีมเห็นพีไปทานข้าวกับแอนสองคน

>มันก็ยิ่งทำให้ครีมมั่นใจว่าทั้งสองคนเป็นแฟนกัน”

>

>ผมงงมาก อ้าว! ถ้ามันเป็นยังงั้นจริง ๆ

>แล้วมันเดือดร้อนครีมอะไรยังไงกันล่ะ? ทำไมต้องห่างเหินกับผมด้วย?

>หรือว่าครีม

>ไม่พอใจที่ตอนแรกผมบอกว่าแอนเป็นทอม

>แต่ตอนนี้ผมกลับมาจีบแอนเป็นแฟนงั้นเหรอ? หรือบางที

>ครีมอาจจะเริ่มชอบแอน

>ขึ้นมาแล้วก็ได้ แต่พอผมสนิทกับแอน

>ครีมก็เลยโกรธ………………ยังงั้นเหรอ?

>

>เอ้า! วิธีที่ดีที่สุด

>ก่อนอื่นคือต้องเล่าเรื่องแผนที่ผมแกล้งเป็นแฟนแอนให้ฟัง

>รวมถึงเหตุผลด้วย พอเล่าแล้ว ดูท่าทางครีมจะ

>ทำสีหน้าหายกังวลหายวิตกมากขึ้น ดูเธอโล่งใจ

>

>ครีม “แล้ว…………..เอ่อ……………ถามจริง ๆ นะ

>ตอนนี้พีชอบแอนอยู่รึเปล่า?”

>ผม “เอ๋?…………..ถามทำไมล่ะ?”

>ครีม “ถ้าไม่ตอบก็ไม่เป็นไรนะ”

>ผม “ตอบจ๊ะ ตอบ………………คือ………………..แอนน่ะ

>สวยน่ารักมากเนอะ ใคร ๆ ก็จีบไม่ว่าผู้หญิงผู้ชาย…………………

>แต่เรามีความรู้สึกว่าเราไม่ต้องการจะเป็นแฟนแอนน่ะ

>เรารู้สึกว่าเค้าไม่ใช่”

>

>มาถึงตอนนี้ครีมหัวเราะนิด ๆ แล้วก็ทำหน้าตาปลอดโปร่งโล่งใจขึ้นอีก

>

>ผม

>”……………….ถามแบบนี้…………ครีมชอบแอนก็เลยกลัวว่าเราจะคว้าไปก่อนงั้นเหรอ?”

>ครีม “บ้า ^_^ เอ้า…..คนอื่น ๆ ลงมาแล้ว ไปทานข้าวกันเถอะ”

>

>เย้!!!!!!!!! ไม่รู้ว่ามันเรื่องอะไรกัน เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย

>แต่ดูท่าทางตอนนี้ครีมจะกลับมาคุยกับผมสนิทสนมเหมือนเดิมแล้วล่ะนะ

>แบบนี้

>จะเพราะอะไรก็ช่างมันเถอะ……………………พอผมเดินออกมารวมกับคนอื่น

>ๆ ขิงทักผมขึ้น

>

>ขิง “แหม…..นึกว่ารีบลงมาทำไม ที่แท้ก็แอบมาสวีทกันนี่เอง”

>ผม “หา?…………..ใครสวีทใคร? “

>ขิง “เปล่า………….ใครได้ว่าอะไรเธอล่ะ”

>ผม “ง่า…………….ถ้าหมายถึงเรากับครีมล่ะก็……………..”

>

>ขิงไม่อยู่ฟังจนจบ เธอเร่งความเร็วเดินไปก่อนเลย…..

>

>อะไรว๊ะ!?! จบจากครีม……….มาเจอขิงอีก!!!!!

>

>ไปทานข้าววันนั้น ขิงต่างจากเดิม แต่ไม่ได้เป็นเหมือนครีมนะ

>ขิงจะยังคุยกับผมอยู่ แต่……………………..ไม่รู้สิ

>รู้สึกว่ามัน

>ผิดเพี้ยนอะไรอยู่นิดหน่อยน่ะ คือ………คล้าย ๆ

>กับว่าขิงพยายามจะคุยกับผมให้เป็นปกติที่สุด

>แต่………เหมือนกับว่า……

>ความจริงแล้ว ขิงเธอเก็บอะไรไว้ในใจ

>เหมือนเธอพยายามจะเสแสร้งว่าไม่มีอะไรงั้นแหละ…..

>

>ผมพยายามหาโอกาศที่จะได้คุยกับขิงสองคน

>(ซึ่งยากลำบากมากในเมื่อตอนนี้เราทั้งคู่อยู่ในกลุ่มฝูงเพื่อน)

>แต่ในที่สุดผมก็

>สร้างโอกาศขึ้นได้ เมื่อผมกับขิงทานเสร็จก่อนเพื่อน ๆ ผมจึงชวนขิง

>”มีอะไรจะซื้อ ไปด้วยกันหน่อยนะ” ไอ่เบย์ซึ่งงมันทาน

>เร็วเป็นไฟไหม้ปั๊มก็จะขอตามมาด้วย ( “เฮ้ย! กรูไปด้วย” )

>แต่ผมมองตามัน มันก็เปลี่ยนใจ มันคงรู้ว่าผมต้องการอะไร

>ส่วนขิงยอมตามมาเพื่อให้ไม่ผิดสังเกตุ

>(แต่นั่นแหละที่ทำให้มันผิดสังเกตุ)

>

>และแล้วก็มีโอกาศได้เดินสองต่อสองกับขิงซึ่งคราวนี้แปลกมากจริง ๆ

>ตรงที่ผมรู้สึกเกร็งกว่าทุกครั้ง ทั้ง ๆ ที่เราเคยไปไหนมาไหน

>สองคนบ่อย ๆ

>แต่คราวนี้ทำไมมันเครียดนัก…..เพื่อไม่ให้เสียเวลาในการคุย

>ผมเข้าประเด็นทันที

>

>ผม “เออ…..ขิง…..ถามจริง ๆ นะ เรากับครีมเหมือนเป็นแฟนกันเหรอ?”

>ขิง “ไม่รู้สิ เราไม่ได้สังเกตุน่ะ”

>

>เอาสิ ยิ่งเข้าเรื่องยากกว่าเดิม เจอขิงตอกกลับมาแบบนี้…..

>ผมไม่รู้จะพูดยังไงดี ถ้าถามมากก็จะกลายเป็นว่าผมถามขิงว่า

>”หึงเราเหรอ?” อีกนั่นแหละ

>ซึ่งถ้าเรื่องมันไปถึงขั้นนั้น

>ผมเชื่อว่าขิงอาจจะไม่คุยกับผมอีกแน่เลย…..

>

>ผม “งั้น…..ตามความคิดขิงนะ ขิงว่าครีมเป็นยังไง?”

>ขิง “……………ก็น่ารักน่ะสิ……………”

>ผม “นี่…..เรื่องเมื่อตอนกลางวันน่ะ…..”

>ขิง “ก็ไม่เห็นมีอะไรนี่…..”

>

>ประโยคนี้ค่อยทำผมเบาใจขึ้นมาหน่อย เหมือนกับว่าเธอไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก

>แต่…..

>

>ขิง “ขิงเห็นพีสนิทกับครีมก็เลยทักไปยังงั้นเอง ถ้าไม่ชอบก็ขอโทษด้วย”

>ผม “ง่า…………..แต่

>อันที่จริงเรากับครีมก็ไม่ได้มีอะไรซักหน่อยนะ…..”

>ขิง “ขิงจำไม่ได้นะ ว่าถาม……………….”

>

>อ้าว!?! ทำไมบรรยากาศมันมาคุขึ้นเรื่อย ๆ แบบนี้ล่ะเนี่ยะ O_o”

>

>บรรยากาศตึงเครียดก็ไม่ได้เบาบางลงเลย…..ขิงยังคงเดินจ้ำอ้าว ๆ

>ไปเรื่อย ๆ

>ผมพยายามเรียกความสนใจจากเธอเพื่อจะคุยต่อ

>

>ผม “นี่…ขิง เอ่อ…..คุยนิดนึงสิ นะ”

>ขิง “ก็คุยมาสิ เรายังไม่ได้ว่าอะไรเลยนี่”

>ผม

>”คือ………เรื่องเรากับครีมนั่นน่ะ………………………………………………”

>ขิง “นี่!!! บอกว่าจะให้มาส่งซื้อของไม่ใช่เหรอ? ซื้อสิ…..”

>ผม “อ๋อ…เอ้อ…ใช่”

>

>แล้วผมก็ซื้อต้นไม้มาต้นหนึ่งทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ว่ามันคือต้นอะไร

>(ภายหลัง ทราบมาว่ามันคือผักตั้งโอ๋ ซึ่งปลูกไม่เป็น)

>พอซื้อเสร็จ ว่าจะชวนคุยต่อ แต่ขิงก็เดินทิ้งห่าง ฉิววววววววว

>ไปซะแล้ว……. -_-”

>ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ที่ผมมีโอกาศคุยสองต่อสองแล้ว

>แต่ไม่สามารถคลี่คลายเรื่องราวได้…..สลดไปพอสมควร

>

>อยากจะแก้ไขปัญหากับขิงให้ได้จริง ๆ

>แต่ก็เดินกันกลับมาถึงกลุ่มเพื่อนซะแล้ว….. พอตอนนี้ก็ไม่สามารถจะคุย

>เรื่องนั้นกับขิงได้อีก (ไม่อยากให้คนอื่นรู้เรื่องด้วยน่ะ

>เดี๋ยวเค้าจะคิดว่าเรามีปัญหากัน) และแล้ว…………………

>วิกฤตดันหนักขึ้นอีก เมื่อครีมชวนผมไปร้านทำผมกับเธอ….. อยากปฏิเสธนะ

>แต่………….พูดไม่ออก เธอน่ารัก ^_^”

>ก็เลยต้องไปกับครีม ซึ่งผมลองแอบ ๆ ชำเลืองมองขิงเล็กน้อย

>เธอไม่ได้มองผมเลยแม้แต่หางตา กลับคุยกับตาล

>อยู่อย่างออกรสออกชาติ (ซึ่งมันดูเสแสร้งอย่างเห็นได้ชัด)

>

>ผมมาร้านทำผมแห่งหนึ่งกับครีม (ซึ่งมันดูผิดปกติมาก คุณหนูครีมน่ะเหรอ

>จะมาทำผม เค้าออกจะเรียบร้อย)

>แต่แล้ว พอมาถึงหน้าร้าน

>เธอก็หยุดนั่งอยู่ตรงเก้าอี้หินอ่อนหน้าร้านแล้วบอกให้ผมนั่งลงก่อน

>

>ผม “อ้าว? ไม่ทำผมเหรอ?”

>ครีม “คือ…ขอโทษนะ

>แต่ความจริงแล้วครีมจะหาโอกาศคุยอะไรกับพีนิดหน่อยน่ะ”

>ผม “อ้อ………………….แล้วมีเรื่องอะไรเหรอ?”

>ครีม

>”…………………………….ดูเหมือนว่า………..พีกำลังมีปัญหาอะไรซักอย่างกับขิงสินะ”

>

>แก้มขวาผมกระตุกครั้งหนึ่งนิด ๆ

>

>ผม “ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกันหรอก คงเป็นเรื่องอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ

>ล่ะมั้ง”

>ครีม “เรารึเปล่า? ที่เป็นต้นเหตุ?”

>ผม

>”……………………………..เปล่าน่า……………….จะเป็นยังงั้นได้ไง

>ทำไมคิดยังงั้นล่ะ?”

>ครีม “…………………………..ก็วันนี้

>เวลาขิงเค้าจะคุยกับเรา เค้ามักจะพูดถึงเรื่องพีน่ะสิ อย่างเช่น

>’วันนี้ไม่ไปทาน

>ไอศครีมกับพีอีกเหรอ?’ หรือไม่ก็ ‘ครีม เธอว่าพีเค้านิสัยเป็นไง’

>พูดอะไรทำนองนี้ตลอดเลย ช่วงทานข้าวน่ะ”

>ผม “………………………………(อึ้ง

>ไม่ยักรู้แฮะว่าเค้าคุยเรื่องแบบนี้กันด้วย)………………………………..คงไม่มีอะไรหรอก

>เค้าคงแหย่ ๆ แกล้งเราเล่นเท่านั้นเอง”

>ครีม “………..พูดมาดีกว่า พีคิดอะไรอยู่………..”

>

>ยังกับอ่านความคิดผมได้ ปิดเธอไม่อยู่เลยจริง ๆ

>

>ผม

>”เอ่อ…….เราคิดว่าเราคงจะละเมอไปเองน่ะ…..ที่คิดว่า…..ขิงหึงเรากับครีมรึเปล่า…..ที่ทำแบบนี้”

>ครีม “……………………………………………”

>ผม “เอ้อ! แต่ว่า…อย่างที่บอกนั่นแหละ

>มันเป็นแค่การสันนิษฐานอะไรแบบส่ง ๆ ชุ่ย ๆ

>ก็ไม่ค่อยมีเหตุผลหรือสาระอะไรหรอกนะ”

>ครีม

>”……………………….แต่ครีมคิดว่าไม่นะ……………………….ขิงอาจจะเป็นแบบนั้นจริง

>ๆ ก็ได้”

>ผม “เฮ้ย!!! ฮะ ฮะ ฮะ ครีม เราบอกแล้วไง เราคิดเล่น ๆ เฉย ๆ

>ขิงเค้าสวยจะตาย เค้าไม่มีทางจะมาชอบหรือหึงคนอย่างเราหรอกน่า

>ฮะ ฮะ ฮะ”

>ครีม

>”……………………………………………………………………………………………………………”

>ผม “ขิงเค้าเป็นคนสวย น่ารัก คนดี ๆ

>ที่จะผ่านเข้ามาในชีวิตเค้ายังมีอีกเยอะ

>เค้าคงไม่คิดตื้นมาชอบเราหรอก…..”

>ครีม “เหรอ………ในสายตาพี………ขิงเค้าสวยมากขนาดนั้นเลยเหรอ?”

>ผม “ห๋า!?! อะไรนะครับ?”

>ครีม “เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร ช่างเถอะ…..วางใจเถอะนะ

>เราจะพยายามช่วย…..”

>

>จริง ๆ แล้ว ผมได้ยินสิ่งที่ครีมพูดชัดเจน เพียงแต่ผมไม่แน่ใจเท่านั้น

>ก็เลยถามอีกรอบนึง แล้วที่งงกว่านั้นก็คือ

>เธอบอกว่า “วางใจเถอะนะ เราจะพยายามช่วย”

>………………ช่วยเรื่องอะไร? ช่วยยังไง?

>ไม่เห็นเข้าใจเลย……….

>เธอจะช่วยแก้ความเข้าใจผิดของผมกับขิงงั้นเหรอ? แล้วจะทำยังไงกันล่ะ?

>

>ครีมขอตัวเข้าไปทำผมในร้าน (เพื่อให้แนบเนียน

>จำเป็นต้องเข้าไปทำผมซะนิดหน่อย ให้มันเปลี่ยนไปจากเดิม คนอื่น ๆ

>จะได้ไม่

>สงสัย) ส่วนผมขอตัวนั่งรออยู่ที่เก้าอี้หินอ่อนหน้าร้าน ชมนกชมไม้

>ซื้อขนมมาทานนิด ๆ หน่อย ๆ (ผมชอบขนมไทยนะเออ ^_^

>โอยเฉพาะ “ฝอยทอง” แต่ตอนนั้นนั่งทานขนมชั้นอยู่) ระหว่างทานอย่างช้า ๆ

>(พร้อมทั้งดื่มเป๊ปซี่) เพื่อฆ่าเวลาไปนั้นเอง…..

>จู่ ๆ ……………..ก็มีคนมาปิดตาผม!?! แล้วเสียงน่ารัก ๆ หวาน ๆ

>เป็นเสียงที่ผมจำได้ดีที่สุดก็พูดขึ้นอีก

>

>”จ๊ะเอ๋!!!…………พี่คิดว่าหนูเป็นใครเอ่ย?”

>

>ผมแทบจะไม่ต้องใช้เวลาคิด จริง ๆ แล้วไม่ต้องฟังเสียงเธอก็ได้

>แค่มือนุ่ม ๆ เรียว ๆ เล็ก ๆ ขาว ๆ น่ารัก ๆ รวมถึงกลิ่นหอมอ่อนบาง

>แค่นี้ผมก็รู้แล้ว

>

>ผม “เฟอร์ส!!!”

>เฟอร์ส “ง่า………..ทำไมรู้อ่ะ?”

>

>จะบอกไปได้ยังไงว่าผมจำทุกอย่างของเธอได้ดีกว่าเพื่อนทุกคนที่เจอกันทุกวันซะอีก

> >_<

>

>ผม “เอ่อ……….เดาเอา…..มั้ง”

>เฟอร์ส “โห…..ถ้าเดาก็แม่นเกินไปแล้ว”

>ผม “เปล่านะ ก็ชีวิตพี่มีผู้หญิงเข้ามาทักไม่มากเท่าไหร่หรอก

>ก็เลยพอจะเดาได้น่ะ”

>เฟอร์ส “ไม่เชื่อหรอก ทุกทีเห็นมีสาว ๆ รุมล้อมทั้งนั้นเลย”

>

>โอ้ว!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

>นี่………….เฟอร์ส…………..สังเกตุผมด้วยเหรอเนี่ยะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

>

>เอาอีกแล้วครับ อาการเดิม ๆ มันกลับมาอีกแล้ว

>แขนขาเริ่มชาไร้ความรู้สึก เหงื่อมันไหลพราก

>เกร็งไปทั้งตัว………….

>พูดอะไรไม่ออกเลย ไม่อยากนึกเลยว่าเมื่อกี้มืออันนุ่ม ๆ เรียว ๆ ผิวขาว

>ๆ เนียน ๆ พึ่งจะสัมผัสกับหน้าของผม……..

>ใจมันเต้นไม่เป็นจังหวะ เอาไงดี เอาไงดี เอาไงดี เอาไงดี

>ความกลัวที่จะทำอะไรเปิ่น ๆ เห่ย ๆ มันก็มากขึ้นอีกแล้ว……

>จะเริ่มยังไงดี แย่ละสิ

>เริ่มรู้สึกว่ามันนานเกินไปแล้วที่นางฟ้าเข้ามาทักผมแล้วผมเงียบแบบนี้…….ต้องหาอะไรพูดสักอย่าง

>

>ผม “เอ่อ……เฟอร์ส……มาทำอะไรแถวนี้เหรอ?”

>เฟอร์ส “มาเดินเล่นค่ะ…………..(ยิ้ม) “

>ผม “หา?”

