Trainee to Jr.Consultant

15 01 2012

หลังจากที่ผ่านชีวิตเทรนนีไปครบ6เดือน

ตอนนี้ผมก็ได้ผ่านการพิจารณาให้เซ็นสัญญาเป็นพนักงานประจำ

(Permanent Employee)

และติดโปรเบชันอีก3เดือน(จะติดทำไมหนออออออ><)

ได้ปรับเงินเดือนขึ้นเป็นเรท2กลางๆ มีตังกินหนมแย้วววววว

ส่วนชื่อตำแหน่งก็กลายเป็น

“Junior Consultant”

พี่ๆหลายคนอาจคิดว่าหมดช่วงชิวแล้วนะน้องๆ

แต่จริงๆแล้วเราก็ทำงานจริงๆตั้งแต่เป็นเทรนนี เดือนที่5แล้ว ฮ่าๆ

ต้องบอกว่างานเยอะขึ้นมาพอสมควร แต่ไฟในการทำงานของเรายังแรงอยู่

มีเครียดบ้าง กลับดึกบ้าง แต่ก็กลบความรู้สึกได้ด้วยอาหารอร่อยๆย่านออฟฟิศ

(ทองหล่อ เอกมัยอ่ะเนอะ มีเค้กมีไอติมอร่อยๆมากมายยยยยย แพล่บ!)

ก็สำหรับเพื่อนๆที่สนใจ อยากจะเข้าร่วมโครงการดีๆแบบนี้บ้าง

ก็เตรียมตัวสมัครกันในช่วงเดือนกุมภาพันธ์นะครับ น่าจะเริ่มงานช่วงเมษานะ ไม่ก็มีนาเลย

ใครที่มีปัญหาสงสัยตรงไหนก็คอมเมนท์มาถามได้ จะพยายามตอนให้ครบทุกคอมเมนท์นะ

สำหรับAtosก็อาจไม่ใช่ที่ๆเทรนด์SAPได้ดีที่สุด แต่ส่วนตัวก็เชื่อว่าทุกๆอย่าง

มันจะขึ้นอยู่กับตัวผู้เรียนรู้เองว่ามีความกระตือรือร้นที่จะอยากรู้มากแค่ไหน

เพราะอย่างนิกอยู่มา8เดือนแล้วก็ยังต้องถามพี่ๆอยู่เลย งานไม่จำเจ

มีอะไรใหม่ๆให้เราศึกษามากมาย

ยังไงก็หวังว่าจะเห็นคนที่สนใจในด้านSAP จะเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการครั้งนี้นะครับ^^

ใครที่สนใจจะเข้าโปรแกรมAtos IT Solutions and Services Internship Program  ก็เข้าลิ้งข้างไปได้เลยนะครับ

http://th.jobsdb.com/TH/EN/Search/JobAdSingleDetail?jobsIdList=300003000302203





เธอน่ารักจัง ก้อปมาจากFW:Mail สมัยม.ต้น สนุกมากก

22 11 2011

>เธอน่ารักจัง

>มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นประมาณ 3 ปีที่แล้วล่ะมั้ง (ประมาณนั้นได้)

>ผมเป็นคนชอบเล่นเกม มีเพื่อนซี้อยู่คนนึง ชื่อว่าไอ่ “เบย์”

>ผมกับเพื่อนคนนี้ส่วนมากไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด ซี้กันมาก

>แล้ววันนี้ผมกับมันก็โลดแล่นกันตามเคย (เที่ยวตระเวนร้านเกม)

>ขณะนั่งเล่นเกมอยู่ในร้านตู้กระจกร้านหนึ่ง (ขอสงวนสถานที่ด้วยนะ)

>แน่นอนครับ rag นั่นเอง (แต่เกมอื่น ๆ ก็เล่นนะ เช่น เทลวีเวอร์ หรือ

>N-Age อะไรพวกเนี่ยะ) ระหว่างเล่น rag อย่างเมามัน

>ผม “เฮ้ย! ไอ่เบย์ ทำไรอยู่วะ!?! กรูโดนมันตบตายแล้วเนี่ยะ เอาพริส

>มาชุบกรูหน่อยเร็ว”

>ผมเล่นฮัน กำลังบู๊ในปิรามิดชั้น 4 มันส์เลย

>เบย์ “โห่ เล่นยังไงวะ เบสก็ให้แล้ว agi ก็ให้แล้ว ยังตายอีก”

>มันยิงอยู่ชั้น 3 มันมีพริสอีกตัวอยู่ใน ID เดียวกัน

>ขณะที่มันเอาพริสมาปลุกผมนั่นเอง ตัวจริงของผมก็เดินเรื่อยเปื่อย

>ไปซื้อขนมที่พี่เจ้าของร้าน (มีน้ำอัดลมกับขนมขายในร้านด้วยนะ

>มาม่าก็มี มีไว้สำหรับพวกที่เกมรับประทานศีรษะอย่างผมสองคน

>เนี่ยะแหละ)

>…………………..มองไปหน้าร้าน………………….เฮ้ย!!!

>ผู้หญิงคนหนึ่งเพิ่งออกจากร้านทำผมข้าง ๆ โอ……..ม….แม่เจ้า…

>ถ้าคุณรู้จักว่าสวย + น่ารัก เป็นยังไง นั่นแหละ!!! นั่นเลย!!!

>ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี เพราะเค้าหน้าไม่เหมือนดาราคนไหน แต่เค้า

>น่ารักแบบของเค้า คือ……….เอ่อ…….เอางี้ นึกภาพตามนะ

>สูงสัก 164 ซม. เอ่อ……….อ๊ะ! ใช่ ๆ

>ที่เด่นชัดอีกอย่างนึงก็คือ……

>”ผิวขาวจริงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง” ขาวจริง ๆ ครับ สาบาน

>ขาวมาก ๆ ขาวแบบ…ผ่องใสทุกยองใยเลยอ่ะ และด้วยความขาวนั้น

>ทำให้ตาหวาน ๆ และปากเรียวบางสีแดงอ่อนยิ่งดูโดดเด่นขึ้นอีก

>โอ…………….คนแบบนี้มีจริงด้วย (ในใจนึก)

>สุดยอดเลย……………

>ดู ๆ แล้ว ประมาณ ม. 4 ได้มั้ง เฮ้อ……..น่ารักจนแม้ว่าจะกลัวจน

>ลนลานว่าน้องเค้าจะหันมาเห็นเราแล้วเค้าจะรังเกียจ แต่…..ยาก

>ยากมากจริง ๆ ที่จะถอนสายตาไปจากน้องเค้า มันเหมือนทุกอย่าง

>มันไม่มีความหมายแล้ว ขอให้ได้มองเค้าต่อ…มันจะเกิดอะไรขึ้นก็

>ช่างมัน ผมไม่สน อะไรประมาณนั้นเลยแหละ

>มองเค้าซะนาน จนน้องเค้าขับ BMW สีขาวไปแล้ว

>กลับมามองจอตัวเองอีกที………………ตายรอบ 2 เออ เจริญเลย -_-”

>ปิดเทอม ผมกับไอ่เบย์ก็หาที่เรียน Summer กันเหมือนเคย (นี่แหละ

>ความลับของคนบ้าเกม 2 คนที่ไม่เคยต้องรีเกรด ^_^)

>

>เบย์ “เออ…กรูเห็นนะ มีแถว ๆ ……………… (ตามกติกาครับ

>สงวนสถานที่)

>กรูเห็นมีที่นึงว่ะ เออ อาจารย์อายุไม่แก่มากอ่ะ ใจดีด้วย จะได้

>เรียนกันแบบสะบาย ๆ ไง เอามะ”

>ผม “เออ…ก็เข้าท่านะ ไปดูกันก่อนก็ได้”

>

>ว่าแล้วก็ไปยังจุดหมาย คนเรียนไม่เยอะเท่าไหร่ อย่างที่เราต้องการ

>เพราะถ้าคนเยอะแล้วเรียนไม่ค่อยรู้เรื่องครับ คิดว่าหลาย ๆ คนก็

>คงคิดเหมือนกัน แต่ที่นี่ก็ดังพอดูนะ

>

>ผมกับนายเบย์สมัครไปเรียบร้อยทันทีทันใดเลยครับ ไว้เอาเงินมาจ่าย

>วันพรุ่งนี้ก็ได้ กรอกเสร็จก็ไปหาหมี่เกี๊ยวทานกัน แล้วก็กะว่าจะหา

>ร้านเกมไปถลุง rag กันตามเสต็ป………………แต่ก่อนนั้น………

>

>O_o” เฮ้ย!!! นางฟ้าของกรู!!! (ผมอุทานดังมาก ดังมากจริง ๆ

>โชคดีที่อุทานในใจ ไม่งั้นคนหันมาทั้งถนนแน่)

>

>โอ………เธอครับ เธอคนนั้นเลย ยังเหมือนเดิม ขาวผ่อง พอแสงแดด

>สะท้อน แทบจะมองเธอต่อไม่ได้ มันแสบตา สว่างวาบจริง ๆ โอย…

>คนอะไร แล้ว…….เดินไป เดินไป เดินไป……เข้าที่เรียนพิเศษ

>หัวใจผมจะพองโตมาก……ถ้าที่เรียนพิเศษที่เขาเดินเข้าไปนั้นเป็น

>ที่เดียวกับผม แต่…….นั่นแหละเนอะ แบบนั้นก็บังเอิญเกินไป

>

>ที่เรียนพิเศษที่เธอเลือก อยู่ห่างจากที่ ๆ ผมเรียนประมาณ 3 ช่วงตึก

>เออ…เซ็ง ไกลกันอีก……..ฮึ่ม………เอาไงดีวะ เออ

>จะได้มองนางฟ้า

>ยังจะคิดนานอีก ผมชวนไอ่เบย์เปลี่ยนที่เรียนเดี๋ยวนั้นเลย

>

>ที่เรียนที่เธอคนนั้นเรียนอยู่ต่างจากที่ ๆ

>ผมเรียนอยู่ตรงที่………..

>คนเยอะเจรงงง ๆ เยอะมาก แล้วส่วนมาก เอ่อ…………………….

>ส่วนมากเป็นสาว ๆ ทั้งนั้นเลย (นั่นเป็นเหตุผลทำให้ไอ่เบย์ยอมเปลี่ยน)

>

>ระหว่างที่กรอกใบสมัคร (ที่เก่าช่างมันเฮ๊อะ ใครที่จะเรียน Summer

>อย่าทำแบบนี้นะครับ มันเสียมารยาทมาก สมัครแล้วหายจ้อยแบบนี้)

>……..เธอเดินออกมาจากห้อง TV (ที่นี่หรูพอดูเลย มีขนมขาย มีน้ำขาย

>มีห้องหนังสือ แล้วก็มีห้อง TV จอยักษ์ กว้างขวางพอสมควรเลยแหละ

>ติดเครื่องปรับอากาศทุกห้องเสียด้วย) ตอนนั้นผมเห็นเธอคนเดียว

>แต่ตอนนี้เธออยู่กับเพื่อน ๆ เธอ

>ผมถึงได้ทราบซึ้งว่า………………

>”ไฮโซ” โห…..ทั้งกลุ่ม เอ่อ…ผู้ดีทั้งนั้น

>(ในที่นี้อยากให้นึกภาพผมกับ

>นายเบย์นะ ว่าพวกเราไม่ได้ต๊อกต๋อยอะไรมาก แต่เรารักความสบาย

>ก็เลยไม่เรื่องมากด้านการแต่งตัว)

>ซ้ำยังมีการวางตัวที่ดีในสังคมเสียด้วย

>ตายละหว่า ตีตูมองอะไรอยู่เนี่ยะ ยิ่งกว่าดอกฟ้าอีก…………..-_-”

>เรียนพิเศษวันแรก ทั้งห้องมีคนเรียนอยู่ 52 คน (เยอะไหมล่ะเนี่ยะ…

>ผู้ชายมี ผม ไอ่เบย์ แล้วก็ พวกครึ่งควบลูก (กระเทย) 4 คน

>ในหมู่ผู้หญิง

>แล้วก็มีไอ่บ้าหอบฟาง……..ที่เรียกมันแบบนี้เพราะมันทำตัวได้บ้านนอกมาก

>นึกภาพนะ ใส่เสื้อยืดยาน ๆ บาง ๆ สีแดง

>แล้วก็ใส่กางเกงวอร์มขาจั๊ม…..

>ผมทรงลานบินเต็มสตรีมเลย ใส่เยลซะแข็ง คงเอาไว้แทนหมวกกันน๊อค

>แค่นี้แหละผู้ชาย…………หมายความว่านอกนั้นต้องเป็น ญ ล้วน ๆ

>นึกดู!!!

>โอ…คนนี้จากมหาลัยนู้น คนนู้นจากมหาลัยนี้ มากหน้าหลายตา

>เยอะแยะไปหมด

>สำหรับผมที่ไม่เคยได้อยู่ท่ามกลางสาว ๆ แบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต เอ่อ…

>จะละลายอยู่แล๊ว >_<

>

>ไอ่เบย์น่ะ มันเข้ากับคนอื่นง่าย มันเป็นคนตลก พูดเก่ง

>ไม่แปลกเลยที่มัน

>จะรู้จักคนครึ่งห้องได้ในเวลาเพียง 1 ช.ม.

>

>ผมกับมันเรียนกัน 3 ชม. ครับ 9.00 น. – 12.00 น. (รู้สึกว่าน้อยจัง

>ที่อื่นผมเรียนไม่ต่ำกว่า 5 ชม. นะ) ในห้องน่ะนะ

>แน่นอนว่าในหมู่ผู้หญิงทั้งหมด

>45 คน ต้องมีคนสวยน่ารักอยู่แล้ว (ไม่นับนางฟ้าคนนั้นของผมนะ เค้าเรียน

>คนละชั้นกับผม ก็ผมเรียนปี 1 เค้าเรียน ม.4 นี่นา) ในห้องจะแบ่งกันเป็น

>กลุ่ม ๆ ครับ ตามสถานที่เรียน เพราะส่วนมากแล้วคนที่มาเรียน จะมากับ

>เพื่อนในมหาลัยเดียวกัน แบ่งเป็นกลุ่มละ 8-10 คนเนี่ยะแหละ มีประมาณ

>5 กลุ่มล่ะมั้ง ไปเฉลี่ยกันเอาเองนะครับ

>แต่ละกลุ่มก็จะมีสุดสวยสุดน่ารักเลย

>ประมาณ 1-2 คน แล้วก็มีคนที่น่ารักพอใช้ได้ประมาณ 3-4 คน นอกนั้นคือ…

>พวกที่ไม่สมควรพาไปวัดไปวาด้วย

>

>ไอ่เบย์มันไปรู้จักกับกลุ่มที่มาจาก ม.ช. (มหาลัยเชียงใหม่)

>โอว…สาวเหนือ

>น่ารักชมัด คนที่น่ารักมาก ๆ มี 2 คนในกลุ่ม นอกนั้นก็น่ารักดี

>คนแรกชื่อ ขิง อีกคนชื่อ ตาล ดูแล้วไอ่เบย์มันจะสนใจตาลไม่น้อย

>ขิง เป็นคนผิวขาว (ถึงจะไม่เท่านางฟ้าคนนั้นก็เถอะนะ) หน้าตาคมมาก

>ตาคม ๆ คิ้วเข้ม แต่เรียวบาง ผมยาวถึงไหล่ ตัวสูงประมาณ 166 ซม.

>ดูห้าวนิด ๆ ออกทอมหน่อย ๆ แต่ก็ยังเรียบร้อยสมเป็นผู้หญิงอยู่

>ตาล เป็นคนตาหวาน ผมยาวถึงหลัง ผิวขาวพอ ๆ กับขิง ดูเป็นเด็ก ๆ

>น่ารักดี ขี้เล่น สูงประมาณ 159 ซม. (เสป็กไอ่เบย์มันแหละ)

>ผมกับไอ่เบย์คุยกับหญิงกลุ่มนั้นจนเค้าชวนไปทานข้าวด้วยกัน (หุ หุ

>ไปกับ

>หญิงประมาณ 10 คน โอว์…จ๊อช)

>

>ถ้าถามผมว่าผมชอบใครมากกว่ากัน ระหว่างขิงกับตาล ผมคิดว่าขิงน่ารัก

>แบบธรรมชาตินะ คือ…เค้าไม่ต้องทำอะไรยังไงมากก็น่ารักแล้วอ่ะ…

>แต่ตาล

>ต้องทำตัวสดชื่น ๆ แล้วก็ทำตัวเหมือนเด็ก ๆ ถึงจะน่ารัก

>ผมคุยกับขิงเป็น

>ส่วนมาก (แฮ่ ๆ) หลังจากทานข้าวเสร็จสาว ๆ ก็ขอตัวกลับที่พักกันก่อน

>ผมกับไอ่เบย์ก็หาร้านเล่น rag

>ตามเคย…………เล่นไปประมาณชั่วโมงกว่า ๆ

>

>ไอ่เบย์ “เฮ้ย! พี ไปส่งกรูหน่อยปะ”

>ผม “ไปไหนวะ?”

>ไอ่เบย์ “เมื่อกี้เว่ย กรูโทรคุยกับตาล

>เค้าบอกว่าจะไปเที่ยวเล่นที่คอนโดของเค้า

>ก็ได้เว่ย!!!”

>

>ผมนึกในใจทันที “ไอ่ปีศาจ” มรึงเพิ่งคุยกับเขาเมื่อกี้

>ได้เบอร์โทรแล้วเรอะ

>ยังไม่พอ ถามไปเที่ยวที่คอนโดเค้าได้แล้วอีกด้วย O_o” มันเซียนจริง ๆ

>จ๊อช…

>

>ผม “เออ ๆ งั้นก็คิดตังกันเหอะ”

>

>ระหว่างจะความหาเงินในกระเป๋า…………ซวยจริง ๆ

>ด้วยความเร่งรีบที่จะได้

>ไปทานข้าวกับสาว ๆ 10 คน

>ผมก็ดันลืมกระเป๋าไว้ที่เรียนพิเศษ………………

>เงินที่ติดตัวอยู่ในกระเป๋ากางเกงเสมอก็จ่ายค่าอาหารไปแล้ว…นี่ตูไม่เอะใจเลย

>เหรอว่า “กระเป๋าหายไปไหน!?!” เพิ่งมารู้เอาตอนนี้!!!

>โห………..พ่อแม่พี่น้อง

>ถึงตอนนี้ใครจะด่าผมโง่ก็เอาเลยครับ -_-”

>

>ไอ่เบย์มันจะให้ยืมเงินก่อน แต่ยังไง ๆ ก็ต้องกลับไปเอากระเป๋าก่อนล่ะ

>ไม่รู้ว่า

>หายไปรึยัง…… (ไม่อยากคิดว่าหายไปแล้ว…มองโลกในแง่ดีไว้)

>

>หอบสังขารขับรถไปที่เรียนพิเศษกับไอ่เบย์

>จำได้ว่าก่อนออกมานั่งคุยกับสาว ๆ

>ในห้อง TV ว่าแล้วก็รีบรุดไปเลย เปิดประตูเข้าไป………..โจ๊ะ!!!!!

>

>อีกแล้ว…นางฟ้า…คราวนี้เต็ม ๆ เค้านั่งดู TV อยู่กับเพื่อนอีกคนนึง

>ตอนนี้

>ผมเผชิญหน้ากับเค้าในระยะห่างไม่ถึง 5 เมตร O_o” เค้าหันมามองผมทั้ง 2

>คนเลย

>ง่ะ…………ถ้าสังเกตุให้ดี………….กระเป๋าน้อยของผม…………โดนนางฟ้า

>นั่งทับอยู่……………………………………………………………………………….

>ทำไง ทำไง ทำไง (ในหัวนึก) นึกไม่ออก ทำอะไรไม่ถูก

>เป็นครั้งแรกที่ได้สบตากับ

>น้องคนนี้เลย เฮ้ย! ขยับไม่ออก ปากมันละลายไปแล้ว

>เหงื่อมันท่วมท้นมาจากไหน

>แต่ทันใดนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าจะมัวเคลิบเคลิ้มมากกว่านี้ไม่ได้

>ไม่งั้นน้องเค้าจะคิดว่า

>เราโรคจิตแน่ ๆ ไอ่เบย์เพื่อนตายก็ดันนั่งอยู่ในรถอีก…….เอาวะ!

>

>ผม “เอ่อ…น้องครับ คือ……..”

>

>ยังไม่ทันบอกจุดประสงค์ น้องเค้ารู้ตัวก่อน

>

>นางฟ้าคนนั้น “อ๋อ! กระเป๋าใช่มั้ยคะ…แหะ ๆ นั่งทับไปเต็ม ๆ เลย

>ขอโทษค่ะ”

>

>พูดพร้อมกับหยิบกระเป๋าให้ โอ้ว! น…น…น่ารัก จัง เลย ว้อยยยยยยยยยย

> >_<

>คือ…น้องเค้าอายหน่อย ๆ

>แต่ก็ควบคุมกิริยาท่าทางทุกอย่างไว้ได้อย่างสมบูรณ์

>ทั้งหมดเลย ผมรับกระเป๋ามาอย่างเร็ว ๆ

>เพราะทนจะอยู่ต่อหน้าน้องเค้าไม่ไหว

>

>ผม “ขอบใจนะ”

>

>พูดแบบเบา ๆ

>เสียงมันเหมือนกับเบาจนแม้แต่ผมเป็นคนพูดเองก็ยังฟังไม่ได้ยิน

>แล้วก็รีบชิ่งออกจากตรงนั้นเลย เดินมาถึงรถ หัวยังเบลอ ๆ อยู่

>”กรูได้พูดกับ

>น้องเค้าแล้ว!!!” ถึงจะประโยคสั้น ๆ แต่แค่นั้นผมก็แทบจะบ้าแล้ว……

>

>ขึ้นรถมาไอ่เบย์ไม่รอช้า รีบสั่งการ

>พวกเราฉิวไปที่คอนโดของตาลอย่างรวดเร็ว

>ในหัวผมยังนึกถึงน้องนางฟ้าคนนั้นไม่หายเลย

>เฮ้อ…………………….เรียกเค้าว่า

>นางฟ้าแบบนี้ไม่ค่อยดีเลยเนอะ ก็ตอนนั้นผมยังไม่รู้ชื่อเขานี่ครับ

>(ปัจจุบันรู้แล้ว แต่

>ให้พวกคุณรู้ไปพร้อมกับผมในตอนนั้นดีกว่าเนอะ

>ขืนบอกตอนนี้ก็ไม่ลุ้นเลยสิ)

>

>พอถึงจุดหมาย คอนโดที่ว่าเนี่ยะ ขอโทษครับ 50 กว่าชั้น O_o”

>เธออยู่ชั้นที่ 45

>ดีที่มีลิฟ 6 ตัว เลยไม่ต้องรอคิวอะไรนานนัก เป็นคอนโดที่สวยครับ

>ตกแต่งระเบียง

>ด้านในเป็นพืชตระกุลเถาวัล แต่สีเขียว มองแล้วสบายตาดี

>

>เดินไปถึงห้องของเธอ ห้อง 45B7 (อันนี้ผมกับไอ่เบย์วิเคราะห์ว่าเลข 2

>หลักแรก

>คือเลขบอกชั้น ส่วนตัวอักษรภาษาอังกฤษคือบอกโซน เลขตัวเดียวพ่วงท้ายคือ

>เลขลำดับห้อง) เดินมาถึงหน้าประตู เคาะปุ๊ป โห…..เสียงสาว ๆ

>กรี๊ดกร๊าด คาดว่า

>กลุ่มเมื่อกี้แน่ ๆ 10 คน อยู่คอนโดนี้หมดแน่ ๆ (แต่อาจจะหลาย ๆ ห้อง)

>ตอนนี้

>มารวมตัวอยู่นี่หมดแล้วมั้ง ตาลมาเปิดประตูให้…..พอเข้าไป

>หูย…….กว้าง

>ข้างในมี 2 ห้องใหญ่ ๆ ห้องน้ำอีก 1 ห้อง ทุกห้องติดแอร์

>(ห้องน้ำไม่รู้ติดรึเปล่า)

>เย็นมาก สาว ๆ นั่งทานขนมอยู่ตรงโต๊ะรับแขกทรงกลมประมาณ 6 คน

>คนนึงอยู่ใน

>ห้องน้ำ อีกคนอยู่ในห้องนอน (ห้องกว้างอีกห้องนึงนั่นแหละ)

>ที่แปลกกว่านั้น

>ไอ่ครึ่งควบลูก 4 คน อยู่ในห้องนั้นด้วย

>มาทราบภายหลังว่ามันเองก็พักอยู่คอนโดนี้

>เหมือนกัน…………………ส่วนตัวแล้ว……………….ผมเกลียดกระเทยมาก

>ๆ

>แต่สาว ๆ

>ในห้องทำให้ผมรัญจวนใจขึ้นจนสามารถเข้าไปในห้องได้…แต่ในห้องนั้น

>ผมมองไม่เห็นขิงเลย…ไปไหนหว่า?

>

>ตาล “ไงหนุ่ม ๆ เข้ามาเลย เย็นหน่อยนะ พวกนี้เค้าเร่งแอร์กันน่ะ”

>ไอ่เบย์ “มะเป็นไรจ้า ^_^ ขอรบกวนหน่อยนะ”

>ผม “เอ๋? อยู่กันครบหมด แต่ขิงหายไปไหนล่ะ?”

>

>แล้วหนึ่งใน 4 มนุษย์ครึ่งควบลูกทักผมขึ้น มันชื่อบีน

>

>บีน “แน่…ชอบขิงใช่มั้ยล่าาาาา”

>

>ไอ่บ้า ไอ่กระเทย ไอ่ไม่ครบ “ช” มรึงน่าหุบปากไปเลย!!!

>ทำลายบรรยากาศแท้ ๆ

>ผมนึกในใจนะ

>

>ผม “เหอะ ๆ ๆ ถ้าเล่นมุขก็ขอบอกว่าไม่ตลกเลย”

>

>หนึ่งในเพื่อนของตาล แจง ก็พูดขึ้น

>

>แจง “ขิงเค้าเอากระเป๋าไปเก็บที่ห้องน่ะ เดี๋ยวก็มาแล้ว”

>

>ผมยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปากอย่างไม่ตั้งใจ

>

>ตาล “เข้ามาก่อนดีกว่าน่า จะยืนอยู่ที่ประตูนี่ไปถึงไหน”

>ผม “ทำไมยอมให้พวกเรามาที่คอนโดแบบนี้ล่ะ ไม่รู้สักว่ามันเร็วไปเหรอ?”

>ตาล “อิ อิ ไม่เป็นไรหรอก พวกเธอดูแล้วไม่น่าจะอันตรายหรอกนี่”

>ผม “หึ หึ ไว้ใจพวกผมมากจะเสียใจ (ผมพูดพร้อมทำหน้าเจ้าเล่ห์นิด ๆ)”

>ตาล “ฮะ ฮะ ฮะ อย่าพยายามทำหน้าตาแบบนี้เลย ไม่น่ากลัวหรอกย่ะ

>อีกอย่างนะ

>เธอน่ะมีแค่ 2 คน กับพวกชั้น 10 คน กระเทยอีก 4 พวกเธอนั่นแหละ

>ระวังไว้”

>ผม “ฮะ ฮะ ฮะ (ไงล่ะ โดนตอกมุขกลับเลยตู)”

>

>ว่าแล้วก็เข้าไปนั่งข้างใน ผ่านไปซัก 5 นาที ขิงก็มาเคาะประตู

>

>ขิง “มาแล้วจ้าาาาาาา”

>ตาล “อ๊ะ มาแล้ว ๆ เจ้าหญิง”

>ขิง “อีกแล้ว เลิกเรียกเค้าแบบนี้ได้มั้ย”

>ผม “เอ๋? ไมเรียกเค้าว่าเจ้าหญิงอ่ะ มันคืออะไรเหรอ?

>ยังกับการ์ตูนแน่ะ”

>ตาล “อิ อิ ^_^ ในหมู่พวกเราเนี่ยะ ขิงเนี่ยะแหละ ดูห้าว ๆ แบบนี้

>ใครจะรู้ว่าความจริง

>ลูกคุณหนูน่าดูเลย บ้านรวยด้วย หนุ่มตอมหึ่งอีกต่างหาก ไม่เป็นเจ้าหญิง

>แล้วจะเป็นอะไรดีล่ะ”

>ผม “หวาว…………”

>

>ผมมองขิง พอขิงเดินเข้ามาในห้อง เค้าก็มองมาทางผม

>แล้วก็ทำหน้าตาเหมือนเจอ

>ของประหลาดบางอย่าง เหมือนเพิ่งสังเกตุเป็นว่ามีผมอยู่ในห้อง

>

>ขิง “เอ่อ…เราต้มมาม่าไว้ ขอตัวก่อนนะ”

>

>แล้วขิงก็ออกไปเลย ทำหน้าตาแบบไม่ค่อยพอใจด้วย อ้าว…..อะไรเนี่ยะ!?!

>เกลียดเราเหรอ?

>ผม “เอ่อ…เค้าเป็นไรเหรอ?”

>แจง “นั่นดิ เจ้าหญิงขิงเนี่ยะนะจะทานมาม่า ไม่มีทาง”

>ตาล “ไมมาแป๊ปเดียวอ่ะ เพิ่งเข้ามาเอง”

>ผม “(อึ้ง)………………………………………………”

>

>ง่า…ไงดีล่ะ หรือเพราะผมจริง ๆ กันล่ะเนี่ยะ เค้าไม่ชอบหน้าผมเหรอ?

>ตอนอยู่ที่

>เรียนพิเศษ ไอ่เราคุยด้วยก็ไม่คุยด้วย ตอบก็ตอบห้วน ๆ

>รึว่าจะเป็นแบบนั้นจริง ๆ

>ท่าทางชักจะไม่ค่อยเข้าท่าแล้ว

>ผมบอกไอ่เบย์ว่าอยู่ซักครึ่งชั่วโมงก็ควรจะไปกันได้แล้ว

>ไอ่เบย์หงุดหงิดยิ่งนัก แต่สุดท้ายก็ยอม

>

>กลับมาถึงคอนโดของผม

>

>ไอ่เบย์ “เฮ้ย! เป็นไรของมรึงวะ กรูกำลังหลีตาลสนุกเลย

>กรูรู้มรึงไม่ชอบกระเทย

>มรึงก็ทำเป็นไม่เห็นมันเด่ะ ทำไมต้องรีบลากสังขารออกมาด้วยวะ

>เกือบจะได้

>ทานข้าวเย็นกับตาลแล้วแท้ ๆ เชียว”

>ผม “กรูอึดอัดว่ะ

>รู้สึกเหมือนกรูเป็นสิ่งแปลกปลอมที่เค้าไม่ต้องรับยังไงก็ไม่รู้”

>ไอ่เบย์ “อารายมรึง กรูก็เห็นเค้าคุยดีกับมรึงนี่หว่า

>ใครวะทำท่าทีต่อต้านมรึงอ่ะ”

>ผม “………………………ขิง……………………….”

>ไอ่เบย์ “……………………………………………….”

>ไอ่เบย์ “เออ แล้วไงวะ มรึงจะใส่ใจทำไม แค่คนเดียว รึมรึงแคร์เค้า”

>ผม “เวร ลองมีคนสวยน่ารักแบบขิงมาเกลียดขี้หน้ามรึง

>มรึงจะทนอยู่ต่อได้เรอะ?”

>ไอ่เบย์

>”……………………………………………………………….เออว่ะ

>จริงของมรึง

>กรูเข้าใจละ”

>

>การเข้าใจกันโดยง่ายแบบนี้แหละ ทำให้ผมกับไอ่เบย์คบกันมาได้นาน

>และซี้กันมากถึงขนาดนี้

>หลังจากนั้น 3 วันที่ต้อง Summer ก็เป็นไปอย่างราบรื่น

>(ถ้าไม่นับที่ขิงพยายามหลบหน้าผม)

>ผมไม่ได้เจอนางฟ้าของผมเลย คาดว่าเธอคงจะเรียนเวลาไม่ตรงกับผมมั้ง

>ผมเริ่มเข้ากับ

>ทุกคนในกลุ่มจาก ม.ช. ได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ (เว้นคนนึง) และกับกลุ่มอื่น ๆ

>ผมก็เริ่มได้คุย

>กับเค้าบ้างแล้ว ตอนนี้ทุกอย่างก็เป็นไปได้ดี

>แต่ยังไงก็ยังอยากไขข้อข้องใจกับขิง

>จริง ๆ ไม่รู้ไปทำอะไรให้เค้า ว่าแล้ว…………..วันที่ 4

>ของการเรียนพิเศษ

>

>ผม “ขิง! ขิง!”

>

>ผมทักเธอหลังเรียนเสร็จ เสียงดังลั่นจนคนอื่น ๆ เค้าก็หันมา

>ขิงคงรู้ดีว่าถ้า

>เค้าไม่หันมา คนอื่นคงจะดูออกว่าเค้าไม่ชอบผมอยู่แน่ ๆ สถานการณ์บังคับ

>ทำให้ในที่สุด ผมก็จะได้มีโอกาศเปิดบทสนทนากับขิงจนได้

>

>ผม “ขอคุยอะไรด้วยหน่อยได้มั้ย?”

>ขิง “เอ่อ…..ถ้าไม่นานมากก็…………”

>ผม “ไม่นานหรอก ไม่นาน ขอเวลาเดี๋ยวเดียวนะ พวกตาลน่ะ

>ตอนนี้อยู่กับไอ่เบย์

>ที่ห้อง TV พวกนั้นคงยังไม่ไปทานข้าวหรอก”

>ขิง “………………….ค่ะ งั้นก็ได้”

>ผมโล่งใจอย่างมากมาย

>ตอนแรกกลัวว่าขิงจะจับได้กับการจัดฉากให้ของไอ่เบย์

>ผมพาขิงไปนั่งคุยกันที่ด้านนอกของห้องบันได (ที่เรียกว่าห้องบันไดเพราะ

>2 ข้าง

>ของกำแพงเป็นบันไดขึ้น และมีประตูอยู่อีกด้านหนึ่ง)

>ข้างนอกเป็นลาซีเมนต์โล่ง ๆ

>กันรอบด้านด้วยกำแพง มีต้นไม้และหญ้าอยู่นิด ๆ หน่อย ๆ มีเก้าอี้ 4 ตัว

>โต๊ะกลม

>1 ตัว มีต้นพริกขี้หนูอยู่ใกล้ ๆ เก้าอี้

>(ผมคาดว่าที่ตรงนี้คงเป็นที่สำหรับพวกที่ซื้อ

>มาม่ามาทานแล้วหามุมเหมาะ ๆ ตรงนี้จะเป็นมุมสำหรับพวกเขาเลย

>เพราะมีพริกอยู่

>ข้าง ๆ นี้ด้วย สำหรับพวกชอบเผ็ด ^_^ ผมล้อเล่น)

>

>ผม “เอ่อ…ขิง ถามจริง ๆ เลยนะ………….”

>

>คำพูดของผมชะงักไป เพราะขิงจ้องผมซะ…แทบละลาย

>

>ผม “เรา…ไปทำอะไรให้ขิงขุ่นข้องหมองใจรึเปล่าครับ?

>ดูท่าทาง…เหมือนขิงจะ

>ไม่ค่อยชอบหน้าผมซักเท่าไหร่เลย”

>ขิง “………….เปล่านี่คะ ขิงเปล่าอคติกับคุณนี่……………”

>ผม “………….เอ่อ…ถ้าไม่บอกก็ไม่เป็นไรนะ

>แต่อยากให้รู้ไว้ว่า…………………”

>ขิง “……………..(กำลังเงียบฟังผม)……………”

>ผม “(ตะโกน) ขอโทษคร๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาบ!!!”

>

>ผมตะโกนเสียงดังมาก พร้อมทั้งประกบมือไหว้ ก้มลงนิดหน่อย หลับตาปี๋

>แล้วก็

>เงียบฟังคำตอบ……………………

>

>ขิง “………..แหะ ๆ ………………..คิก ๆ ๆ ๆ ๆ ฮะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

>ๆ ๆ”

>

>หัวเราะ แต่ผมก็ชื้นใจขึ้นนะ

>

>ขิง “ฮะ ๆ ๆ ๆ ๆ ม…ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ

>ขิงต่างหากที่ต้องขอโทษ…….”

>

>แล้วขิงก็ทำหน้าอาย ๆ

>

>ขิง “เฮ้อ…ขิงบอกจริง ๆ ก็ได้ ความจริงแล้ว ก่อนมาที่นี่

>ขิงเป็นขวัญใจในหมู่เพื่อน

>เหมือนเป็นศูนย์กลางของกลุ่มเลยล่ะ

>แต่พอมาที่นี่…มาเจอพวกคุณ…รู้ไหมคะ

>พวกเค้าพูดถึงแต่คุณ 2 คน ตลอดเลย ตอนอยู่ในคอนโดน่ะ ไปไหนมาไหนก็

>พูดถึงพวกคุณ เฮ้อ…ขิงรู้สึกไม่ค่อยดีเลย

>เหมือนตัวเองเป็นเด็กยังไงก็ไม่รู้

>แต่………….ตอนนี้ขิงรู้แล้วล่ะ ทำไมพวกเค้าถึงชอบคุณ 2 คนนัก”

>

>ตอนนั้น ผมอึ้ง ทึ่ง เสียว เอ๊ย!!! อึ้ง ทึ่ง เฉย ๆ พูดอะไรไม่ออก

>กำลังนึกว่าจะดีใจดีไหมวะ?

>เค้า…..ไม่ได้เกลียดกรู แต่อิจฉาเหรอ?

>เอ่อ……แต่ก็บอกไปไมได้ว่าเหมือนเด็กจริง ๆ นั่นแหละ

>ขืนพูดไป โดนโกรธจริง ๆ แน่เรา……….

>

>ผม “งั้น…ก็ไม่มีอะไรขัดข้องหมองใจผมใช่มั้ย? เอ่อ…แล้ว ต่อไปนี้

>เราจะคุยกันได้

>เหมือนคนอื่นได้มั้ย?”

>ขิง “ได้ค่ะ ฮะ ๆ ๆ ๆ ๆ ขอโทษขิงซะเสียงดังเลย ทั้ง ๆ

>ที่ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองทำอะไรผิด คิก ๆ ^_^”

>ผม “ฮะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ (หัวเราะให้กับความบ้าของตัวเอง)”

>

>แล้วระหว่างที่บทสนทนาระหว่างผมกับขิงกำลังเป็นไปได้ด้วยดีนั้นเอง

>ผมมองลอดหน้าต่าง

>กระจกเข้ามา อะ!!! นางฟ้า!!! อีกแล้วครับ อาการเดิมมาอีกแล้ว “มอง”

>อย่างไม่อาจบังคับตัวเอง

>ให้ละสายตาไปจากเธอได้ แล้วในอกเหมือนมีช่องอากาศขนาดใหญ่

>ทำให้หัวใจรู้สึกหวิว

>อย่างบอกไม่ถูก เธอขาวซะจนผมใจหาย O_o”

>

>แล้วเธอก็เดินลงบันไดมาอย่างสง่าผ่าเผย

>คำพูดของขิงไม่ได้เข้าหูผมแม้แต่น้อย

>ผมไม่รู้เลยว่าเธอกำลังพูดอะไรอยู่ และแล้ว…เธอคนนั้นก็เดินมา

>แล้วเหมือนกับว่า

>เธอสังเกตุเห็นผม เธอเดินออกมายืนที่ประตู แล้ว…..!!!เธอพูดกับผม!!!

>

>นางฟ้าคนนั้นแหละ “อ๊ะ! พี่คนนั้น…คือ…คราวที่แล้ว

>เฟอร์สขอโทษนะคะที่นั่งทับกระเป๋าพี่”

>

>อา…เสียง…….น่ารัก น่ารัก น่ารัก น่ารัก น่ารัก น่ารัก น่ารัก

>ว้อยยยยยยยยยยยยยยย >_<

>เธอชื่อเฟอร์สนั่นเอง อา…………………ในที่สุดก็รู้ชื่อ T_T

>ในหัวผมตอนนั้นมีแค่คำว่า “เธอพูดกับผม” อ๊ะ!

>แต่รู้สึกว่าผมต้องตอบอะไรเค้าซักอย่าง

>

>ผม “อ๋อ…เอ่อ…ไม่เป็นไรครับ

>พี่ไม่ได้ใส่ของแตกหักง่ายไว้ในกระเป๋าอยู่แล้ว”

>

>ทำไมก็ไม่รู้ครับ ผมรู้สึกว่ามันเป็นคำตอบที่ “เห่ย” จริง ๆ -_-”

>และแล้วเค้าก็พูดต่อ ด้วยประโยคที่ทำให้ผมแทบหัวใจหลุดทะลักออกมาจากปาก

>

>เฟอร์ส “นั่นแฟนพี่เหรอคะ สวยจังเลยค่ะ”

>

>…………..ผมพูดอะไรไม่ออก

>เค้าหมายถึงขิงอ่ะ…แล้วในจังหวะที่ผมกำลังจะตอบ

>

>ขิง “ไม่ใช่หรอกค่ะ เป็นเพื่อนที่เรียนพิเศษนี่แหละค่ะ

>เพิ่งรู้จักกันก็ตอนมาเรียนที่นี่แหละ”

>

>แล้วขิงก็หันมามองผม แล้วทำสายตาเหมือนบ่งบอกความนัยอะไรสักอย่าง

>ขิงเองก็คงรู้สึก ว่าเฟอร์สนั้นสวย น่ารัก งามสง่า เหนือกว่าตัวเองมาก

>อย่างที่รู้ว่า

>”เจ้าหญิง” ยังไงก็คงไม่อาจเทียบเทียม “นางฟ้า”

>

>เฟอร์ส “อ๊ะ! แต่พี่สองคนสมกันดีนะคะ ^_^ พี่ผู้หญิงสวยมากเลยล่ะค่ะ”

>ขิง

>”…….เอ่อ…ขอบคุณค่ะ………น้องเองก็……………………………”

>

>ตรงนี้ขิงพูดเบามาก จนผมแน่ใจได้เลยว่าเฟอร์สไม่ได้ยิน

>ขิง “สวย…น่ารัก…..มากกว่าพี่……………มากมายเลย”

>หลังจากวันนั้น ตอนนี้ผมเข้ากับกลุ่มเด็ก ม.ช. ได้หมดทุกคนแล้ว

>ก็เลยสนิทกันมาก

>วันนี้พวกเราเรียนเสร็จก็เดินเข้าห้อง TV

>วันนี้เค้านัดกันว่าจะไปโยนโบว์ลิ่งกัน…….

>(ไม่อยากจะบอกเลย แต่ต้องบอกครับว่าตอนนั้น ผมโยนโบว์ลิ่งไม่เป็น >_<

>น่าอายจะตาย จะบอกเค้าไปได้ยังไง)

>ว่าแล้วผมก็ไม่ไปกับพวกเขา…………………

>แต่สิ่งที่ผมอยากทำมากกว่านั้นก็คือ…ผมอยากรู้ว่าน้องเฟอร์สเค้าเรียนเสร็จตอน

>กี่โมงกันแน่ ผมจึงขอนั่งรออยู่ที่เรียนพิเศษ

>

>ไอ่เบย์ “เฮ้ย! สัต แล้วกรูจะไปกับเค้ายังไงวะ?

>เค้ามีรถส่วนตัวพอกับจำนวนคน

>ของเค้า แล้วกรูล่ะ?”

>ผม “อ้าว…มรึงก็ขึ้น Taxi ไปดิวะ ยากไร”

>ไอ่เบย์ “โห…เค้ามีรถหรูไปกันทั้งนั้น แล้วมรึงให้กรูนั่ง Taxi

>ไปเนี่ยะนะ เออ…ขายหน้าเค้าตาย”

>

>ก็จริงของมันนะ รู้สึกได้เลยว่ามันน่าอายยังไง เหมือน ๆ

>กับที่ผมไม่ไปกับพวกเค้า

>ตอนนี้นั่นแหละมั้ง…………

>

>ผม “งั้น…เอางี้ กรูไปด้วยไม่ได้จริง ๆ มรึงเอารถกรูไปละกัน

>เล่นเสร็จแล้วกลับมา

>รับกรูนะเว่ย กรูจะอยู่นี่แหละ”

>ไอ่เบย์ “? เอางั้นเรอะ………เออ งั้นก็ตามใจ”

>

>ผมให้กุญแจรถมันไป…..แล้วผมก็นั่งดู TV อยู่ในห้องใหญ่

>โชคดีที่ตอนนั้น

>Chanal [V] มีเพลงญี่ปุ่นออก (ผมเป็นสาวก J-Rock นะครับ โดยเฉพาะใครที่

>ชอบ L’Arc~en~Ciel คุยกับผมได้เลย เราคุยภาษาเดียวกัน ^_^)

>

>ระหว่างนั่งดู MV ของ Lucifer เพลิน ๆ (เพลง Regret)

>แล้ว…………….

>ขิง!!! เธอเดินเข้ามา อ้าว!?! ไม่ได้ไปกับพวกนั้นหรอกเหรอ!?!

>อะไรกันเนี่ยะ!?!

>

>ขิง “แหะ ขอนั่งดูด้วยคนนะ”

>ผม “ง่า…เชิญจ๊ะ นี่ไม่ใช่ TV ส่วนบุคคลของเราหรอก ถึงเราจะรวยก็เถอะ

>อิ อิ”

>ขิง “แหม…ตั้งแต่คุยกับเราได้เป็นธรรมชาติเนี่ยะ

>รู้สึกจะยิงมุขใหญ่เลยนะ”

>ผม “ขิงไม่ได้ไปกับพวกนั้นหรอกเหรอ?”

>ขิง “ถ้าไปเราจะมานั่งข้างเธอตอนนี้เหรอ”

>ผม -_-”

>ขิง “ไม่ไปอ่ะ ขิงเล่นโบว์ลิ่งไม่เป็น ไม่อยากเล่นด้วยแหละ

>เดี๋ยวแขนล่ำ อิ อิ”

>ผม “โห…ขิง ^_^”"

>

>เย้ ๆ ๆ ผมกับขิงได้นั่งคุยกันแง้ว ^_^ ขิงน่ารักดีนะครับ

>ถ้าคุณได้คุยกับเธอ

>คุณต้องชอบเธอแน่ ๆ ผมนั่งคุยกับเธอ คุยกันถึงเรื่อง MV

>ที่ดูกันอยู่ตอนนี้

>ขิงไม่ค่อยได้ฟังเพลงญี่ปุ่น เธอชอบเพลงฝรั่ง (พวก Pop น่ะครับ -_-”)

>ผมก็คอยคุย ๆ ๆ ว่าเพลงญี่ปุ่นมันดีอย่างนู้น สนุกอย่างนี้

>แล้วก็อธิบายว่า

>เพลงที่กำลังดูตอนนี้ (เพลง Regret ที่กำลังจะจบ) เป็นของใคร ความหมาย

>ของเพลงแบบคร่าว ๆ เรื่องราวของ MV เพลงนี้ ดูเธอจะสนใจพอดูเลย

>คาดว่าหลังจากสนทนากันคราวนี้ เธอต้องไปซื้อเทป Lucifer ฟังแน่ ๆ ^_^

>หุ หุ Makoto ต้องขอบคุณผมนะ ที่โปรโมทให้

>

>ระหว่างคุยกันอยู่นี้เอง เสียงฝีเท้าเดินเร็ว ๆ

>มาจากด้านนอกก็ใกล้เข้ามา…..

>เฟอร์ส!!! เธอเดินมากับเพื่อนอีก 2 คน เข้ามาในห้อง TV ในขณะที่ผมกำลัง

>คุยกับขิงอยู่เลย (สถานการณ์แบบนี้อีกแย้ววววววว >_<

>

>ง่า…เธอเดินเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว O_o” หยา~ ไม่ทันตั้งตัว

>เธอก็มา

>ยืนอยู่ข้าง ๆ ผมซะแล้ว อีกแล้วครับ อาการเดิม ๆ ทำอะไรไม่ถูก ตะลึงงัน

>อะไรทำให้เธอกระโชกโฮกฮากเข้ามาแบบนี้ล่ะเนี่ยะ

>ผมเปล่านั่งทับกระเป๋าเธอนะ…

>

>ขิง “เอ่อ….. มีอะไรเหรอคะ?”

>เฟอร์ส “อ๊ะ! เปล่าค่ะ คือ…..อ๊ะ! ทันพอดี เห็นมั้ยล่ะ เธอ 2 คน

>มัวแต่ช้าอ่ะ

>เกือบไม่ทันแล้ว เห็นมั้ย!?! (คุยกับเพื่อนข้างหลังเธอ 2 คน)”

>ผม “เอ่อ…มีอะไรเหรอครับ? (ผมย้ำประโยคที่ขิงถามไปก่อนหน้านี้)”

>เฟอร์ส “ขอโทษจริง ๆ ค่ะ เฟอร์สแค่จะมาดู MV วง Dir~en~Gray น่ะค่ะ”

>

>หา!?! อะไรกันเนี่ยะ นางฟ้าของผมชอบ Dir ด้วยเหรอเนี่ยะ!?! ง่า……..

>คือ ต้องทำความเข้าใจกับผู้ที่ไม่ใช่สาวก J-Rock สักนิดนะครับ คือว่า

>วง Dir~en~Gray เป็นวงร็อคชื่อดังอีกวงหนึ่งของญี่ปุ่น ซึ่งนาย “เคียว”

>นักร้องนำของวงนี้ คลั่งไคล้ในความน่ากลัว ความซาดิสต์

>อะไรพวกนี้มากเลย

>ไม่น่าเชื่อว่านางฟ้าของผมจะฟังอะไรพวกนี้ด้วย O_o”

>ง่า………………

>

>ผม “เอ่อ…ชอบ Dir เหรอครับ?”

>เฟอร์ส “อ๋อ ความจริงเฟอร์สก็ไม่ได้ชอบเป็นพิเศษอะไรหรอกนะคะ แต่เฟอร์ส

>ชอบฟังเพลง J-Rock น่ะค่ะ แล้ววันนี้มี MV เพลง Jessica ของ

>Dir เฟอร์สชอบเพลงนี้มากเลย ก็เลยตั้งใจจะดูให้ได้น่ะค่ะ”

>

>สำหรับคนที่อยากลองฟังเพลง Jessica นะครับ ลองฟังได้ที่

>http://www.songjapan.com/listen.php?id=808

>

>

>ผมก็ว่าสนุกดีนะ เออ…แล้วเพลงนี้สำหรับ Dir

>มันก็ไม่หนักมากด้วย……….

>

>ผม “อ๊ะ! เพลงนี้พี่ก็ชอบนะ สนุกดี ชอบ ๆ ยังไม่เคยดู MV เหมือนกัน

>มันมีด้วยเหรอ?”