>เฟอร์ส “แหะ ๆ ล้อเล่นน่ะค่ะ”

>

>โอยยยยยยยยยยยยยยยยยย เฟอร์สน่ารักอีกแล้ว

>ดูเธอสวยน่ารักอย่างเป็นธรรมชาติจริง ๆ แหละ เธอยังคงสว่างจ้า

>เหมือนเช่นเคย และนั่นก็ทำให้ผมใจแทบจะละลาย

>เฮ้อ…………..ตอนนี้ผมรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากมายเลยจริง ๆ

>เพราะผมสังเกตุดูคนรอบข้าง เค้ามองผมด้วยสายตาอิจฉาริษยาขนาดไหน

>(ก็ผมได้คุยกับนางฟ้านี่) เฮ้อ………………

>เอ…..นี่ผมมัวคิดอะไรอยู่เนี่ยะ ชักจะเงียบนานเกินไปซะแล้วสิ

>ต้องหาอะไรมาคุยกับเฟอร์สแล้ว >_<

>แต่ในระหว่างที่กำลังคิดว่าจะหาอะไรคุยนั้นเอง

>

>เฟอร์ส “คนที่มากับพี่เมื่อกี้แฟนพี่พีเหรอ?”

>

>O_o” ทำไมถามอย่างง้าาาาาาาาาาาาาาาาาาน เฟอร์สจ๋า

>มันจะเป็นแบบนั้นไปได้ไงเล่า คนที่พี่ต้องการที่สุดก็คือเฟอร์สนะ

>ผม “เอ่อ…..ไม่ใช่หรอก เพื่อนน่ะ เหมือนแฟนกันเหรอ?”

>เฟอร์ส “ก็ตอนกลางวันน่ะค่ะ

>เฟอร์สเพิ่งทานข้าวเสร็จก็กำลังจะขึ้นไปเรียนต่อ

>แต่หลังห้องบันไดก็เห็นพี่สองคนกำลังคุยอะไรกัน

>แหะ ๆ เฟอร์สก็เลยทึกทักว่าเป็นแฟนกำลังทะเลาะกันน่ะค่ะ ขอโทษด้วยนะ”

>

>อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาก น่ารัก น่ารัก น่ารัก น่ารัก

>น่ารักอะไรขนาดนี้เนี่ยะ >_<

>……………………เฮ้อ…..แล้วนี่…..ทำไมเธอถึงคิดว่า

>ผมกับครีมเป็นแฟนกันล่ะเนี่ยะ ถ้าจะบอกว่าสนิทกัน

>แต่ผมกับขิงน่ะสนิทกันยิ่งกว่านี้อีกนะ

>

>ผม “ฮะ ฮะ ขอโทษทำไมล่ะเรื่องแค่นี้………..

>คือ…….พี่ลืมเล่าแผนของพี่ที่จะช่วยแอนให้หลุดพ้นจากภาพพจณ์ทอมน่ะ

>ก็เลยไม่ได้

>ไปเที่ยวหรือคุยอะไรกับเค้าบ่อย ๆ ก็เลยห่างเหินกันน่ะ

>แต่ตอนนี้ก็ปรับความเข้าใจกันแล้วนะ เค้าก็กลับมาเหมือนเดิม”

>เฟอร์ส

>”…………………..เอ่อ……………………แต่เฟอร์สคิดว่า……………………..”

>ผม “หือ?……………………..”

>เฟอร์ส “เค้าหึงพี่นะ”

>

>โธ่…..เด็กหนอเด็ก คิดอะไรเป็นการ์ตูนไปได้

>ผมกับครีมก็เพื่อนกันแค่นั้นเอง แล้วจะมาหึงกันไปทำไมเล่า

>

>ผม “ฮะ ฮะ ฮะ พี่กับเค้าก็แค่เพื่อนกันนา…..จะหึงกันไปทำไมล่ะจ๊ะ

>แล้วอีกอย่างนะ ตอนนี้พี่ก็ถูกขิงไม่ชอบหน้าอยู่ ครีมเค้าจะหึงพี่

>ได้ยังไง ในเมื่อเค้าอาสาจะช่วยให้พี่คืนดีกันน่ะ”

>เฟอร์ส “………………เอ๋? นี่พี่พีมีปัญหากับพี่ขิงอยู่เหรอคะ?”

>ผม “เอ่อ……..ก็นิดหน่อยเท่านั้นเอง

>คือ……เค้าก็ยังคุยกับพี่อยู่นะ

>แต่……ดูเหมือนว่าเค้ามีอะไรในใจงั้นแหละ”

>เฟอร์ส “………………………………………มีอะไรในใจ?”

>ผม “ก็……..เอ่อ………เค้าแซวว่าพี่กับครีมเป็นแฟนกันน่ะ”

>เฟอร์ส “อ๋อ………………………..เข้าใจแระ ^_^ “

>ผม “……………..เข้าใจว่า?”

>เฟอร์ส “คิก คิก คิก อุ๊ย! หนุ่มเนื้อหอม ^_^ “

>ผม “หา!?!……………………….”

>

>ง่า…หมายความว่าไงกันเนี่ยะ จะเข้าใจไหม ที่บอกว่าหนุ่มเนื้อหอมน่ะ

>เอ้อ…ถึงจะเนื้อหอมก็เถอะ…………………แต่ขอบอกเลย

>ว่าเฟอร์สน่ะ “น่ารักเต็มสตรีมเล้ยยยยยยยยยยยยยยยย >_< ” นางฟ้าชัด ๆ

>

>เฟอร์ส “มะมีอะไรค่ะ ช่างเถอะ”

>ผม “เอ๋? ปกติเฟอร์สเลิกเรียนตั้งบ่าย 2 ไม่ใช่เหรอ นี่เพิ่งจะบ่ายกว่า

>ๆ ทำไมเลิกเรียนแล้วอ่ะ?”

>เฟอร์ส “แฟนของอาจารย์เขาจะคลอดลูกแล้วน่ะค่ะ”

>ผม “เอ่อ…………. (กำลังจะเข้าสู่คำถามที่บาดใจที่สุด)

>………….แล้วไอ่บ้าหอ…บ…………………..ไอ่แฟร์ล่ะ?

>ไปไหนละ? “

>เฟอร์ส

>”………….นั่นแหละค่ะ………….เค้าบ่นว่าปวดท้องก็เลยขอกลับก่อน…………..เฟอร์สก็กำลังโกรธ

>ๆ อยู่นี่ล่ะ ไม่รู้

>วันนี้จะกลับบ้านยังไง”

>

>O_o” เอาล่ะสิ โอกาศมาแว้ววววววววววววววววววววววววววววววววว ^o^ เอาเลย

>เอาเลย เอาเลย เอาเลย

>รวบรวมความกล้าหน้าด้าน………….แล้วถามออกไปเลยว่า………….

>

>ผม “เอ่อ…………..ให้พี่ไปส่งมั้ย?”

>

>โอ้วววววววววววววววววววววววว ถามออกไปแล้ว มันจะเร็วเกินไปไหมนะ

>แล้วนี่มันจะเป็นการตีท้ายครัวไอ่แฟร์ไหมเนี่ยะ

>

>เฟอร์ส

>”…………เอ่อ………….มันจะรบกวนพี่หรือเปล่……………”

>ผม “ไม่เลย!!! ไม่รบกวนเลย!!! พี่เต็มใจจ๊ะ!!!

>(ผมรีบตอบก่อนเธอจะพูดจบด้วยซ้ำ) “

>เฟอร์ส

>”……………………………………………………งั้นก็ขอบคุณค่ะ

>ขอรบกวนด้วยละกันนะคะ”

>ผม “จ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา”

>

>โอ้ย!!!!!! ดีใจว้อยยยยยยยยยยยยยย ดีใจ ดีใจ ดีใจ ดีใจ ดีใจ ดีใจ ดีใจ

>ดีใจ ดีใจ

>เบิกบาน เบิกบาน เบิกบาน เบิกบาน เบิกบาน เบิกบาน เบิกบาน เบิกบาน

>เบิกบาน

>แช่มชื่น แช่มชื่น แช่มชื่น แช่มชื่น แช่มชื่น แช่มชื่น แช่มชื่น

>แช่มชื่น แช่มชื่น แช่มชื่น

>

>ผมกำลังจะได้ไปส่งนางฟ้าที่วิมานของเธอแล้วววววววววววว

>ผมกำลังจะได้นั่งรถสองต่อสองกับนางฟ้า ผมจะได้นั่ง

>ใกล้นางฟ้าเกินหนึ่งเมตรด้วยยยยยยยยยยยยยยย โอย…..พรุ่งนี้นะ ถ้า

>”กบฎอาบูซาย๊าบ” จะมาฆ่าผมตายคาหอ ผมก็พร้อมแล้ว

>

>…………แต่เดี๋ยวก่อน (เวลาอ่าน

>พยายามทำเสียงเหมือนไอ่จอร์ชเวลามันเสนอขายสินค้าแล้วมีของแถมเหมือนใจควันตั้มเทเลวิชั่น)

>ลืมไปเลย ครีมกำลังทำผมอยู่ในร้านทำผมนี่!!!!! ถ้าเป็นไปได้

>ผมไม่อยากให้สองคนนี่เจอกันเลยแฮะ ทำไงดี ทำไงดี ทำไงดี ทำไงดี

>………….นึก………….ไม่…………..ออก………….

>

>ในระหว่างที่นึกอะไรไม่ออก…………แต่แล้ว………..เฟอร์ส…………เธอรู้จักวางตัวและแก้สถานการณ์จริง

>ๆ

>เธอเข้าใจสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว

>

>เฟอร์ส “งั้น…เฟอร์สรอที่ร้านเบเกอรี่ด้านนู้นนะคะ

>ถ้าพร้อมก็มาเรียกตรงนั้นละกัน”

>

>ดูเหมือนเธอจะรู้ว่าครีมอยู่ในร้านตัดผม…

>แล้วอีก 15

>นาทีต่อมาครีมก็ออกจากร้านตัดผม………..เธอซอยผมให้สั้นกว่าเดิมหน่อยนึง

>ดูเด็กลงอีกเยอะ

>น่ารักมาก ๆ ^_^

>

>ครีม “เสร็จแระ ดูแปลกมั้ย?”

>ผม “แปลกสิ แปลก………….เอ่อ……………น่ารักขึ้นเยอะ”

>ครีม “………………….(ขอเขิลหน่อยเถอะ)………………….”

>ผม “เอ้อ…ครีม เดี๋ยวเรามีธุระนิดหน่อยนะ

>เดี๋ยวเราจะไปส่งที่หอพักนะ”

>ครีม “ค่ะ ขอบใจนะ”

>

>แล้วก็ไปส่งครีมที่หอพัก (ตอนกลับถึงหอ เพื่อน ๆ

>ร่วมหอพักต่างวี๊ดว้ายกับทรงผมใหม่ของครีม) เฮฮากันนิดหน่อย

>ผมก็ขอตัว (ผมไม่บังอาจปล่อยให้นางฟ้ารอนานหรอก)

>แล้วก็รีบฉิวไปหาเฟอร์สทันที เฮ้อ…………แค่คิดว่าอีกไม่กี่นาที

>จะได้เจอนางฟ้าของผมอีกครั้งหนึ่ง

>แถมยังได้ใกล้ชิดเธอแบบสองต่อสอง…………..สุขว้อยยยยยยยย >_<

>

>มาถึงร้านเบเกอรี่ตามที่นัดหมาย เธอนั่งอยู่ที่เก้าอี้ไม่ยาว ๆ

>ข้างเสาไฟ มีฉากหลังคือต้นไม้พุ่มเตี้ย (ไม่มีดอกนะ ไม่แน่ใจว่าต้นอะไร

>ผมสันนิษฐานว่าเป็นพืชตระกุลเดียวกับต้นชาทองนะ)

>และที่ผมสังเกตุเห็นอีกอย่างก็คือผู้ชายที่อยู่แถวนั้นล้วนแต่หมายปอง

>จะเข้าไปคุยและทักทายเธออย่างเต็มเปี่ยมหัวใจ………หึ หึ

>หึ……… เห่าไปเถอะพวกแก! เค้าไม่ลงมาหาหรอก……………

>ผมเดินเข้าไปหาเฟอร์ส (พร้อมส่งสายตาเย้ยหยันไปยังหนุ่ม ๆ

>รอบข้างนั่นเล็กน้อย อารมณ์ว่า “ไงล่ะ…..” )

>

>เฟอร์สหันมาเห็นผม พร้อมกับทัก

>

>เฟอร์ส “อ้าว…เร็วกว่าที่คิดเยอะเลย”

>ผม “แหะ ๆ (บอกได้ไงว่าผมตาลีตาเหลือกมาหาเฟอร์สนั่นแหละจ้าาาาาาาา)

>เอ้า! ไปกันเลยมั้ย?”

>เฟอร์ส “ค่ะ……..”

>

>แล้วเฟอร์สก็เดินขึ้นรถผม ว้าวววววววววววว ขึ้นมาแง้วววววว >_<

>

>เฟอร์ส “อืม……..กลิ่นนี้ เพรสเซสบลูเบอร์รี่”

>ผม “เห? รู้จักด้วยเหรอ น้ำหอมกลิ่นนี้”

>เฟอร์ส “จำได้น่ะค่ะ

>เฟอร์สซื้อให้แฟร์…แต่เค้าบอกว่ากลิ่นมันหวานเกินไป”

>ผม “…………….แต่พี่ว่ามันหอมแบบสดชื่นดีน่ะ

>พอสูดกลิ่นนี้แล้วรู้สึกไม่เมารถดีนะ เพื่อนพี่ก็ว่างั้น”

>เฟอร์ส “ค่ะ เฟอร์สก็คิดงั้นแหละ ก็เลยซื้อให้เค้า แต่เค้าไม่เอาซะนี่

>พวกรสนิยมแย่………”

>

>ประโยคที่ว่า “…รสนิยมแย่…” ผมเห็นด้วยกับเฟอร์สแค่ครึ่งเดียว

>ตรงที่รสนิยมการแต่งตัวมันเฉิ่มสุด ๆ แต่เรื่องการ

>เฟ้นหาผู้หญิงดี ๆ อย่างเฟอร์สเจอเนี่ยะ มันสุดยิดจริง ๆ

>

>ผม “เฟอร์สนี่ช่างสังเกตุเนอะ เพื่อนพี่

>ไม่ว่าใครก็ไม่ได้ทักเลยว่าน้ำหอมกลิ่นอะไร”

>เฟอร์ส “อ๋อ…พอดีว่ามันมีจุดอะไรให้จำนิดหน่อยเท่านั้นเองค่ะ”

>

>ว่าแล้วก็ออกรถ………….เฮ้อ…..ถ้าพูดกันตามตรงนะ

>ผมอยากยืดเวลาที่จะได้อยู่ใกล้ ๆ เฟอร์สให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้

>จะชวนเธอไปโน่นมานี่มากก็เกรงใจ ถ้าเกิดเค้ารีบกลับล่ะ?

>เอาไงล่ะ……….ถามเค้าก่อนละกัน

>

>ผม “เอ่อ…….เฟอร์สรีบกลับรึเปล่าเนี่ยะ?”

>เฟอร์ส “ถ้ารีบก็คงไม่มาเดินเล่นหรอกค่ะ”

>ผม “เดินเล่น? ตกลงเมื่อกี้มาเดินเล่นจริง ๆ เหรอ?”

>เฟอร์ส “ล้อเล่นไงงงงงงง แหม ไม่รับมุขเลยอ่ะ”

>ผม “แหะ ๆ อ้าว…..ก็เห็นบอกว่าเดินเล่นตั้งสองรอบ นึกว่าจริงซะอีก”

>เฟอร์ส “แหะ ๆ จริง ๆ แล้วหลังเรียนพิเศษ

>เฟอร์สกับแฟร์จะมานั่งคุยกันแถวนั้นก่อนกลับบ่อย ๆ น่ะค่ะ

>ร้านเบเกอรี่นั่น

>แฟร์เค้าบอกว่าขนมอร่อยดี เราก็เลยมาทานด้วยกันบ่อย ๆ น่ะค่ะ”

>ผม

>”เลิกพูดถึงมันซักทีได้มั้ย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

>เฟอร์ส

>”…………………….(มองหน้าผมแล้วอึ้ง)………………………”

>

>นี่ผมทำอะไรลงไป…..นี่ผมพูดอะไรออกไปเนี่ยะ…..เฮ้ย!!!

>ซวย…ไม่ใช่ซวยธรรมดา แต่โครตซวย…..แต่มันช่วยไม่ได้จริง ๆ

>นางฟ้าที่แสนสวยแสนน่ารัก เธอไม่เคยพูดถึงใครเลย แต่!!! ทำไมล่ะ!?!

>ทำไมต้องมาพูดถึงไอ่ผู้ชายเฮ็งซวยคนนั้นด้วย

>ผู้ชายที่ผมไม่ควรเจอมากที่สุดแล้ว…..แต่…..ชื่อของมันดันหลุดออกมาจากปากนางฟ้าของผม………………………….

>เธอไม่เคยพูดถึงชายคนไหนเลย แต่กับหมอนี่

>ทำไมเธอต้องพูดถึงมันด้วย!!!!! แถมพูดเกี่ยวกับประสบการณ์ชื่นบานอีก

>จะหวานซึ้งกันสักแค่ไหนก็ไม่ว่า……………………แต่!!! จะ!!!

>มา!!! พูด!!! ถึง!!! เค้า!!! ทำ!!! ไม!!!

>

>ไอ่แฟร์ “โอย………ปวดท้องอยู่เลย………เฟอร์ส

>เมื่อเช้าก็ทานข้าวร้านเดียวกันไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่เป็นไรเลยเนี่ยะ?”

>เฟอร์ส “บ้าสิ เค้าสั่งข้าวจ๊ะ ตัวเองน่ะสั่งวุ้นเส้นไม่ใช่เหรอ

>เหมือนกันซะที่ไหน”

>ไอ่แฟร์ “………………………. (มองผม)

>……………………….หวัดดี พี”

>ผม “หวัดดี เป็นไรเรอะ?”

>ไอ่แฟร์ “ท้องเสียตั้งแต่เช้าแล้ว ทนเรียนจนหมดเที่ยง

>แต่ก็อยู่รอรับตัวนี้ไม่ไหว เลยต้องขอกลับก่อน”

>เฟอร์ส “นี่ ถ้าเฟอร์สไม่เจอพี่พีแล้วเฟอร์สจะกลับยังไง”

>ไอ่แฟร์ “พูดอะไร ทางกลับมีตั้งเยอะแยะ”

>

>ไอ่บ้าหอบฟาง!!! พอมันพูดแบบนี้

>ทำให้ผมรู้สึกเหมือนกับว่ามันไม่อยากให้เฟอร์สกลับกับผมงั้นแหละ…………จะเอาไงวะ

>แฟนเอ็งก็ไม่ใช่ กรูอุตส่าห์เอาน้องสาวมรึงมาส่งให้ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ

>ยังพูดอะไรสุนัขแบบนี้อีก……………………….