>เฟอร์ส “เอ…ไม่ทราบสิคะ อาจจะเป็นภาพคอนเสิร์ตมั้งคะ อ๊ะ! มาแล้ว ๆ”

>

>แล้วเพลงก็เริ่มขึ้น เป็นภาพคอนเสิร์ตครับ โอว์

>จำได้ว่าคอนเสิร์ตนี้ที่โตเกียวโดม

>คนดูเยอะมาาาาาาาาาก ผมจำจำนวนไม่ได้นะ (ไม่ได้ติดตามอะไรมากนี่ วงนี้)

>ว่าแล้วพวกเฟอร์สก็หาที่นั่งกัน แล้วก็ดู Jessica อย่างตั้งอกตั้งใจ

>

>……………………………………………………………………………………

>

>เพลงจบปุ๊ป หนึ่งในเพื่อนของเฟอร์ส ใส่เสื้อแขนกุดสีชมพู

>

>สาวเสื้อชมพู “ไงจ๊ะ เฟอร์ส ได้ดูซักทีนะ เห็นบ่นมาตั้งนานแล้วเนี่ยะ”

>เฟอร์ส “ใช่สิ…คราวที่แล้วถ้าไม่ต้องรับโทรศัพย์หนิง

>เค้าก็ไม่พลาดตอนที่

>รายการ J-Zone เอามาออกหรอก”

>

>เธอชื่อหนิงนั่นเอง

>

>หนิง “จ้า ๆ แต่คราวนี้เราก็เป็นคนบอกเธอนะ ว่าจะมาออก CHANAL [V]

>ก็ถือว่าหาย ๆ กันไปนะ”

>

>เพื่อนอีกคนของเฟอร์สใส่เสื้อเชิ้ตแขน 3 ส่วนสีฟ้าก็ทักผมขึ้น

>

>สาวเสื้อฟ้า “อ๊ะ! พี่ก็เป็นสาวก J-Rock เหรอคะ?”

>เฟอร์ส “ง่า…ลืมแนะนำเลย ขอโทษค่ะ คือ หนูชื่อเฟอร์สนะคะ

>คนเสื้อชมพูนี่

>ชื่อหนิงค่ะ แล้วอีกคนชื่อแซนน่ะค่ะ”

>หนิง “เอ๋? เฟอร์ส ทำไมจู่ ๆ ก็ไปแนะนำตัวกับเค้าแบบนี้ล่ะ?

>เจอกันครั้งแรก

>ไม่ใช่เหรอ ไม่สมเป็นเฟอร์สเลยนะ”

>เฟอร์ส “อ๋อ……สำหรับพวกเธอน่ะเพิ่งเจอพี่เค้าครั้งแรกจ๊ะ

>แต่เราเคยเจอพี่เค้า

>2 ครั้งแล้วแหละ คนนี้ไง ที่เรานั่งทับกระเป๋าเค้า แหะ ๆ ขอโทษอีกครั้ง

>นะคะ”

>ผม “หวัดดีครับ พี่ชื่อพีครับ นี่เพื่อนพี่ ชื่อขิงครับ”

>

>พอพูดถึงขิง………จริงด้วย ผมแทบจะลืมไปเลยว่าเธอนั่งอยู่ตรงนี้ด้วย

>O_o”

>ง่า…ผมนี่มันแย่จริง ๆ แย่มาก ๆ เลย

>ปล่อยให้ขิงนิ่งเงียบอยู่คนเดียวอ่า………

>ตอนนี้ต้องคิดหาวิธีแก้สถานการณ์แบบนี้ให้ได้ซะก่อน ทำไงดี ทำไงดี

>ทำไงดี

>ทำไงดี

>ทำไงดี………………………………นึก…..ไม่……ออก -_-”

>

>อีกแล้ว อยู่ต่อหน้าน้องเฟอร์สทีไร หัวเบลอทุกที ผมว่าจะ

>น้องเค้าอาจจะมีละออง

>อะไรบางอย่าง ที่มีฤทธิ์คล้ายสารเสพติดก็ได้นะ

>อยู่ใกล้แล้วเคลิ้มมมมมมมทุกที

>ว่าแต่…..เอาไงดีเนี่ยะ จ๊อช!!!!! -_-”

>เฟอร์ส “เอ่อ…ขอเสียมารยาทนิดนะคะ พี่ 2 คนไม่ใช่แฟนกันจริง ๆ

>เหรอคะ?”

>

>เฟอร์สเปิดบทสนทนาทำลายความเงียบขึ้น ช่างเหมาะเจาะกับเวลาดีจริง ๆ

>แต่…………คำถามน่ะ ยิ่งทำผมแย่นะ -_-”

>

>ผม “แหะ ๆ ไม่ใช่จริง ๆ ครับ ขิงเค้าสวยขนาดนี้

>พี่ยังมองไม่เห็นเลยว่าพี่จะ

>เอาอะไรไปเทียบกับเค้าได้”

>ขิง “ง่า…เกินไปแล้วพี เราไม่ได้ดูดีขนาดนั้นหรอกน่า

>เธอก็ไม่ได้แย่อะไรด้วย

>เราว่านะ เธอน่ะเหมือนผู้หญิงซะด้วยซ้ำ ผิวขาวเนียน หน้าหวาน ๆ”

>

>กำ……..กลายเป็นชมกันเองซะ -_-”

>แต่ก็ถือว่าหลุดจากสถานการณ์มาได้อ่ะนะ

>ต้องของคุณเฟอร์ส ว่าแต่…ผมหน้าเหมือนผู้หญิง!!!

>ความจริงอีกอย่างที่น่าตกใจ

>

>ขิง “เรา 2 คนไม่ได้เป็นแฟนกันหรอกค่ะ

>(ไม่ต้องย้ำขนาดนั้นก็ได้ง่า…ขิง T_T)

>เฟอร์ส “เหรอคะ…อืม………คือว่า………………..”

>ผม “…………………………..”

>ขิง “…………………………..”

>

>แซนกระซิบข้าง ๆ เฟอร์ส

>

>แซน “นี่ บอกสิเฟอร์ส มันเป็นภาระกิจนะ…”

>

>ง่า………..พูดซะยังกับว่าเป็นภาระกิจ 007 งั้นแหละ

>แล้วนี่เธอจะพูดอะไรกับขิงกันล่ะเนี่ยะ

>นั่งเงียบรอฟังเฟอร์สอยู่สักพัก………

>

>เฟอร์ส “ไม่เอาดีกว่า อะไรก็ไม่รู้อ่ะ เราก็อายนะ”

>

>แล้วเธอก็ลุกขึ้นเดินหนีไป ปล่อยให้ผมกับขิงงง

>ง่า มันอะไรกันเนี่ยะ

>เฟอร์สมีอะไรจะพูดกับขิงหว่า…แล้วทำไมต้องอายด้วย

>เฮ้ย!!! รึว่า………….ง่า ไม่จริงมั้ง

>ไม่น่า……………..เธอ…เป็นดี้!!!

>

>แซน “ง่า…แม่คนนี้เนี่ยะ จู่ ๆ

>ลุกไปแบบนี้เค้าก็เข้าใจผิดหมดสิเนี่ยะ ^_^”"

>ผม “เอ่อ…เค้าเป็นอะไรเหรอ?”

>แซน “แหะ ๆ เปล่าเป็นอะไรหรอก อย่าเข้าใจผิดว่าเฟอร์สเป็นทอมหรือดี้นะ”

>

>แซนพูดแบบนั้นผมก็โล่งใจ (อ้าว…แล้วตูจะโล่งใจไปกับเค้าทำไมล่ะเนี่ยะ

>-_-”)

>พูดกันถึงตรงนี้ เฟอร์สก็เข้ามากลากเพื่อน 2

>คนของเธอไป………………….

>

>ขิง “อะไรของเค้าเนี่ยะ?”

>ผม “ง่า…แหะ ๆ เรานึกว่าเค้าชอบขิงซะอีก ฮะ ฮะ ฮะ”

>ขิง “บ้า คิก ๆ ๆ ๆ ๆ”

>

>ขิงเวลาหัวเราะก็น่ารักเนอะ

>แล้วคำพูดของเฟอร์สก็ยังเป็นปริศนาต่อไป………

>วันนั้นไอ่เบย์มารับผมตอนบ่าย 2 ครึ่ง

>วันนี้ก็ทำให้ผมได้ทราบว่าเฟอร์สเค้า

>เรียนถึงบ่าย 2 นี่เอง (เลิกช้ากว่าเรา 2 ชม. แน่ะ)

>

>………………………………………………………………………………………..

>

>วันต่อมา วันนี้ผมมาซะเช้าเลย เพราะไอ่เบย์ตัวอืดอาดวันนี้มันป่วย

>นอนอืดอยู่ใน

>คอนโด ผมเลยมาเร็ว ๆ ได้โดยไม่ต้องรอมันแต่งตัว

>

>ที่เรียนพิเศษก็เปิดแล้ว ผมก็เข้าไปนั่งห้อง TV ดู MTV

>(ในใจหวังให้มีเพลงญี่ปุ่นมาออก

>แต่ MTV เนี่ยะ นาน ๆ จะมีเพลงญี่ปุ่นออกซักเพลงนะ)

>ดูไปได้ไม่กี่เพลง……..

>นึกได้ “อ้าว! ลืมเลย ยังไม่ได้ทานข้าวเช้า…..” ง่า

>ท้องมันเริ่มรู้สึกโหรงเหรงแล้วสิ

>นึกได้ว่ามีมาม่าขายอยู่ข้างเค้าเตอร์ จังหวะเดินออกไปซื้อ

>เสียงหนึ่งก็ทักผมขึ้น…

>

>”หวัดดี”

>

>เสียงผู้ชายซะด้วยย (ถ้าเป็นไอ่พวกมนุษย์ครึ่งควบลูกผมจะเมิน

>แล้วเชิดใส่มัน)

>พอหันไปมอง………….ไอ่บ้าหอบฟางนี่หว่า…………..วันนี้ก็แต่งตัวได้บ้านนอก

>เหมือนเคย ใส่เสื้อยืดคอกลมสีแดงสด ๆ มีเบอร์กลางหลัง

>ใส่กางเกงผ้าร่ม…..

>โอย…บ้านนอกยิ่งนัก (ว่าเขาแบบนี้ ไม่ดีเลยเรา ขอโทษน๊าาาา)

>เดินเข้ามา แล้ว….

>ข้างหลังมันนั่น!!!!! เฟอร์สนี่หว่า…………ง่า

>จะให้เฟอร์สรู้ไม่ได้ว่าเรารู้จักกับ

>ไอ่บ้านนอกตัวนี้ -_-” ขอโทษนะเพื่อน แต่ตูทักแกไม่ได้

>ดังนั้นผมก็แค่ยิ้ม ๆ ให้มัน

>แล้วเฟอร์สก็เดินแซงไอ่บ้าหอบฟาง……………ตรงมาหาผม!!!

>โอ…พระเจ้า…จ๊อชชชชชชชชช

>

>เฟอร์ส “อ๊ะ! พี่พี หวัดดีค่ะ แหม วันนี้มาเช้าจังนะคะ”

>

>ผมกระอึกกระอัก พูดอะไรไม่ถูก

>อันที่จริงกลัวว่าถ้าพูดอะไรแล้วมันจะฟังดู “เห่ย”

>ก็เลยยิ้มกลับไป……….ง่า แต่พอมาคิดอีกที จริง ๆ

>แล้วผมควรจะตอบเค้าไปมากกว่านะ

>จากนั้น ไม่น่าเชื่อ…..ไอ่บ้าหอบฟางมันพูดขึ้นอีก

>

>”อ้าว? เฟอร์ส รู้จักเค้าด้วยเหรอ?”

>เฟอร์ส “ค่ะ เฟอร์สเคยนั่งทับกระเป๋าเค้าด้วยแหละ แหะ ๆ

>แล้วก็เคยคุยกันนิดหน่อย”

>”อ๊ะ! ลืมแนะนำชื่อเลยสิ

>เรากับนายก็เรียนพิเศษห้องเดียวกันมาได้เกือบอาทิตย์แล้วนี่เนอะ

>เราชื่อแฟร์นะ”

>

>ไอ่บ้า!!! ตูไม่อยากรู้ชื่อแกหรอกเว่ยยยยยยยยยย

>ว่าแต่…แกเป็นอะไรกับเฟอร์สว๊ะ!?!

>ทำไมรู้จักกันง่าาาาาา ทำไมเฟอร์สรู้จักกับไอ่บ้าหอบฟางนี่ด้วย!?!

>

>แฟร์ “เอ้อ…เฟอร์สขึ้นไปห้องเรียนก่อนเถอะนะ

>เรามีอะไรจะคุยกับพีหน่อย”

>

>อย่ามาเรียกตูซะสนิทสนมแบบนี้นะเฟ่ย แล้วที่สำคัญ

>อย่ามาเรียกเฟอร์สห้วน ๆ แบบนี้นาเว่ย!!!

>

>เฟอร์ส “งั้นเฟอร์สขึ้นไปก่อนนะ ไปนะคะพี่พี”

>แฟร์ “จ้า วันนี้ก็ตั้งใจเรียนด้วยล่ะ”

>

>แล้วมันก็กระทำสิ่งที่ผมให้อภัยไม่ได้

>คือ…………….มันลูบหัวเฟอร์ส!!!!!

>

>เฮ้ย!!! ไอ่เวรรรรรรรรร ไอ่ชาติ สุนัข

>ไอ่เจ๊ดมร่าาาาาาาาาาาาาาางงงงงงงงง

>กรูจะต่อยมรึงให้ปากแตก กรูจะเตะมรึงให้ตาถลน กรูจะฆ่ามรึงงงงงงงงง

>ตายซะไอ่เปรต!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

>

>แฟร์ “เข้าไปนั่งในห้อง TV กันก่อนมั้ย?”

>

>เสียงของมันปลุกผมจากมโนภาพที่ผมบู๊ฟาดฟันมันจนเละแหลกเหลว

>

>ผม “อืม…………………(พูดพร้อมมองมันตาเขียววววววววว)

>

>เอาสิวะ ดูซิว่ามรึงจะพูดอะไร ไอ่วินาศสันตะโร…

>ระวังไว้นะมรึง ปากดีออกมาคราวนี้เฮฮาปาจิงโกะกันแน่ ฮึ่มมมมมมมมม -”-

>

>วันนี้การเรียนเป็นไปอย่างจืดชืดเพราะขาดตัวชูโรงอย่างไอ่เบย์

>เวลา 3 ชม. ผ่านไปช่างเชื่องช้า โอย…….น่าเบื่อออออออออออ

>

>ในที่สุดก็ถึงเที่ยง

>ผมรี่ลงมาจากชั้นบนกะว่าจะรีบหาอะไรทานให้เร็วที่สุด

>ไส้มันบิดมวนไปหมดแล้ว -_-” …………………….

>พอลงมาถึงชั้นล่างสุด เฮ้ย!!! เจอน้องเฟอร์ส เธอคงเพิ่งออกไปทาน

>ข้าวเที่ยงขางนอกมา ง่า……น่ารักจังเล้ยยยยยยยย >_<

>ผมไม่กล้าที่จะทักเธอก่อนอยู่แล้วแหละครับ

>แต่แล้ว…………………..

>

>เฟอร์ส “อ้าว! เรียนเสร็จแล้วเหรอ? เค้าเพิ่งไปทานข้าวมาเองแหละ”

>

>ผมดีใจแทบกระโดดโลดเต้น เธอทักมาก่อน ว้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาว

>แต่แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากข้างหลังผม ไอ่แฟร์……ไอ่นรก

>

>แฟร์ “เรียนเสร็จแล้ว วันนี้จะให้มารับมั้ย?”

>เฟอร์ส “ไม่ต้องหรอก วันนี้เฟอร์สเอารถมา”

>

>ผมมองไปหน้าที่เรียนพิเศษ เห็น BMW สีขาวจอดอยู่

>

>แฟร์ “OK จ๊ะ งั้นเรากลับก่อนเลยนะ”

>

>…………เกินความคาดหมายครับ เฟอร์สคุยกับไอ่บ้าหอบฟางนี่อีก

>โดยเหมือนกับว่าเธอมองไม่เห็นผมเลย………………………………

>…………………………………………………………………………..

>…………………………………………………………………………..

>พูดอะไรไม่ออก ทำอะไรไม่ถูกเลยครับ มันอึ้ง มันใจหายวาบ มันแย่มาก ๆ

>แบบนี้แล้วเราเป็นตัวอะไรกันวะ!?! เค้ามีโลกส่วนตัวของเค้าแล้วอ่ะ…..

>มาถึงตรงนี้ ผมก็ได้ทราบความจริงที่ไม่อยากจะเชื่อซะแล้วครับ……..

>เฟอร์สคงเป็นแฟนของไอ่บ้าหอบฟางตัวนี้ T_T ว้อยยยยยยยยยยยยยย

>มันเป็นแบบนี้ได้ไงว๊ะ!!!!! เฮ้ย ไอ่แฟร์มันดำจะตายอ่ะ!!! สิวเต็มหน้า

>หน้ายาว ๆ

>ตาโต ๆ น่ากลัวตายหอง แล้วเฟอร์สไปชอบมันได้ไงว๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

>โอย…จ๊อช

>

>จากนั้นนิดเดียว พวกคนอื่น ๆ ก็ทยอยเดินลงมาเต็มบันไดไปหมด…..

>คาดว่านี่เองที่เป็นสาเหตุให้เค้าจัดเวลาเรียนให้ไม่ตรงกัน

>ขืนเรียนพร้อมกัน

>เลิกพร้อมกัน แออัดตายพอดี

>

>และแล้วผมก็มองไปเห็นกลุ่มเด็ก ม.ช. ขิงทักผมก่อนใครเลย

>

>ขิง “อ้าว! พี นึกว่าหายไปไหน ทำไมเดินเร็วจัง”

>ผม “แหะ ๆ ๆ”

>

>บอกไม่ได้หรอกว่าหิวจนไส้กิ่ว จะรีบลงมาหาอะไรทาน ^_^” ได้แต่หัวเราะ

>

>ตาล “ไปทานข้าวกับพวกเราสิ”

>ผม “อืม…..”

>

>เฮ้อ…ใจจริงอยากจะนั่งทานข้าวกับเฟอร์สมากกว่าง่ะ

>แต่มันเป็นไปไม่ได้แล้ว T_T

>

>ขิง “อ้าว! แฟร์ อยู่ตรงนี้ด้วยเหรอ ไปทานข้าวด้วยกันมั้ย?”

>

>โอ๊ววววววววววววววววววววววววว ขิง!!! ไปชวนมันทำม๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาย

>เสียบรรยากาศหมดง่า……… อ๊ะ แต่ว่าไปก็ดีเหมือนกันนะ ถ้ามันตอบ OK

>เฟอร์สที่อยู่ตรงนั้นด้วยคงไม่ค่อยพอใจแน่

>แฟนตัวเองไปทานข้าวกับหญิงอื่นนี่

>เอาสิ! เอ็งจะตอบว่ายังไงห๊ะ!?!

>

>แฟร์ “ครับ…ไปก็ได้ครับ”

>

>เฮ้ย!!! มันกล้าตอบตกลงด้วย อ้าว!?!

>ไม่กลัวเฟอร์สขุ่นข้องหมองใจเลยรึไง!?!

>เออ…เอ็งแน่มาก แบบนี้มีหวังแล้วว่ามันจะเลิกกับเฟอร์ส หุ หุ หุ

>หวานตูแหละ

>รอเสียบ………………………..ง่า…แต่แบบนี้ก็ต้องไปทานข้าวกับสาว

>ๆ ม.ช.

>โดยมีไอ่ตัวน่ารังเกียจตัวนี้ไปด้วยดิเนี่ยะ -_-” บ้าจริง

>โว้ย!!! ข้าวไม่อร่อยเลยโว้ย!!! ถึงจะหิวไส้แทบขาด

>แต่กับการที่มีไอ่บ้าหอบฟาง

>มาร่วมโต๊ะทานข้าวโต๊ะเดียวกับผม แค่นี้ก็ไม่เจริญอาหารแล้ว

>ยังดีที่มีขิงนั่ง

>ข้าง ๆ ผมนะ

>

>มาถึงตอนนี้เอง ผมถึงรู้สึกว่าขิงน่ารักมาก เธอคุยสนุกสนานกับทุกคน

>และมารยาท

>การทานอาหารก็เรียบร้อยด้วย ไม่คุยตอนข้าวเต็มปาก

>ไม่ทำช้อนส้อมกระทบกับ

>จานบ่อย

>ไม่มูมมามเลอะเทอะ…แถมยังยิ้มหวาาาาาาาาาาาาาาาาาาานน่ารักมากเสียด้วย

>ผมสังเกตุแล้วนะ ไอ่เวรแฟร์มันแอบมองขิงบ่อยมากเลย

>ฮึ่ม…………นี่เอ็งมีแฟน

>น่ารักแบบเฟอร์สแล้วยังคิดนอกใจอีกเหรอวะ!?! ลองแหยมแม้แต่น้อยสิ

>เอ็งจะไม่ได้เป็นคนอีกต่อไป…..

>

>ขิง “นี่ ๆ เราลองฟังเพลงญี่ปุ่นดูแหละ สนุกดี”

>

>หนึ่งในเพื่อนของขิงทักขึ้น

>

>เพื่อนขิง “อ๊ะ! ขิงก็ฟังเหรอ เค้าชอบฟังมากเลยแหละ เพลงญี่ปุ่น”

>ขิง “อ้าว ฝนก็ชอบฟังเหรอ งั้นคุยกับพีได้เลย เค้าชอบฟังนะ

>เพลงญี่ปุ่นเนี่ยะ”

>ผม “ฮะ ๆ ๆ มีคนชอบเหมือนเราด้วยแฮะ แต่วงที่เราชอบมาก ๆ คือ

>L’Arc~en~Ciel นะ”

>เพื่อนขิง “ฝนชอบ Lunasea นะ เสียงเค้ามีเสน่ห์ดี ชอบ ๆ”

>ผม “อ๋อ! เราก็เคยฟัง เพลง I for you น่ะ ลากเสียงสุดยอดดี

>เส้นเสียงเลียนแบบยาก”

>ขิง “ง่า…อย่าคุยกัน 2 คนจิ ขอเค้ารู้เรื่องด้วย >_<”

>ผม “แหะ ๆ ๆ ได้จ้า ไว้มีโอกาศเราจะเอามาให้ฟังนะ”

>

>ขิงน่าร๊าาาาาาาากจังเลย ไงล่ะ ไอ่แฟร์ หุ หุ

>เอ็งคุยกับพวกเค้าไม่ได้แบบนี้สินะ สมน้ำหน้า

>ต้องนั่งเงียบคนเดียวเลย 55555555555+ สะจายเจรง ๆ

>หลังจากนั้นไอ่แฟร์มันคงทนอึดอัดไม่ไหวอ่ะแหละ เลยขอกลับก่อน

>”เออ!!! กลับไปก่อนเลยเว่ย ไปไกล ๆ 55555555555″

>ผมนึกในใจ

>

>หลังจากนั้นผมก็ชั่งใจว่าจะชวนพวกเค้าไปที่คอนโดดีไหม

>ไปเยี่ยมไข้ไอ่เบย์มัน

>ไอ่เบย์มันคงดีใจน่าดูเลยแหละ………..แต่………..นึกไปนึกมา

>ไม่เอาดีกว่า

>ไว้จัดการกับไอ่ห้องถมขยะของผมกับไอ่เบย์ก่อน แล้วค่อยชวนเค้าไปดีกว่า

>หลังจากนั้นก็ปรึกษากันอยู่สักพักว่าจะไปไหนกันดี แจงเสนอขึ้น

>”ไปดูหนังกันมั้ย?”

>เออนะ เป็นความคิดที่เข้าท่าดี เป็นการฆ่าเวลาที่ง่ายที่สุดแล้วแหละ

>

>……………………………………………………………………………………..

>

>ดูหนังจบ สาว ๆ

>บอกว่าจะกลับคอนโดกันแล้ว…แต่ผมรวบรวมความกล้า…………..

>ชวนขิงไปทานไอศครีมกัน (ว๊าว!!! นาน ๆ ทีจะกล้าแบบนี้ซักทีนะ)

>ด้วยในใจกลัวว่า

>เค้าจะปฏิเสธ แต่………..ง่า…ไงดีล่ะ

>อยากอยู่กับเค้าต่ออีกอ่ะ………เอาวะ!!!

>ถึงเค้าจะปฏิเสธก็ไม่เห็นเป็นไร เสียฟอร์มนิดหน่อยก็ช่างมัน

>แต่แล้ว…………….

>หัวสมองผมก็นึกแผนได้ เออ!

>ชวนเค้าไปซื้อของกินไปฝากให้ไอ่เบย์มันดีกว่า

>(แต่ทำไมต้องชวนขิงหว่า….. ตาลขอมาด้วย แต่ผมทำหูทวนลม คาดว่าเธอ

>คงจ้องผมสายตาเคียดแค้นพอดูแหละ

>แต่ไม่กล้าหันกลับไปมองตอบ……………..

>

>ว่าแล้วก็ซื้อ KFC มา แล้วก็ต่อกันที่ SwenSen’s

>ผมสั่งช็อคโกแล็ตซันเดย์

>ของโปรดผมอยู่แล้น ^_^ ขิงสั่งอเมริกา เฟเวอร์ริต

>(ถ้วยใหญ่กว่าผมอีกง่ะ)

>นั่งทานนั่งคุยกันไป อา…….ความสุข

>

>ถึงจะไม่ใช่เฟอร์ส แต่……..ขิงก็น่ารักนี่นะ รึว่าจะจีบขิงจริง ๆ

>จัง ๆ ดีหว่าเรา…

>แล้วจะรู้ได้ไงเนี่ยะว่าขิงยังไม่มีแฟน

>แต่เอาเถอะ…ตอนนี้ได้แค่นี้ก็ดีถมเถไปแล้วนี่เนอะ

>

>และแล้วก็ได้เวลากลับ (เฮ้อ……อยากมองขิงต่ออีกง่ะ น่ารัก >_< )

>ผมไปส่งขิงที่คอนโด (แต่ไม่ได้ขึ้นไปนะ) แล้วก็กลับคอนโด เอา KFC

>ให้ไอ่เบย์

>

>ไอ่เบย์ “เฮ้ย! ขอบใจมาก ขอบใจมาก

>แล้ววันนี้ตาลเค้าถามถึงกรูบ้างเปล่าวะ?”