>

>ผมไม่ยอมให้เฟอร์สกลับเองแน่ ๆ ไม่รู้ว่าระหว่างทางกลับบ้าน

>ไอ่พวกโรคจิตบ้ากามมันเล็งจะทำอะไรนางฟ้าบ้าง………..

>

>เฟอร์ส “พรุ่งนี้จะหายมั้ยเนี่ยะ?”

>ไอ่แฟร์ “ไม่หายก็ไม่ไปแระ”

>เฟอร์ส “งั้นพรุ่งนี้เค้าเอารถไปเองเลยนะ”

>ไอ่แฟร์ “อ้าว!?! แล้วพี่จะไปหาหมอยังไง ถ้ามันหนักขึ้นมาอ่ะ”

>เฟอร์ส “อีกละ งั้นพรุ่งนี้จะให้เค้าเดินไปรึไง?”

>ไอ่แฟร์ “โธ่…ทางไปมีตั้งเยอะ”

>

>อีกครั้งหนึ่ง ที่ผมรู้สึกเหมือนโดนมองข้ามหัว ทั้ง ๆ

>ที่นั่งอยู่ตรงนั้นอีกคน มันเห็นผมเป็นอะไร? ไว้ใจไม่ได้เลยรึไง?

>ผมก็มีรถ จะไปรับไปส่งก็ได้

>แต่มันพูดเหมือนกับว่าให้หลีกเลี่ยงการที่จะไปกับผม!?!

>หมายความว่าไงวะ?………….

>

>ผม “เอ่อ…เฟอร์ส…พรุ่งนี้พี่มารับก็ได้

>รถพี่ก็มีแค่พี่กับไอ่เบย์เพื่อนพี่เท่านั้นเอง

>ที่เบาะหลังยังว่างอีกเยอะ”

>เฟอร์ส “เอ่อ………รบกวนเกินไปรึเปล่าคะ มันคนละทางกันเลยนะนั่น”

>ผม “กลัวพี่จะมาสายเหรอ งั้นพรุ่งนี้พี่ตื่นเช้า ๆ ก็ได้นะ”

>เฟอร์ส “เปล่าค่ะ คือ………ต้องลำบากพี่เดินทางไกลขึ้นอีกน่ะ”

>ผม “อย่าคิดแบบนั้นสิ อะไรก็ตามที่พี่อาสาจะช่วย นั่นคือพี่เต็มใจจะทำ

>ถ้าบอกว่าเกรงใจ มันก็เหมือนกับการบอกปฏิเสธว่า

>อย่ามายุ่งทางอ้อมนั่นเอง หรือเฟอร์สต้องการจะสื่อแบบนั้นจริง ๆ?”

>เฟอร์ส “เปล่าค่ะ

>เปล่า……………..เอ่อ……………….งั้นก็รบกวนพี่พีมารับเฟอร์สหน่อยละกันค่ะ

>ขอบคุณมากนะคะ”

>ผม “มะเป็นไรจ้า”

>เฟอร์ส “อานกทำไมยกน้ำมาช้าจัง เฟอร์สไปดูเดี๋ยวนึงนะ”

>

>แล้วเฟอร์สก็เดินออกห้องไป (ตอนเธอหันหลังกลับไปที่ประตู ผมเธอสะบัด

>หอมจังเลยยยยยยยยยยยยยยย ~_~ )

>เหลือผมกับไอ่แฟร์นั่งกันอยู่สองคน

>

>ผม “แฟร์ ทำไมดูนายกีดกันเราจังนะ”

>ไอ่แฟร์ “เราเคยบอกนายแล้วนี่ อย่าจีบเฟอร์ส”

>ผม “หนึ่งล่ะ ทำไมเราต้องเชื่อนาย รึเพราะนายเป็นพี่ชายเค้า

>ก็เลยมีสิทธิ์จะตัดสินใจแทนเค้างั้นเหรอ? สองล่ะ เราแค่มาส่ง

>เพราะบังเอิญไปเจอเฟอร์สเท่านั้นเอง

>แล้วฝ่ายที่เข้ามาทักก่อนก็คือเฟอร์ส

>แล้วจะมาบอกว่าเราตามตื้อจะมาส่งเฟอร์สเหรอ?”

>ไอ่แฟร์

>”…………………………………….แล้วขิงล่ะ……………………………………….”

>ผม “มันเกี่ยวอะไรกับขิง?”

>ไอ่แฟร์ “………นายจีบขิงอยู่อีกคนไม่ใช่เรอะ?”

>ผม “เฮ้ย! อย่ามั่วจะดีกว่า ถ้าไม่รู้จริง นายพูดแบบนี้ เราก็เสียนะ

>ตอนนี้เราไม่ได้จีบใครซักคน เค้าเป็นเพื่อนเราทั้งนั้น แล้วเราก็

>ไม่คิดจะเปลี่ยนมันด้วย แต่นาย……………..กลับสบประมาทเรา

>บอกว่าเราคิดจะจีบเพื่อน!!!”

>

>ผมเริ่มขึ้นเสียง ทำให้ไอ่แฟร์มันผงะไปบ้าง

>

>ไอ่แฟร์ “เราไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น…………”

>ผม “ไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น!?! แล้วมันยังไง พูดมาชัดเจนขนาดนี้

>ตอนนี้เราเลยกลายเป็นไอ่คนถ่อยที่คิดจะจับปลาสองมือ

>ถ้าเรื่องงี่เง่านี่หลุดไปถึงหูใคร เรากับนายไม่จบเรื่องกันง่าย ๆ หรอก

>บอกเอาไว้!!!”

>ไอ่แฟร์

>”เดี๋ยว ก่อน………..ฟังก่อน………..เราไม่ได้หมายความว่าแบบ นั้น…………………………………………………………….

>นายรู้มั้ย? เฟอร์สน่ะเด็กมากนะ แล้วเธอก็อ่อนต่อโลก (แหม! พูดซะสวยหรู

>ยังกะมรึงเป็นผู้ใหญ่นักแหละ) แค่นายสนิทกับ

>เค้า เค้าก็คิดว่านายจีบเค้าแล้ว แล้วถ้าเกิดว่าใจจริงนายชอบขิง

>แล้วเฟอร์สก็ชอบนายไปแล้วล่ะ……………………………

>ตกลงว่า นายกับขิงก็จะได้แฮ๊ปปี้เอ็นดิ้ง…..แล้วน้องสาวเราล่ะ?”

>ผม “นี่นายยังคิดว่าเราจีบขิงอยู่อีกเหรอ!!!!!”

>ไอ่แฟร์ “เราถึงได้ต้องมาคุยกับนายอยู่ตอนนี้ไง………..”

>

>สองคนต่างเงียบ ต่างคนต่างเริ่มอารมณ์ร้อน

>หากแต่สภาพทางกายวิภาคของผมดีกว่ามันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะส่วนสูง

>กล้ามเนื้อ สติฉับไว

>ยังไม่นับที่มันท้องเสียอยู่ตอนนี้อีก คือ…ถ้าปะทะกันตอนนี้

>ผมแน่ใจว่าผมชนะอย่างขาดลอยแน่ ๆ

>

>ไอ่แฟร์ “………….ถ้าเราไปสบประมาทนาย เราก็ขอโทษ

>เราแค่ไม่อยากให้น้องสาวเราต้องเสียใจภายหลัง………….”

>ผม “……………………..ก่อนอื่นนะ เรื่องขิง

>ขอบอกไว้เลยว่าตอนนี้เราไม่มีความคิดจะจีบขิงเลย แค่สนิทเป็นเพื่อนกัน

>แค่นั้นเราก็

>มีความสุขพออยู่แล้ว แล้วตอนนี้ดูเหมือนขิงเค้าจะโกรธอะไรเราอยู่ด้วย

>ดังนั้น เรื่องที่ว่าเราจะจีบขิงน่ะ เลิกคิดได้เลยตอนนี้

>ส่วนเรื่องเฟอร์สน่ะ ถึงแม้เราจะไม่เคยคิดว่าจะจีบเลย (ไม่กล้า

>เค้าสูงส่งเกิน) แต่เราก็จะไม่ทำให้เค้าเสียใจแน่นอน

>และถ้าวันใดวันหนึ่ง

>เฟอร์สจะชอบเราขึ้นมา ซึ่งมันคงเป็นไปได้ยาก แต่ถ้ามันเกิดขึ้นจริง ๆ

>เราก็พร้อมจะทุ่มเทให้เค้าทั้งหมด เหมือนที่สมควรจะเป็น

>ฟังดูอาจเหมือนว่าตอนนี้เรากำลังขอเฟอร์สจากนายอยู่ แต่ขอย้ำไว้อีกที

>เราไม่กล้าคิดอะไรเกินเลยกับเฟอร์สแม้แต่น้อย………….

>ดังนั้น เรื่องนี้ ประเด็นก็อยู่ที่ตัวเฟอร์สเองแล้ว

>ว่าเธอคิดอะไรยังไง………………เข้าใจไหม”

>

>ผมพูดจบ เฟอร์สก็เดินถือน้ำมาให้ เป็นอันว่าบทสนทนาเรื่องนี้จำต้องจบลง

>แต่ไอ่แฟร์ยังพูดทิ้งท้ายไว้เล็กน้อย

>

>ไอ่แฟร์ “เราคงเชื่อใจนายได้นะ…..”

>

>เฟอร์ส “คุยอะไรกันอยู่ หนุ่ม ๆ”

>ผม “ขอบใจจ๊ะ (รับแก้วน้ำจากเฟอร์ส) “

>ไอ่แฟร์ “เฟอร์ส พรุ่งนี้เราไปที่เรียนกับพีนะ”

>เฟอร์ส “…………..ค่ะ……………”

>

>เฮ้ย!!! หน้ามือเป็นหลังมือ!?! อะไรวะ

>เมื่อกี้มรึงกีดกันกรูชิ๊บหายวายป่วน แล้วตอนนี้ มาสนับสนุน

>เดามันไม่ออกแล้ว

>เอาล่ะ! ตกลงพรุ่งนี้ผมจะได้มารับเฟอร์สที่นี่อีกรอบแล้ววว >_<

>

>และแล้ว!!! สมองที่นาน ๆ

>ครั้งจะฉลาดกับเขาสักครั้งของผมมันก็คิดแผนขึ้นได้!!!

>แผนการอันแสนชั่วร้ายและเจ้าเล่ห์

>ที่จะได้เบอร์โทรของเฟอร์ส!!!!!………………………………….

>

>ผม “เอ้อ…เฟอร์สเองก็เรียนรอบเช้าตอน 10 โมง ใช่ไหม?”

>เฟอร์ส “ค่ะ”

>ผม “หวา…..ทำไงดีอ่ะ……………คือ

>พี่ไม่ค่อยแน่ใจเลยว่าจะตื่นเช้าทันไหม…………….จะให้ไอ่เบย์ปลุก

>รายนั้นยิ่ง

>ไม่ต้องพูดถึงเลย……………เอาไงดีล่ะ

>ขืนตื่นสายก็ไปเรียนสายกันหมดแน่”

>เฟอร์ส “ง่า……………………………. ^_^” “

>ผม “เอ่อ………….เอางี้ไหม

>รบกวนเฟอร์สด้วยโทรไปปลุกหน่อยได้มั้ย?”

>เฟอร์ส “…………..ได้ค่ะ………….งั้นจดเบอร์พี่มาสิคะ”

>

>ว๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาว!!!

>นางฟ้าขอเบอร์ตูว้อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย >_<

>อาจดูสกปรกหน่อยนะ วิธีนี้ อาจจะดูเจ้าเล่ห์ด้วย

>แต่…..ไม่ว่าใครจะว่าอะไร “กรูยอมวะ”

>แล้วก็บอกเบอร์ไป

>

>ผม “พรุ่งนี้นะ โทรมากเช้า ๆ ล่ะ จะได้แต่งตัวได้ทัน”

>เฟอร์ส “ค่าาาาาาาาาาาาาาาาาา”

>ผม “งั้นวันนี้ขอตัวก่อนนะ ไปละแฟร์ ไปก่อนนะเฟอร์ส เจอกันพรุ่งนี้”

>เฟอร์ส “เจอกันพรุ่งนี้ค่ะ”

>

>ว๊าาาาาาาาาาาาาาาว มีฟามสุขเจรงงงงงงงงงงงงงง >_<

>วันพรุ่งนี้จะทำผมทรงอะไรดี จะใส่เสื้ออะไรดี จะใส่กางเกงอะไรดี

>จะทำตัวยังไงดี!?! พอนึกจะพึ่งไอ่เบย์………………..

>เฮ้ย!!! จริงด้วย พรุ่งนี้ตอนเช้า ไอ่เบย์ก็ตามมาด้วยดิเนี่ยะ

>ว้า…..รู้สึกผิดยังไงไม่รู้ ที่ผมอยากจะไปกับเฟอร์สแค่นองคง

>แต่…บอกแบบนั้นไปได้ไง แล้วมันจะมาเรียนยังไงล่ะนั่น

>มันก็เพื่อนผมซะด้วย…………แต่อยากมากับเฟอร์สสองคนอ่าาาาา -_-”

>

>แค่ต้องการมากับเฟอร์สสองคน

>กลับเป็นเรื่องลำบากใจที่จะบอกไอ่เบย์มันขนาดนี้……………จะขอมันดูดีไหม…………..

>ผมไม่แน่ใจว่ามันจะโกรธรึเปล่า…………..ทั้งที่ผมก็ยังไม่แน่ใจ

>

>เวลาผ่านมาถึงกลางคืน ผมกระอัดกระอ่วนใจเล็กน้อยว่าจะพูดกับมันดีไหม

>

>ผม “เอ่อ…ไอ่เบย์

>วันนี้กรูไปส่งเฟอร์สที่บ้านด้วยว่ะ………………”

>ไอ่เบย์ “เฮ้ย!!! จริงอ่ะ โห………….มรึง โชคดีสุด ๆ เลยว่ะ

>น้องเค้าโครตน่ารักขนาดนั้นเลยนี่หว่า”

>ผม

>”อืม…………คือ………….พรุ่งนี้เค้าจะให้กรูไปรับด้วย………….เอ่อ………….”

>ไอ่เบย์ “………………………………….เอ้อ! พอดีเลย

>พรุ่งนี้กรูว่าจะโดดไปเที่ยวกับตาลอ่ะ

>งั้นพรุ่งนี้มรึงเอารถไปเลยก็ได้”

>ผม

>”……………………………………..มรึงไม่โกรธอะไรกรูเหรอ?……………….”

>ไอ่เบย์

>”………………………………………………………………………………… มรึงเลือกแล้วใช่มั้ย………………………..”

>ผม “………..กรูไม่รู้ กรูยังไม่รู้เลย ยังไม่รู้อะไรทั้งนั้น

>แต่…แค่กรูได้อยู่ใกล้ ๆ เค้า กรูก็โครตจะสุขแล้วว่ะ

>แต่กรูก็ยังไม่แน่ใจ”

>ไอ่เบย์ “ถ้ามรึงคิดว่าทางไหนดี มรึงก็ไปทางนั้นเหอะ

>ถึงกรูจะไม่สนับสนุน แต่กรูก็จะไม่ขัดขวาง ยังไงก็อย่าให้มันเกินไปล่ะ

>เดี๋ยวมรึงจะเสียความเป็นตัวมรึงเอง”

>ผม

>”…………………………………………….ขอบใจมากเพื่อน……………………………………………….”

>

>ผมรู้สึกผิดมาก ๆ ไม่อยากคุยอะไรกับมันมากไปกว่านี้แล้ว

>แต่ที่เหนือกว่านั้น…………ซึ้งครับ น้ำใจเพื่อน ไม่ต้องพูด

>มองตา รู้ใจ เป็นอะไรที่มันลึกจริง ๆ

>ถ้าคุณมีเพื่อนซักคนที่เป็นแบบนี้เหมือนผม

>ให้ความสำคัญกับเพื่อนคนนั้นมาก ๆ ครับ

>เค้าจะอยู่กับคุณนาน ๆ แล้วเค้าจะรักคุณมาก

>

>วันรุ่งขึ้น ผมกับตื่นก่อนไอ่เบย์ แต่งตัวชุดตามสะบายของผม

>(ตอนแรกลองแล้วลองอีกกับกางเกงสแล็ก เสื้อเชิ๊ต แต่รู้สึกมัน

>เฉิ่ม ๆ ก็เลยเปลี่ยนมาเป็นสไตร์เราดีกว่า) ออกเดินทางตั้งแต่เช้า

>วันนี้ผมพยายามจะให้ทุกอย่างเพอร์เฟ็คที่สุด ไม่อยากให้มี

>อะไรผิดพลาด เวลาที่เฟอร์สอยู่กับผม เธอจะต้องสนุกสนานตลอด

>ผมตั้งใจไว้อย่างนั้น

>

>ว่าแล้วก็มาถึงบ้านของเฟอร์ส

>สุนัขสองตัวที่อาของเธอเลี้ยงไว้เห่าผมระงมเลย

>จะเดินเข้าไปเรียกยังไงดีเนี่ยะ ลิ่วล้อ 3 ตัว

>ของเธอดูท่าทางจะไม่ปล่อยให้ผมเข้าไปแล้วออกมาอย่างมนุษย์ได้แน่ ๆ

>ระหว่างที่กำลังลำบากใจนั่นเอง โอ…………………

>มาแล้ววววววว นางฟ้า

>เฮ้อ…..ไม่รู้ว่าผมเพิ่งจะสังเกตุอีกครั้งรึยังไง

>แต่เฟอร์สดูสวยน่ารักมาก อีกครั้งที่ผมโดนความ

>สว่างจ้าของเธอเล่นงาน…………ผมจ้องเธออย่างบ้าคลั่ง

>ไม่ยอมละสายตา (ก็เธอน่ารักง่ะ) เฟอร์สออกมาห้ามปรามพวก

>องครักษ์พิทักษ์เฟอร์ส ไม่ให้เห่าผม แล้วเรียกผมให้เข้าไปหาข้างใน

>ใจจริงกลัวจะตาย สุนัข 3 ตัวของเธอ ตัวเป้ง ๆ ทั้งนั้น

>แต่…..ตายเป็นตาย

>ผมแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าคนน่ารักขนาดนางฟ้ากำลังเรียกให้ผมเข้าไปหาเธอ

>ผมยอมโดนกัดตายเลย

>

>เฟอร์ส “มาเช้าเชียว ทุกทีเห็นพี่มาสายนี่คะ”

>ผม “ฮะ ฮะ ฮะ ทุกทีน่ะ ไอ่เบย์มันตื่นสายไง”

>

>อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาว ผมคุยกับนางฟ้าอยู่ครับ T_T

>

>ผม “วันนี้แฟร์ไม่ไปใช่ไหม?”