>ผม “เออ… หายเร็วจริงนะมรึง”

>ไอ่เบย์ “อ้าว! ไม่ดีรึไง กรูรู้นะ วันนี้มรึงไปเรียนคนเดียวเนี่ยะ

>เซ็งมากใช่ป่าวล่าาาา”

>ผม “………………(มันรู้อีกนะ -_-”)”

>ไอ่เบย์ “กรูเลยต้องรีบ ๆ หาย แล้วไปเรียนเพื่อนมรึงไง 5555555″

>

>ไม่รู้จะพูดยังไงกับมันดี………..

>

>แต่ยังไงก็ดีนะ พรุ่งนี้จะได้มีมันไปเรียนเป็นเพื่อน

>รุ่งขึ้น ผมอยากเห็นอาการของเฟอร์สมาก

>ที่เมื่อวานไอ่แฟร์มันรับคำชวนของขิง

>หึ หึ หึ ถ้า 2 คนทะเลาะกันก็เข้าแผนผมเลย อิ อิ อิ

>

>ผมชั่วรึเปล่าก็ไม่รู้นะที่หวังอะไรแบบนี้ไว้เนี่ยะ แหะ ๆ ๆ

>

>วันรุ่งขึ้น ผมกับไอ่เบย์ไปเรียนตามปกติ

>แต่วันนี้ผมลาาาาาากไอ่เบย์ให้ไปตั้งแต่เช้า

>หวังว่าจะเป็นเฟอร์สไม่คุยกับไอ่แฟร์ หุ หุ หุ สมน้ำหน้ามัน

>5555555555555555

>อุตส่าห์นอกใจแฟนไปทานข้าวกับขิงแต่ดันไม่ได้คุยอะไรเลย 55555555555555

>แต่แล้ว…………………

>

>2 คนเดินมาด้วยกัน………………..ไอ่บ้าหอบฟางหน้าตาเหงาหงอย

>แต่มีเฟอร์ส

>เดินควงแขนมันมาด้วย…………(ไอ่สัตนี่ มีนางฟ้าควงแขน

>ยังจะทำหน้าตาแบบนี้อีก)

>

>เฮ้ย!!! มันผิดคาดมากเลยอ่ะ ทำไมเฟอร์สไม่ว่าอะไรมันเลยหรือไง!?!

>เมื่อวานแฟนตัวเอง

>ไปทานข้าวกับหญิงอื่นมานะ (ถึงจะไปกันเป็นกลุ่มก็เถอะ

>แต่ยังไงมันก็เป็นคนตกปากรับ

>คำชวนจากขิงนี่นา มันต้องโกรธกันสิ ถึงจะถูก)

>แล้วทำไม………………………………….

>

>ผมถอนหายใจโฮกใหญ่ แล้วก็เดินเข้าห้อง TV ไปอย่างหงอย ๆ

>

>ไอ่เบย์ “เฮ้ย! เป็นอะไรอีก มรึงอ่ะ ตอนเช้า ๆ ก็เห็นสดชื่นดีนี่หว่า

>ลากกรูมาซะเช้า แล้วนี่

>เป็นอะไรไปอีก มรึงอ่ะ”

>ผม “…………………………….กรูผิดหวังว่ะ”

>ไอ่เบย์ “หา ผิดหวังไรมรึง”

>ผม “เปล่า ช่างมันเฮ๊อะ”

>

>เฮ้อ…………………………ผมถอนหายใจอีกหนึ่งโฮกใหญ่

>เสียงดังมาจากทางประตู ขิงนั่นเอง

>

>ขิง “นี่ ถอนมากเดี๋ยวก็หมดหรอก”

>ผม “เอ๋? หา?”

>ขิง “ก็เห็นเธอถอนหายใจซะขนาดนั้น ^_^ อิ อิ”

>ผม “อ๋อ……… แหะ ๆ”

>

>น่ารักจริง ๆ นั่นแหละ จ๊อช……..

>ถึงไม่มีเฟอร์สแต่ก็ยังมีขิงที่แสนน่ารักนี่เนอะ ^_^

>พวก ม.ช. เดินเข้ามาทั้งกลุ่มเลย 10 คน

>

>ผม “แหม……สาว ๆ เมื่อวานโดดกันเป็นแถบเลยนะ”

>

>เพื่อนคนหนึ่งของกลุ่ม ชื่อเมย์ ตอบผม

>

>เมย์ “นี่ จะบ้าหรอ พูดดังทำไม เบา ๆ สิ >_< “

>ขิง “ไม่ต้องมาพูดเลย ปล่อยเค้า แจง ฝน ตาล มาเรียนกันแค่ 4 คน

>น่าโกรธไหมเนี่ยะ”

>ตาล “นั่นสิ รู้งี้เราโดดไปด้วยก็ดีหรอก”

>ขิง “ง่าาาาาา ตาลอ่ะ”

>ตาล “ก็เมื่อวานเบย์ไม่มานี่”

>

>เอาล่ะ เพื่อนทั้งหมู่ทักเป็นเสียงเดียวกัน

>”นั่นแน่…………………….”

>

>ตาล “ง่า อะไรกัน รุมเหรอเนี่ยะ…”

>ไอ่เบย์ “หุ หุ วันนี้ก็มาแล้วไงจ๊าาาาาาาาาาา”

>ตาล “ค่ะ ^_^ คิก ๆ”

>

>ไอ่บ้าหอบฟางยังนั่งคุยกับเฟอร์สอยู่ตรงโซฟาหน้าเค้าเตอร์

>ฮึ่ม…..ภาพมันบาดใจนัก

>ขนาดนั่งกับแฟนมันแล้วนะ มันยังชายตามองขิงอีก ไอ่ลูกสุนัขเอ๊ย!!!

>ในใจนึก

>

>และแล้ว กลุ่ม ม.ธ. (มหาลัยธรรมศาสตร์) ก็เดินเข้ามา กลุ่มเขามีประมาณ

>8-9 คนเนี่ยะแหละ

>มีสุดสวยอยู่หนึ่งคนถ้วน ชื่อครีม (เคยได้ยินแจงเรียกเค้าแบบนั้นนะ)

>

>หนึ่งในเด็ก ม.ธ. “ง่า…ห้อง TV โดนจองอีกแย้ว มาไม่เคยทันเด็ก ม.ช.

>เลยสิน่า”

>ตาล “แหะ ๆ เข้ามานั่งด้วยกันสิจ๊ะ”

>หนึ่งในเด็ก ม.ธ. “โห………เต็มห้องพอดีจิ ^_^”

>

>ดูท่าทางครีมจะเป็นคนเงียบ ๆ นะเนี่ยะ เพื่อนเธอพูดกันเซ็งแซ่

>แต่เธอเงียบกริบ……..

>และแล้ว ตอนนั้นนั่นเองครับ ที่เป็นการเปิดความสัมพันธ์ระหว่างเก็ก

>ม.ช. และ ม.ธ.

>เย้………………………………

>

>ครีมเป็นคนหน้าตาน่ารักนะ เอ่อ……..ยังไงดีล่ะ

>ไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงดีน่ะ

>ผมยาวถึงหลัง ใส่เสื้อนอกสีฟ้าอ่อน ใส่เสื้อซ้อนสีขาว

>ใส่กางเกงยีนเข้ารูปทรง

>หน้าตา………..เอ่อ…………อธิบายยังไงดีล่ะเนี่ยะ

>เอาเป็นว่าดูแล้วรู้สึกว่าเรียบร้อย

>น่ารักละกันนะ ตา 2 ชั้น แก้มชมพู ๆ น่ะ

>

>มาถึงตรงนี้อาจคิดว่าใคร ๆ ก็สวยไปหมด แต่จริง ๆ แล้วผมสายตาดีพอนะ

>แต่ที่สำคัญคือ………..ไม่ว่าใครจะน่ารักอะไรยังไง

>ก็ไม่อาจเทียบได้กับเฟอร์สเลย

>เฮ้อ…………พอพูดถึงเธอแล้วก็เศร้า T_T บ้าจริง

>

>เราเรียน 3 ช.ม. ผ่านไปอย่างสนุกสนาน

>เพราะวันนี้มีทั้งไอ่เบย์คอยเล่นมุขกับอาจารย์

>แล้วยังคุยกับพวกสาว ๆ จาก ม.ธ. ได้ด้วย

>(ผมยังคงไม่ได้ยินเสียงครีมเหมือนเดิม)

>สมน้ำหน้าไอ่แฟร์มันจริง ๆ นั่งอยู่คนเดียว คุยกับใครก็ไม่ได้

>555555555555555

>คงเป็นเพราะความบ้านนอกของมันแน่ ๆ ถึงไม่มีใครอยากรู้จัก

>55555555555555

>

>รู้สึกว่าเด็ก ม.ธ. จะคุยกันแบบเรียบร้อยน่าดูเลย

>มีแต่ภาษาสุภาพทั้งนั้นเลย…………

>เด็ก ม.ช. จะคุยกันแบบวีดว้ายมากกว่าหน่อย ดีครับ หลากสีสันดี

>

>ไอ่เบย์ยังโชว์ถึงความเป็นอัจฉริยะทางด้านการผูกมิตรได้ดีตามเคย

>มันคุยกับทุกคนได้

>อย่างสนุกสนานเลย หุ หุ ดีเหมือนกัน ผมก็พลอยได้คุยกับเค้าด้วย ^_^

>ง่า แต่ยังไม่สามารถสื่อสารกับครีมได้ตามเคยครับ ยากจริง ๆ

>

>หลังเรียนเสร็จ พวกเราหาที่ทานข้าวกัน (หุ หุ

>ไอ่แฟร์ที่ไม่มีใครสนใจมันต้องกลับบ้านก่อน

>คนเดียว) วันนี้ครึกครื้นดีครับ 2 กลุ่มจะไปทานข้าวด้วยกัน หวาาาาาาาาว

>สาว ๆ เพียบ

>ล้อมหน้าล้อมหลัง >_< ครั้งแรกในชีวิตเลยนะเนี่ยะ

>ง่า………สั่นไปหมด

>ต้องคอยควบคุมกิริยาทุกอย่างให้เหมาะสมแล้วสิเนี่ยะ ลำบากนิด ๆ นะ

>

>ระหว่างทานข้าว ผมกับไอ่เบย์หลอกให้ครีมพูดได้บ้าง 2-3 ประโยค หุ หุ

>คาดว่าคนในครอบครัวเค้าน่าจะขอบคุณผมกับไอ่เบย์นะ

>ช่วยให้เค้าพูดได้เนี่ยะ ^_^

>

>หลังจากนั้นต่างก็แยกย้ายกันไปตามประสา

>ผมกับไอ่เบย์รู้สึกว่าหมู่นี้เราไม่ค่อยได้

>ไปตระเวณเล่นเกมซะเท่าไหร่เลย ว่าแล้วก็เอาสะหน่อยดีไหมวันนี้

>แต่ก่อนจะไปกัน…..

>เด็ก ม.ธ. 2-3 คน

>เรียกผมกับไอ่เบย์ไว้…………………ชวนไปต่อพิซซ่ากันอีก หวา…

>ทานเก่งกันจริง ๆ แต่ด้วยความที่สาว ๆ ชวนทั้งที แน่นอน ไอ่เบย์ไป

>ผมก็ต้องไป

>ดีนะที่ตาลกลับไปแล้ว หุ หุ ตาลรู้ล่ะก็ โกรธตายเลย (เห? จะว่าไปแล้ว 2

>คนก็ยังไม่ได้

>เป็นแฟนกันนี่ แต่ตาลคงไม่ค่อยชอบเท่าไหร่หรอกเนอะ)

>ที่มันน่าลุ้นกว่านั้นก็คือ………1 ใน 3 คนที่ชวนผมไปนั่น

>เค้าพยายามชวนครีมไปด้วย!!!

>ผมทราบจากการสนทนาที่โต๊ะอาหารว่าคนที่ชวนผมนั้นชื่อเมฆ

>

>เมฆ “ครีม ไปด้วยกันหน่อยจิ นะ”

>ครีม “……………..(ส่ายหน้า)………………”

>เมฆ “น่านะ คุณหนูครีมมมมมมมม น๊าาาาาาาาาาาาาา”

>

>ครีมทำสีหน้าลำบากใจ ผมรู้แล้วว่าเธอคงไม่อยากไปแน่ ผมเลยพูดช่วยเธอ

>

>ผม “ง่า…ไม่เป็นไรมั้งครับ ไปกันแค่นี้ก็ได้ครับ

>ถ้าเค้าไม่อยากไปด้วยก็ไม่เป็นไรหรอกครับ”

>ไอ่เบย์ “นั่นสิ…แค่ไปทานพิซซ่าเองนี่นา เค้าคงอิ่มแล้วแหละ”

>เมฆ “มะอาาาาาาาาาาาาาาาว ครีมต้องไปด้วย

>เราไม่มีวันยอมให้ครีมกลับหอพักคนเดียวแน่

>มันน่าเบื่อออก ไม่มีอะไรทำด้วย มาด้วยกันเถอะนะครีมน๊าาาาาาาาาาาา”

>

>ครีมนิ่งเงียบคิดอยู่สักพัก คงจะวิเคราะห์อยู่ล่ะ

>ว่าถ้าเธอตอบตกลงแล้วเนี่ยะ

>อเมริกาจะไปหย่อนระเบิดที่อิรักอีกรอบรึเปล่า

>แต่แล้วเธอก็ถอนหายใจนิด ๆ แล้ว!!! ในที่สุด

>

>ครีม “………..อืม………..ไปก็ได้”

>

>โว้ววววววววววววววววว!!! มาด้วยแล้วเว้ยยยยยยยย ดีจัง

>ครีมน่ารักมากเสียด้วย หุ หุ

>ดี ๆ แบบนี้พิซซ่าอร่อยเหาะแน่ ^_^ อิ อิ

>

>ไปถึง พิซซ่าฮัท เป็นประจำครับ ผมสั่งไก่อบซอสก่อนเลย ของโปรด ๆ

>สาว ๆ สั่งสลัดกัน……………..มันเป็นความผิดพลาดของผมซะแล้ว

>ลืมไปเลยว่าไม่ได้สั่งไปทานที่คอนโด

>หวา…น่องไก่ทานให้สุภาพยากขนาดไหน

>คุณก็รู้ เลยต้องลำบากใช้มีดกับส้อมค่อย ๆ

>หั่น……………………………….

>(อยากจะบอกว่ามีดที่พิซซ่าฮัทซ์สาขาหนึ่ง ไม่ขอเอ่ยว่าสาขาไหนนะครับ

>ขอบอกว่า “มีดทื่อมาาาาาาาาาาาาาาาก”

>ถ้าใครมีความกล้าฝากบอกกับพวกพนักงาน

>พิซซ่าฮัทซ์ด้วยนะครับว่า “ซื้อมีดใหม่เฮ๊อะ”)

>

>นั่งทานกันมาประมาณ 15

>นาทีแล้ว……………ยังไม่ได้คุยอะไรกันเลย……………….

>มันเป็นเรื่องที่สุดแสนน่าแปลกสำหรับผมกับไอ่เบย์นะ

>เพราะปกติพวกเราจะชวนคุย

>ได้เก่งมาก แต่วันนี้

>แปลก…ทำไมต่างคนต่างเงียบหว่า……………ไอ่เบย์ก็สาละวนอยู่

>กับการทานไก่อบซอสบาบิคิวอย่างยากลำบาก………………..ง่า

>บรรยากาศเงียบ ๆ แบบนี้

>ไม่ค่อยชอบเลย ต้องหาอะไรคุยซักหน่อยแล้ว

>

>ผม “เอ่อ…นึกยังไงถึงชวนพวกผมมาทานพิซซ่าเหรอ?”

>เมฆ “แหะ ๆ คือ พวกเธอคุยสนุกดีอ่ะ สองคนคุยเข้าขากันได้ดี

>เวลาเรามองเธอแล้ว

>มันรู้สึกสนุก รู้สึกเธอ 2 คนน่ารักกับคำว่าเพื่อนดีน่ะ”

>ไอ่เบย์ “เห?…เอ่อ…เรียกว่าชมได้ไหมเนี่ยะ”

>เมฆ “ชมสิคะ คิก คิก เอางี้นะ เราจะแนะนำทีละคนว่าชื่ออะไรบ้างนะ”

>ผม “เธอชื่อเมฆ อันนี้เรารู้แระ”

>เมฆ “ค่ะ แล้วก็…คนเสื้อขาวคนนี้ชื่อหญิงนะ คนเสื้อเหลือง

>(สายเดี่ยวด้วยนะ) ชื่อแฟง

>คนเสื้อนอกสีฟ้าใส่เสื้อซ้อนสีขาวนี่ชื่อ…”

>ผม “ครีม ใช่มั้ย? เราจำได้ ตอนเธอชวนเมื่อกี้น่ะ”

>

>ตอนที่ผมเรียกชื่อเธอ “ครีม” เธอตกใจด้วยแหละ 555 น่ารักดี ^_^

>ดูท่าทางครีมจะเป็นคนรักสะอาดมากเลยนะ

>เห็นก้มมองหาเศษฝุ่นที่พื้นตั้งแต่เข้ามาแล้ว

>

>ผม “เอ่อ…ครีมไม่ทานเหรอครับ?”

>ครีม “…………………(ส่ายหน้า)…………………”

>ไอ่เบย์ “งั้นเราทานหมดนาาาาาาาาา”

>เมฆ “ต๊าย! คุณหนูครีมน่ะเหรอ ทานไก่อบซอสไม่ได้หรอกกกกกกก

>เดี๋ยวเสียภาพพจณ์”

>ผม “แหะ ๆ”

>

>ครีมทำตาเขียวใส่เพื่อน คล้าย ๆ กับจะท้วงติงว่า

>”ตัวเองชวนเค้ามาแล้วมาเผาเค้าง่าาาาาาา”

>แหะ ๆ ทำตาเขียวก็ยังน่ารักอีก

>

>เราทานพิซซ่ากันอย่างช้า ๆ คุยกันไปด้วย รู้เลยว่าพวกนี้น่ะลูกคุณหนู

>พูดจาไพเราะหูมาก

>ภาษาสุภาพเต็มไปหมด ผมกับไอ่เบย์เลยต้องพลอยระวังได้ด้วย

>กดดันจนขนาดผมเรียก

>มันว่า “นาย” แทนที่จะเรียก “มรึง” เหมือนปกติ……………………

>แต่ที่สำคัญคือ…ครีมปากแข็งมาาาาาาาาาาก ไม่ยอมพูดอะไรเลยซักคำ ค่อย

>ๆ เล็มพิซซ่า

>ทีละนิด ๆ (ง่า ปากเล็กน่ารักดี)

>

>ทานพิซซ่าหมดแล้ว ถึงตอนคิดตังล่ะ

>

>แน่นอนครับ ถึงเค้าจะเป็นคนชวนมา แต่หนุ่ม ๆ

>ต้องเป็นฝ่ายออกเงินอยู่แล้ว

>สาว ๆ ยืนยันว่าจะออกเอง หุ หุ

>ผมกับไอ่เบย์เลยงัดเอาประโยคคลาสสิคมาใช้

>

>ผม “เอางี้นะ คราวนี้พวกเราออก”

>ไอ่เบย์ “คราวหน้าพวกเธอค่อยเลี้ยงเราไง นะ”

>เมฆ “งั้นเอาตามนั้นก็ได้ค่ะ”

>

>และแล้ววววววววววว ครีมก็พูดอีกคำนึง

>ที่สำคัญคือ…….มันเป็นประโยคที่ครีมพูดกับเรา

>

>ครีม “ขอบคุณค่ะ”

>

>อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาว สำเร็จแล้ววววววววว ในที่สุด T_T

>ครีมก็ยอมพูดกับเราแย้ว

>พวกเราไปส่งสาว ๆ ที่หอพัก (4 คน นั่งอัดกันข้างหลัง อึดอัดน่าดู)

>หอพักของพวกเธอก็กว้างขวางดีครับ (ความจริงน่าจะเรียกเป็นโรงแรมนะ

>แต่เค้า

>ทำไมตั้งชื่อเป็นหอพักก็ไม่รู้) มาถึงที่หอ ไม่มีใครอยู่เลย

>ทำให้ผมได้ทราบว่าพวกเด็ก

>ม.ธ. ไม่ได้พักอยู่ที่เดียวกันมาก ๆ เหมือนเด็ก ม.ช. นะ

>

>ตอนนั้นเอง ไอ่เบย์ดันพูดอะไรที่ไม่น่าพูดออกมา

>

>ไอ่เบย์ “จะไม่ชวนเราเข้าไปข้างในก่อนเหรอ?”

>ผม “(กระซิบ) ไอ่บ้า จะบ้ารึไง”

>เมฆ “ฮะ ฮะ ฮะ จะเข้ามาทำไมล่ะ ที่นี่หอหญิงนะจ๊ะ จะเข้ามาก็ได้นะ”

>ไอ่เบย์ “แหะ ๆ ล้อเล่นจ้า ^_^” ไม่เข้าหรอก”

>

>หุ หุ นาน ๆ ที่จะเห็นนะเนี่ยะ ไอ่เบย์หน้าแหก 55555+

>

>และแล้วก็กลับมาคอนโดของพวกเรา

>วันนี้รู้สึกว่าผมไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเฟอร์สเลย

>ก็เค้ามีแฟนแล้วง่าาาาาาาาาาา และที่สำคัญ

>ดันมาเป็นแฟนกับไอ่บ้าหอบฟางซะนี่………….

>นั่นทำให้ผมรู้สึกอยากจะห่างเหินเขาสักพัก

>จนกว่าผมจะลืมว่าเขามีแฟนแล้ว T_T

>

>วันรุ่งขึ้น ผมกับไอ่เบย์ไปเรียนตามปกติ

>จนมาถึงวันนี้เราก็รู้จักกับคนในห้อง

>เยอะแยะแล้วนะเนี่ยะ มีอีกประมาณ 3 กลุ่มเนี่ยะแหละ

>ถ้าคุยได้กับคนทั้งห้องก็ดีสิ

>ยังไงซะ ก่อนที่จะหมดปิดเทอมก็อยากรู้จักกับทุกคนให้ได้นะ

>

>ผมไม่เหลืออะไรให้หวังกับเฟอร์สแล้ว

>เป็นเหตุทำให้ผมไม่มีกะจิตกะใจจะไปเช้าอีกแล้ว

>วันนี้ผมกับไอ่เบย์ก็เลยล่อซะ Late ไปซะครึ่งชั่วโมง เหอๆ ๆ

>ตอนเข้าไปนะ คนทั้งห้อง

>มองกันเป็นตาเดียวเลย………..ยัง ๆ ยังไม่พอ พวกเด็ก ม.ช.

>เริ่มเสียง โห…………..

>ได้ยินดังนั้น เด็ก ม.ธ. ไม่รอช้า สมทบเสียงทันที

>โห………………………………………

>หลังจากนั้นทั้งห้องก็ผสมโรงกัน

>โห………………………………………………………..

>ง่า ไม่มีใครเดาออกหรอกว่าผมกับไอ่เบย์อายกันขนาดไหน หลังจากสิ้นเสียง

>”โห”

>ก็กลายเป็นเสียงหัวเราะกันระงมแทน -_-” เฮ้อ…………เอาเข้าไป

>

>หลังเรียนเสร็จ ผมเดินลงมาชั้นล่าง

>วันนี้มีนัดจะไปทานข้าวกลางวันกับเด็ก ม.ธ. ม.ช.

>เหมือนเคย

>

>ขิง “วันนี้ไปทานที่ไหนกันดีล่ะ?”

>ผม “อืม…วันนี้อยากทานข้าวมันไก่อ่ะ

>จำได้ว่ามีร้านข้าวมันไก่ตู้กระจกอยู่นะ”

>ไอ่เบย์ “เห…ร้านข้าวมันไก่ตู้กระจกเรอะ?”

>ตาล “อ๊ะ ร้านนั้นเราเคยไปทานนะ โห…แพงน่าดูเลยแหละ”

>ผม “เอ๋ แพงเหรอ?”

>ตาล “อืม เคยสั่งเกี๋ยวนะ น้ำใส ๆ ไม่ใส่อะไรเลยนอกจากเกี๊ยว 6 ชิ้น”

>ผม “ง่า………….งั้นไม่เอาดีกว่า ที่ไหนดีล่ะ?”