>เฟอร์ส “ค่ะ ตอนนี้ก็ยังนอนหมดแรงอยู่เลย ทานข้าวมายังคะเนี่ยะ?”

>ผม “ยังเลย รีบมา”

>เฟอร์ส “งั้นทานข้าวที่นี่ด้วยกันไหมคะ ลองทานอาหารฝีมืออานกดู

>อร่อยนะ”

>ผม “……………..เกรงใจนะ”

>

>เอาอีกแล้วครับ เธอน่ารักมากจริง ๆ ไม่ไหว เจอกี่ทีก็เป็นแบบนี้ตลอดเลย

>เฮ้อ…………แต่ก็มีความสุขนะเออ

>ผมเดินเข้าบ้านไป เจออานก แกก็ปฏิสัมพันธ์ดีอีกแล้วครับ

>ต้อนรับขับสู้ผมใหญ่ สองอาหลานช่วย ๆ กันเตรียมอาหาร

>(ผมอยากช่วยเค้าทำอาหารเหมือนกันนะ

>แต่ยังไม่อยากให้ใครรับรู้รสชาติยาพิษที่ผมพยายามปรุงให้มันอร่อย)

>สักพักก็ยกอาหารมา โจ๊กครับ แต่สีสันดูสดใสพิกลนะ ข้าวออกสีขาว ๆ

>รู้สึกจะใส่เห็ดหอมด้วยแหละ แล้วก็มี

>หมูเด้งหน่อย ๆ มีตับ 2-3 ชิ้น เอ…..ประมาณนี้แหละมั้ง

>แต่รสชาติสุดยิดจริง ๆ เปิดร้านได้เลย ได้ยินว่าอานกเคยไปเรียนทำอาหาร

>จากหลาย ๆ ที่ เคยไปเรียนทำโจ๊กแล้วได้สูตรจากร้านโจ๊กชื่อดังที่หนึ่ง

>แต่เค้ามีข้อแม้ว่าห้ามเปิดร้านและห้ามเปิดเผยสูตร ทำทานเอง

>ในบ้านได้ (น่าเสียดายเนอะ)

>

>ทานอาหารเสร็จ เก็บถ้วยชาม ผมกับเฟอร์สก็ออกตัวไปที่เรียนพิเศษ

>เฮ้อ………..มีความสุขอีกแล้วครับ เฟอร์สนั่งข้าง ๆ ผม

>แอร์รถผมพัดโชยเอากลิ่นสบู่และแชมพูแสนหอมอ่อน ๆ จากเฟอร์สมา

>อ๊ออออออออออออออออย ฟามสุขว้อยยยยยย >_<

>แต่…….ระหว่างทางนั่นเอง………………………….ผมจอดตรงไฟแดง

>คุยกับเฟอร์สเพลิน ๆ ก่อนออกตัวตอนไฟเขียว หันไปทางขวา

>…………………………….ขิง!!!!!!!!!! เธอติดไฟแดงเดียวกัน

>และกำลังหันมามองผม คาดว่าคงมองมาตั้งแต่ติดไฟแดงแล้วมั้ง O_o”

>บรรยากาศที่เรียนพิเศษวันนี้มันยังไงชอบกล ๆ นะ ผมได้มากับเฟอร์ส

>นั่นเป็นเรื่องที่แสนสดชื่น น่ายินดีเสียนี่กระไร แต่การถูก

>ขิงเห็นตอนที่ติดไฟแดง

>ทำไมมันน่าอึดอัดใจขนาดนี้เนี่ยะ………………แปลก………………จริง

>ๆ แล้วก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลยนี่

>เรากับขิงก็ไม่ได้เป็นอะไรกันซักหน่อย

>ทำไมต้องกดดันด้วยล่ะเนี่ยะ…………………………………

>

>ตามเดิม ความสัมพันธ์ของผมกับขิงก็ระหองระแหงอยู่แล้ว

>(ด้วยเหตุอะไรก็ยังไม่ทราบเลยตอนนี้) กลับมาเจอเหตุการณ์เมื่อเช้าอีก

>กรรม แบบนี้จะได้คืนดีไหมเนี่ยะ

>

>พูดกันตามตรงแล้ว อันที่จริง ผมไปทำอะไรให้ขิงเค้าโกรธล่ะเนี่ยะ

>ตั้งแต่แรกแล้ว ทำไมไม่ยอมคุยด้วย ผมยังไม่ได้ทำอะไรเค้าเลย

>ทำไมไม่มีเหตุผลแบบนี้ล่ะ? นึกจะไม่คุยก็ไม่คุยเลยเหรอ อันที่จริง

>ผมจะไม่ใส่ใจก็ได้นะ แต่คนรู้จักกัน เป็นเพื่อนกันแล้ว จู่ ๆ เค้า

>ก็ไม่คุยด้วย เหมือนโกรธอะไรเราซักอย่าง แบบนี้มันก็ไม่สบายใจ

>ต้องให้ทำยังไงกันล่ะเนี่ยะ…………..ยิ่งแย่กว่าเดิม

>ทำไมรู้สึกอย่างนั้น

>ก็ไม่รู้นะ ที่วันนี้ขิงเห็นผมพาเฟอร์สมาที่เรียนพิเศษด้วยกันตอนเช้า

>แต่ความรู้สึกมันเหมือนกับว่าขิงจะยิ่งไม่ชอบหน้าผม…..

>คิดมาไปเองรึเปล่าเนี่ยะ หรือความจริง การเจอกันครั้งหน้า

>ขิงอาจจะยอมคุยดีกับผมแล้วก็ได้ ยังไงซะ บทสรุปมันคงออกมาหลังจาก

>ผมไปถึงที่เรียนพิเศษนี่แหละ ดีล่ะ! จะได้สังเกตุอาการขิง…..

>แต่ในทางเดียวกัน การรีบไปที่เรียนพิเศษก็ทำให้เวลาที่ผมจะได้อยู่กัน

>สองต่อสองของผมกับเฟอร์สก็สั้นลงด้วย

>แต่…..เฮ้อ…..คราวนี้ก็คงต้องยอมให้มันเป็นแบบนั้นแหละนะ

>ตอนนี้ไขข้อข้องใจกับขิง

>น่าจะสำคัญกว่า สำหรับเฟอร์ส ยังไงซะ

>เฟอร์สก็คงจะไม่เสียความรู้สึกอะไรหรอก เพราะเฟอร์สไม่รู้นี่

>ว่าเรารีบไปที่เรียนพิเศษทำไม

>(ทำแบบนี้ เหมือนกับว่าตัวเองเป็นหลายใจยังไงไม่รู้แฮะ ต้องคอยสับราง

>ทั้งที่จริงมันก็ไม่ใช่แบบนั้นนี่)

>

>ผลออกมาเหนือความคาดหมายของผม มันผิดพลาดมาก ผมมาถึงที่เรียนพิเศษ

>แต่…..ขิงไม่มา ไม่มาทั้งวันเลย เรียนเสร็จถึงเที่ยง…

>ขิงก็ยังไม่มา

>ทุกคนปรึกษากันว่าจะไปทานข้าวที่ร้านข้าวมันไก่เจ้าอร่อยที่หนึ่ง…..

>ทุกคนไปกันหมด ตัวผมเองกำลังชั่งใจว่าจะไปกับ

>พวกเขาหรือจะแยกตัวไปหาขิงที่คอนโดดู….. แต่…..นึกไปนึกมา

>ทำไมผมต้องดั้นด้นไปหาเธอขนาดนั้นด้วย ผมไม่ได้ทำอะไรเธอ

>เมื่อเช้าเห็นเธอแล้ว ก็ไม่เห็นจะป่วยตรงไหน

>สุดท้ายก็ตัดสินใจไปทานข้าวกับคนอื่น ๆ

>

>ทำไมรู้สึกข้าวมันจืดชืดจริง ๆ ทั้งที่เขาบอกว่าเป็นเจ้าอร่อย

>ผมนั่งทานอาหารกับเพื่อน ๆ ทั้งที่ไม่แน่ใจว่าจริง ๆ

>แล้วผมควรจะมานั่งอยู่

>ตรงนี้ดีรึเปล่า……..แต่อีกใจมันก็เถียงว่าเราไม่ได้ทำอะไรผิดนี่

>มันไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ขนาดนั้นซะหน่อย ไม่ต้องไปใส่ใจ

>ทานข้าวแล้วคุยกับ

>เพื่อน ๆ

>อย่างสนุกสนานเถอะ………ในระหว่างจมอยู่ในห้วงความคิดนั่นเอง…..เสียงครีมก็ทักผมขึ้น

>

>ครีม “เอ่อ…พี…เดี๋ยวส่งเราไปซื้อเสื้อหน่อยได้มั้ย?”

>ผม “เอ๋?…เอ่อ…..ก็ได้จ๊ะ”

>

>ใจจริงผมก็ไม่แน่ใจว่าผมควรจะไปด้วยครีมรึเปล่า แต่ในหัวมันก็ตื้อ ๆ

>นึกอะไรไม่ค่อยออก ก็เลยรับปากส่งเดชไปอย่างนั้นเอง…..

>มารู้ตัวอีกทีว่าพูดอะไรไปก็ตอนมาเดินกับครีมแล้ว…..

>แล้วผมก็ได้รู้ถึงจุดประสงค์ที่จริงของครีม

>ความจริงเธอต้องการคุยเรื่องของ

>ผมกับขิงต่างหาก ก็เลยหาเหตุออกมากับผม

>

>ครีม “เป็นไงบ้าง?”

>ผม “หา? อะไรเป็นไงบ้าง?”

>ครีม “ก็เรื่องขิงไง”

>ผม “อ๋อ อือ….ตอนเช้าเจอนะ…..ไม่รู้ทำไมวันนี้ไม่มา…………”

>ครีม “ไม่รู้จริง ๆ น่ะเหรอ?”

>ผม “………………..อืม………………….”

>ง่ะ เธอถามเหมือนรู้เห็นในเหตุการณ์เลย…..

>

>ผมอยากเล่าแทบแย่ เรื่องเหตุการณ์เมื่อเช้าที่เกิดขึ้นตรงแยกไฟแดง…..

>แต่อะไรบางอย่างทำให้ผมรู้สึกว่าไม่ควรเล่าให้ครีมฟัง…..

>ผมพูดกว้าง ๆ แค่ว่า “ท่าทางมันจะแย่กว่าเดิมอ่ะ” ทั้งที่ผมบอกแบบนั้น

>แต่เธอไม่เห็นจะดูวิตกเหมือนผมเลย แปลก……………….

>

>ครีม “เธอไปทำอะไรให้ขิงเค้าขัดข้องหมองใจรึเปล่าล่ะ?”

>ผม “เปล่านะ…………………(อันที่จริงอาจจะทำก็ได้

>ผมเองก็ไม่แน่ใจ)……………………”

>ครีม “เอ…..ไม่น่าเป็นไปได้นะว่าเค้าเบื่อหน้าพีน่ะ

>ก็ทุกวันเห็นหยอกล้อเล่นกันสนุกสนานดีนี่”

>ผม “สังเกตุด้วยเหรอ ฮะ ฮะ”

>ครีม “อันที่จริง พีอาจจะเป็นคนผิดจริง ๆ ก็ได้นะ

>บางทีอาจจะไปเล่นเค้าแรง ๆ โดยไม่รู้ตัวก็ได้…..”

>ผม “เอ๋? จริงเหรอ? งั้น…..ครีมคิดว่าเราน่าจะทำยังไงดีล่ะ?”

>ครีม “ก็อย่าเพิ่งไปกวนอารมณ์เค้าสักพักจะดีกว่านะ

>รอขิงอารมณ์ดีกว่านี้ก่อนจะดีกว่า”

>ผม “ง่า…..ทางออกนั้นน่าจะใช้ตอนที่เค้ายังไม่โกรธเราสิ

>ตอนนี้ถึงจะทำแบบนั้นไปก็ไม่เห็นมีประโยชเลย…..”

>ครีม “………อืม ก็จริงนะ………………ไม่แน่นะ

>ตอนนี้ขิงอาจจะประสบปัญหาหญิงอยู่ก็ได้”

>ผม “ปัญหาหญิง”

>ครีม “…………………….. (กระซิบ) ประจำเดือนจ๊ะ

>(หน้าแดงหน่อย ๆ น่าร๊าาาาาาาาาาาาก)……………………..”

>ผม “ไม่น่าใช่นะ ก็มันจะมีเดือนละครั้งไม่ใช่เหรอ ประมาณ 4-5

>วันที่แล้วเค้าก็ยังบอกเราอยู่เลยว่าอย่าเพิ่งยุ่ง

>เค้าเป็นประจำเดือนอยู่”

>ครีม “……………………..ว้า…..งั้นก็ยากแล้วแหละ

>ไม่รู้เป็นอะไร งั้นทางที่ดีอย่าเพิ่งไปยุ่งกับเค้าซักระยะก็แล้วกัน

>อยู่ห่าง ๆ เค้าซัก

>ระยะหนึ่งดีกว่านะ”

>

>ทางออกของครีมก็อาจจะฟังดูเข้าท่าดีนะครับ แต่ส่วนตัวผมแล้ว ด้วยนิสัย

>ผมอยากเข้าไปเคลียร์ให้รู้แจ้งไปเลยมากกว่า แต่ในสถานการณ์

>ที่ไม่สามารถคอนเน็คติ้งพีเพิ้ลแบบนี้

>วิธีของครีมดูท่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่านะ

>งั้นทนอยู่ห่างขิงซักระยะละกัน

>

>นั่นเป็นเรื่องยากลำบากสำหรับผมพอสมควรทีเดียว

>เพราะปกติผมกับครีมจะติดกันยังกะตังเม ผมคอยหยอกล้อแกล้งขิงอยู่ประจำ

>แล้วเค้าก็จะล้อเล่นตีกันเบา ๆ เล็ก ๆ น้อย ๆ

>แต่พอมาตอนนี้ที่จะต้องไม่คุยไม่เข้าใกล้ไม่เล่นด้วยมันก็น่าอึดอัดในระดับหนึ่ง

>แล้วยิ่ง

>รู้สึกว่าขิงจะไม่ยอมคุยด้วยดี ๆ

>ก็ยิ่งรู้สึกร้อนรนอยากเข้าไปคุยมากขึ้นอีก…………. -_-”

>

>วันนี้ไอ่เบย์ไม่มา ตาลก็ด้วย

>(โดดไปเที่ยวด้วยกันเพื่อให้ผมได้รถมารับเฟอร์สตอนเช้า) พูดถึงเฟอร์ส

>วันนี้อยากอยู่ด้วย อยากคุยกัน

>อยากไปเที่ยวด้วยมาก ถ้าไม่ติดเรื่องที่ต้องขุ่นข้องกับขิงเนี่ยะ

>ผมอาจจะมีความกล้าพอจะชวนเธอไปเที่ยวก็ได้นะ…..แต่ตอนนี้อารมณ์

>ไม่อยากชวนใครเที่ยวด้วยเลยจริง ๆ แต่ก็ยังดี มีครีมคอยคิดหาทางออกด้วย

>ยังไม่รู้เลยว่าต้องทำยังไงให้ขิงกลับมาสนิทกันเหมือนเคย

>เหตุใหญ่ก็คือไม่รู้ว่าเธอโกรธผมเรื่องอะไร ถ้ารู้

>ถ้ามันเป็นเรื่องไม่ลำบากเกินไป ผมยอมทำให้เธอได้แน่ ๆ

>

>วันรุ่งขึ้น ขิงยังไม่ยอมมาเรียนอีก ผมเล่าเรื่องทั้งหมดให้ไอ่เบย์ฟัง

>ดูมันอึกอักนิดหน่อย

>

>ไอ่เบย์ “ถามจริง ๆ มรึงชอบเฟอร์สไม่ใช่เหรอ? แล้วจะใส่ใจขิงทำไม?”

>ผม “ไม่รู้ว่ะ แต่ที่แน่ ๆ กรูไม่อยากให้ขิงเค้าหลบหน้ากรูแบบนี้อ่ะ

>ยังต้องเรียนอยู่ด้วยกันเดือนกว่า กรูไม่อยากมองหน้าเค้าไม่ติด”

>ไอ่เบย์ “…………………..มรึงรู้มั้ย ถ้ากรูไม่ใช่เพื่อนมรึง

>กรูก็คงคิดแล้วล่ะว่าขิงเค้าหึงมรึง”

>ผม “อ่าว!…..ไม่ได้เป็นอะไรกัน จะหึงทำไม?”

>ไอ่เบย์ “ก็เพราะไม่ได้เป็นอะไรกันล่ะมั้ง ถึงได้หึง

>เพราะถ้าเป็นแฟนกันจริง ๆ แล้วเค้าเห็นมรึงไปกับผู้หญิงคนอื่น

>ป่านนี้เค้าเอาปืนมายิง

>อกมรึงตายห่ะไปแล้ว…..”

>ผม “ไม่ได้หมายถึงแบบนั้น คือ………เพื่อนทำไมต้องหึงเพื่อนล่ะวะ”

>ไอ่เบย์ “เค้าคิดกับมรึงแค่เพื่อนจริง ๆ เร้อ…..”

>ผม “มรึงกำลังหมายถึงอะไร?”

>ไอ่เบย์ “………………………………..เปล่า ช่างเหอะ

>กรูพูดเล่น ๆ ไปงั้นแหละ………………………………….”

>ผม

>”………………………………………….. แล้วนี่กรูต้องทำไงวะเนี่ยะ………………ครีมเค้าบอกให้ออกห่างขิงซัก พักอ่ะ”

>ไอ่เบย์ “มันก็ใช่อ่ะนะ รอเค้าอารมณ์ดีก่อนค่อยเข้าไปคุยก็ได้นี่เนอะ

>แต่……………กรูรู้ดี กรูเพื่อนมรึง

>ตอนนี้มรึงคงร้อนรนอยู่อ่ะดิ”

>ผม “เออ……………เออ……………..แล้วกรูหวังอะไรจากมรึง

>พอจะเดาออกไหม”

>ไอ่เบย์ “ฮะ ฮะ ถ้ามรึงไม่ได้กรูเป็นเพื่อน

>ป่านนี้มรึงจะเป็นยังไงบ้างแล้ววะเนี่ยะ”

>

>ผมรู้สึกอุ่นในอย่างบอกไม่ถูก

>ที่ไอ่เบย์รับปากจะช่วย……………………………..