>ขิง “อ๊ะ มีร้านข้าวนะ แถว ๆ ………………………….น่ะ

>อร่อยดีเหมือนกัน”

>เมฆ “งั้นไปที่นั่นกันก็ได้จ๊ะ ขิง”

>

>ว่าแล้วก็เดินทางไปร้านนั้น วันนี้ดีหน่อย มีรถหลายคัน

>ไม่จำเป็นต้องนั่งอัด ๆ ๆ กันอีก

>

>ขิง “นี่ พวกเราก็สนิทกันพอสมควรแล้วนะคะ สงสัยจริง ๆ

>ทำไมครีมไม่ค่อยพูดเลย”

>

>ด้วยประโยคนี้ พวกเด็ก ม.ธ. หัวเราะกันยกใหญ่

>

>หญิง “ก็เป็นคุณหนูครีมนี่คะ พูดอะไรมากไม่ได้หรอก หุ หุ หุ”

>เมฆ “เค้าเรียบร้อยน่ะค่ะ ทำอะไรก็ต้องมารยาทไปซะหมด”

>ขิง “หน้าตาน่ารัก แถมเรียบร้อยขนาดนี้อีก คงมีหนุ่ม ๆ

>มาจีบเยอะเลยสิเนี่ยะ”

>เมฆ “คนมาชอบน่ะมีนะ แต่ไม่มีใครกล้าจีบหรอก เค้ากลัวกันหมด

>เห็นว่าเป็นคุณหนู ก็เลย

>ไม่กล้าจีบน่ะ”

>ตาล “อิ อิ อิ ต่างกับเจ้าหญิงขิงของเรานะ มีหนุ่ม ๆ มาจีบเยอะเลย”

>ขิง “ตาล!!! อีกแล้วนะ”

>ผม “แหะ ๆ ๆ สาว ๆ คุยกัน น่ารักดีเนอะ”

>

>และแล้ว………เวลาก็ผ่านเลยไปจนทานข้าวเสร็จ แล้วเราก็แยกย้ายกันไป

>ผมกับไอ่เบย์ไปเล่น rag

>กันตามปกตินิสัย………….ฆ่าเวลาไปได้สักพัก

>จากนั้นได้เวลากลับ (ประมาณบ่าย 2 ครึ่ง)

>

>ไอ่เบย์ “ปะ กลับคอนโดกันเหอะ”

>

>ว่าแล้วก็กลับกัน

>ระหว่างทางนั้นเอง…..ดันไปเจอไอ่บ้าหอบฟางกับเฟอร์ส………..

>โธ่เว้ย!!! ทำไมต้องมาเจอด้วยวะ!?! ที่สำคัญ

>เฟอร์สสังเกตุเห็นผมอีก……………..

>เธอโบกมือเรียกให้ไปหา……………..ผมขับรถเร่งความเร็วกว่าเดิมผ่านจุดนั้นไป

>อย่างไม่เหลียวมอง 2 คนนั้นอีกเลย ไอ่เบย์ยังงงเลย “อะไรวะพี เร่งซะ”

>

>ใครจะไปทนเห็นภาพนั้นต่อไหวล่ะครับ วันนี้ไอ่แฟร์มันใส่กางเกงขาสั้น

>เสื้อแขนกุด

>สีกรมท่า กับเฟอร์สที่ใส่เสื้อยืดสีดำลายมีระดับ กางเกงยีนเข้ารูปทรง 2

>คน

>ไม่ได้เข้ากันเลยแม้แต่น้อย…………..แล้วทำไมผมต้องไปนั่งดู 2

>คนพอดรักกันด้วย -”-

>ตรงดิ่งกลับหออย่างรวดเร็วและหัวเสีย………………

>วันรุ่งขึ้น ผมกับไอ่เบย์ไปเรียนตามปกติ

>วันนี้เราไม่ได้ไปเช้าหรือสายเกิน

>พอไปถึง ไอ่เบย์ขอตัวต้มมาม่าทานหลังห้องบันได

>มุมที่ผมเคยนั่งคุยกับขิง

>ส่วนผมก็เข้าห้อง TV อย่างเหม่อลอย

>

>เฮ้ย!!!!!………………………ตกใจสุดเฮือก

>เธอนั่งขาววาบอยู่ในห้อง TV คนเดียวเลย

>เฟอร์ส…………..เฮ้อ…..ใจนึงก็อยากมองเธอนะ

>(ก็น่ารักซะขนาดนี้นี่) แต่อีกใจก็ไม่อยากเจอ

>มันทำใจไม่ได้ แต่ยังดีหน่อย เจอเฟอร์สแค่คนเดียว

>ไม่เจอไอ่บ้าหอบฟางนั่น

>ถึงจะเจอกันบ่อยแล้ว แต่เฟอร์สก็น่ารักมาก ๆ น่ารักมากมายจริง ๆ

>นางฟ้าของผม >_<

>เจอแบบกระทันหันแบบนี้ ทำเอาใจหายวาบ………

>

>เฟอร์ส “อ๊ะ! พี่พี หวัดดีค่ะ”

>ผม “(เงอะ ๆ งะ ๆ ทำอะไรไม่ถูกซัก 3 วิฯ) หวัดดีครับ”

>

>จากนั้นผมก็เดินออกห้องอย่างรวดเร็ว มันไม่ไหวจริง ๆ อ่ะครับ ผมทนอยู่

>2 ต่อ 2

>กับเฟอร์สไม่ไหวจริง ๆ มันจะละลาย หัวใจจะวาย

>เหงื่อมันมาจากไหนมากมายก็ไม่รู้

>อีกอย่างนะ

>ผมรู้สึกว่ามองหน้าเค้าไม่ติดยังไงก็ไม่รู้……………….

>

>ไอ่เบย์ “อะไรวะ? เมื่อกี้เหมือนว่ากรูเห็นมรึงเดินเข้าห้อง TV

>ไปไม่ใช่เหรอ?”

>ผม “เออ แต่เจอแสงอาทิตย์ตอกกลับออกมาว่ะ”

>ไอ่เบย์ “หา!?! อะไรตอกมรึงออกมานะ?”

>ผม “ช่างมันเฮ๊อะ กรูซื้อมาม่ามานั่งซดกะมรึงข้างหลังนี่ดีกว่า”

>ไอ่เบย์ “…………………………………..นางฟ้าล่ะสิ”

>

>ไอ่นี่ รู้อีก มันแสนรู้จริง ๆ ถ้ามันเป็นปลาโลมา

>ผมจะโยนอาหารให้มันแล้วเชียว

>

>ไอ่เบย์ “กรูก็ไม่รู้หรอกนะว่ามรึงเป็นอะไร เท่าที่ดู

>มรึงก็มองคนนู้นน่ารักคนนี้น่ารักไปทั่ว

>กรูรู้นะว่ามรึงมอง ๆ ขิงอยู่ด้วย แล้วมรึงก็มอง ๆ ครีมด้วยน่ะ

>แล้วยังนางฟ้า

>อีกคนนึง ถามจริง ๆ……………………เลือกใคร?”

>ผม “ไอ่บ้า กรูมีสิทธิ์อะไรไปเลือกใครเขา

>ที่มรึงพูดถูกน่ะคือกรูมองเค้าน่ารักหลายคน

>แต่มันเป็นความจริงนี่หว่า

>รึมรึงจะเถียงว่ามีใครคนใดคนนึงที่มรึงพูดมาไม่น่ารัก?”

>ไอ่เบย์ “เออ…มันก็น่ารักจริง ๆ แต่มรึงนั่นแหละ ควรจะเลือกจริง ๆ

>ทุ่มเทให้ซักคนนึง

>แบบนี้มรึงไม่รู้สึกว่ามันค้างคาบ้างเหรอวะ…..”

>ผม “…………….(พูดไม่ออก

>เพราะจริงอย่างที่มันพูด)……………..”

>ไอ่เบย์ “มรึงดูกรูนี่สิวะ มีตาลก็มีอยู่คนเดียว

>มรึงเห็นกรูไปเจ๊าะแจ๊ะกับใครมั้ย?”

>ผม “………………………………………..”

>ไอ่เบย์ “กรูก็เห็น ว่านางฟ้าของมรึงน่ารักขนาดไหน…..แต่แล้วไง

>ตอนนี้กรูก็ยังอี๋อ๋อ

>กับตาลคนเดียว มรึงคิดว่าเพราะอะไร……………….”

>

>ผมพูดไม่ออกครับ เป็นอย่างที่มันพูดทุกอย่าง ได้แต่เงียบฟังมัน

>

>ไอ่เบย์ “เฮ้อ……………..กรูน่ะเพื่อนมรึงนะเว่ย…กรูรักมรึงมาก

>มรึงเป็นเพื่อนตายกรู

>กรูถึงไม่อยากให้มรึงเจ็บหรือกลุ้ม……..”

>ผม “…………………………เออ

>ขอบใจเว้ยเพื่อน……………………..”

>

>แล้วผมก็ลุกไปซื้อมาม่า แต่…….เฟอร์ส!!! เธอยืนอยู่หน้าประตู!!!

>ม…หมายความว่า…เธอได้ยินผมคุยกันหมดแล้วดิ………………..O_o”

>

>ตะลึงกัน………………..ยัง ๆ ๆ ยังไม่ได้สติ เอาอีกแล้ว

>เหงื่อแตก…..

>

>เฟอร์ส “เอ่อ…ขอโทษค่ะ ไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟังนะคะ คือ………..”

>ผม

>”อะ………………………………………………………………..”

>

>ไม่ไหวแล้ว ผมรีบวิ่งขึ้นบันไดเข้าห้องเรียนอย่างรวดเร็ว

>โดยมีไอ่เบย์ตามมาติด ๆ

>เอาแล้วไง ซวยแล้ววววววว -_-” เค้าได้ยินถึงตอนไหนก็ไม่รู้

>แบบนี้จะสู้หน้าได้ไงเนี่ยะ

>10 นาทีต่อมา คนอื่น ๆ เข้ามาเต็มห้องละ จิตใจผมไม่อยู่กับร่องกับรอย

>ไม่มีสมาธิเรียน

>ในใจคิดแต่ว่า “ซวยแล้ว!!!”

>ป่านนี้ไม่รู้เฟอร์สบอกไอ่บ้าหอบฟางนั่นรึยังว่าผมแอบมอง

>แฟนมันอยู่ ขืนมันรู้นะ

>เท่ากับว่ามันถือไพ่เหนือผมไปโดยปริยาย…………………………

>

>ชั่วโมงเรียนวันนี้ ผมคอยชายตามองปฏิกิริยาไอ่แฟร์มัน

>ถ้ามันได้รู้เรื่องจากเฟอร์สแล้ว

>มันต้องชื่นบานแน่วันนี้ ผมชายตามองมันบ่อยจนขิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ

>แซวนิด ๆ

>

>ขิง “ฮั่นแน่…แอบชอบแฟร์เหรอจ๊ะ”

>ผม “ง่ะ……………………….โธ่ ขิง ^_^”

>ขิง “ก็เห็นแอบมองเขามาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนี่”

>ผม “ฮั่นแน่…ขิงรู้ งั้นก็แสดงว่าขิงเองก็สนใจซิ ^_^”

>ขิง “บ้าสิ ขิงจะดูว่าผู้ชายชอบผู้ชายมันเป็นยังไงต่างหาก”

>

>ได้คุยกับขิงก็ค่อยทำให้ลดความกังวลบ้าง

>ส่วนไอ่บ้าหอบฟางนั่นก็ไม่ได้มีปฏิกิริยา

>ต่างจากทุกวัน ก็ยังเป็นสุนัขหัวเน่าประจำห้องเหมือนเคย

>เอ…..แต่รู้สึกวันนี้มันดูหงอย ๆ

>มากกว่าปกติเหมือนกันนะเนี่ยะ…………………………

>

>ด้วยอาการแบบนี้ของมันทำให้ผมเริ่มชื้นใจขึ้นว่าเฟอร์สอาจจะยังไม่ได้เล่าให้มันฟังก็ได้

>ปัญหาอีกอย่างนึงก็คือ…………………ต่อไปนี้ เวลาเจอเฟอร์ส

>ผมควรจะทำหน้ายังไง

>ปกติเจอเค้าทีก็แทบจะละลายแล้ววว ~_~ ง่า

>ไม่เอานะ……ถ้าสู้หน้าเฟอร์สไม่ติด แล้วจะ

>มองเค้ายังไงอ่ะ…………………………ไม่ได้แล้ว

>แบบนี้ต้องหาทางแก้………………..

>ทำยังไง ทำยังไง ทำยังไง

>ทำยังไง……………………นึกไม่ออกอีกแล้ว เฮ้อ……-_-”

>

>ไอ่เบย์ “เฮ้ย! กรูว่านะ ตายเป็นตาย

>แต่มรึงต้องไปเคลียร์กับน้องเค้าแล้วล่ะว่ะ ไม่งั้น

>จะยิ่งซวย”

>

>ผม “โอ้…พูดดีนิ แล้วมรึงจะให้กรูพูดกับน้องเค้าว่าไงวะ?”

>ไอ่เบย์ “…………………….ไม่รู้ นั่นมันปัญหาของมรึงนะ

>มรึงน่าจะแก้ด้วยความคิด

>ของมรึงเอง คนที่รู้สถานการณ์มากที่สุดน่าจะเป็นมรึงนี่”

>ผม

>”…………………………………………………………..”

>

>เอาไงดีเนี่ยะ………เอาวะ!

>แบบนี้ต้องโกหกเสียหน่อยแล้ว……………………………..

>จะโกหกน้องเค้าว่าไงล่ะเนี่ยะ…………..-_-” ง่า

>รู้สึกตัวเลยว่าตัวเองกำลังทำตัวงี่เง่า

>วันนี้ พอเรียนเสร็จ ผมรีบเดินลงมาจากห้อง

>ด้วยความหวังว่าจะเจอเฟอร์สก่อนที่

>ไอ่บ้าหอบฟางจะเจอเฟอร์สก่อนแล้วฟังเรื่องจากเฟอร์ส

>แต่กระทันหัน…………..

>

>ไอ่แฟร์ “พี………..พี”

>

>ไอ่เวรเอ๊ยยยยยยยยย จะเรียกกรูทำ…………อะไรวะ!?! รีบ ๆ อยู่ด้วย

>

>ผม “อะไร?”

>

>ผมตอบเสียงขุ่น

>

>ไอ่แฟร์ “…………………….เราฟังเรื่องจากเฟอร์สแล้ว”

>

>!!!!!!!!!!!!!!!!!ประโยคนั้นนั่นเองทำให้ผมชะงัก………………..จ๊อช

>ความหวังกรู……

>ผมเดินช้า

>ๆ…………..ลงบันไดด้วยใจเหม่อลอย…..หลังจากที่ผมได้ยินประโยคนั้น

>ผมไม่รอฟังคำพูดถากถางต่อไป

>รีบเดินลงบันไดอย่างรวดเร็ว………………………

>เฮ้อ………..หมดกันแล้ว………..ไอ่เบย์ถามผมตลอดทางเดินลงบันได

>

>ไอ่เบย์ “เฮ้ย! เป็นไรวะ? เป็นไร? ดูเหม่อ ๆ ซึม ๆ พิกล”

>ผม

>”…………กรูคิดว่า………….เรื่องมันย่ำแย่ลงกว่าเดิมเยอะเลยว่ะ”

>ไอ่เบย์ “……………….ไอ่พี……………….”

>ผม “มีคนบางคนที่ไม่ควรรู้เรื่องเมื่อเช้านี้มากที่สุด……..ตอนนี้คน

>ๆ นั้นรู้แล้ว…….”

>ไอ่เบย์ “…………………………….ใจเย็น ๆ

>กรูว่าวันนี้เรารีบกลับคอนโดกันดีกว่ามั้ย?”

>ผม “เออ…กรูก็ว่างั้นแหละ เฮ้อ……………………”

>

>เดินมาถึงข้างล่าง ผมไม่มีกระจิตกระใจจะทำอะไร คิดอย่างเดียว

>เดี๋ยวกลับถึงคอนโด

>ผมอยากนอน……………………นอนนนนนนนนนนนนนยาว ๆ

>ให้มันถึงวันพรุ่งนี้เลย

>แล้วก็หวังในใจนิด ๆ

>ว่าทุกคนที่รู้และเห็นเหตุการณ์วันนี้เค้าจะลืมเรื่องซะ………………

>แต่ก็นั่นแหละ…มันคงเป็นไปไม่ได้

>พอนึกว่าผมต้องกลับมากลัดกลุ้มอีกในวันพรุ่งนี้

>มันก็ยิ่งเหนื่อยไปใหญ่เลย

>-_-”…………………………………………………………..

>

>เดินออกมาจากห้องบันได…………..เฟอร์ส…………..นั่งอยู่ที่โซฟาหน้าเค้าเตอร์….

>เออ…ประดังกันเข้ามา อยากมองเฟอร์สนะ แต่ยังไม่อยากเจอตอนนี้เลย -_-”

>เธอทักผม (ปกติผมจะดีใจมาก แต่วันนี้………………………….

>

>เฟอร์ส “เอ่อ…พี่พีคะ คือ…เฟอร์สขอคุยอะไรด้วยเดี๋ยวนึงได้ไหมคะ?”

>

>ไอ่เบย์เพื่อนตายของผม มันรู้ใจครับว่าวันนี้ผมไม่อยากรับอะไรอีกแล้ว

>

>ไอ่เบย์ “น้องครับ พี่ก็ไม่ทราบหรอกนะว่าน้องมีธุระอะไร

>แต่พี่กับเพื่อนพี่วันนี้

>เราเรียนกับมาเหนื่อยพอดูแล้ว พวกเราอยากพักผ่อน ขอตัวนะครับ”

>

>ดีมากเลย ไอ่เบย์เพื่อนรัก ขอบใจมากจริง ๆ

>แต่แล้ว……………………………

>พอผมมองกลับไปที่เฟอร์ส…เธอเริ่มทำสีหน้าเศร้าหรือผิดหวัง………………..

>

>ผม “เบย์ ขอบใจมรึงมาก…………ไม่เป็นไร ขอเวลากรูเดี๋ยวเดียวนะ”

>

>!!! ง่า……………..พูดแบบนี้ออกไปได้ไงล่ะเนี่ยะ

>แค่เห็นหน้าผิดหวังของน้องเค้า

>ผมก็ทนไม่ไหวแล้ว >_<

>

>ไอ่เบย์นั่งรออยู่ตรงโซฟาเค้าเตอร์

>ส่วนผมถูกเฟอร์สลากมาคุยที่ห้องหลังบันได

>(ห้อง TV ตอนนี้เด็ก ม.ช. กับ ม.ธ. เข้าไปแออัดอยู่ในนั้นเต็มหมด ดู

>CHANAL [V] กันอยู่)

>

>เฟอร์ส “เอ่อ…………………………………”

>

>ผมดูออกเลยว่าเธอไม่รู้จะเริ่มต้นว่าไง

>แต่ตอนนี้ทีผมยังกล้าคุยกับน้องเค้า ทั้ง ๆ ที่

>ตระหนักว่าน้องเค้ารู้ว่าผมปลื้มเค้าอยู่ไม่น้อย…แต่…ตอนนี้ผมไม่สามารถจะคิดแผนการ

>อะไรได้อีกแล้ว ทำได้ก็คือรอรับความย่ำแย่ที่กำลังมาถึง….. “เอาสิ

>มาเลย กำลังจะบอกว่า

>อย่ามาตื้อใช่ไหมล่ะเฟอร์ส พูดมาเลยสิ ประโยคนี้ ผมรออยู่แล้ว”

>คิดในใจนะ

>

>เฟอร์ส “เมื่อเช้าเฟอร์สต้องขอโทษอีกครั้งนะคะ

>ที่ไปได้ยินที่พี่คุยกับเพื่อนพี่”

>ผม “…………..(มองเฟอร์สเพลิน ๆ น่ารักจริง >_< )……………”

>เฟอร์ส

>”เฟอร์สอยากจะถามอะไรเกี่ยวกับเรื่องที่เฟอร์สได้ยินเมื่อเช้านี้ซักนิดหน่อยน่ะค่ะ”

>ผม “ครับ

>ถามมาเลย……………(ผมไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของตัวเองอีกแล้ว

>ที่ตอบไปเหมือน

>กับว่า “ขอไปที” อะไรประมาณนั้น)………………

>เฟอร์ส “งั้น……..คือว่า…………ตอนนี้พี่ชอบผู้หญิงอยู่ 3

>คนเหรอคะ?”

>ผม “เอ๋?”

>เฟอร์ส “ก็เท่าที่ได้ยินเมื่อเช้า มีพี่ที่ชื่อขิงที่อยู่กับพี่บ่อย ๆ

>แล้วก็พี่ครีม คนนี้เฟอร์ส

>ไม่รู้จัก………แล้วก็…………………………………”

>

>ตอนนี้นี่เอง………….หัวใจผมมันเหมือนละเลยหน้าที่ของมันไปแว่บหนึ่ง

>ผมใจหายวาบ

>ซึ่งในความคิดคือ………..

>”เฟอร์สกำลังจะพูดชื่อของเฟอร์สเองแล้ว……..”

>แต่แล้ว…………………………

>

>เฟอร์ส

>”แล้วก็………………..อีกคน………..เอ่อ………….ถ้าได้ยินไม่ผิดคือคนที่พี่เรียกเค้าว่า

>นางฟ้า เหรอคะ?”

>

>!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!อ้าว…เฮ้ย…เอ๋…ทำไมอ่ะ?………ทำไมเค้าไม่เรียกชื่อเค้าเองง่ะ

>แล้วก็…

>เหมือนกับว่า เฟอร์สไม่รู้ตัวเลยเสียด้วยว่านางฟ้าคนนั้น

>”ก็คือเธอนั่นแหละ…..”

>

>เฟอร์ส “เฟอร์สแค่อยากทราบน่ะค่ะ”

>ผม “เอ่อ………………..คือ…………..”

>

>เอาอีกแล้วครับ หัวสมองของผมกลับมาตื่นตัวอีกครั้ง มันเริ่มคิดแผน

>คิดหน้าข้อแก้ตัวว่า

>ทำยังไงถึงจะผม้ภาพพจณ์ให้ดูดีขึ้นมาอีกครั้ง ความหวังเริ่มมาแล้ว…

>

>ผม “พี่บอกตรง ๆ นะครับ พี่ก็เหมือนผู้ชายคนอื่นทั่ว ๆ

>ไปที่เวลาเจอใครที่น่ารัก ๆ ก็อยาก

>ที่จะรู้จัก…….แต่ก็นั่นแหละนะ…….เค้าน่ารัก…เค้าดูดี…เค้าผ่านมา…แล้วเค้าก็ผ่านไป

>พี่คงไม่คิดอะไรได้มากกว่านั้นล่ะมั้งครับ”

>

>โอ…………ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกว่า ต่อหน้าเฟอร์สแล้ว

>ครั้งนี้ผมพูดได้ดีมาก ๆ เลย

>มันไม่ได้สื่อความหมายดีหรือร้ายเกินไป ไม่ได้ตื้น ลึก หนา บาง

>มากกว่าที่ควรเป็น แถมมันยัง

>ฟังดูเป็นผู้ใหญ่ซะด้วย

>

>เฟอร์ส “เหรอคะ

>ก็…คือว่า…เมื่อเช้าก็เห็นพวกพี่คุยกันเรื่องนี้…แล้วก็ซีเรียสกันน่ะค่ะ”

>ผม “เอ๋? ทำไมเฟอร์สถึงสนใจเรื่องนี้ล่ะครับ?”

>เฟอร์ส “เอ่อ………..คือ………….”

>

>เหมือนเค้าปิดบังอะไรไว้ซักอย่างนึง

>ซึ่งความลับนี้ไม่ได้รับอนุญาติจากรัฐสภาให้เปิดเผยได้…

>แต่ดูเหมือนเค้ากำลังลำบากใจมากกว่านะ

>

>เฟอร์ส “เอ่อ……………………………….”

>

>ผมรู้เลยครับว่าเค้าไม่ต้องการบอก

>แล้วไอ่ความอยากรู้ของผมมันก็คงทำให้เธอลำบากใจ

>ดังนั้น ผมรีบพูดช่วยเธอ

>

>ผม “เอ่อ…ถ้าลำบากก็ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องบอกก็ได้ ขอโทษที่ถามนะ”

>เฟอร์ส “…………………………………………”

>ผม “อ๊ะ! ไอ่บ้าหอบ…………..ไอ่แฟร์ (เกือบไป

>ๆ)…มันเดินลงมาโน่นแล้วแน่ะ ไปหามันเถอะ…”

>เฟอร์ส

>”………………………………………………………ค่ะ

>งั้นเฟอร์สไปนะคะ”

>

>แล้วเฟอร์สก็เดินไป…………เฮ้อ…ดีจัง

>ได้ปรับความเข้าใจกับเฟอร์สจนได้แล้วเรา ^_^

>แต่ภาพที่เห็นเฟอร์สเดินไปหาไอ่แฟร์ก็บาดใจยิ่งนัก T_T

>แต่แค่นี้ก็ดีแล้วนี่เนอะ…

>

>วันนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดนะ เมื่อสถานการณ์มันดีขึ้นแบบนี้

>ใจผมก็ชื้นขึ้นบางแล้วล่ะ

>ผมเดินกลับมาหาไอ่เบย์

>

>ผม “ไอ่เบย์…..กรูดีขึ้นแล้วว่ะ เราไปหาอะไรทานกับพวกสาว ๆ กันเหอะ”

>ไอ่เบย์ ” ^_^ หึ หึ ไม่ต้องบอกกรูก็ได้

>มรึงเดินหน้าบานกลับมากรูก็รู้แล้ว”

>ผม ^_^

>

>ว่าแล้วเราก็ไปทานกลางวันกันร้านเดิมที่เคยไปทานตอนที่ไอ่แฟร์มาด้วย

>แต่…วันนี้ไม่มีมัน

>อาหารจึงอร่อยเป็นพิเศษ แต่…พอผ่านเหตุการณ์วิกฤตนี้มาได้

>ทำให้ผมนึกถึงคำพูดของ

>ไอ่เบย์มันมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ไม่ย่ำแย่ก็ดีแล้ว

>แต่ต่อไปนี้ก็คงต้องระวังใจตัวเองให้มาก

>

>ขิง “วันนี้ตอนเรียนดูเธอซึม ๆ จังเลยนะพี ไม่สบายเหรอ?”