>ผม “ขิง…คุยกันก่อนได้มั้ย อย่าเพิ่งรีบไปไหนเลยนะ”

>

>ผมรีบชวน เพราะรู้ว่าขิงรู้แผนของไอ่เบย์แล้ว และคราวหน้า

>โอกาศแบบนี้จะเกิดขึ้นได้ไม่ง่าย

>

>ขิง “แต่เราไม่มีอะไรจะคุยด้วยนี่ ปล่อยเถอะ จะไปแล้ว”

>ผม “แต่เรามี!!! ขอเวลาเดี๋ยวเดียวนะ”

>

>รู้สึกบรรยากาศมันจะกลับมาเป็นเหมือนตอนแรกที่ผมกับขิงเพิ่งรู้จักกันอีกแล้ว

>ผมขอเวลาคุยกับขิงเดี๋ยวนึงเหมือนตอนนั้นอีกครั้ง

>เงียบมองหน้ากันอยู่สักพัก

>

>ผม “ขิง จะยังไงก็ได้

>แต่ช่วยไปนั่งเก้าอี้ตัวนั้นคุยกับเราหน่อยนึงได้มั้ย?”

>ขิง “แต่เราไม่มีอะไรจะคุย……”

>ผม “ยังไงก็ได้”

>ขิง “…..ถ้าแป๊ปเดียวก็……”

>ผม “ยังไงก็ได้!!! ขอล่ะ แค่แป๊ปเดียว”

>

>เฮ้อ…..ยากเย็นแสนเข็ญกว่าจะขอให้ไปนั่งได้

>แต่สุดท้ายก็ยังดีที่สำเร็จอ่ะนะ

>ขิงยอมไปนั่งที่เก้าอี้ตัวงามนั้นกับผม ร่มไม้ทำให้ไม่รู้สึกร้อน

>คนเดินผ่านแถวนั้นก็มีบ้างแต่ค่อนข้างน้อย

>จึงได้บรรยากาศส่วนตัวมากขึ้น

>

>ขิง “เอ้า! มานั่งแล้ว มีอะไรจะคุย”

>ผม

>”…………………………….ขิงกลับมาเหินห่างกับเราเหมือนตอนแรกอีกแล้วล่ะรู้ไหม?…………………………….”

>ขิง “เราเหินห่าง!?! พูดใหม่อีกทีซิ

>เราหรือนายที่เหินห่าง…………….”

>ผม “เราเหรอ? เราเหินห่างยังไง

>ถ้าเราเหินห่างจริงวันนี้เราจะมาตื้อให้อยู่คุยกันเหรอ?”

>ขิง “ต้องให้เราหลบหน้าก่อนแล้วค่อยมาตื้อเนี่ยะมันใช้ได้เหรอ!?!”

>ผม “………..ยอมรับแล้วสินะว่าหลบหน้าเราอยู่น่ะ…………”

>ขิง “………………………รู้ไหม…..ตอนนั้นที่มีเรา นาย ตาล

>นายเบย์ ไปเที่ยวไหนต่อไหนกัน 4 คน

>ตัวเธอเองคงรู้สึกธรรมดาเฉยชามากสินะ

>ก็มีสาว ๆ ชวนไปโน่นมานี่ได้ทุกวัน แต่รู้ไหม สำหรับเรากับตาล

>พวกเราสนุกกันมาก เราไม่เคยคบเพื่อนผู้ชายมาก่อน แล้วพวกเธอก็เข้ามา

>ทำให้ภาพจณ์ที่เราหวั่นเกรงหายไป

>ความรู้สึกว่าเป็นพวกพ้องเดียวกันก็เข้ามาแทน

>ทำให้เรารู้สึกไว้วางใจและสนิทเป็นเพื่อนด้วยได้

>แต่หลัง ๆ มา ตั้งแต่เรื่องของแอนแล้ว เธอก็เริ่มห่างเหิน ต้องเป็นธุระ

>เป็นทุกข์เป็นร้อนให้เค้าซะหมด เดี๋ยวก็เรื่องของคนโน้น เดี๋ยวก็

>เรื่องของคนนี้ เธอสังเกตุบ้างรึเปล่าว่าในกลุ่มพวกเรา

>เธอนั่นแหละที่ห่างเหินกับใคร ๆ มากที่สุด รู้ไหม

>ถ้าไม่ใช่พวกเราที่เป็นเพื่อนกัน

>คนอื่น ๆ เค้ามองว่าเธอเป็นคนเจ้าชู้หลีสาวไปทั่ว ทีแรกก็คิดว่าจะเตือน

>แต่เห็นท่าทางเธอมีความสุขเหลือเกินนี่ มันก็คงจะไม่ใช่หน้าที่ ๆ

>เราจะต้องไปบอกอะไรหรอกนะ

>แต่เราก็ไม่อยากให้ใครคิดว่าเราเป็นหนึ่งในหญิงที่เธอกำลังจีบอยู่

>ก็เลยทำตัวออกห่าง……………….

>เข้าใจความหมายที่พูดไหม”

>

>โห…..หนักครับ กับคำกล่าวหานี้

>ผมที่ไม่เคยจีบใครและไม่เคยมีใครจีบมาก่อน

>แต่กับการกระทำอันโง่งมของผมกลับทำให้ศักดิ์ศรีของผม

>เปื้อนราคีไปโดยที่ผมไม่รู้ตัวเลย………………ถูกของขิง

>เธอไม่ผิด เธอแค่ไม่อยากให้ตัวเธอเข้ามาอยู่ในวงจรอุบาทนี้

>จึงเลือกทางเหินห่าง

>ส่วนไอ่ผมที่มันไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ก็มัวแต่คิดพะว้าพะวงว่าขิงมีปัญหา

>ถึงต้องแยกตัวออกห่างสังคม ทั้งที่จริง ปัญหามันเกิดขึ้นข้างตัวผมเอง

>ไม่เคยรู้เลยจริง ๆ

>ถ้า งั้นเรื่องคราวนี้ผิดที่ผมเหรอเนี่ ยะ?……………………………………………………………………………………………

>ถ้างั้น…..ทำยังไงล่ะ…..คิด คิด คิด คิด คิด คิด

>คิด……………………คิด……………..ไม่………………ออก………………………………….

>ไอ่เบย์เองก็คงคิดไม่ถึงในเรื่องนี้ แต่อย่างน้อย ถ้ามันอยู่ตรงนี้ด้วย

>ผมมั่นใจว่ามันคงจะช่วยคิดหาทางออกในเวลาแบบนี้ได้ แต่…………..

>

>ขิง

>”………………………ถ้าเธอยังมีความสุขอยู่ในตอนนี้เราก็ไม่ว่าอะไรนะ

>แต่ถ้าไม่ เราคิดว่าเธอน่าจะเปลี่ยนอะไรหน่อยแล้ว………………”

>ผม “รู้เหรอว่าเราควรทำยังไง…..”

>

>เออ บรรยากาศดีกว่าเมื่อกี้หน่อย

>ตอนนี้กลายเป็นว่าผมขอคำแนะนำจากขิงแล้ว ดีเหมือนกัน

>อย่างน้อยขิงก็ยอมคุยกับผม ให้คำปรึกษาผมแล้ว

>แล้วที่สำคัญ ผมจะได้เปลี่ยนสายตาของคนรอบข้างที่มองผมว่าขี้หลีด้วย

>เย้ววววววววววว ^_^

>ในวันนั้น

>ผมกับขิงก็แยกย้ายกันกลับโดยยังไม่ได้คำปรึกษาอะไรจากขิงมากนัก

>ซึ่งผมชั่งใจอยู่เล็กน้อยว่าจะบอกไอ่เบย์หรือไม่ แต่สุดท้ายก็

>คิดว่าบอกมันซะดีกว่า มันจะได้รู้สถานการณ์

>บางทีมันก็อาจจะช่วยได้อีกแรง

>แต่ถ้ามันเสนอวิธีแก้ปัญหาที่ต่างจากขิงล่ะ? แล้วผมจะเชื่อใครดี

>

>ไอ่เบย์ได้ฟังเรื่องตามนั้นแล้ว มันก็ไม่ได้เสนอวิธีแก้ปัญหาอะไร

>บอกแค่ว่า “ไว้วิธีของขิงไม่ได้ผล กรูค่อยช่วยมรึงคิดแผนอีกทีละกัน”

>เป็นอันว่าให้ดำเนินตามความคิดของขิงก่อน แบบนี้ก็ง่ายหน่อย

>ผมอธิษฐานให้แผนของขิงสำเร็จ จะได้ไม่ต้องยุ่งยากลำบากไอ่เบย์อีก

>แล้วถ้าแผนของขิงเหลว เท่ากับว่าเธอช่วยเหลือผมไม่สำเร็จ

>อะไรทำนองนั้นอีก ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ผมก็ไม่ว่าอะไรเธอหรอก

>แต่กลัวขิงจะ

>มองหน้าผมไม่ติดเท่านั้นเอง

>

>ในวันรุ่งขึ้น

>ผมตรงดิ่งเข้าไปหาขิงก่อนเลยเพื่อขอรับภาระกิจว่าต้องทำอะไรยังไงบ้าง

>ซึ่ง………..เธอไม่ยอมคุยกับผมอีกแล้ว ดูเหมือนว่า

>ในที่สาธารณะที่มีคนรู้จักอยู่ด้วย ขิงจะไม่ยอมคุยกับผม

>(เธอรักษาภาพพจณ์ของเธอเอง) ซึ่งผมก็เข้าใจ

>จึงเก็บคำถามไว้ตอนเรียนเสร็จ

>ซึ่งแน่นอน

>ต้องไม่ให้ใครรู้ว่าผมกับขิงไปที่เดียวกันเพื่อไปพบเจอพูดคุยกัน

>ดังนั้น ไอ่เบย์อาสาบอกคนอื่น ๆ ว่าจะกลับหอกับผม (ซึ่งอันที่จริง

>มันไปเที่ยวสำราญใจกับตาลหวานฉ่ำ)

>ผมนัดคุยกับขิงไว้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งไกลจากแหล่งพวกเราพอสมควร

>คิดว่าไม่น่าจะมีใครมาทาน

>ข้าวเที่ยงไกลจากที่เรียนพิเศษแบบนี้………ว่าแล้วก็เปิดบทสนทนากัน

>

>ผม “นี่ ตอนเช้าขอโทษนะที่เข้าไปทัก ลืมไป

>เรื่องที่ขิงต้องระวังภาพพจณ์”

>ขิง “ช่างเถอะ เข้าเรื่องเลยละกัน ตอนนี้เธอสนิทกับใครในกลุ่มบ้างล่ะ?”

>ผม “อืม……….นอกจากขิงก็มีตาล ครีม

>อืม……………………………เอ้อ! ก็คุย ๆ

>กับฝนเรื่องเพลงญี่ปุ่นบ้างนะ แล้วก็……….”

>ขิง “เอาเฉพาะคนที่มีเรื่องอื้อฉาวกับเธอตอนนี้สิ!!!”

>ผม “งั้นก็มีตาล ครีม แอน แล้วก็………….อืม หมดแระ”

>

>ผมเกือบหลุดชื่อเฟอร์สออกมา

>ซึ่งท่าทางของขิงก็ยังหวังจะได้ยินอีกชื่อออกจากปากผม

>แต่สุดท้ายก็ไม่ได้บอกไป

>

>ขิง “เท่านี้ใช่มั้ย?”

>ผม

>”…………………………..อืม………………..มั้ง………”

>ขิง “……………………………อืม

>งั้นตอนนี้เธอคิดว่าคนเค้ามองว่าเธอใกล้ชิดใครที่สุดล่ะ?”

>ผม “ไม่รู้สินะ แต่คิดว่าคงเป็นแอนมั้ง ก็ก่อนหน้านั้นเคยช่วยแอน

>ก็เลยต้องไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อย ๆ นี่นะ แต่หลัง ๆ ก็ไปกันเป็นกลุ่ม

>หลัง ๆ ก็คิดว่าเป็นครีมล่ะมั้ง เรามีธุระจะคุยด้วยน่ะ

>ก็เลยต้องชวนไปโน่นมานี่ด้วยกันบ่อยนิดหน่อย”

>ขิง

>”…………………….งั้นก็ครีมสินะที่เป็นเค้ามองว่าเธอจะจีบ”

>

>…………….ผมยังรู้สึกเหมือนว่าขิงต้องการจะให้ผมเผยว่า

>”มีเฟอร์สอีกคนนึง” ออกมาจากปากของผม ยืนยันภาพที่เธอเห็นในวันนั้น

>ซึ่งผมก็ยังรู้สึกแปลกอยู่ที่ว่าขิงไม่ถามว่า

>”แล้วที่นั่งอยู่บนรถตอนนั้น ใคร? ” แต่ก็ดี

>ไม่ต้องคิดหาข้อแก้ตัวตอนนี้

>

>ผม “งั้นเราต้องทำยังไง? “

>ขิง

>”………………………อย่าห่างเหินกับครีมล่ะ…ไปไหนมาไหนด้วยกันเหมือนเดิมแหละ”

>

>ในขณะที่ผมกำลังคิดว่าขิงพูดประชดผม คล้าย ๆ

>กับจะบอกว่าให้ออกห่างกับครีม แต่……………..

>

>ขิง “แต่ให้ไปกับเพื่อนคนอื่น ๆ ด้วยซัก 2-3 คนนะ

>แล้วก็ให้ความสำคัญและสนิทสนมกับเพื่อนสองคนนั้นให้พอ ๆ กับครีม

>ให้เค้าเข้าใจว่า

>เธอให้ความสำคัญกับครีมพอ ๆ กับเพื่อนคนอื่น ๆ”

>

>สิ่งที่เธอแนะนำต่อมาฟังดูเข้าท่ามากมายครับ ทำเอาผมตะลึงเล็กน้อย

>เธอคิดจะช่วยเหลือผมจริง ๆ ไม่ได้มีเจตนาอะไรเคลือบแคลงเลย

>โอ้! จ๊อช! ขิงยอดมากกกกกกกกกกกกกกกกก >_<

>

>ในวันรุ่งขึ้น ผมลองทำตามคำแนะนำของขิง ซึ่งมันทำให้หลาย ๆ

>คนสงสัยว่าผมเป็นอะไร ในวันนั้นทำไมถึงเงียบ ๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร

>อันที่จริงอยากคุยเล่นกับใครหลาย ๆ คน จะตายแน่ะ

>แต่รู้สึกว่าสิ่งที่ขิงแนะนำมันก็จำเป็นต้องทำ…………งั้นผมจะเงียบอยู่แบบนี้ได้นาน

>เท่าไหร่เชียว มันขัด ๆ กับตัวผมมาเลย

>แต่ครีมก็ยังคอยมาคุยด้วยเป็นระยะ ๆ

>ซึ่งการที่ครีมอาสาจะหาทางช่วยผมให้คุยกับขิงได้ (ทั้งที่จริง

>ตอนนี้ก็คุยได้แล้วแหละนะ

>แต่ผมไม่อยากให้ครีมรู้เลยว่าที่เธอเข้าใจน่ะมันผิด) ผมก็เลยตามเลย

>เหมือนกับรับฟังคำปรึกษา มาถึงตรงนี้

>ผมรู้สึกผิดจริง ๆ มันเหมือนกับว่าผมหลอกครีมอยู่

>ทำให้เธอมัวพูดและคอยช่วยคิดวิธีแก้ปัญหาทั้งที่จริง ๆ แล้ว

>มันไม่ได้มีปัญหาอย่างที่

>เธอคิด……………………….

>

>ผมกับขิงยังนัดเพื่อพูดคุยกันเช่นเดิม (สถานที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ)

>ผมเล่าถึงการกระทำทุกอย่างของผมในวันนี้ให้ขิงฟัง (รวมทั้งเรื่องของ

>ครีมที่มาให้คำปรึกษาเรื่องของขิงด้วย)

>ซึ่งขิงหัวเราะนิดหน่อยที่ได้ฟังเรื่องที่ครีมมาให้คำปรึกษาผม

>แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมากไป

>แต่ดูเหมือนว่าการที่ขิงหัวเราะมันจะมีค่ามากสำหรับผมในตอนนั้น

>แล้วก็คุยกันต่อ ขิงบอกว่าดีแล้ว ให้มันเป็นแบบนี้ไปสัก 4-5 วัน

>ถ้าผมทนได้

>(หมายความว่าไงหว่า ถ้าผมทนได้?)

>คิดว่าทุกคนจะต้องเปลี่ยนมุมมองพอสมควรทีเดียว………………..อืม

>ฟังดูน่าเชื่อถือมาก

>

>ประมาณ 3-4 วันแล้วที่ผมไม่ได้คุยหรือสุงสิงกับใครเลย บอกตรง ๆ ครับ

>อึดอัดมากเวลาเห็นคนอื่นเขาคุยกันเล่นสนุกหยอกล้อกัน แต่ผม

>กลับต้องคอยเงียบมองเขาอย่างเดียว

>มาถึงวันนี้ก็ไม่มีใครคุยกับผมเสียแล้วล่ะครับ

>เค้าคงรู้สึกล่ะมั้งว่าผมไม่น่าเข้าใกล้ แบบนี้ดีขึ้นแน่เหรอ

>สุขภาพจิตเรามันจะยิ่งเสียนะเนี่ยะ แต่ขิงก็ยังย้ำอยู่ว่ามันดีขึ้นแล้ว

>คนเริ่มไม่คุยด้วยก็หมายความว่าเค้าภาพพจณ์หนุ่มขี้หลีค่อย ๆ หายไปแล้ว

>เรื่องความสนิทไว้ค่อยพัฒนาใหม่ก็ไม่เสียหาย แต่ตอนนี้รักษาภาพพจณ์ก่อน

>

>ในระหว่างที่เขาคุยเล่นสนุกกัน ผมมัวทำอะไรอยู่เนี่ยะ

>คุยกับใครก็ไม่ได้ เล่นกับใครก็ไม่ได้

>รู้สึกเหมือนไปเพื่อเรียนพิเศษอย่างเดียวเลย

>นี่มันต้องกลายเป็นแบบนี้เพราะอะไรเนี่ยะ…………….เพราะผมเองเหรอ?