>ผม “อ๋อ…ไม่เป็นไรแล้วแหละ ห่วงเราด้วยเหรอ แหะ ๆ”

>ขิง “ถามเป็นมารยาทหรอกจ๊ะ”

>ผม “แหะ ๆ แค่นั้นก็ดีใจแล้ว”

>

>ไอ่เบย์กระซิบถามผมว่าวันนี้ OK แล้วใช่มั้ย มันจะขอให้ไปคอนโดตาลกัน

>ซึ่งผมก็ไม่เป็นอะไรแล้ว

>ยิ่งได้คุยกับขิง ความน่ารักของเธอก็ทำซะผมลืมเศร้าแล้ว งั้นไปก็ไป

>

>พอมาถึงที่คอนโด วันนี้อยู่ครบ 10 สาวเลย ไม่มีไอ่พวกครึ่งควบลูกด้วย

>ดีจัง ๆ ๆ

>

>ตาล “เชิญตามสะบายนะหนุ่ม ๆ”

>

>ผม 2 คน เลือกนั่งที่โซฟาหมู่ใต้แอร์ มีโต๊ะไม้กลมวางตรงกลาง

>มีหนังสืออ่านเล่นของผู้หญิงอยู่ข้างล่าง

>ชั้นวาง (พวก ดิฉัน แพรว อะไรทำนองเนี่ยะ) แล้วจากนั้นพวกสาว ๆ

>ก็มานั่งตามรอบ ๆ

>เราใช้เวลาส่วนมากไปกับการคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้

>ความอัจฉริยะทางคารมของไอ่เบย์ยังทำงานได้ดี

>เหมือนเคย เราทั้งกลุ่มก็สนุกสนานกันเต็มสตรีม แต่แล้วก็มี 1 สาว

>ถามคำถามหยุดโลก…………..

>

>ฝน “นี่ ถามจริง ๆ นะ เธอ 2 คน เคยชอบผู้หญิงคนไหนบ้างรึเปล่า?”

>

>……………………………………………………………………………………………………………

>

>คำถามนี้ทำเอาทั้งกลุ่มเงียบกริบหมดเลย……..เอาแล้วสิ จ๊อช…..

>

>ไอ่เบย์ “เราน่ะเคยมีแฟนมาบ้างนะ 2 คน แต่…รู้สึกเข้ากันไม่ได้เลย

>ก็เลยเลิกไป”

>ตาล “อ้าว…เบย์เคยมีแฟนด้วยเหรอเนี่ยะ?”

>ทั้งกลุ่ม

>”ฮั่นแน่……………………………………………”

>ตาล “ง่าาาาาาาาาาา อีกแย้ว >_< “

>ไอ่เบย์ “ฮะ ฮะ ฮะ”

>

>ไอ่เบย์…..สมเป็นมันจริง ๆ

>บอกความจริงแบบนี้ออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย…..ไม่กลัวตาลโกรธด้วย

>แล้วยังกลายเป็นสนุกสนานอีกแน่ะ

>

>แจง “แน่………….แล้วตอนนี้ชอบใครอยู่จ๊ะ เบย์ ^_^ อิ อิ”

>ไอ่เบย์ “มีนะ…แต่…บอกม่ายด้าาาาาาาาย”

>ขิง “อะแฮ่ม…………ไม่ต้องบอกก็ได้ม้าาาาาาาาาาาง คิก คิก”

>ทั้งกลุ่ม “555555555+”

>ไอ่เบย์ “ง่า…………..โดนตอกบ้างแล้วเรา……. ฮะ ฮะ ฮะ”

>

>ทั้งกลุ่มสนุกสนานเบิกบานกันเต็มสตรีม มันเป็นเรื่องที่ดีจริง ๆ

>แบบนี้ก็ดีนะ เค้าอาจจะลืมถามผมก็ได้

>แต่แล้ว…………………………………มันไม่โชคดีแบบนั้นหรอกกกกกกกกกกกกก

>

>ขิง “แล้วพีล่ะจ๊ะ…………………………..”

>

>O_o” เฮ้ย!!!!!!!!!!!!!!! ขิงถามอ่ะ…………………ง่า ทำไงดี

>ทำไงดี ทำไงดี ทำไงดี…………………….

>…………………นึก…………ไม่……………ออก………….อีกแล้ว

>-_-”

>แต่…ก็เป็นอีกครั้งที่ไอ่เบย์มันช่วยชีวิตผม

>

>ไอ่เบย์ “55555+ เป็นความจริงที่ไอ่นี่ไม่ค่อยอยากยอมรับนะ

>แต่มันไม่เคยมีแฟนนะ ไม่เคยจีบใคร

>และไม่เคยมีใครจีบ ไม่เคยชอบใครและไม่เคยมีใครชอบ………….”

>แจง “หา………………..จริงอ่ะ…………ถามจริง”

>ไอ่เบย์ “จริง ๆ จ๊ะ เราเพื่อนมันมาตั้งนานแล้วแหละ ไม่เห็นมีเลยจริง

>ๆ”

>ตาล “หวาาาาาาาาาาาาา หายากอะไรอย่างนี้ 20 แล้วแต่ยังไม่เคยมีแฟนเลย”

>ผม “เอ่อ………………..เรามันไม่มีเสน่ห์มั้ง”

>แจง “ไม่หรอกน่าาาาาาาาาาาา ถ้าเธอไม่มีเสน่ห์นะ พวกเราไม่สนหรอก

>จริงมั้ย?”

>สาว ๆ ม.ช. ทั้งกลุ่ม

>”โห่……………………………………..เกินไปย่ะ…ใช่ ๆ

>คิก ๆ ๆ”

>

>เฮ้อ…………..บทสนทนา ในที่สุดก็ลดความตึงเครียดลงจนได้นะ…..ดี

>ๆ แบบนี้เราคงอยู่ที่นี่อีกสักพัก

>เราคุยเรื่องสัพเพเหระกันกินเวลาไปพอสมควร แต่ก็ยังไม่เบื่อ

>

>ผมลองนึกเล่น ๆ นะ กลับไปเมื่อกี้อีกที ถ้าไอ่เบย์มันไม่พูดช่วย

>ผมจะตอบเค้าว่าไงดีล่ะเนี่ยะ…

>ทั้งที่มันมีความจริงอยู่ตรงที่ว่าผมเห็นคน 3 คนน่ารักในเวลาเดียวกัน

>ที่สำคัญคือ 1 ในนั้น

>มีแฟนแล้วซะด้วย แต่ก็ยังมองอยู่ ถ้าพวกนี้รู้เข้า ตายสิ!

>ผมคงเป็นอีกหนึ่งหมาหัวเน่ากับไอ่บ้าหอบฟางแน่

>

>เวลาสี่โมง ผมกับไอ่เบย์ก็แยกจากพวก ม.ช. กลับคอนโด

>วันนี้รู้สึกว่าเราอยู่กันนานเป็นพิเศษเลย

>ดังนั้นวันนี้จึงชวดเล่น Rag ไปตามระเบียบ แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไรมาก

>ดีสิ ได้อยู่กับสาว ๆ นาน ๆ แบบนี้

>พวกเรากลับมาถึงคอนโด ก็คุยกันเกี่ยวกับเรื่องที่คุยกันเมื่อสักครู่

>แล้วผมก็ขอบใจไอ่เบย์มันยกใหญ่

>ที่มันช่วยหาทางออกให้ตอนวิกฤต จากนั้นก็นอนอืดกันทั้งคู่

>เพราะไม่รู้ว่าจะทำอะไร (รู้งี้เล่น Rag ฆ่าเวลาก็ดี)

>

>งึมงำ งึมงำ หกโมงละ…..หาอะไรทานดีฝ่า วันนี้นอนอืด เพิ่งตื่น

>ไม่มีอารมณ์จะทำอะไรทานเองทั้งนั้น

>ว่าแล้วก็ไปโฉบหาอะไรทานข้างนอกดีฝ่าาาาาาาาาาา ปะ ไอ่เบย์เพื่อนเกลอ

>ไปกัน ด้วยใจสุดมันส์ดุดเดช

>

>ผมกับไอ่เบย์ไปแถว………………. (ตามกติกาสงวนชื่อสถานที่)

>ซึ่งผู้คนพลุกผล่านพอสมควร

>ก่อนหาอะไรทาน ไอ่เบย์ชวนผมไปเดินดูของที่ขายบนทางเท้าเล็กน้อย

>มันบอกอยากได้รองเท้าคัทชูว์คู่ใหม่

>ว่าแล้วก็เดินกันนิด ๆ หน่อย ๆ ไอ่เบย์ได้รองเท้าตามประสงค์

>ระหว่างจะเดินกลับไปหาอะไรทาน…..

>ตรงข้ามถนน ผมเห็นมันอีกแล้วครับ…………ไอ่บ้าหอบฟาง

>มันนั่งทานข้าวอยู่ในร้านอาหารตู้กระจก

>ประดับนอกหน้าต่างด้วยต้นไม่พุ่มเตี้ย ๆ และแน่นอน

>มันมากับเฟอรส………………กรออออออออด!!!

>

>ผมไม่รอช้า หาร้านแถว ๆ นั่นนั่งกับไอ่เบย์

>(ตกลงไปได้ร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทาง………คนละระดับกับพวกนั้นเลย -_-”

>)

>ช่วยไม่ได้นี่เนอะ อยากรู้เรื่องเขาก็ต้องอดทนนิด ร้านอะไรก็นั่ง ๆ ทาน

>ๆ ไปเฮ๊อะ! จุดประสงค์เราก็เพื่อ

>จะได้ดูเฟอร์สนี่นะ……………..ส่วนไอ่เบย์บ่นอะไรอุบอิบ

>ฟังเหมือนว่า “อะไรวะ…ร้านแบบนี้” หรือไม่ก็

>”ระดับกรู ระดับกรูนะเว่ย…” เฮ้อ…..เอาน่าเพื่อน

>

>แสงไฟยามราตรี + บรรยากาศร้าน

>หนอยยยยยย มันช่างโรแมนติกจริง ๆ อิจฉาว้อออออออออออย ไอ่บ้าหอบฟาง

>ฮึ่มมมมมมมมมมมมมมม……………………………………….

>

>บอกได้เลยว่าร้านนี้ก๋วยเตี๋ยวรสชาติ “ห่วย” สุดยิด ไม่ทราบเพราะมัน

>”ห่วย” จริง ๆ

>หรือเพราะภาพ 2 คนนั่น

>

>เฮ้อ…..ทั้ง ๆ ที่ตั้งใจว่าจะเลิกหวังอะไรแล้วแท้ ๆ

>แต่ทุกทีที่เห็นนางฟ้าคนเนี่ยะ ผมก็

>อดใจที่จะจินตนาการไม่ได้ว่าถ้าเราเป็นแฟนกันจริง ๆ แล้ว

>ผมจะมีความสุขมากมาย

>ขนาดไหน……………………ชีวิตนี้………………………..

>

>ลองมานึกดูอีกทีนะ ผมทำอะไรอยู่เนี่ยะ ทำไมผมไม่ไปหาร้านอร่อย ๆ

>ทานกับไอ่เบย์

>คุยถึงเรื่องโน้นเรื่องนี้ให้มันสนุก มีความสุขในจิตใจ

>นั่งฟังไอ่เบย์มันยิงมุขหรือ

>แซวคนนู้นคนนี้แบบตลก ๆ

>ให้มันแช่มชื่น…ผมกลับเลือกที่จะมานั่งตรงนี้………..

>ที่ ๆ มันมืด ๆ สลัว ๆ ชื้น ๆ ร้านก๋วยเตี๋ยวข้างถนน มีรถวิ่งผ่าน

>ฝุ่นปลิวว่อน

>อาหารก็โครตไม่อร่อย มันขายอยู่รอดมาได้ไง…

>ไอ่เบย์ก็ไม่พอใจ………………….

>ถามจริง ๆ

>เหอะ…………..ขอถามตัวเองสักนิดนะ……………”ทำแบบนี้ได้อะไร?”

>…………….นู่น…………….มองดูให้ดี ๆ ดิ

>”เค้ามีแฟนแล้ว!!!” เห็นมั้ย เห็นมั้ย เห็นมั้ย!?!

>

>การที่ผมยังหวังกับเฟอร์สอยู่ เพราะผมยังไม่เชื่อว่า

>”สองคนนั้นเป็นแฟนกัน”

>………..มีที่ไหน…นางฟ้าที่แสนสวยแสนน่ารักแสนเพอร์เฟคขนาดนั้นจะมาเป็นแฟนกับ

>ไอ่บ้าหอบฟางที่เป็นหมาหัวเน่าประจำห้อง

>ไอ่บ้านนอกที่ไม่รู้เหนือรู้ใต้ เป็นตัวเกะกะ

>ที่น่ารังเกียจ…………..หรือเพราะเธอสงสารมัน…………..ถ้าผมเป็นแบบนั้นแล้วมันจะ

>ทำให้นางฟ้าหันมาสงสารเห็นใจผมก็ยอม…………เฮ้อ…..ทำไมกันล่ะ

>ผมผิดอะไรตรงไหน

>มันถึงทำให้ผมพลาดสิ่งที่น่าจะดีที่สุดในชีวิตที่จะเกิดขึ้นแล้ว

>แต่ผมมันบกพร่องหรือ

>เลวร้ายอะไรยังไง

>ผิดพลาดตรงไหนที่ทำให้ไม่สามารถเข้าไปใกล้เธอได้มากกว่านี้อีกแล้ว

>

>…………………………………………………………………………………………………

>…………………………………………………………………………………………………

>……………………………………….เหนื่อย………………………………………………..

>…………………………………………………………………………………………………

>………………………………………….ท้อ………………………………………………….

>…………………………………………………………………………………………………

>……………………………………พอสักทีได้ไหม……………………………………….. …

>…………………………………………………………………………………………………

>…………………………………………………………………………………………………

>

>เลิกให้กำลังใจตัวเองได้แล้ว เลิกมองโลกในแง่ดีได้แล้ว

>ตัดใจอย่างจริงจังเสียทีได้แล้ว

>ไม่มีประโยชน์ มันดูโง่และงี่เง่ามาก

>แล้วแบบนี้ต่อไปมันก็ไม่มีอะไรดีขึ้น

>

>ทำไมต้องคิดมากขนาดนี้ล่ะ ก็เพราะ………

>”ผมกำลังพยายามตัดใจที่จะยอมปล่อยสิ่งที่

>ดีที่สุดที่จะเข้ามาในชีวิตผมให้หลุดลอยไป” จะให้ผมแย่งเหรอ

>ทำแบบนั้นมันก็เหมือนกับ

>เป็นการหลอกนางฟ้า โยนไปทางโน้นทีทางนี้ที

>…….เค้าก็มีทางของเค้า…….เค้าไม่ใช่สิ่งของ…….เค้าก็ขาวสะอาดของเค้า……..

>กล้าดียังไงถึงจะไปทำให้เค้าสกปรก………….ถ้าเค้าคิดว่าเค้ารักของเค้า…………

>งั้นก็พอได้แล้ว…………พอได้แล้วล่ะ

>พอเสียทีเถอะ……………………………….

>

>ผมพูดกับตัวเองในใจระหว่างทาน มันทำให้ผมเงียบ แล้วก็เริ่มอ่อนใจ

>เริ่มล้า เริ่มรู้สึก

>อยากปล่อยวาง………..ความจริงแล้วไม่มีเลยแม้สักวินาทีที่เค้าจะเคยเป็นของผม

>คิดแล้วยิ่งเศร้าใจ ยิ่งรู้สึกหดหู่………แต่ก็เท่านั้น

>เตือนตัวเองอีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง

>อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง

>อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง…..

>และ…..อีกสักครั้ง…..เตือนว่า…..พอที

>

>ผมนั่งเงียบ………………………ไอ่เบย์เองก็รู้ว่าตอนนี้ไม่ควรจะพูดอะไรทั้งสิ้น

>ปล่อยเวลาให้ผมได้คิด………….ทำใจ………….ปล่อยวาง…………และชินชากับความผิดหวัง

>ยอมรับเลยว่าครั้งนี้เป็นความผิดหวังที่น่าเสียดาย น่าเสียใจ

>ยิ่งใหญ่มากที่สุดตั้งแต่เกิดมา

>เพิ่งรู้ล่ะมั้ง…..นี่แหละโลก นี่แหละชีวิต นี่แหละมนุษย์

>มันช่างเป็นเรื่องที่ธรรมดา………….

>โตขึ้นบ้างหรือยัง…..ในที่สุดก็ได้ออกมาจากกะลาสินะ………………………………………..

>

>สองคนนั้นยังนั่งอยู่ด้วยกัน ผมมองอย่างไม่ละสายตา

>อิริยาบททุกอย่างมันประจักษ์แก่สายตา

>………………………เวลาล่วงเลยมาพอสมควร………………………

>

>ราตรียังดำเนินต่อไป…………ในที่สุด มือผมก็หยุดสั่น

>รู้สึกว่าอยากหลับตา………………

>อยากหลับตาสักพัก…………..จนกว่าจะรู้สึกว่า…………..ถ้าลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง

>จะไม่ต้องร้องไห้………….น้ำตาผู้ชาย………….ต้องไม่ไหล…………..

>

>ลืมตาอีกครั้ง…..ผมดีใจมากที่ไม่มีน้ำตาไหลออกมา

>ผมสูดอากาศเข้าปอดอย่างเต็มที่

>แล้วพ่นลมแห่งความอึดอัดใจ

>มันโล่ง………โล่งจนใจหาย……..เหมือนมีโพรงอากาศขนาดใหญ่

>อยู่ในอก………………แล้ว……………….ผมก็หลุดออกจากความคิดได้

>

>ถ้าใครต่อใครบอกว่า “ตัดใจจากผู้หญิงคนเดียว ทำไมมันยากนัก

>ทำไมมันเวอร์ซะขนาดนี้”

>………….งั้นผมก็บอกได้แค่ว่า “ถ้าสักวัน

>วันนั้นถึงคราวคุณ……….วันนั้นล่ะครับ คุณถึงจะรู้”

>

>ผมกับไอ่เบย์กลับคอนโดโดยไม่พูดอะไรกันเลยสักคำ…………แต่ผมก็คิดว่าแบบนี้ก็ดีแล้ว

>กลับไปถึง อาบน้ำ

>นอน………………………….ไม่ได้พูดกันเลยสักคำจริง ๆ

>ไม่ได้โกรธ แต่ผมพูดอะไรไม่ออก และไอ่เบย์ก็คงเข้าใจ

>

>วันรุ่งขึ้น

>ผมหวังไว้อย่างยิ่งว่าความสดใสจะกลับมาเยือนผมอีกครั้ง…………

>

>รุ่งขึ้น ผมกับไอ่เบย์พูดคุยอะไรกันเป็นปกติ

>เหมือนเมื่อวานไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น

>ผมไปที่เรียนพิเศษสายตามเคย เหลืออีก 5 นาที อาจารย์จะเข้าสอนแล้ว…

>ระหว่างเดินเข้าไปในที่เรียนพิเศษ

>เจอกับเฟอร์สที่ทางเดินก่อนถึงห้องบันได

>ผมเดินสวนกันเธอโดยไม่ชายตามองเลยแม้แต่น้อย แบบนี้ออกจะเย็นชา

>แต่ผมตั้งใจไว้ว่า

>จะลบนางฟ้าคนนี้ออกจากชีวิต เราจะเป็นเหมือนคนไม่รู้จักกัน

>คนที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป

>

>ผมขึ้นห้องเรียนไปพบกับเพื่อน ๆ มันทำให้ผมสดชื่นขึ้นได้มากเลย

>เพราะความน่ารักของพวกเขา

>การเรียน 3 ชั่วโมงผ่านไป ผมคุยกับทุกคนอย่างเป็นปกติ

>เรื่องเมื่อวานจึงไม่ได้เล็ดลอด

>

>วันนี้ก็เช่นเดิม เรานัดกันจะไปทานข้าวกันกับพวกเด็ก ม.ช. และวันนี้

>ม.ธ. ขอไปด้วย ดีจัง คนเยอะ ๆ ๆ

>สนุกสนานกันใหญ่ นั่งทานกันไป คุยกันไป เพลินใจจริง ๆ

>

>วันนี้ผมลองมองขิงดูอีกที………..แล้วก็ยิ้มมุมปาก

>เฮ้อ………..ขิงเองก็น่ายังน่ารักอยู่จริง ๆ นั่นแหละ

>นั่นสินะ ไม่ใช่นางฟ้า…….แล้วไง

>ถ้าผมจะคบกับคนอื่นที่ไม่ใช่เธอคนนั้น มันก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตผม

>จะต้องหยุดอยู่ตรงนั้นซะเมื่อไหร่ มันก็เดินของมันต่อไปเรื่อย ๆ

>ถ้ามัวจมอยู่แค่นั้น……………

>ก็ไม่ต้องมองข้างหน้าต่อไปแล้ว ให้มันจมอยู่ตรงนั้นนั่นแหละ

>แต่……………..แค่เลือกที่จะเดินต่อ

>ไปเจอใคร มองใคร มีใคร สักคนที่จะมาเติมเต็ม

>ไม่เห็นต้องดีเลิศเพอร์เฟ็คในสายตาใครเลย………

>แค่ในสายตาเรา

>เค้าคนนั้นจะเพอร์เฟ็คที่สุดก็พอแล้วนี่………….นั่นสิ………….จริงด้วย

>

>คิดได้แบบนี้ ขิงก็น่ารักขึ้นอีกมากมายเลยทีเดียว

>เฮ้อ………..เอาล่ะ รู้สึกดีขึ้นเยอะแล้ว ดีจัง

>ในระหว่างคุย ๆ ๆ กันอยู่นั่นเอง (ไอ่เบย์เล่าให้สาว ๆ

>ฟังเกี่ยวกับวีรกรรมที่ผมกับมันโดดรั้วโรงเรียน

>ตอนเรียน ม.5 อย่างถึงพริกถึงขิง)

>และแล้ววววววววววววววววว………………………….

>ครีม!!!!! เธอพูดกับผมครับ…..

>

>ครีม

>”เอ่อ……………………………ขอโทษค่ะ………..ช่วยหยิบกระดาษทิชชู่หน่อยได้ไหมคะ?”

>

>อา…………เสียงเรียบ ๆ น่ารัก ๆ

>มาอีกแล้ว………..ครีม…………..โอ………จ๊อชชชชชชชชชชชช

>คราวนี้ครีมคุยกับผมก่อนครับ

>อย่างที่ทราบกันว่าปกติกว่าเค้าจะเปิดปากพูดแต่ละคำ…..มันช่างแสนยากเข็ญ

>ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีนะครับ อีกหน่อย

>เธอคงจะคุยกับผมได้เหมือนกับคนอื่น ๆ แน่

>(ถ้าคิดกันจริง ๆ

>แล้ว…………เค้าแค่ขอให้หยิบกระดาษทิชชู่ให้นี่นา ไปซะไกลเลยเรา

>^_^” )

>

>ผมหยิบกระดาษทิชชู่ทั้งกล่องให้เธอ…..หุ หุ หุ

>แทนที่จะหยิบแค่แผ่นสองแผ่นให้เค้านะ ^_^”

>แต่เค้าก็รับไปทั้งกล่องครับ คาดว่าทางบ้านต้องขาดแคลนทุนทรัพย์เป็นแน่

>ทำให้ไม่มีงบประมาณ

>ในการซ่อมหลังคาบ้าน

>จึงต้องกักตุลกระดาษทิชชู่ไว้ซับน้ำในหน้าฝน……………..ผมล้อเล่น

>^_^

>

>ตอนที่ครีมหยิบไปเค้าก็มองผมแบบ “มันจะหยิบมาแผ่นสองแผ่นไม่ได้เหรอ”

>อารมณ์นั้น

>แต่ผมมาเข้าใจหลังจากนั้น

>ครีมเค้าหยิบกระดาษทิชชู่แผ่นเดียวออกจากกล่องแล้วเช็ดปาก

>อ๋อ…..งั้นที่เค้ารับทั้งกล่องเพราะผมยื่นให้เค้าทั้งกล่องนี่เอง

>มันจะได้เป็นการไม่เสียมารยาท

>โห………………คุณหนูครีมจริง ๆ ด้วย

>

>หลังจากทานข้าวแล้วก็ไปต่อที่โบว์ลิ่ง…………………(เค้าไปกันหมด…..หลีกเลี่ยงไม่ได้แง้ว

> >_< )

>รอบนี้ผม (จำใจ) ต้องไปด้วย โชว์หน้าแหกเลยครับ โยนครั้งแรก

>ยังไม่ทันโยนออกไปเลย…..

>ลูกมันหนักเนอะ หลุดมือผมไปหล่นเอาข้างหลัง ตุ้บ!!! O_o” เหอ ๆ ๆ

>ขิงเนี่ยะ ตัวดี หัวเราะซะ

>น้ำตาไหล…………น่าอาย + น่าตลกขนาดไหนนึกดู

>แม้แต่ครีมยังฝืนหน้านิ่งไม่ไหว……………..

>55555555555+ (หัวเราะให้กับความหน้าแตกของตัวเอง

>แต่มันก็ทำให้ทั้งเด็ก ม.ช. และ ม.ธ.

>หัวเราะสนุกสนานกันได้นะ งั้นก็ถือว่าคุ้มแหละนะ)

>

>แต่ที่สำคัญ……………..ไอ่เบย์………………มันเผาผมใหญ่เลย

>”55555555555555 เพื่อน… กรูไม่เคย

>บอกมรึงหรอกเหรอ ว่าโบว์ลิ่งเค้าโยนไปข้างหน้า 55555555555555″

>หรือไม่ก็ “กรูรู้นะ มรึงเล็งหัวกรูอยู่

>ใช่มั้ยไอ่พี 555555555555555555555555+”

>

>-_-” ……………… จำไว้นะ ไอ่เบย์

>

>หุ หุ พวกเราเริ่มนึกอะไรสนุก ๆ ได้ครับ

>

>ไอ่เบย์ “นี่ ๆ เอางี้มั้ย พวกเรามาแบ่งทีมเล่นกันเถอะนะ สนุก ๆ ไง”

>ผม “อืม…แล้วถ้าแข่งกันเฉย ๆ มันก็น่าเบื่อสินะ เอางี้มั้ย ทีมไหนแพ้

>วันพรุ่งนี้ต้องเป็นบั๊ดดี้ เลี้ยงข้าวเลี้ยงน้ำ

>เลี้ยงทุกอย่างเลย ดีมั้ย?”

>ขิง “อ๊ะ! งั้นทีมไหนมีนายพีอยู่ก็เหนื่อยแย่สิ ^_^ คิก ๆ ๆ”

>ผม “ง่าาาาาาาาาาาา ขิงอ่ะ >_< )

>

>ขิงน่ารักจังเล้ยยยยยยยยย ว่าแล้วเราก็แบ่งกันเป็น 2 ทีม

>

>ทีม ม.ธ. นำทีมโดย ไอ่เบย์ เซียนโบว์ลิ่งมือทอง และ แฟง

>ผู้ได้รับฉายาว่า “สไตร์เกอร์” เพราะทุกรอบที่เธอได้จับ

>ลูกโบว์ลิ่ง เธอจะกินสไตร์ทุกครั้ง น่ากลัวมาก

>

>*สไตร์ (ศัพย์ทางโบว์ลิ่ง) หมายถึง พินล้มหมด

>

>ทีม ม.ช. นำทีมโดยผม ฉายา “อัมหิต”

>(ตอนที่ลูกหลุดมือลอยไปข้างหลังอ่ะครับ ตอนนั้นถ้ามีใครเดินผ่าน

>ด้านหลังผม…….คน ๆ นั้นตายไปแล้วล่ะครับ เต็มหัวเลยแหละ ^_^” )

>และมีเจ้าหญิงขิง ผู้มีแขนเรียวงาม

>และบอบบางที่ไม่เคยสัมผัสโดนโบว์ลิ่งมาก่อนเลยในชีวิต ฉายา

>”องค์หญิงรักสะอาด” (เธอล้างท่อเป็นประจำอ่ะครับ)

>

>*ล้างท่อ (ศัพย์ทางโบว์ลิ่ง) หมายถึง

>การโยนโบว์ลิ่งแล้วมันไปลงร่องที่อยู่ข้าง ๆ ทำให้พินไม่ล้มเลยสักอัน

>

>และแล้ว การแข่งขันก็เริ่มต้นขึ้นและดำเนินไปอย่างทุลักทุเล

>ถึงแม้ผมและขิงจะอ่อนด้อยขนาดไหน

>แต่ฝีมือโยนโบว์ลิ่งของคนอื่น ๆ ในทีมก็ใช่ย่อยทั้งนั้น โดยเฉพาะตาล

>(เธอไม่ยอมแพ้แน่ เพราะถ้าแพ้

>หมายความว่าพรุ่งนี้เธอต้องเลี้ยงข้าวเลี้ยงขนมไอ่เบย์กระเพาะควายทั้งวันแน่…..

>และอีกคนที่พอจะ

>สูสีกับอีกฝ่ายก็คือ เมย์

>ซึ่งแทบไม่น่าเชื่อเลยว่าลูกที่เธอโยนแล้วค่อย ๆ ไหลไป ไหลไป

>ไหลไปอย่างเชื่องช้า

>จะสามารถสไตร์คได้บ่อยถึงขนาดนี้ หุ หุ ^_^”

>

>ทู่ซี้กันมาเสียนาน ข้อกำหนดคือ ต้องเล่นชนะให้ได้ 5 ใน

>9……………………………………………

>ม.ธ. ชนะ 4

>ม.ช. ชนะ 3

>เป็นรองอยู่ 1 เกม เอาล่ะ……กดดันกันหนักขึ้น เมื่อพวก ม.ธ.

>เริ่มเย้ยหยัน (แน่นอน มีไอ่เบย์ เป็นแกนนำ)

>เวลาผมโยนแล้วสามารถล้มพินได้แม้แต่อันเดียว

>มันจะวิ่งมากอดคอดีใจไปด้วยกับผม เหมือนกับแบบว่า…

>”ในที่สุด………มรึงก็ทำแต้มได้แล้วเพื่อน T_T “

>

>ในที่สุดก็ตีตื้นขึ้นมาได้ 4:4 ด้วยฝีมือการเก็บพินของตาล (หุ หุ)

>ผมยังล้มพินได้ 4-5 อันเรื่อย ๆ

>ส่วนขิงยังคงไม่มั่นใจในความสะอาดของรางด้านข้าง เธอจึง “ล้างท่อ”

>ต่อไปอย่างมุ่งมั่น ^_^” หุ หุ

>ตอนนี้นี่เอง ผมต้องเล่นแผนสกปรก

>ผมขอให้ตาลคอยมองไอ่เบย์อย่างตาเขียววววววววววววว

>ทำให้ไอ่เบย์มันยอมล้างท่อ……. 5555555555555555555+

>สะใจมันว้อออออออออออออย

>

>ผม “อ้าว……(ทำเสียงใส ๆ) เบย์เพื่อนรัก แหม

>เราไม่นึกเลยนะว่านายจะรักความสะอาดขนาดนี้อ่ะ ล้างท่อใหญ่เชียว”

>

>55555555555555555555555555+ สะจาาาาาาาย ได้ตอกย้ำมันจนได้

>

>และแล้ววววววว…..ตัวชี้ชะตาก็ขึ้นอยู่กับบุคลากร 2

>คน………แฟงและเมย์…………

>

>แฟงโยนก่อน สงสัยว่าจะทนแรงกดดันไม่ไหว ทำให้เธอล้มพินได้เพียง 3 อัน

>โฮ๊ะ ๆ ๆ แบบนี้ก็เท่ากับ

>รู้ผลแล้ว เพราะลูกช้า ๆ ของเมย์ แม้จะมีแรงกระทบน้อย

>แต่เรื่องทิศทางและการสปินของลูกถือว่าเนี๊ยบมาก

>ชนะแน่เฟร้ยยยยยยยยยยยยยยยยยย หุ หุ หุ หุ

>ผมเล็งคนที่จะมาเป็นบั๊ดดี้ผมไว้แล้วล่ะครับ ฮะ ฮะ ฮะ

>ครีมนั่นเอง 555555555555555555+ อยากเห็นนัก เงียบ ๆ แบบนี้

>ถ้าถึงเวลาต้องซื้อขนมเลี้ยงผม

>เวลาที่ต้องคอยเทคแคร์ผม เค้าจะทำหน้าตายังไง

>5555555555555555555555555555555555+

>

>แต่……………เมื่อตื่นจากห้วงจินตนาการ……………..เมย์โยนลูกช้า

>ๆ ของเธอออกจากมือไปได้เพียง 3 เมตร

>ลูกโบว์ลิ่งหนัก ๆ

>ก็ร่วงผลอยลงรางด้านข้างไป……………ทุกคนนิ่งเงียบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ

>

>แล้วไอ่เบย์ก็ทำลายความเงียบงันนั้นลงด้วยการเดินมาตบไหล่ผมอย่างเห็นอกเห็นใจ

>(นึกว่าไม่รู้เรอะว่ามรึงแกล้งทำ

>ก็มรึงยังกลั้นหัวเราะไม่อยู่เลย) แล้วมันก็พูดพร้อม ๆ

>ทั้งเสียงหัวเราะที่มันยังพยายามกลั้นไว้ (ทุกคนยังเงียบอยู่)

>

>ไอ่เบย์ “ก็………..คึก คึก คึก (เสียงมันกลั้นหัวเราะ)

>อย่างที่เห็นแหละเพื่อน………..กรูรักมรึงนะ แต่…

>ลูกมันลงรางไปแล้วว่ะ……..คึก คึก คึก “

>

>หลังจากนั้น ทั้งกลุ่ม ม.ช. และ ม.ธ.

>ก็ระเบิดเสียงหัวเราะลั่นเป็นเวลานาน

>ลานอื่น ๆ หันมามอง ทั้งที่ไม่รู้ว่าหัวเราะอะไรกันเค้าก็ยังยิ้มเลย

>

>ผลก็ต้องเป็นไปตามนั้น

>

>วันรุ่งขึ้น

>

>ผมไปที่เรียนพิเศษ ไม่รู้ว่าวันนี้ใครกันน๊อ จะมาขอให้เราเป็นบัดดี้ให้

>และอีกอย่างนะ ถ้ารวมคนกันจริง ๆ

>ตอนนั้นก็มีคนอยู่ 10:11 นี่นา งั้นก็เหลือเศษ 1 สิเนี่ยะ แล้วไอ่เศษ 1

>ที่ว่ามันจะเป็นผมรึเปล่าเนี่ยะ หุ หุ

>

>กว่าจะมาถึงที่เรียนพิเศษ สาว ๆ ก็จับคู่กันเกือบหมดแล้ว ไอ่เบย์น่ะ

>ตาลจองไปแล้ว……………………..

>ที่ยังเหลือตอนนี้คือ เด็ก ม.ธ. 2 คน คือ ครีม เมฆ (จริง ๆ

>แล้วได้ยินว่า 2 คนที่อยากจับคู่บัดดี้กันเอง แต่

>มันผิดกติกานะจ๊ะ ^_^ ) รวมทั้งผมที่อยู่ทีมเค้าด้วย เด็ก ม.ช. เหลือ 2

>คน ขิง ป่าน (คนนี้เพิ่งมีบท) เมย์

>

>การเล่นบั๊ดดี้ครั้งนี้ก็ยิ่งทำให้พวก ม.ช. และ ม.ธ. สนิทกันยิ่งขึ้น

>เพราะต้องจับคู่กับต่างสถาบัน

>ตอนนี้คนที่เหลือกำลังระส่ำระสายเพราะคนที่เหลือต่างเป็นคนแปลกหน้า

>(เรียกว่าไม่ค่อยสนิทดีกว่ามั้ง)

>และแล้ว……..เมฆก็จับคู่กับป่าน…………ตอนนี้เหลือแค่ ผม ขิง

>กับ ครีม ซึ่งผมกับขิงหมดสิทธิ์บั๊ดดี้กัน

>เพราะทีมเดียวกัน

>ดังนั้นก็อยู่ที่ครีมแล้วล่ะว่าเค้าจะเลือกบั๊ดดี้กับใคร

>แต่ผมคาดว่าเธอต้องอยากจับคู่กับ

>ขิงแน่ ๆ เพราะเป็นผู้หญิงเหมือนกัน

>แล้วขิงก็น่ารักด้วยนี่เนอะ……………แต่ไอ่เบย์เพื่อนรัก

>มันช่วยผมอีกแล้ว

>

>ไอ่เบย์ “นี่ ครีม เราว่านะ ถ้าเธอจะจับคู่กับขิงล่ะก็ คนอื่น ๆ

>เค้าก็ไม่ได้เกิดกันเลยแหละ”

>

>คิดดูสิ ขิงน่ารักขนานนั้น ครีมก็น่ารักขนาดนี้ เวลาไปไหนมาไหนด้วยกัน

>แบบนี้สาว ๆ คนอื่น ๆ ก็โดนรัสมีบดบังหมด

>หุ หุ หุ หุ หุ………………….สุดท้ายแล้ว

>

>ครีม “งั้น…..ครีมเลือกบั๊ดดี้กับพี่ก็ได้ค่ะ…..”

>

>ว๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาก น่ารัก น่ารัก น่ารัก เจรง ๆ >_<

>หุ หุ วันนี้ช่างเป็นวันที่สดใสสำหรับผมจริง ๆ ครับ ได้อยู่ใกล้ ๆ

>ครีมตลอดเลย ว้าาาาาาาาาาาาาว

>ครีมน่ารักมากเลยแหละ อย่างที่ทราบว่าผมต้องเป็นบัดดี้เธอวันนี้ทั้งวัน

>ดังนั้น เวลาไปไหนมาไหน

>จึงต้องไปด้วยกัน เวลานั่งเรียนก็นั่งข้าง ๆ กัน

>ได้อยู่ใกล้ครีมตลอดเลยแบบนี้ โอย…ความสุขจริง ๆ

>

>ถึงใกล้ชิดกันขนาดนั้นครีมก็ยังไม่ยอมปริปากพูดกับผมเลย มีส่ายหน้า

>พยักหน้า เฮ้อ…..คนอะไร

>ขนาดไม่พูดก็ยังน่ารัก >_<

>

>3 ชม. แห่งการเรียนก็จบลง ต่อไปนี้แหละ

>บั๊ดดี้แต่ละคนต้องทำหน้าที่ของตัวเองทันที (ไอ่เบย์ไม่กล้า

>ขออะไรจากตาลมากนัก แต่ตาลก็ซื้อนมถั่วเหลือโยให้มัน ตาลบอกว่า

>”ดื่มแล้วสุขภาพดี” ฮะ ๆ ๆ ไอ่เบย์

>จริง ๆ แล้วมันอยากดื่มน้ำอัดลมมากกว่า แบบนี้แล้ว สำหรับไอ่เบย์

>การมีตาลเป็นบั๊ดดี้คงไม่เข้าท่าเท่าไหร่)

>หญิงกับฝนไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดเลย

>คู่นี้ติดกันแจ…ยังกับเป็นแฟนกันแน่ะ 55555555+ ล้อเล่น ๆ

>ส่วนผมที่พยายามถามครีมว่า “ทานอะไรมั้ย?” ครีมก็ส่ายหน้าอย่างเดียว

>เอาใจลำบากจริง ๆ

>

>แต่แล้ว เมฆก็บอกลูกไม้เป็น (ไม่ตาย) มาว่า ครีมน่ะชอบอะไรหวาน ๆ

>ตามชื่อนั่นแหละ

>OK ได้แนวทางการดำเนินชีวิตแล้ว จากนั้นผมชวนครีมไปทานข้าว (อ่ะ เห็นมะ

>นาน ๆ ครั้งจะกล้าสักที)

>จากนั้นทุกคู่ก็แยกย้ายกันไปดูแลบั๊ดดี้ของตัวเอง ยกตัวอย่างนะ

>ไนน์กับฟ้าไปดูหนังกัน

>แจงกับเฮ็นไปช็อพปิ้ง อะไรประมาณนี้

>ส่วนขิงที่ไม่ต้องเป็นบั๊ดดี้ให้ใคร ถูกตาลขอร้องให้ไปเป็นเพื่อน

>ดังนั้น ผมจึงได้ไปกับครีมสองคน ว้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาว >_<

>

>หลังจากทานข้าว เนื่องจากผมได้เคล็ดจากเมฆแล้ว

>จากนั้นก็ชวนเธอไปทานไอศครีมกัน เป็นของหวานตบท้าย

>อาหารกลางวัน……………ได้ผล……………ครีมพยักหน้าตกลง

>

>มาถึงร้านไอศครีม (ร้านเดียวกับครั้งที่แล้วเลย) ผมเลี้ยงไอศครีมเธอ

>และระหว่างทานไอศครีมอยู่นั่นเอง…..

>ในที่สุด โอกาศที่ผมจะคุยกับครีมก็เริ่มขึ้นจนได้ T_T

>โอย…..อึดอัดจริง ๆ กว่าจะได้คุย

>

>ครีม “เอ่อ…..รบกวนคุณรึเปล่าคะ?”

>ผม “?…………ครับ…………เอ๋?……………อะไรเหรอ?”

>ครีม “ก็…ครีมไม่น่าขอให้คุณเป็นบั๊ดดี้เลยน่ะค่ะ ลำบากคุณจริง ๆ

>ครีมเกรงใจด้วย”

>ผม “เอ๋?………เอ่อ………..”

>ครีม “เอาแบบนี้ดีไหมคะ ครีมไม่รบกวนคุณแล้วล่ะ

>วันนี้เราก็แยกกันกลับเลยเถอะค่ะ”

>ผม “ไม่เป็นไรครับ!!!!! ผมเต็มใจ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

>

>ผมพูดดัง และรัวเสียจนครีมตกใจ ความจริงแล้วผมทำเสียงแบบตื่น ๆ

>ด้วยแหละ

>ครีมมองผมตาแป๋วเลย คือ อุตส่าห์มีโอกาศได้อยู่กัน 2 คนแล้วแท้ ๆ

>เรื่องอะไรจะปล่อยให้มันหยุดอยู่แค่นี้ล่ะ

>อย่าเพิ่งไปเลยนะ อยู่ด้วยกันอีกหน่อย

>

>ผม “ทำไมล่ะครับ!?! ผมทำให้ครีมเบื่อเหรอ!?! งั้นจะให้ผมทำอะไรล่ะ!?!

>บอกมาเลยสิครับ อยากไปไหน

>อยากทานอะไร อยากทำอะไร นะ นะ

>แต่อย่าเพิ่งกลับกันตอนนี้เลย…ขืนแยกกันตอนนี้ผมคงอายคู่อื่นแย่

>ที่ผมเป็นบั๊ดดี้ที่ไม่เอาไหนขนาดที่คู่บั๊ดดี้ตัวเองขอกลับก่อนคู่ใคร

>ๆ แบบนี้”

>

>ผมพูดรัวและเร็วมากกก ครีมยังคงมองผมอยู่แบบอึ้ง ๆ ผมทำหน้าตาซีเรียส

>เหงื่อมันเริ่มซึมออกมา

>เต็มไปหมด แล้วผมก็เงียบฟังคำตอบจากครีม

>แล้วครีมก็……ก้มหน้าลง แล้วเอามือปิดปากหัวเราะคิกคักเล็กน้อย

>หน้าขาว ๆ ของเธอตอนนี้แดงเล็กน้อย

>

>ครีม “คิก ๆ ๆ ฮะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เปล่าหรอกค่ะ ครีมอยู่กับคุณน่ะ

>ครีมสนุกนะ ก็คุณคอยชวนคุยเรื่องนู้น

>เรื่องนี้ไปเรื่อย ๆ แล้วคุณก็ตลกดีด้วย

>ดังนั้นครีมก็เลยไม่อยากผูกมัดน่ะค่ะ คุณน่าจะได้สนุกกับทุกคน

>ครีมซะอีก ที่คิดว่าคุณจะเบื่อที่ครีมไม่พูดอะไร”

>ผม “ไม่ครับ ไม่เป็นไร ไม่พูดไม่เป็นไรนะ อยู่ด้วยกันก็พอ นะ นะ นะ

>ผมไม่ได้เบื่อครีมเลยสักนิด (ก็ครีมน่ารักซะ

>ขนาดนี้นี่นา) เฮ้อ…ได้ฟังแบบนี้ก็ค่อยเบาใจขึ้นนะ

>ที่ครีมไม่ได้เกลียดผม เพราะปกติครีมไม่ค่อยพูดอะไร

>กับใครเลย”

>ครีม “คิก ๆ เมื่อกี้จู่ ๆ คุณก็พูดซะดัง ครีมตกใจหมด ^_^ “

>ผม “ฮะ ฮะ ขอโทษทีครับ ผมมันก็แบบนี้แหละ”

>ครีม “ปกติที่บ้านครีมเขาไม่ค่อยจะให้คุยกับคนแปลกหน้าน่ะค่ะ”

>ผม “ครีมเนี่ยะเรียบร้อยจังนะ”

>ครีม “คือ…ครีมถูกสอนมาแบบนี้น่ะค่ะ”

>

>แล้วครีมก็หน้าแดงหน่อย ๆ แสดงว่าที่บ้านครีมต้องเป็นครอบครัวที่ดีแน่

>ๆ เลย

>หลังจากนั้นผมกับครีมก็สามารถคุยกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ

>เฮ้อ…..ดีจัง

>ครีมน่าร๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาก >_<

>

>ผม “เฮ้อ…ในที่สุดก็ได้คุยกับครีมแบบธรรมชาติซะทีนะ

>ผมนึกว่าครีมจะไม่ชอบผมซะอีก

>รู้สึกเหมือนครีมพยายามหลบหน้าผมกับไอ่เบย์อยู่นิดหน่อยน่ะครับ”

>ครีม “ขอโทษด้วยที่ทำแบบนั้นนะคะ

>ครีมจะทำแบบนั้นเฉพาะเวลาไม่รู้สึกปลอดภัยน่ะค่ะ”

>ผม “ห๊ะ!?! งั้นผมกับไอ่เบย์ก็ไม่ปลอดภัยเหรอ?”

>ครีม “ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ”

>

>ครีมยิ้มแล้วสดใสจริง ๆ เฮ้อ…ในที่สุดก็เคลียร์ไปได้อีกคนนึงนะเนี่ยะ

>หลังจากนั้นผมก็ชวนครีมไปเดินหาซื้อของอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ

>ต่ออีกนิดหน่อย

>เดินดูนู่นดูนี่ไปเรื่อย ผมมักจะเล่นมุขอะไรให้เธอหัวเราะตลอด

>เพราะครีมเวลาหัวเราะแล้ว

>น่ารักมาก ผมอยากเห็นหน้าแบบนั้นนาน ๆ นะ ^_^

>

>เวลาก็ผ่านไปเรื่อย ๆ (ตอนเดินซื้อของ

>ผมกับครีมเดินสวนกับคู่ของแจงกับเฮ็น กำลังดูลูกสุนัขอยุ่ด้วย)

>ผมคาดว่าการเล่นบั๊ดดี้คราวนี้คงทำให้ผมได้ใกล้ครีมมากขึ้นกว่าเดิมแล้ว

>เธอดูเป็นธรรมชาติขึ้น ไม่เคอะเขิน

>ไม่ก้มหน้าก้มตาเหมือนครั้งแรกที่มาทานไอศครีมกัน

>ซึ่งเมื่อดูแบบนี้แล้ว ทำให้ผมรู้สึกว่าเธอสดใสมาก

>ระหว่างที่เดินซื้อของกันนั้น สายตาหลาย ๆ

>คู่จ้องผมอย่างอิจฉาริษยาจนผมรู้สึกได้ (มันหนาวสันหลังวาบ ฮะ ฮะ)

>ผมกับครีมใช้เวลาเดินไปคุยไปเรื่อยเปื่อยอย่างลืมเวลาไปเลย

>จนผมดูนาฬิกาอีกที

>

>ผม “อ๊ะ! สี่โมงครึ่งแล้ว ผมว่าเราควรจะกลับกันได้แล้วมั้ง เนอะ

>เดี๋ยวผมไปส่งนะ”

>ครีม “ค่ะ”

>

>แล้วผมก็ไปส่งเธอที่หอพักของเธอ ซึ่งเมื่อไปถึง

>ปรากฎว่าทุกคนในหอกลับมาหมดแล้ว

>แต่ละคนแซวกันซะ……………………..

>

>ครีม “ขอบคุณนะคะที่มาส่ง วันนี้ครีมสนุกมากเลยล่ะค่ะ ผิดคาดเลย แหะ ๆ”

>

>ง่า ครีมน่าร้าาาาาาาาาาาาาาาก

>

>ผม “อ๊ะ! ครับ ขอบคุณครับ ถ้าสนุกว่าง ๆ ก็มาเป็นบั๊ดดี้ผมมั่งสิ ฮะ

>ฮะ”

>ครีม “ฮะ ฮะ ฮะ”

>เมฆ “จ้า ๆ ๆ ๆ สวีทกันจังจ้าาาาาาาาาาาาาาาาา กลับมาช้ากว่าคู่อื่น ๆ

>ก็ยังสวีทกันไม่พอจ้าาาาาาาาาาาา

>คุณหนูครีมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม”

>ครีม “…………………….(มองไปทางเมฆ

>แล้วทำตาเขียวใส่)…………………….”

>ผม “งั้นผมขอตัวกลับก่อนล่ะนะครับ เจอกันพรุ่งนี้นะ”

>ครีม “เจอกันพรุ่งนี้ค่ะ”

>

>แล้วผมก็แยกกลับ

>แต่ยังไม่ถึงคอนโด…..เสียงโทรศัพย์ดังขึ้น…..ไอ่เบย์

>

>ไอ่เบย์ “เฮ้ย! อยู่ไหนวะ มารับกรูกับตาลหน่อย เอาตาลไปส่งคอนโดที

>เร็ว”

>ผม “ง่ะ เอ่อ เออ ก็ได้………………”

>

>กว่าจะกลับไปคอนโดผมกัน เฮ้อ….. รถมันก็มี แต่ไม่เอามา

>ขอติดมากับรถผม…..พีเซ็ง…..