>ที่ให้ความสนิดกับใคร ๆ ก็แล้วมันผิดตรงไหนไม่เข้าใจเลย

>ก็คนรอบข้างเราเค้าเป็นคนดีนี่

>เราก็อยากให้ความไว้เนื้อเชื่อใจแล้วก็อยากคุยอย่างสนิดสนมเป็นธรรมชาติ

>กลับกลายเป็นมองกันในแง่ลบ

>แบบนี้ ผมหรือคนที่มองในแง่ลบกันแน่ที่ผิดน่ะ

>

>รู้แล้วว่าที่ขิงบอกว่าถ้าทนไหวมันเพราะอะไร ทรมานจริง ๆ แหละครับ

>กับการคุยกับใครไม่ได้ นี่แค่ 4 วันนะ

>ยังต้องทนแบบนี้ไปอีกนานไหมเนี่ยะ

>ถ้าคนที่ปล่อยข่าวว่าผมขี้หลีต้องการให้ผมทุกข์ใจล่ะก็

>เขาทำสำเร็จแล้วล่ะครับ

>

>ผม “ขิง เริ่มอึดอัดแล้วล่ะ ไม่ได้คุยกับใครเลย คุยแต่กับไอ่เบย์ทุกวัน

>อยากคุยเล่นกับคนอื่น ๆ แล้วแหละ”

>ขิง “เราก็เปล่าบังคับเธอนี่ จะคุยก็ได้”

>

>ผมรู้สึกเหมือนกับว่าขิงพูดกระทบกระแทกเล็กน้อยซึ่งผมก็เข้าใจ

>ถ้าผมคุยกับใคร ๆ ตอนนี้ ที่ทนมาก่อนหน้านี้ก็ไม่มีความหมายเลย

>แล้วผมสงสัยจริง ๆ ทำไมไม่มีใครว่าไอ่เบย์เลย

>ทั้งที่มันก็คุยล้อเล่นกับคนอื่นพอ ๆ กับผม

>หรือว่าเพราะไอ่เบย์มันเป็นแฟนกับตาลแล้ว

>ถึงทำให้ไม่ว่ามันจะคุยกับใครก็ไม่มีใครนินทา

>หรือต้องให้ผมมีแฟนก่อนถึงจะคุยกับใคร ๆ

>ได้น่ะ………..แต่แบบนั้นมันก็ไม่ดีอีกนั่นแหละ

>เดี๋ยวจะถูกมองว่ามีแฟนแล้วแต่ก็ยังเจ้าชู้อีก แล้วอีกอย่าง

>ผมก็ยังไม่คิดจะเป็นแฟนใครเสียด้วย มีที่ชอบนะ แต่ยังไม่มีที่รัก

>ซึ่งผมคิดว่า

>ถ้า ผมจะเป็นแฟนกับใครสักคนก็อยากคบกับด้วยรัก…..ไม่ใช่แค่ชอบ…..อีกเรื่อง ก็คือ……….ใครกันนะที่เป็นต้นหนในการนินทาผมแบบนั้น

>มันน่าแค้นจริง ๆ

>

>คิดว่าคงอดทนได้อีกสัก 2-3 วัน แล้วดูผล

>ถ้ามันยังไม่ดีขึ้นอีกก็ไม่ทนมันแล้ว -”-

>

>ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์เต็ม ๆ จนได้

>กับการที่ผมต้องอดทนตีตัวออกห่างจากสังคม ซึ่งนั่นทำให้ผมรู้สึกแย่มาก

>ๆ เหงาจริง ๆ แต่ก็ทนจน

>ผ่านมาได้ล่ะนะ วันนี้อยากรู้จริง ๆ ว่าขิงจะแนะนำอะไรเพิ่ม

>เพราะนี่ก็ครบกำหนดขั้นตอนที่บอกให้ผมไม่ต้องคุยกับใครเลยแล้วนี่นะ

>

>มาถึงที่เรียนพิเศษตอนเช้า พอเดินเข้ามาเจอเพื่อน ๆ

>นั่งอยู่ในห้องTVพอผมกับไอ่เบย์เดินเข้ามาในห้อง

>ทุกคนทักทายไอ่เบย์หมดแต่ไม่ได้

>ทักทายผม

>(แสดงออกอย่างเห็นได้ชัดทีเดียวแหละว่าทุกคนกลายเป็นคนแปลกหน้าสำหรับผมเหมือนแต่ก่อนเสียแล้ว)

>

>ตอนแรกที่ผมได้รู้จักกับพวกเค้าก็เพราะไอ่เบย์ แต่คราวนี้

>ไอ่เบย์รู้จักกับทุกคนแล้ว แต่ยังเหลือผมที่เป็นคนแปลกหน้าสำหรับพวกเขา

>แล้วผม

>จะเริ่มยังไงดี จะคุยยังไงดี จู่ ๆ

>เข้าไปคุยเลยมันก็ค่อนข้างแปลกมากไปสักหน่อยล่ะนะ

>คงต้องพึ่งคำแนะนำจากขิงเท่านั้นแล้วล่ะ

>

>แต่พอเลิกเรียนพิเศษตอนเที่ยง ผมยังไม่ทันไปขอคำแนะนำจากขิงเลย แฟง

>เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่ม ม.ช. ก็เรียกผมไปคุยเป็นการส่วนตัว

>

>แฟง “นี่ ถามจริง ๆ เถอะนายพี เธอเป็นอะไรกันแน่น่ะ รู้มั้ย

>แบบนี้พวกเราอึดอัดนะ 1 อาทิตย์ที่ผ่านมานี่

>เธอไม่ได้ไปทานข้าวกับพวกเราเลย

>แล้วยังไม่คุยอีกด้วย ไม่ว่ากับใคร ไม่ว่ากลุ่ม ม.ช. หรือ ม.ธ. “

>ผม

>”……………………………………………………………………..”

>แฟง “ไม่อึดอัดบ้างหรือไง มีอะไรก็ระบายออกมาสิ

>พวกเรารับฟังได้ทั้งนั้น เงียบแบบนี้ให้อะไรมันดีขึ้นมาล่ะ

>ไม่รู้เหรอไง ทุกคนเค้าเป็นห่วง”

>

>อา………..ได้โอกาศที่จะเช็คเกี่ยวกับเรื่องภาพพจณ์ที่มีคนมองว่าเราขี้หลีจะได้รู้กันสักทีว่าผลที่อดทนมาเป็นอย่างไร

>

>ผม “เรารู้สึกได้นะ

>ใครต่อใครในตอนนี้ที่มองเราในแง่ลบ…………………….”

>แฟง “หา”

>ผม “ใครที่ทำให้เรารู้สึกอึดอัดจนไม่สามารถคุยกับคนอื่น ๆ

>ได้เพราะคิดว่าถ้าเราคุยไปแล้วเราจะถูกมองว่าแอบชอบคน ๆ นั้น”

>แฟง “เอ่อ………..เรื่องนี้น่ะเหรอ……………..”

>ผม “ถึงจะรู้ตัวช้าหน่อยว่าใครหลายคนมองเราเจ้าชู้ขี้หลี

>แต่เราก็พยายามแก้ไขแล้ว

>ในเมื่อไม่ว่าเราจะคุยเล่นกับใครก็ต้องถูกมองว่าจีบไปเสียหมด

>งั้นทางแก้ก็คือเราคงคุยกับใครไม่ได้แล้วล่ะนะ

>ก็เพื่อนเรานอกจากไอ่เบย์เป็นผู้หญิงหมดนี่”

>แฟง “…………………นั่นมันก็………………..”

>ผม “แล้วพอเราเงียบ ยังจะสงสัยกันอีกหรือยังไงว่าเราแอบจิตอีกน่ะ”

>แฟง

>”……………………ไม่ใช่แบบนั้นหรอก…………………….”

>ผม “อีกเรื่องที่สงสัย ทำไมเรื่องแบบนี้ถึงเกิดกับเราคนเดียว

>ไม่เข้าใจเลย ทั้งที่บางครั้งไอ่เบย์มันเล่นมากกว่าเราเสียอีก

>ขอบเขตแทบจะไม่มี

>แต่เรายังไม่เห็นแม้แต่หมาตัวไหนที่จะสงสัยมันแบบนั้นเลย

>หรือเพราะมันมีตาลแล้ว งั้นหมายความว่าเราต้องมีแฟนหรือยังไง

>ถึงจะคุยกับ

>คนอื่น ๆ ได้ แล้วถ้าเราไม่เจอคนที่ใช่

>ก็หมายความว่าเราจะไม่สามารถคุยกับใครได้อีกเลยงั้นเหรอ?”

>แฟง “พี ใจเย็น ๆ น่า มันไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้นซักหน่อย”

>ผม “ไม่ร้ายแรง?

>นี่ยังร้ายแรงไม่พออีกเหรอกับการที่เราถูกดูหมิ่นและเหยียดหยามว่าเป็นคนเจ้าชู้

>ขี้หลี บ้าผู้หญิง สกปรก!!! ทั้งที่เราไม่เคย

>มีแฟนเลยสักคน ไม่เคยจีบใครและไม่เคยมีใครจีบ

>ไม่เคยมีประวัติเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เลยแต่ทำไมตอนนี้ต้องมาประสบให้เป็นราคีติดตัว

>ทำให้ประวัติเสีย ไปที่ไหน พอเจอคนรู้จักเข้าก็ถูกทัก…………

>’อ้าว! ว่าไง ไม่เจอกันนานนะ ตอนนี้ตามเกี่ยวใครอยู่อีกล่ะ’

>แบบนี้ยังไม่

>ร้ายแรงอีกเหรอ!?!”

>แฟง

>”……………………………………………………………… ฟังก่อนได้ไหม พี………………………………………………………………..”

>ผม “………อยากให้ฟัง เราจะฟัง

>หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับเหตุผลที่เหมาะและสมพอสำหรับอธิบายสิ่งที่เรากลัวอยู่ตอนนี้อย่างเพียงพอ”

>แฟง “……………………….คิดว่ามีแน่

>ขอแค่ให้รับฟังก่อนเท่านั้นเอง ขอร้องล่ะนะ…………………..”

>

>เอาสิ จะพูดอะไรมา

>ตอนนี้อารมณ์ผมค่อนข้างเดือดดาลเล็กน้อยเพราะถูกกล่าวหาเสีย ๆ หาย ๆ

>จึงต้องอดทนแก้ไขภาพพจณ์จนถึงตอนนี้

>แล้วผมก็คิดว่าตอนนี้ผมไม่มีความอดทนพอที่จะรับฟังผลลัพธ์อันไม่พึงประสงค์อีกแล้ว

>

>แฟง “……………….คือ…….เรื่องที่มีคนมองเธอไม่ดีแบบนั้นน่ะ

>เราก็ไม่เถียงหรอกนะ แต่…..มันไม่ได้เลวร้ายแบบนั้นสักหน่อยนี่”

>ผม “ว่ามา………………..”

>แฟง “พวกเราแค่มองว่า เธอน่ะเป็นคนมีเสน่ห์นะ รู้มั้ย

>ขิงน่ะก็แอบชอบเธออยู่หน่อย ๆ เหมือนกันนะ ครีมด้วย

>เค้าเคยมาถามเรื่องของเธอ

>หลาย ๆ อย่างจากเรา แอนก็นิดหน่อย เราสังเกตุเวลาทานข้าวน่ะ

>เวลาเธอหยอกล้อเล่นกับใคร แอนเค้าจะแอบมองเธออยู่ด้วยแหละ

>ที่พวกเราคุยกันน่ะมีแค่ว่า สุดท้าย

>เธอจะเลือกใคร………..เท่านั้นเอง”

>ผม

>”………………………………………..ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะ

>เราไม่มีสิทธิจะไปตัดสินใจว่าจะเลือกใครได้หรอก

>เราไม่ได้สูงค่าขนาดจะให้

>คนน่ารัก 3 มาเป็นช้อยส์เลือกของเราหรอก แล้วเรื่องที่ว่า 3

>คนนั่นชอบเราน่ะ เธอคงเข้าใจผิดแล้วแหละ มันเป็นไปไม่ได้หรอก”

>แฟง “แต่อีกไม่นานพวกเราก็จะจบคอร์สเรียนพิเศษแล้วนะ

>อาจถึงเวลาจะเลือกแล้วก็ได้ ถึงเธอจะพูดแบบนั้นก็เถอะ

>แต่ถ้าพวกนั้นเค้าชอบเธอ

>จริง ๆ ล่ะ ถ้าเธอไม่เลือกใครเลยเพราะมัวแต่คิดว่าเค้าไม่ได้ชอบเธอ

>ทั้งที่สองคนใจตรงกันแท้ ๆ กลับกลายเป็นว่าต้องแคล้วคลาดกันไป

>เพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง

>ต่างคนต่างถือฐิถิกลัวเสียฟอร์ม………….ทำไมไม่คิดซะว่าแค่เธอได้บอกความรู้สึกออกไปเท่านั้นก็เพียงพอ…..

>คำตอบน่ะจะเป็นยังไงก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรนี่

>ถ้าเค้าไม่รักคืนตอบแทนมาก็ไม่เป็นไร

>ก็เพียงแค่แอบชอบต่อไปก็ยังเป็นความสุขได้นี่นา

>แต่ถ้าเค้าตอบตกลงรับรักก็ยิ่งดีใหญ่ คน ๆ

>นั้นอาจเป็นคู่ชีวิตที่จะอยู่กับเธอจนกว่าจะแต่งงาน มีลูกหลาน

>แล้วอยู่ด้วยกันจนกว่าจะ

>แก่ชราและตายไป แบบนี้ไม่ดีหรือไง?”

>

>ผมเข้าใจทันทีกับสิ่งที่แฟงพูด

>และผมก็รู้สึกได้เลยว่ามันจะมีความสุขมากขนาดไหนถ้าผมเจอคน ๆ

>นั้นว่าเป็นใคร…………ตอนนี้ผมไม่รู้ว่า

>เธอคนนั้นจะเป็นใคร แต่ทำไมก็ไม่ทราบ ผมนึกถึงขิงเป็นคนแรก

>เพราะผมรู้สึกถึงความห่วงใยของเธอที่มีต่อผม ความสนิดสนม ความสนุก

>เวลาที่เราได้อยู่ใกล้กัน แล้วผมก็ถามตัวเองอีกครั้ง

>”ยังต้องการใครที่มากกว่านี้อีกเหรอ?”

>

>ผม “อืม…..เราก็คิดว่าคงต้องทำอะไรสักอย่างแล้วล่ะ

>ไม่งั้นอาจแคล้วคลาดจากคู่ชีวิตอย่างที่เธอบอกก็ได้”

>

>ผมแทบจะไม่ต้องไตร่ตรอง

>ผมมั่นใจว่าวันรุ่งขึ้นผมจะต้องไปสารภาพกับขิงแน่ ๆ

>ว่าชอบเค้ามากแค่ไหน อยากให้เค้ามาเป็นคู่ครองแค่ไหน

>ผมได้คุยกับไอ่เบย์เกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว มันว่า

>”อืม…..กรูก็พูดไม่ได้หรอกว่ามันดีหรือมันแย่ที่มรึงเลือก

>แต่ยังไงก็ตาม มรึงก็ภูมิใจซะเถอะว่า

>มรึงเป็นคนเลือกเอง ดังนั้นไม่ว่าผลมันจะออกมาเป็นยังไง

>มรึงก็จะไม่เสียใจภายหลังแน่ ๆ” ผมได้ยินดังนั้นก็หมดข้อกังขาแล้ว

>มั่นใจว่า

>รุ่งเช้าจะไปสารภาพกับเธอแน่ ๆ แต่แล้ว…..ก็มีโทรศัพย์เข้าเครื่องผม

>

>ผม “สวัสดีครับ พีพูดครับ”

>ไอ่แฟร์ “เอ้อ…พี นี่เราเองนะ สบายดีมั้ย?”

>

>มันเป็นบ้าอะไรของมัน มีถามสารทุกข์สุขดิบด้วย -_-”

>ไม่ใช่ว่าวันนี้เพิ่งเจอกันที่เรียนพิเศษรึไง

>ทำยังกะไม่ได้เจอกันตั้งนาน

>

>ผม “คงไม่โรมาถามสุขภาพเราหรอกนะ”

>ไอ่แฟร์ “อ๋อ…….ไม่ใช่แน่ คือ…เรื่องของนายกับเฟอร์สน่ะ”

>ผม “หือ?…………..เรากับเฟอร์ส…..มีอะไรงั้นเรอะ?”

>ไอ่แฟร์ “เอ่อ………อยากถามว่า

>ความจริงแล้ว……นายคิดยังไงกับเฟอร์สแน่? “

>ผม “…………..ทำไมอยู่ดี ๆ มาถามแบบนี้? “

>ไอ่แฟร์ “เราเตือนนายตั้งแต่แรกแล้วนะ ว่าอย่ามายุ่งกับเฟอร์ส

>ที่พูดนี่จะหาว่าเราหึงน้องสาวตัวเองก็ได้ คิดว่านายคงคิดเหมือนกันว่า

>เฟอร์สงามสง่ายังกับนางฟ้า

>แล้วนางฟ้าคนนี้ก็ไม่เคยมีใครหรืออะไรมาทำให้เธอแปดเปื้อนแม้แต่น้อย

>เธอยังเป็นนางฟ้าที่ขาวสะอาด

>ซึ่งถ้าเป็นไปได้เราก็อยากให้เธอขาวสะอาดแบบนี้ตลอดไป

>แต่…………ในความเป็นจริง เธอก็ต้องมีคู่ครอง ซึ่งในตอนแรกเราก็

>อุ่นใน เพราะยังไม่มีใครกล้าเข้ามาจีบเธอเลยสักคน

>แต่ตอนนี้……………………..นายรู้มั้ย

>ทุกครั้งที่เฟอร์สไปไหนมาไหนกับนาย

>เค้าจะกลับมาคุยเรื่องนายกับเราทุกครั้ง

>เราก็เริ่มรู้สึกหวั่นเกรงหน่อย ๆ แล้ว

>เราอยากถามความรู้สึกนายว่าคิดยังไงกับเฟอร์สกันแน่

>ถ้าไม่จริงจัง ไม่จริงใจ

>เราคงต้องขอให้นายอย่าเข้าใกล้เฟอร์สอีกแม้แต่ครั้งเดียว

>เพราะเราไม่อยากให้นางฟ้าของเราเสียใจ……..”

>

>สิ่งที่ไอ่แฟร์พูดมาทำเอาผมอึ้ง…………..มันกำลังจะบอกว่านางฟ้าเริ่มจะชอบผมแล้วงั้นเหรอ

>มันจะเป็นไปได้ยังไง ผมมันแค่คนธรรมดา

>ไม่ได้มีอะไรพิเศษหรือสะดุดตาเลยสักอย่าง

>เป็นไปไมได้หรอกที่นางฟ้าจะมาสนใจ แต่………….ถ้าเธอชอบผมจริง ๆ

>แล้วผมกลับไปคบกับ

>ขิง

>มันก็กลายเป็นว่าผมปฏิเสธความรักจากนางฟ้าคนนั้นเหรอ………….ถ้างั้นผมคงเป็นคนที่เลวที่สุดแล้วแหละ

>

>แล้วแบบนี้จะตอบทางไหนดี?

>

>ทั้งที่กะว่าจะไปสารภาพกับขิง ผมทำพลาด

>ในวันรุ่งขึ้นผมกลับลังเลที่จะพูด จนมันผ่านไปอีกวันหนึ่ง

>โดยที่ผมไม่ได้ทำอะไรเพิ่มเลย กลับกลาย

>เป็นผมที่ฟุ้งซ่านในความคิดมากขึ้นยิ่งกว่าเดิมด้วยคำถามในใจที่ว่า

>”ขิง หรือ เฟอร์ส?” อันที่จริง

>ไม่ว่าใครคนใดคนหนึ่งแค่รู้สึกว่าเค้าจะมาเป็น

>แฟนของผม แค่นี้ผมก็ดีใจจนแทบน้ำตาซึมแล้ว คนน่ารักขนาดนั้น

>โหย…………เค้าชอบผมด้วยแหละ

>แต่…………………………ตอนนี้ เรื่องที่

>หนักกว่านั้นก็คือ

>”ผมสามารถทำให้เรื่องราวมันจบลงโดยที่ทุกคนยอมรับและตัวผมมีความสุขที่สุดได้หรือไม่

>นี่สินะ เรื่องที่ใหญ่จริง ๆ

>

>วันนี้ผมกลับมาคุยกับทุกคนได้เหมือนเดิมแล้ว

>อาจเพราะแฟงที่เป็นคนไปบอกต่อ ๆ

>จนทุกคนได้รู้ว่าการทำให้คนอื่นคิดมากเกี่ยวกับตัวผม

>มันไม่ดีเลย

>ตอนนี้ก็ดูเหมือนความสนิทสนมของกลุ่มเราก็กำลังกลับมาดีเหมือนเดิมแล้ว

>และ…………..วันนี้รู้สึกแปลก ๆ ว่าครีมจะคุยกับผม

>น้อยหน่อย แต่……………ไม่ใช่อารมณ์โกรธ

>แต่…………..ดูเหมือนเธอจะอาย ๆ

>ความน่ารักของเธอในตอนแรกที่เป็นคนเรียบร้อยและขี้อาย

>กลับมาอีกครั้ง เวลาผมคุยด้วย ดูเธอจะเงียบนิดนึงก่อนจะคุยกลับ แก้มขาว

>ๆ กลายเป็นสีชมพูเรื่อ ๆ ดูแล้วยิ่งรู้สึกน่ารักแฮะ ^_^

>แต่นั่นเอง ที่มันจะยิ่งเป็นเรื่องยุ่งยากกว่าเดิมขึ้นมาอีก จากตอนแรก

>”ขิง หรือ เฟอร์ส” ตอนนี้มันกลายเป็นว่ามี “ครีม” ด้วยอีกคนแล้ว

>อ้าว ๆ ๆ แบบนี้ผมไม่กลายเป็นคนหลายใจเข้าจริง ๆ รึเนี่ยะ

>ชักไม่ค่อยเข้าท่า ไอ่เบย์ก็คงมองเห็นปัญหาเดียวกัน มันแนะนำผมทันทีว่า

>อย่าตีตัวออกห่างเธอเด็ดขาด

>เพราะถ้าทำแบบนั้นจะยิ่งทำให้ตัวครีมมีเวลาที่จะคิดมากเข้าไปอีก

>ให้ผมตีสนิทกับเธอให้มาก ๆ จนทำให้ครีม

>รู้สึกว่าผมควรที่จะเป็น “เพื่อน” กับเค้า มากกว่าจะเป็น “แฟน”

>โอ………………..สมองอันชาญฉลาดอีกแล้วไอ่เบย์

>แล้วผมก็หยอกล้อเล่น

>หรือแกล้งครีมบ้างเป็นบางครั้ง อาการอาย ๆ ของครีมก็หายไป

>กลับกลายเป็นความสนุกที่ได้แกล้งกันเล่น คิดว่าเค้าคงจะหันมาหาเพื่อน

>มากกว่าเดิมแล้วนะ

>

>วันนั้นจบลงไปด้วยที ถึงแม้ผมจะไม่สารภาพกับขิงแล้วในทันที

>แต่อย่างน้อยผมก็เคลียร์เรื่องของครีมลงไปได้ล่ะนะ

>ส่วนเรื่องสารภาพกับขิง

>ไว้วันพรุ่งนี้ก็ได้นี่เนอะ ใจเย็น ๆ เรื่องแบบนี้ต้องใจเย็นเข้าไว้

>ยังเหลือเวลาอีกตั้งหลายวันนี่นา กลัวทำไมว่าจะไม่ได้บอก เวลามีเยอะแยะ

>แล้วในวันรุ่งขึ้นที่ผมตั้งใจจะไปสารภาพกับขิง ผมกำลังนั่งเล่น ๆ

>อยู่ในห้อง TV อยู่กับเด็ก ม. 4 เพื่อนของเฟอร์ส

>ซึ่งเราไม่ได้รู้จักกัน

>จึงไม่ได้คุยอะไรกัน อันที่จริงผมนั่งรอขิงอยู่ วันนี้มาตั้งแต่เช้า

>(ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับไอ่เบย์

>เพราะผมปลุกมันขึ้นมาด้วย

>ซึ่งตอนนี้นั่งซดมาม่าที่ผมเอามาล่อให้มันยอมมาเช้าอยู่ข้างหลังห้องบันได)

>……….

>

>และแล้วใครคนหนึ่งก็เดินเข้าห้องมา ผมมั่นใจว่าเป็นขิงแน่ ๆ

>แม้จะยังไม่ได้หันไปมองก็ตาม แต่แล้ว………..คนที่เดินมานั่งข้าง ๆ

>ผม กลับไม่ใช่

>ขิง แต่เป็นแอน………………………จะว่าไป พักหลัง ๆ

>ผมก็รู้สึกว่าไม่ค่อยได้คุยกับแอนเท่าไหร่เลย

>วันนี้คุยด้วยกันหน่อยก็ดีมั้ง

>

>ผม “ไง แอน ยังเหลือมาดทอมอยู่เลยอ่ะ”

>แอน “หวัดดีจ้ะ นี่เราก็ลด ๆ ลงมากแล้วนะ ยังเหมือนอยู่อีกเหรอ? “

>ผม “ฮะ ฮะ ระวังสาว ๆ จะมาติดอีกนะ”

>แอน “ปัญหาคลี่คลายแล้วสินะ พี”

>ผม “เห?………..สังเกตุด้วยเหรอเนี่ยะ”

>แอน “อืม…สังเกตุนะ แต่ไม่ได้พูดอะไรเท่านั้นเอง

>คิดว่าคงมีใครช่วยแก้ปัญหาให้เธอได้แหละ”

>ผม

>”……………………… ตอนนี้เราก็เริ่มจะมีปัญหาใหม่เข้ามาอีกแล้วแหละ………คงเป็นปัญหาสุด ท้ายสำหรับเวลาที่อยู่ที่นี่แล้วแหละ”

>แอน “………..ปัญหา………..เธอเรียกมันว่าปัญหาเหรอ? ทำไมล่ะ? “

>ผม “ไม่รู้สิ…………นั่นสินะ อันที่จริงมันอาจจะไม่ใช่ปัญหาก็ได้

>เรียกว่าเป็นเรื่องที่เราต้องตัดสินใจมากกว่า

>ตัดสินใจเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด”

>แอน “รู้แล้วเหรอ? ว่าจะเลือกทางไหนให้ผลมันออกมาดีที่สุด”

>ผม “………………..ยัง………………..ไม่แน่ใจน่ะ”

>แอน

>”…………………………………………………………………………………………………………..”

>ผม “กลัวว่าถ้าเลือกไปแล้ว มันอาจจะไม่ Happy ทุกฝ่ายน่ะ”

>แอน “เราพอจะรู้นะ ว่าเรื่องที่เธอต้องตัดสินใจน่ะ เรื่องอะไร

>แต่…………………ที่ยังไม่รู้และอยากรู้ก็คือ…………………..เธอเลือกใคร?

>”

>ผม

>”……………………………………… นั่นสินะ……………………………………………เราคิดว่าอาจ จะเป็นขิงก็ได้”

>

>มาถึงตรงนี้ ผมตกใจมาก อึ้ง ทำอะไรไม่ถูก ปากมันพะงาบ ๆ

>แต่ไม่มีเสียงออกมา เพราะ……………แอน

>เธอซบหน้าลงที่ไหล่ของผม……….

>ทีแรกผมคิดว่าเธอป่วยหรือหน้ามืดอะไรรึเปล่า แต่……..ต่อมา

>แอนพูดประโยคบางประโยคทำให้ผมยิ่งอึ้งกว่าเดิมขึ้นไปอีก

>

>แอน

>”…………. พี…………ในตอนนั้นที่เราแกล้งทำเป็นแฟนกัน น่ะ…………………………..เราเพิ่งจะมารู้สึกตอนนี้นี่เอง

>ว่าความจริงแล้ว ในตอนนั้น

>เรามีความสุขแล้วก็รู้สึกสนุกมากนะรู้มั้ย

>ไม่เคยมีใครเทคแคร์เราแบบนี้มาก่อน”

>

>เหมือนกับว่าไหล่ผมจะเปียกหน่อย ๆ เพราะรู้สึกว่ามีน้ำตาอุ่น ๆ

>ของแอนมันไหลออกมา…………ผมยิ่งทำอะไรไม่ถูก

>

>แอน “เราไม่รู้หรอกนะพี ว่าตอนนั้นเธอรู้สึกยังไง

>จะรำคาญเรามากมั้ย………เราขอโทษที่รบกวน………เราขอโทษ

>แต่…………………………

>มันเหมือนกับว่าเราอยากจะใกล้ชิดเธอให้นานกว่านั้นแม้แต่สักนิดก็ยังดี………………….ขอโทษนะ”

>

>แล้วต่อมาผมก็ต้องตกใจสุดขีด มันบอกไม่ถูกว่ารู้สึกยังไง มันเกร็งไปหมด

>เหงื่อเย็นเยียบมันมาจากไหนก็ไม่รู้ แอน……..กอดผม……..

>มันเป็นความรู้สึกที่บอกได้ยากจริง ๆ ครับ การถูกผู้หญิงที่ไม่ใช่ญาติ

>และอายุรุ่นราวความเดียวกันมากอดแบบนี้

>

>ภาพที่จะมองเห็นได้คือ สาวมาดทอม ผิวขาวกว่าขิง ผมสั้นแต่ไม่มาก

>หุ่นเพรียวบาง หน้าตาน่ารักมาก ๆ กำลังกอดและซบหน้าร้องไห้ลงบน

>หน้าอกของผม…………………หัวใจผมเต้นแรงจนรู้สึกเหมือนยังกับว่ามันไม่ได้อยู่ที่เดิมของมัน

>แต่มาเต้นตุบ ๆ อยู่แถว ๆ ลำคอ……

>

>ผม “แอน……………………………………………”

>

>ผมทำอะไรไม่ได้มากกว่าการลูบหัวเธอเบา ๆ

>ผมไม่รู้ว่าเธอเศร้าหรือทุกข์อะไร

>แต่มีความรู้สึกว่าอยากให้เธอกอดผมอยู่แบบนี้นาน ๆ จัง

>เธอน่ารักจริง ๆ ตัวนุ่มนิ่มไปหมด

>เฮ้อ………………………….อ๊ะ! ไม่ได้ ๆ วอกแวกอีกแล้วเรา

>ไม่ได้ ๆ แต่………..

>โอย………….ผมคิดว่าผมโดนความน่ารักเล่นงานเข้าแล้วล่ะ >_<

>

>หวา……………….ตอนนี้แอนเธอชักจะกอดนานไปแล้วนะเนี่ยะ

>ผมเขิลอายมากอย่างบอกไม่ถูกเลย แต่…..ฮ้า มันก็มีความสุขจังเลย >_<

>ยังดีนะเนี่ยะ ที่นั่งกันอยู่ในห้อง TV กันน่ะ ไม่ใช่ที่ ๆ โผงผางมาก ๆ

>แล้วก็ยังดีอีกนั่นแหละ ที่ในห้องนี้นอกจากผมกับแอนแล้ว มีแค่น้อง

>ม. 4 อีกคนนึง ไม่งั้นผมอายม้วนแน่เลย…………………เออ!!!

>ลืมไปเลย มีเด็ก ม. 4 นั่งอยู่ตรงนั้นอีกคนนี่หว่า O_o”

>

>หมายความว่า ทุกประโยคสนทนา

>ทุกอิริยาบทของพวกเราถูกน้องคนนี้เห็นหมดแล้วเหรอเนี่ยะ

>ว๊าาาาาาาาาาาาาาาาาก อาย ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

>ก็เลยจำเป็นต้องพยุงแอนออกจากตัวเรา (เฮ้อ………..สัมผัสนุ่ม ๆ

>ของตัวแอนยังจำได้เลยนะเนี่ยะ นุ่ม ๆ อุ่น ๆ ^_^ )

>แต่รู้สึกว่าผมจะดึงเธอออกช้าไปหน่อยนะ ส่งผลให้น้อง ม. 4

>ที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ นั้น ลุกเดินหนีออกจากห้องไปเลย ฮะ ฮะ น่าอายจริงเรา

>^_^”

>แต่ช่างเฮ๊อะ จะใส่ใจทำไม เด็กคนเดียว

>ที่ต้องใส่ใจคือเรื่องที่ผมกำลังเผชิญหน้าแอนอยู่ตอนนี้เนี่ยะสิ -_-”

>

>แอน “ในใจเธอตอนนี้มีแค่ขิงกับครีมเท่านั้นเหรอ

>รับเราไว้พิจารณาอีกคนได้มั้ย…………………”

>

>ง่า………..แอน เธอรู้ด้วยว่าผมเล็งขิงกับครีมเอาไว้เหมือนกัน

>แต่…………………………..

>

>ผม

>”แอน………….เราคิดว่าเราไม่สมควรค่าพอจะให้เธอเป็นหนึ่งตัวเลือกหรอกนะ

>อันที่จริง เราไม่ควรค่าจะให้ใครเป็นตัวเลือกเลยด้วยซ้ำ”

>แอน “แต่ถ้ามันช่วยให้เราได้คบกับเธอล่ะก็………………….”

>ผม “……….แอน………. เราไม่ได้มีดีขนาดนั้นซักหน่อยนะ”

>แอน “เราก็ไม่ได้ต้องการคนดีเด่นอะไรซักหน่อย เหตุผลง่าย ๆ

>แค่เราชอบเธอ ก็เลยอยากคบด้วย อย่าห้ามเลย แบบนั้นเรายิ่งลำบากใจนะ”

>ผม “…………งั้นเธอจะชอบเราทั้ง ๆ

>ที่ไม่หวังอะไรตอบแทนเลยงั้นเหรอ? “

>แอน

>”……………………นั่นแหละที่เป็นทุกข์……………………..แต่ก็สุขนะ

>ที่เราได้ชอบใครซักคนเป็นที่พึ่งพิงใจ”

>

>โอ………………………แอน

>เธอช่าง………………………………. T_T

>แต่รู้สึกว่าจะยิ่งแย่

>ขืนปล่อยไว้นานกว่านี้ผมจะยิ่งรู้สึกว่าลังเลต่อการตัดสินใจในครั้งแรกของผมซะแล้ว…………..ต้องรีบจบเรื่องซะ

>สารภาพต่อขิง สารภาพต่อขิง สารภาพต่อขิง สารภาพต่อขิง

>ในหัวผมมีแต่คำนี้ด้วยใจคิดว่าจะจบเรื่องราวเสียที…………………

>

>”เฮ้ย! ว่าไง ใกล้จะจบคอร์สแล้วนะเว่ย มรึงเลือกใครกันแน่…………”

>

>เสียงไอ่เบย์ทำลายห้วงความคิดอันวกวนของผมลง

>ผมไม่คิดจะอ้อมค้อมหรือโกหกมันเลย เพราะถึงแม้ว่าผมจะโกหกไป

>มันก็จับได้อยู่ดี

>

>ผม “……………ขิง…………..”

>ไอ่เบย์ “แหม…..ตอบแบบไม่คิดเชียวนะมรึง แน่ใจแล้วใช่มั้ย? “

>ผม “…………..อืม…………..มันจะได้จบเรื่องนี้ซักที ทั้งกรู

>แล้วก็คนอื่น ๆ ที่วุ่นวายอยู่กับเรื่องนี้ในตอนนี้ด้วย”

>ไอ่เบย์ “หือ!?!………………………….เฮ้ย

>มรึงแน่ใจแล้วเหรอ?

>อันที่จริงกรูว่าจะไม่ถามอะไรให้มันซักไซ้ไล่เรียงมากแล้วนะ

>แต่พอได้ยิน

>มรึงพูดประโยคนี้……………..งั้นกรูขอถามความแน่ใจมรึงอีกทีเหอะ…..มรึงแน่ใจแล้วเหรอ

>ที่จะเลือกแฟนคนแรกและอาจจะเป็น

>คนสุดท้ายของมรึงแล้วก็ได้

>มรึงแน่ใจที่จะเลือกเค้าด้วยเหตุผลแค่ว่ามรึงอยากให้เรื่องมันจบ……………ยังงั้นเหรอ?

>”

>

>ผมอึ้งมาก ทำไมลืมข้อนี้ไปเสียสนิท

>เหมือนกับว่าผมตัดสินใจแก้ปัญหาแบบขอไปที

>ทั้งที่การเลือกครั้งนี้มันมีผลต่อชีวิตของผมมาก ๆ แท้ ๆ

>แล้วนี่ถ้าไอ่เบย์มันไม่ได้เตือนสติผมให้คิดด้วยประโยคนี้

>เกิดผมลงเอยกับหญิงที่แค่ชอบ แต่ไม่ได้รัก

>แล้วชีวิตผมหลังจากนี้มันไม่จบด้วย

>”เลิกรา” งั้นเหรอ………………………เกือบไปจริง ๆ

>

>แต่………..การกลับมาคิดอีกครั้งก็ยิ่งทำให้ผมกลับมาสู่ความลังเลอีกหน

>ซึ่งคราวนี้ดูเหมือนไม่ว่าผมจะเลือกทางไหนก็รู้สึกเหมือนว่าจะไม่ใช่

>คำตอบที่ดีที่สุดไปเสียทุกทาง……..แล้วผมจะตอบทางไหนได้ล่ะเนี่ยะ

>

>”มรึงเลือกคนที่มรึงรักที่สุด

>อยากให้เค้าอยู่เคียงข้างมรึงตลอดชีวิตที่เหลือ เลือกคนนั้นเถอะ

>ไม่ต้องคิดหาเหตุหรือผลอื่น ๆ อีกแล้ว”

>

>อีกครั้งที่ผมรู้สึกว่าไอ่เบย์มันต้องอ่านใจผมได้แน่ ๆ

>มันแค่ดูสีหน้าของผมก็รู้ว่าผมกำลังลังเลสับสนอยู่

>พอได้ยินมันพูดดังนี้……………ผมมั่นใจแล้วล่ะ คนที่ผมเลือก

>

>แปดโมงสี่สิบห้านาที เธอคนนั้นเดินเข้ามาในที่เรียนพิเศษ ทำไมก็ไม่ทราบ

>ความรู้สึกเก่า ๆ ของผมที่ได้พบเธอมันกลับมาอีก เธอสวย เธอน่ารัก

>เต็มไปด้วยเสน่ห์

>มันทำให้ผมพรั่นพรึงกลัวว่าอาจได้รับคำปฏิเสธกลับมา……แต่คำพูดของไอ่เบย์ยังคงผลักหลังผมได้เดินหน้าต่อ

>ใจเย็น ๆ

>ไม่ต้องคิดถึงเหตุหรือผลแล้ว ตอบไปตามที่ใจเราปรารถนาที่สุดก็พอ

>แล้วผมก็ทักเธอคนนั้น…..

>

>ผม

>”เอ่อ…………………….เฟอร์ส……………………..มีเรื่องจะคุยด้วยน่ะ

>มาด้วยกันหน่อยได้ไหม”

>เฟอร์ส “อ๊ะ! พี่พี สวัสดีค่ะ แหม…วันนี้มาเช้าจังนะคะ”

>ผม “รบกวนเวลาสักเดี๋ยวนึงได้มั้ยครับ? “

>

>เฟอร์ส……………เธอคงเริ่มรู้สึกถึงบรรยากาศจริงจังจากผมแล้ว

>ทำให้เธอเงียบและดูสุขุมมากขึ้น เราเดินไปคุยกันที่ห้องหลังบันได

>เป็นที่ ๆ ไม่ได้หรูเลิศอะไรเท่าไหร่เลยจริง ๆ

>แต่ผมกลับรู้สึกอยากจะให้เป็นที่ตรงนั้น ที่ผมจะสร้างความทรงจำดี ๆ

>เอาไว้…………….

>

>เฟอร์ส “มีอะไรเหรอคะ? “

>ผม “เอ่อ………………….เฟอร์ส

>หมู่นี้รู้สึกไม่ค่อยได้เจอกันเลยเนอะ”

>เฟอร์ส “แหะ แหะ ก็อาทิตย์ที่แล้วเฟอร์สรู้สึกว่าพี่เครียด ๆ

>หรือโมโหอะไรซักอย่างเนี่ยะแหละ ดูพี่เครียด ๆ

>ก็เลยไม่กล้าเข้าไปคุยน่ะค่ะ”

>ผม “อืม……..มีเรื่องนิดหน่อยจริง ๆ แหละจ้ะ

>แต่ตอนนี้มันเคลียร์หมดแล้วล่ะ”

>เฟอร์ส “เรื่องพี่ขิงเหรอคะ? “

>ผม “………….ก็ไม่ใช่ซะทีเดียวหรอกนะ แต่ก็มีส่วนบ้าง”

>เฟอร์ส “เอ่อ……ถ้าดูตามสายตาคนนอกอย่างเฟอร์สนะคะ

>เฟอร์สคิดว่าพี่ขิงเค้าชอบพี่มากพอดูเชียวแหละค่ะ

>ดูเค้าเป็นห่วงพี่มากเลยนะ”

>ผม “……………เรื่องนั้นก็มีคนมาบอกพี่บ้างเหมือนกัน

>แต่อาจจะเข้าใจผิดกันไปเองก็ได้นะ”

>เฟอร์ส “ก็อาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้เนอะ แหะ ๆ เฟอร์สก็คนนอกซะด้วยสิคะ

>ขอโทษด้วยนะคะที่ทำเหมือนรู้เรื่องของพวกพี่ดี”

>

>แล้ว………………เหตุการณ์ที่ทำให้ผมลำบากมากขึ้นก็เกิด!!!

>เมื่อ……………………………

>

>ขิง “ไม่เป็นไรจ้ะ เราเข้าใจถูกแล้วแหละ พี่ชอบพีเค้าน่ะ”

>

>เฮ้ย!!!!! มัน…………..อึก ๆ อัก ๆ

>มันเหมือนกับว่าเมื่อคืนผมนอนหนุนหมอนน้ำแข็งเลยล่ะ หัวมันตื้อ

>มันเวียน ๆ ทั้งตกใจ ทั้งงง ทั้งอึ้ง

>มันสารพัดปนเปกันไปหมด เขินอาย

>หรือยังไงดีล่ะเนี่ยะ………………………………….ขิง……….ผมนึกไม่ถึงจริง

>ๆ ว่าเธอจะกล้ามากขนาดนี้

>หรือเป็นเพราะสถานการณ์ที่ผมนั่งคุยกับเฟอร์สด้วยอารมณ์ซีเรียสงั้นเหรอ?

>ทำให้เธอกลัวและพูดประโยคนี้ออกมา……..แต่มัน……………..

>

>เฟอร์ส “ขอโทษด้วยนะคะ เฟอร์สไม่ควรพูดถึงเรื่องพี่แบบนี้เลย ขอโทษจริง

>ๆ ค่ะ”

>ขิง “ไม่เป็นไรจ้ะ ยังไงซะ

>วันนี้พี่ก็คิดว่าจะพูดกับพีเค้าเรื่องนี้อยู่แล้วล่ะ………………พี

>เราถามเพื่อน ๆ มาตั้งหลายวันแล้วแหละ ว่าสิ่งที่เราทำไป

>มันเหมือนกับว่าเราแอบชอบเธออยู่รึเปล่า เค้าก็ตอบว่าใช่ทั้งนั้น

>ถ้างั้นเราก็ไม่คิดจะปิดบังอะไรอีก เราบอกไปแล้วนะ แต่จะบอกอีกครั้ง

>พี ขิงชอบพีนะคะ”

>

>……………………ทั้ง 3 คนเงียบบบบบบบบบบบบบบ

>แต่ดูเหมือนว่าคนที่ต้องขบคิดมากที่สุดคงจะเป็นผมนี่แหละ มันทั้งอาย

>ทั้งอึ้ง

>แต่ถ้าผมยิ่งเงียบอยู่แบบนี้

>คนที่รอฟังคำตอบคือขิงคงจะยิ่งอึดอัดขึ้นไปอีก………..งั้น……….ผมจะตอบว่าไงดีล่ะ!?!

>ว๊าาาาาาาาาาาาาาา

>ถึงเวลาที่ต้องเลือกจริง ๆ ซะแล้ว

>ทำไมพอตอนนี้แล้วมันถึงทำใจเลือกลำบากมากขนาดนี้เนี่ยะ

>ทั้งที่จริงตอนแรกเราคิดว่าเราหนักแน่นพอแล้วนะ

>ที่เลือกเฟอร์ส

>แต่………….ทำไมตอนนี้ผมกลับพูดไม่ออกว่าผมเลือกเฟอร์ส

>เพราะยิ่งมองหน้าขิง ผมยิ่งรู้สึกว่าตัวเองมันงี่เง่าไม่เอาไหน

>เอาแต่ใจ ขี้โกง ขี้ขลาด เอาแต่ได้จริง ๆ

>……………………….ทั้งที่ดูเหมือนผมกำลังตกต่ำย่ำแย่ที่สุด

>แต่……..ใครคนหนึ่งเดินออกมาจากประตู

>และทำให้ผมยิ่งรู้สึกแย่ลงกว่าเดิม

>

>”พี่คะ…….แต่พี่ผู้ชายคนนี้เค้ามีแฟนแล้วนะคะ คนที่เหมือน ๆ

>ทอมน่ะค่ะ”

>

>เธอ!!!!! เด็กคนที่นั่งอยู่ในห้องตอนที่ผมคุยกับแอน O_o”

>

>เฟอร์ส “หนิง เธอไปรู้ได้ไง? “

>

>อ๊าาาาาาาาาาาาา นึกออกแล้ว ที่แท้ก็น้องหนิง

>เพื่อนกลุ่มเดียวกับเฟอร์สนี่เอง

>โอ้!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

>แบบนี้ยิ่งแย่ลงไปใหญ่

>

>หนิง “แหม…เฟอร์ส ก็เค้าเห็นนะ เมื่อกี้นี้

>พี่คนนี้กอดกับพี่ผู้หญิงอีกคนในห้อง TV น่ะ พี่ทะเลาะอะไรกันเหรอคะ

>หนูเห็นพี่ผู้หญิงร้องไห้แล้วก็

>กอดพี่ตั้งนาน หนูคิดว่าหนูคงเป็นคนนอกก็เลยเดินออกมาน่ะค่ะ”

>

>ตาย!!!!!!!!!!!!!! ตายจริง ๆ แน่

>ทำไมน้องมาพูดต่อหน้าประชาชีแบบนี้ล่ะจ๊ะหนิง T_T

>ผมไม่รู้จะมองหน้าเฟอร์สยังไง มองหน้าไม่ติดจริง ๆ

>แต่ผมคอยเหล่ ๆ มองอาการของขิงตลอด ซึ่งแค่พูดลักษณะว่า “คนที่เหมือน ๆ

>ทอม” แค่นี้ขิงก็รู้แล้วว่าเป็นใคร……………………………

>

>ขิง

>”พี…………เธอเลือกแอนเหรอ………………………………..”

>ผม “ไม่ใช่……………….คือ………………..

>(จะอธิบายยังไงดีล่ะเนี่ยะ ลำดับคำพูดไม่ถูกซะแล้ว) “

>เฟอร์ส “อ๋อ…..พี่คนนั้น

>ที่เคยเห็นไปไหนมาไหนกับพี่ระยะหนึ่งนั่นเหรอคะ”

>

>จำได้เลย ผมเคยแสดงเป็นแฟนแอนเพื่อสลัดมาดทอมของเธอนี่นะ

>แต่……..ขืนเอามาเล่าตอนนี้ล่ะก็ยิ่งยาวแหงเลย

>

>ผม

>”คือ………….จะเชื่อกันรึเปล่าก็ไม่รู้นะ……………แต่เราไม่ได้เป็นแฟนกันหรอก”

>

>ผมไม่อยากให้ภาพพจณ์ของแอนเสียด้วยเรื่องที่ว่าเธอมาชอบผมหรอก

>

>ผม “พอละ ไม่คิดอะไรอีกละ

>จะบอกตามตรงไม่อ้อมค้อมอีกแล้วล่ะ…………………”

>

>และแล้วผมก็พูดคำที่ไม่น่าเชื่อว่าจะหลุดออกจากปากของผมออกมา……………เป็นคำที่ออกมาจากใจจริง

>ๆ ไม่มีปิดกั้นอีกแล้ว

>

>ผม “เฟอร์ส

>พี่รักเฟอร์ส…………………………………………………..แอบชอบตั้งแต่ครั้งแรกเห็น

>และพี่เพิ่งจะมั่นใจเมื่อไม่กี่วินาทีที่แล้วนี่เอง

>ว่าพี่รักเฟอร์ส อยากเป็นคนที่ใกล้ตัวเฟอร์สมากที่สุด

>เป็นคนสำคัญของเฟอร์สมากที่สุด……………………………”

>

>และแล้ว ประโยคง่าย ๆ ซึ่งบางคนพูดมาแล้วตั้งหลายครั้ง บางคนพูดได้ง่าย

>ๆ ไม่รู้สึกอะไรเลย แต่เป็นคำที่มันออกมาจากลำคอของผมยากที่สุด

>แล้วผมก็เอ่ยมันออกมา………………….

>

>ผม “เฟอร์ส เป็นแฟนกับพี่ได้มั้ย? “

>

>……………………………………………………………………………………………………… ประโยคนี้ทำให้ทุกคนในที่ตรงนั้นอึ้ง

>นิ่งเงียบ

>ตัวขิงผมรู้สึกเหมือนกับว่าเธอน้ำตาซึม

>มือจับขอบประตูเป็นที่พึ่งใช้ทรงตัว………..หนิงมองหน้าผม

>แล้วก็มองหน้าเฟอร์สอย่างรอฟังคำตอบ

>ส่วนตัวเฟอร์ส………………………….ผมเพิ่งจะสังเกตุเห็น

>หน้าขาว ๆ ใส ๆ ตอนนี้เป็นสีชมพูเข้ม

>และ……ดูเหมือนเธอก็น้ำตาซึมอยู่เหมือนกัน

>

>ขิง “เราขอตัวก่อนนะ…………………………….”

>

>แล้วขิงก็เดินออกจากที่ตรงนั้นไป ขึ้นบันไดไปที่ห้องเรียนพิเศษทันที

>………………อย่างไม่ต้องสงสัยเลย

>ผมแทบจะมั่นใจว่าเธอยกแขนขึ้นมา

>ซับน้ำตาไปพลางระหว่างขึนบันได แต่ในหัวผมตอนนั้นมันขาวโพลนไปหมดแล้ว

>ไม่เหลือความคิดแม้แต่จะสงสารขิง ไม่เหลือความคิดอยากจะ

>รอฟังคำตอบจากเฟอร์ส แต่ผมอยากจะออกไปจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด

>แต่……………………………………..ถ้าทำแบบนั้น

>ผมก็อดดูภาพที่

>ทำให้ผมมีความสุขจนถึงทุกวันนี้แน่ ๆ

>

>สายตาของเฟอร์สก้มมองต่ำและเริ่มหลับตา หยาดน้ำตาเม็ดใส ๆ เล็ก ๆ

>ก็ร่วงลงบนหน้าขาของเธอ

>

>เฟอร์ส “……….ทั้ง ๆ ที่เฟอร์สคิดว่ายังไงก็ไม่มีทาง

>พี่มีคนชอบเยอะ เราห่างกัน ยังไงก็ไม่มีหวัง ทั้ง ๆ

>ที่คิดว่าแม้จะไม่สมหวังก็จะไม่เสียใจ

>จนความคิดนั้นมันมาทำให้เฟอร์สรู้สึกว่าสามารถบังคับอารมณ์ให้เป็นปกติได้แล้วแท้

>ๆ แต่………………..พี่พูดประโยคนี้………….

>ทำไมเฟอร์สถึงรู้สึกดีแบบนี้กันล่ะเนี่ยะ ฮะ ฮะ”

>

>เธอหัวเราะทั้งที่น้ำตายังไหล หนิงแอบย่องออกไปได้สักครู่แล้ว

>ผมได้ยินเสียงบ่นอุบอิบตามหลังเล็กน้อย “หวาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาน”

>ประมาณนั้น

>แล้วความสนใจของผมทั้งหมดก็มาจับจ้องที่เฟอร์ส………………..เธอเงียบไปสักพัก

>แล้วเธอก็เงยหน้าขึ้นมาตอบ…………

>

>เฟอร์ส “ค่ะ……………เราเป็นแฟนกันนะ”

>

>หมดแล้ว…………..ทุกสิ่งทุกอย่าง

>ผมแทบจะตายซะตอนนั้นเพราะความดีใจ ความปิติ

>มัน…………..ทุกอย่างรวมกัน มันบอกไม่ถูก

>แต่ตอนนี้……………………….บทสรุปมันมาถึงแล้ว

>และมันได้บอกผลลัพธ์สุดท้ายให้ผมแล้ว……….ภาพใบหน้าเธอตอนตอบตกลงดูอาย

>ๆ

>แต่ก็มั่นคงและหนักแน่น

>มันทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่มีความสุขที่สุดแล้ว T_T

>

>ในวันนั้น ขิงไม่ได้อยู่ในห้องเรียนพิเศษ

>(คงร้องไห้อยู่ในห้องน้ำตอนผมเดินขึ้นบันไดไปนั่นแหละนะ

>ได้ยินเสียงอยู่) แต่ 2 วันต่อมา เธอก็

>กลับมาเรียนตามปกติ

>แม้จะดูหมองไปบ้างเล็กน้อยแต่คิดว่าไม่นานเธอคงจะกลับมาสดใสเหมือนเดิม

>และ…..ไอ่แฟร์…..ยังคงแอบชอบขิงต่อไป

>ครีมไม่ได้มีผลกระทบมากนักจนคนทั่วไปคิดว่า “ครีมไม่ได้ชอบพีซักหน่อย”

>อาจจะเป็นแบบนั้นจริง ๆ ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องดีอีกนั่นแหละ……….

>แอน เธอร้องไห้ไปแล้วนี่นะ แต่ดูเหมือนเธอจะอึ้ง ๆ เล็กน้อย

>ที่ผลสุดท้ายผมไมได้ลงเอยกับทั้งครีมและขิง แต่กลับเป็นเด็ก ม. 4

>ที่เธอไม่รู้จัก

>ไอ่เบย์กับตาลยังคงคบกันเหนี่ยวแน่นตั้งแต่ต้นจนจบ มันทิ้งประโยคง่าย ๆ

>แต่ฟังแล้วรู้สึกทั้งซึ้ง ๆ และคลาสสิคว่า “โชคดีนะเพื่อน”

>มันทำยังกะจะจากกันไกลงั้นแหละ ทั้ง ๆ

>ที่ยังไงซะก็ต้องเรียนที่เดียวกันไปอีกนาน แต่ผมเข้าใจนะ

>มันแฝงความหมายลึกซึ้งไว้ว่า

>”ขอให้มรึงกับเฟอร์สโชคดีนะ” ………………………………….

>

>ไอ่เบย์ ถ้ามรึงเข้ามาอ่านในนี้นะ ถึงเรื่องนั้นมันจะผ่านมา 2-3

>ปีมาแล้วก็เถอะ ตอนนั้นกรูไม่ได้พูด ขอโทษที พูดซะตอนนี้เลยละกัน

>”ขอบใจมากว่ะเพื่อน”

>ไม่กล้าไปพูดประโยคนี้กับมันหรอก กระดากปาก พูดไม่ได้ ฮะ ฮะ ^o^

>

>สำหรับนางฟ้าของผม บอกไว้เลยครับ เดี๋ยวนี้ผมก็ยังคบกับเฟอร์สอยู่

>และไม่ได้เปลี่ยนแปลงเลย คำว่า “รัก” ที่ผมให้เฟอร์สไปในวันนั้น

>มันเป็นยังไง ตอนนี้มันก็ยังคงเหมือนเดิม

>แต่ความรู้สึกของผมมันยิ่งทวีขึ้นกว่าเดิมอีกมากมายนัก แต่พูดบ่อย ๆ

>ไปก็ไม่ดี มันจะฟังดูไม่มี

>น้ำหนัก คุณค่าของมันก็จะลดลง

>แต่พูดอีกสักครั้งคงไม่เป็นไรนะ………..ผมรักเฟอร์ส………..รักมาก………..รักที่สุด………..

>และจะรักตลอดไปเลยล่ะ เธอคนเนี่ยะ

>………………………………………นางฟ้าของผม……………………………………..

>………………………………………เธอน่ารักจัง

>-•๏จบแล้วจ้า๏•-<

Advertisement

Actions

Information

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Connecting to %s




Follow

Get every new post delivered to your Inbox.