>กลับไปถึงคอนโดประมาณหกโมงกว่า ๆ

>พวกเราคุยกันแต่เรื่องที่ไปมาวันนี้สนุกสนาน

>(ไอ่เบย์ซื้อสร้อยน่ารัก ๆ ให้ตาลไปเส้นนึง จริง ๆ แล้วตาลเป็นบั๊ดดี้

>น่าจะเป็นคนซื้อให้มันนะ

>แบบนี้มันผิดกฎนี่

>จะแกล้งมันให้พรุ่งนี้ตาลเป็นบั๊ดดี้ให้มันอีกวันดีมั้ยนะ 555+

>นึกไปนึกมา

>ไม่เอาละ………….บาป”

>ส่วนผมก็เล่าถึงความคืบหน้าที่ผมได้คุยอย่างเป็นธรรมชาติกับครีม

>ให้มันฟัง มันทำตาโตใหญ่ “เฮ้ย! จริงอ่ะ

>ครีมเค้ายอมคุยกับมรึงแล้วเหรอวะ!?! กรูนึกว่าคู่มรึงจะ

>เป็นคู่ที่กลับเร็วที่สุดซะอีก” ฟังมันดูถูกผมสิ -”-

>

>วันรุ่งขึ้น เด็ก ม.ช. และ ม.ธ. สนิทสนมกันขึ้นอย่างมากมาย

>วันนี้ก็คุยกันสนุกสนานเกี่ยวกับเรื่องที่

>ไปบรรเทิงมาเมื่อวานสนุกสนาน ฮะ ฮะ ผมเองก็ถูกแซวใหญ่

>เพราะครีมกลับไปถึงคอนโดแล้วเล่าว่า

>ไปไหนกันมาบ้าง (ผมโดนหลอกอยู่อย่างนะ)

>

>แฟง “นั่นแน่…………………นายพี ร้ายนี่เรา

>ครีมเล่าให้ฟังว่าเมื่อวานพาไปทานไอศครีมบรรยากาศหวาน ๆ

>ซึ้ง ๆ กันอยู่ 2 คนเชียวนะ”

>ครีม “อืม…แล้วก็พาไปดูแต่ของหวาน ๆ น่ารัก ๆ ทั้งนั้นเลย”

>ผม

>”อ้าว!………….เอ๋?…………อ๋า…………(แล้วผมก็หันไปทางเมฆแล้วส่งสายตาเป็นเชิงว่า

>”ก็ไหนบอก

>เค้าชอบอะไรหวาน ๆ ไง” สรุปแล้ว หลอกผมครับ ให้ผมพาเธอไปเที่ยวแต่ที่ ๆ

>คู่รักเค้าไปกัน เหมือนกับว่า

>ผมจีบเธอเลย ฮึ่ม…..แผนสูงจริง ๆ เข้าใจแกล้งกันนะเมฆ)

>

>แต่รู้สึกว่าเรื่องยุ่งยากมันเริ่มขึ้นอีกแล้วล่ะครับ….รู้สึกว่าผู้หญิงในห้องคนหนึ่ง

>เธอเป็นทอมหน้าตาดี ผมสั้น

>ตาคม ๆ ตัวผอมเพรียว ท่าทางนิ่ง ๆ เหมือนผู้ชาย (แต่ไม่ใช่ห้าวนะ)

>แต่ดูก็รู้แล้วล่ะครับว่าเป็นทอม

>รู้สึกจะเป็นสุดสวยจากกลุ่มราชภัฏนะ (แปลกไหมครับ

>ในกลุ่มราชภัฏมีคนที่สวยที่สุดเป็นทอม) รู้สึกว่าเธอจะ

>ชอบครีมเสียด้วย…..ในชั่วโมงเรียน

>เธอคอยจ้องครีมตลอดเลย……………………อ้าว

>แล้วที่ผมไปเที่ยวกับครีม

>เมื่อวานนี้ มิผ่านสายตาเค้าไปเรียบร้อยแล้วรึเนี่ยะ

>ปัญหาคือ…ผมกลัวว่าตอนนี้เด็กราชภัฏจะเข้าใจว่า…..

>ผมแย่งทอมคนนี้จีบครีมอยู่น่ะสิ…………………….. O_o”

>

>แอน นั่นคือชื่อของทอมคนนั้น (ชื่อซะหญิงเชียว -_-” ) ผมสั้น

>(สำหรับผู้หญิงนะ)

>เธอเป็นศูนย์กลางของกลุ่มราชภัฎ ถึงเธอจะเป็นทอมและนิ่ง ๆ

>แต่ผมก็ว่าเธอน่ารักนะ

>เพราะเธอไม่ได้ห้าว ๆ แสบ ๆ แต่ประเด็นมันอยู่ที่ว่า…เธอคนเนี่ยะ

>รู้สึกจะมาชอบคุณหนู

>ครีม ผู้แสนจะเรียบร้อย แสนหวานซะด้วยสิ

>และดูท่าทางครีมจะยังไม่ทราบด้วย…..

>

>มันเป็นการชั่งใจที่ลำบากว่าจะบอกครีมดีไหม แต่สุดท้าย

>ถ้าปล่อยแบบนี้ไป เรื่องมันอาจ

>ยุ่งยากเกินไปก็ได้ ผมก็ตัดสินใจบอกครีม

>

>ผม “เอ่อ… (กระซิบ) ครีม

>ผมรู้สึกว่า…..คนที่ชื่อแอนเค้าจะมองครีมอยู่นะ”

>ครีม “เอ๋?…คนที่เหมือนทอมน่ะเหรอ?”

>ผม “…..ไม่เหมือนหรอก ผมว่าใช่เลยแหละ”

>ครีม “แล้วเค้ามองทำไมล่ะ? ครีมเปล่าทำอะไรให้เค้านะคะ”

>ผม “ครับ เค้าไม่ได้มองครีมอย่างบาดหมางหรอก

>ผมรู้สึกเหมือนว่าเค้าจะชอบครีมนะ”

>ครีม “หา!?! ง่า…..ไม่เอานะ”

>

>ครีมอุทานเสียงดังจนอาจารย์หันมาแขวะผมกับครีม “แน่ะ…นายพีจ๊ะ

>ถ้าจะจีบกันก็รอหมดคาบก่อนน๊าาาาา…”

>(ครีมหน้าแดงหน่อย ๆ เพราะไม่เคยมีใครแซวเธออย่างนี้มาก่อน)

>แล้วไอ่สายตาของแอนก็สาดส่องมาที่ผมกับครีม

>อีกครั้ง ผมลองสะกิดครีมให้มองแอน แล้วแอนก็หันกลับไป

>ครีมกระซิบกับผมเบา ๆ ว่า “จริงด้วยอ่ะ…..”

>

>หลังเรียนเสร็จวันนั้น พวก ม.ช. และ ม.ธ. นัดว่าจะไปทานข้าวด้วยกัน

>(แน่นอน ขาดผมกับไอ่เบย์ไปไม่ได้หรอก)

>วันนี้นัดว่าจะไปทานก๋วยเตี๋ยวรสเด็ดกัน (เอาล่ะ

>จะได้เห็นเจ้าหญิงขิงและคุณหนูครีมทานก๋วยเตี๋ยวแย้วววววว ^_^ )

>ก่อนออกจากที่เรียนพิเศษ ตอนเดินลงบันได

>พวกเราเดินไปคุยไปอย่างเชื่องช้า แต่เด็กราชภัฎก็เดินแซงพวกผมไป

>(ใครก็ไม่รู้ ชนผมนิดหน่อยด้วย) แล้วเดินลงไปเลย พวกผมก็งงกัน

>”จะรีบไปไหนว๊า” เท่าที่สังเกตุ แอนเดินลงเป็น

>คนแรก และก้มหน้าก้มตา…..ดูเหมือนเธอพยายามเก๊กชอบกล

>(แต่เธอเป็นผู้หญิงนี่เนอะ เก๊กยังไงก็ไม่เท่ห์ แต่มันดู

>น่ารักมากกว่า)

>

>ทันใดนั้นเอง ฝน เพื่อน ม.ช. ของขิงที่ชอบฟังคลั่งไคล้ J-Rock

>ก็ทักขึ้นว่าวันนี้มี MV ของ L’Arc ออก

>ที่ Chanal [V] เพลง Honey……………ว๊าว เจ๋งเลย ผมเคยดู MV

>เพลงนี้แล้ว แต่ดูใน J-Zone ซึ่ง

>เค้าตัดออกไปพอสมควรเลย หวังว่า Chanal [V] จะไม่ตัด

>จึงรีบด่วนลงมาก่อนใครเลยเพื่อไปดู (มีฝนขนาบข้างมา)

>เมื่อวิ่งมาถึงห้อง TV

>มีคนนั่งอยู่ในห้องซะแล้ว……ผมลืมไปครับ…………..ผมลืมไปสนิทเลย

>ว่าเฟอร์สเองก็เป็น

>คอ J-Rock เหมือนกัน………เธอนั่งอยู่กับเพื่อนอีก 2

>คนของเธอ………………………………………………….

>

>เมื่อผมกับฝนเข้าไป ทั้ง 3 คนหันมามองผมกับฝน

>ตัวฝนน่ะไม่ได้สนใจอยู่แล้ว จึงเข้าไปหาที่นั่งทันที ส่วนตัวผม

>เกิดปฏิกิริยาตอบสนองโดยอัตโนมัติ (Auto Reflection)

>ผมเดินออกห้องอย่างไม่รู้ตัว แต่รู้สึกว่าหยุดไม่ได้

>ผมเดินมานั่งที่โซฟาหน้าเค้าเตอร์…..แล้วนึกดูดี ๆ ว่า

>”อ้าว…แล้วตูจะหนีเขาทำไมเนี่ยะ?” ถึงกระนั้นผมก็ไม่ได้

>กลับเข้าไปอีก นั่งรออยู่ตรงนั้นจนพวก ม.ช. และ ม.ธ. เดินลงมา

>บางคนก็เข้าห้อง TV ไปสนับสนุนกับฝน

>แต่ส่วนมากก็จะมานั่งรอที่โซฟา

>

>ขิง “อ้าว? พี เมื่อกี้เห็นรีบเดินลงมา นึกว่าจะรีบลงมาเข้าห้อง TV

>ซะอีกนะ”

>ผม “อ๋อ…เอ่อ…พอดีเพลงนี้เราดู MV แล้วน่ะ (ถึงจะไม่ได้ดูแบบเต็ม ๆ

>ไม่ตัดก็เถอะ) “

>ขิง “แล้วฝนล่ะ?”

>ผม “ดูอยู่ในห้องน่ะ”

>ขิง “งั้นพวกเรานั่งรอกันตรงนี้ก่อนละกันเนอะ (เพื่อนข้างหลังพยักหน้า)

>”

>

>สักพักเพลงก็จบ พวกฝนก็เดินออกมาแล้วพูดเกี่ยวกับเพลงอย่างนู้นอย่างนี้

>แล้วเฟอร์สก็เดินออกมาพร้อมกับ

>เพื่อนของเธอ แล้วเมื่อเธอเห็นผมนั่งอยู่ที่โซฟา ผมไม่รีรออีก

>รีบเดินออกจากที่เรียนพิเศษอย่างรวดเร็วไม่รอใคร

>ทำให้ทุกคนงงกันไปหมด “จะรีบลุกไปไหน?” แล้วทุกคนก็เดินตามออกมา

>

>มาถึงร้านก๋วยเตี๋ยวค่อนข้างใหญ่ คนมาทานเยอะ

>(แต่ก็นั่นแหละนะ…โต๊ะผมเยอะที่สุด รวมกันทั้ง ม.ช. ม.ธ. ก็ 20 คน

>โดยประมาณ) แล้วการรับประทาน +

>การสนทนาอย่างออกรสออกชาติก็ดำเนินไปอย่างสนุกสนาน เนื่องจากทุกคน

>สนิทกันแล้ว จึงสามารถพูดคุยกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ (ดู ๆ แล้ว สาว ๆ

>ม.ธ. จะติดขิงน่ะดู…..ก็เธอน่ารักนี่นะ)

>เท่าที่ผมสังเกตุดูแล้ว

>ทั้งเจ้าหญิงขิงและคุณหนูครีมทานก๋วยเตี๋ยวได้สุภาพมากกกกกกก

>คีบแทบจะทีละเส้น -_-”

>มือข้างหนึ่งปัดผมไปข้างหลังหู น่าร๊าาาาาาาาาาาาาาก (ต่างกับเฮ็น

>ซึ่งเป็นคนที่ทานก๋วยเตี๋ยวได้ดุเด็ดเผ็ดมันส์มาก

>ผมว่านะ ถึงคุณจะอิ่มแล้วก็เถอะ

>แต่ถ้ามาเห็นการทานอย่างบ้านไฟไหม้ของเฮ็น คุณต้องหิวขึ้นมาอีกแน่ ^_^”

>)

>

>ทานเสร็จก็แยกย้ายกันไปที่อื่น ๆ ต่อ

>(ส่วนมากจะขอไปกับคู่บั๊ดดี้เมื่อวาน)

>ซึ่งวันนี้ก็เป็นอีกวันที่ผมได้ไปกับครีม

>แต่คราวนี้มี ไอ่เบย์ ตาล ขิง ไปด้วยกัน….. (ก็ดีครับ คนเยอะ สนุกดี

>^_^ โดยเฉพาะ…..มีไอ่เบย์ ฮะ ฮะ)

>เราตกลงจะไปทานไอศครีมกัน (อีกแระ -_-” คราวนี้ไอ่เบย์กับตาลอยากทาน

>ก็เลยไม่กับกันมันเสียไม่ได้)

>

>แล้วเราทั้ง 5 ก็ไปช๊อพกันเล็กน้อย ก่อนไปทานไอศครีม

>(ผมได้มีโอกาศเลือกต่างหูให้ครีมด้วย เสียตรงที่ครีมไม่เจาะหู)

>แล้วก็ไปทานไอศครีมกัน

>ผมสังเกตุได้เลยว่าสายตารอบข้างเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา

>ก็ผมกับไอ่เบย์มากับสาวสวย

>น่ารักมากถึง 3 คนนี่เนอะ ฮะ ฮะ ฮะ อิจฉาเข้าไปเถอะ พวกแก

>ไอ่ตอนที่เราไม่มีสาวเดินด้วย ดันเอามาเดินอวดกันดีนัก

>(ง่า…..พาลไปเรื่อยสิ >_< ) แล้วก็มาจบกันที่ร้านไอศครีม

>

>ระหว่างการทานไอศครีมไปนั่นเอง………………..แอน…..รู้สึกยังกับว่าพวกผมถูกเธอสะกดรอยมายังงั้นแหละ….

>บังเอิญ (รึเปล่าก็ไม่ทราบได้นะ)

>แอนมาทานไอศครีมร้านเดียวกับผมเสียด้วย….. O_o”

>

>เพียงแค่ 5 นาที ที่นั่งอยู่ตรงนี้…..ก็นานมากมายแล้วสำหรับผม

>กับการที่รู้สึกว่ามีใครมองเราด้วยสายตาแบบ

>เจ้ากรรมนายเวร ไม่ไหว เจอแบบนี้พูดไม่ออกอ่ะ

>ไอ่เบย์มันนั่งหันหลังให้แอน เลยไม่รู้ แต่มันก็ส่งสายตาถามมา

>”เงียบ’ไรวะ?” ผมพยายามพยักเพยิดหน้าไปข้างหลังมัน

>มันก็หันไปแว่บดู…..เท่านั้นแหละ เซ่อรับประทานกันทั้งคู่

>มันงง ๆ อ่ะ

>คือ…แบบว่า…..ตามมาเหรอวะเนี่ยะ?……………….หรือบังเอิญกันแน่

>

>ขิงชวนครีมคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ไปเรื่อย ๆ อย่างสนุกสนาน

>ไอ่เบย์ก็สวีทกับตาล ฮึ่ม……………เหลือผมสิ…ลำบาก

>แอนมานั่งกับเพื่อนอีก 2 คน

>แต่สายตาของแอนเธอยังจ้องมองโต๊ะผมอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อน ๆ

>รอบตัวผมไม่ได้

>รู้สึกตัวเลย (ไอ่เบย์รู้แล้ว แต่ไม่ใส่ใจ) นั่งกันประมาณครึ่งชั่วโมง

>(อย่างเรื่อยเปื่อย) จนพวกเราคิดว่าจะลุกกันแล้ว

>แต่แล้ว!!!……………..แอนเดินมาที่โต๊ะผม…..ในนาทีนั้นผมกลัวเป็นอย่างยิ่งว่าจะโดนคนสวยต่อยเอาครั้งแรกในชีวิต

>ว่าแล้วเธอก็เดินมา เดินมา เดินมา เดินมา แล้ว……………..

>

>แอน “เอ่อ…โทษนะ พี นายไปกับเราเดี๋ยวนึงได้มั้ย?”

>

>เอาแล้วไง โดนนอกสถานที่แน่ตู T_T

>ผมขอตัวแล้วก็ลุกเดินไปกับทอมคนนั้น นึกในใจ “เอาวะ

>ถ้ามันเป็นแบบนั้นจริง ๆ ตูก็สู้แหละ” ใครจะยอมโดน

>ผู้หญิงต่อยอยู่ฝ่ายเดียว (แต่ต่อยผู้หญิงก็หน้าตัวเมียไปหน่อยอ่ะเนอะ)

>แล้วเราก็เดินไปนอกร้าน เดินออกไป

>คุยกันหลังเสา (ลับสายตาคนที่โต๊ะผม) แล้วเธอก็เริ่มเปิดบทสนทนา

>

>แอน “เอ่อ…เราถามจริง ๆ นะ นายเป็นอะไรกับครีมรึเปล่า?”

>

>เอาแล้วไง ถามตรงจริง ๆ

>

>ผม “เปล่า”

>แอน “จริง ๆ ใช่มั้ย?”

>ผม “อืม…ทำไม………..?”

>

>ผมพยายามจะรีบจบการสนทนาอันน่าอึดอัดนี้ให้เร็วที่สุด

>

>แอน “เอ่อ…..ถามอีกอย่างนะ…..เราเหมือนทอมมั้ย?”

>ผม “อ้าว…แล้วไม่ใช่หรอกเหรอ?”

>แอน “ว่าแล้วเชียว ใครหลาย ๆ คนเค้าก็มองเราเป็นทอมกันทั้งนั้น

>แม้แต่คนจากมหาลัยเดียวกัน”

>ผม “เอ๋? แล้วพวกนั้นไม่ใช่เพื่อน ๆ เธอหรอกเหรอ?”

>แอน “เปล่าหรอก…มาจากคนละคณะกันน่ะ แล้วพวกเค้าก็คิดว่าเราเป็นทอม

>แล้วเหมือนกับว่าเค้าจะจีบเรางั้นแหละ”

>ผม “เอ่อ…..แล้ว…..ยังไงล่ะ”

>แอน “เราคิดว่าจะแก้ไขความเข้าใจว่าจริง ๆ แล้วเราไม่ได้ชอบผู้หญิงน่ะ

>ก็เลยอยากให้พวกผู้ชายช่วย แต่…..

>ถ้าจะขอให้นายแฟร์ช่วย ดูเหมือนว่าเค้าจะอยู่กับเด็กผู้หญิงน่ารัก ๆ

>คนนึงแล้ว ถ้าจะขอให้นายเบย์ช่วย

>ก็ดูเหมือนว่าจะคบกับตาลจาก ม.ช. อยู่ด้วย

>ก็มีแต่นาย…..แต่เราก็ยังไม่มั่นใจว่านายเป็นแฟนกับขิงหรือครีม

>รึเปล่า ก็เลยลองสังเกตุอยู่ระยะหนึ่งน่ะ

>แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจถามจากนายเลยดีกว่า”

>

>ผมอึ้ง ๆ กับเรื่องนี้ ต้องใช้เวลาคิดอยู่หน่อย ๆ

>

>ผม “แล้วจะให้เราช่วยอะไรล่ะ?”

>แอน “ไม่ยากหรอก ก็แกล้งทำเป็นสนิทกันแค่นั้นก็พอแล้วล่ะ”

>

>ผมตอบตกลงโดยแทบไม่รู้ตัว ก็แหงสิ จะได้สนิทกับสุดสวยอีกสถาบัน

>โอ้วววววววววววว จ๊อชชชชชชชชชช

>จากนั้นก็เดินกลับเข้าไปข้างในกัน…

>

>ไอ่เบย์ “กรูนึกว่ามรึงจะโดนต่อยนะเนี่ยะ”

>ผม “เออ แรก ๆ กรูก็คิดงั้น

>แต่…ดูท่าทางพวกเราจะเข้าใจผิดอะไรกันยกใหญ่เลยว่ะ”

>

>ผมเล่าไปว่าจริง ๆ แล้วแอนไม่ใช่ทอม แค่เหมือน

>แล้วก็ต้องการแก้ไขภาพพจณ์ ซึ่งสาว ๆ อีก 3 คนก็ตกลง

>จะร่วมมือด้วย ซึ่งก็ถือว่าปัญหาก็ได้สะสางอีกเรื่องนึงนะ…..

>

>บทบาทผมเริ่มเด่นชัดในหมู่พวกราชภัฏทันทีครับ วันรุ่งขึ้น

>มาถึงที่เรียนพิเศษ แอน จากคนที่ไม่เคย

>จำหน้าหรือจำชื่อ แต่เช้าวันนี้ เธอคนนั้นมาทักผมตั้งแต่เข้าไปเลย

>

>แอน “หวัดดีจ้า”

>ผม “………….หวัดดี”

>แอน “มาทันด้วยนะวันนี้”

>ผม “อ้าว? หมายความว่าปกติเรามาสายมากเลยสินะ”

>แอน “เปล่านี่ แต่สถิติที่เธอกับนายเบย์ทำไว้ Late ครึ่ง ช.ม.

>ยังไม่มีใครทำลายได้นะ”

>ผม “ง่า…………………….”

>

>บทสนทนาเพียงเท่านี้แหละ พวกราชภัฎถึงกับอึ้ง

>เมื่อยอดทอมที่พวกเธอหลงไหลดันมาพูดกับผู้ชายแบบนี้

>งงไปเลยมั้ยล่ะ…..

>

>หนึ่งในเด็กราชภัฎชื่อนิ๊ก ดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในคนที่ชอบแอนอยู่ซะด้วย

>มองผมตาเขียวเชียว…..

>เออ…จริง ผมลืมนึกไป

>ถ้าผมทำแบบนี้ก็กลายเป็นศัตรูกับพวกเด็กราชภัฎเลยสิเนี่ยะ

>มาแย่งยอดทอมของเค้าไป…

>พวกคนที่ร่วมมือกับแผนนี้ดูท่าทางเอ็นจอยดี

>แผนจึงดำเนินต่อไปอย่างราบรื่น (ถ้าไม่นับที่ผมต้องทนกับสายตา

>ฉีกเลือดฉีกเนื้อของสาว ๆ ราชภัฎ) ช่วงนี้

>ผมจึงไปไหนมาไหนกับสาวสวยมาดทอมตลอด

>

>แต่ผมก็เพิ่งสังเกตุเห็นล่ะมั้งเนี่ยะ

>ดูเหมือนว่าครีมจะตีตัวออกห่างผมพิกล ๆ นะ

>เอ……………………..

>อึดอัดหน่อย ๆ แต่ก็ไม่เป็นไรมาก เพราะบางทีเธอก็ยังคุย ๆ

>กับผมอยู่นิดหน่อย ก็ยังดี

>อย่างน้อยก็รู้ว่าเธอไม่เกลียด…

>

>วันนี้ ผมจึงต้องไปทานข้าวกับแอน (เพื่อให้แนบเนียน)

>เพื่อนราชภัฎไม่มาด้วยสักคน ดูเหมือนจะไปได้ดี แบบนี้

>ไม่กี่วันก็คงเลิกได้แล้วมั้ง ตอนเดินลงบันไดก็ต้องเดินด้วยกัน

>ถ้าให้พูดตรง ๆ……………ผมสั่นมาก

>ถึงแอนจะดูเหมือนทอม แต่พอรู้ว่าจริง ๆ แล้วเธอเป็นผู้หญิง

>ประกอบด้วยหน้าตาสวย ๆ ดุ ๆ คม ๆ อีก……

>ใครล่ะไม่สั่น…..

>

>ผมเดินผ่านห้อง TV

>หวา!!!!!…………………….เกือบชนเค้าแน่ะ………….แล้วเค้าที่ว่าเนี่ยะ…

>”นางฟ้า”

>เฟอร์สเดินออกจากห้อง TV (คาดว่ากำลังจะไปหาข้าวทานกับเพื่อน ๆ

>ของเธออีก 2 คนล่ะมั้ง… )

>ที่สำคัญกว่านั้น แอน…..เธอเดินใกล้ผมมากเลย ยังกับเป็นแฟนกันจริง ๆ

>(ก็กำลังแสดงบทแฟนกันอยู่นี่เนอะ)

>แปลก ที่ผมขอให้แอนออกไปรอข้างนอกก่อน

>แล้วผมก็พูดกับเฟอร์สเรื่องเกี่ยวกับแผนการของผม

>………………แต่แล้ว สักพัก…ผมถึงมารู้ตัวอีกที…..

>”อ้าว…ตูทำอะไรอยู่เนี่ยะ” ………………………….

>

>ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ทั้ง ๆ

>ที่ผมพยายามอย่างยากเย็นที่จะไม่คุยกับเธอ ทำเป็นไม่รู้จักกัน

>แต่วันนี้ ทำไม…ทำไมจู่ ๆ

>ผมมาคุยกับเธออีกล่ะเนี่ยะ………..ยังคับตัวเองไม่ได้งั้นเหรอ…..?

>จะว่าไป ทำไมผมจะต้องมาแถลงไขด้วยเนี่ยะ

>ว่าผมกับแอนไม่ใช่แฟนกัน…..ผมเริ่มรู้สึกว่าเองงี่เง่ามากขึ้น…

>แต่แล้ว………..พอผมเล่าจบ……………เฟอร์ส

>

>เฟอร์ส “…………ฮิ ๆ ๆ ฮะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ”

>ผม “เอ๋? เอ่อ…….. (ผมเริ่มรู้สึกแย่กว่าเดิมอีก

>เหมือนเป็นตัวตลกเลย ทั้ง ๆ ที่เฟอร์สไม่ได้ถาม ไม่ได้สนใจ

>ด้วยซ้ำมั้ง ทำไมผมต้องมาเป็นเดือดเป็นร้อนขนาดนี้ด้วยนะ)

>………………หัวเราะอะไรเหรอ?”

>เฟอร์ส “อ๋อ…..เอ่อ…ขอโทษที่เสียมารยาทนะคะ แหะ ๆ

>แต่…..พี่ตลกจริง ๆ น่ะค่ะ ดูลุกลี้ลุกลนแล้วน่ารักดี”

>

>O_o”

>……………………………เอาปืนมายิงผมเลยก็ได้ครับตอนนี้

>หัวใจผมหยุดทำงานซัก 2-3 วินาที เห็นจะได้

>เธอเพิ่งจะบอกว่าผม “น่ารัก”

>โอย………………พระเจ้า…….อะไรก็ได้………อะไรก็ได้ครับ

>T_T ผมยอมแล้ว

>เฟอร์สน่ารักมากจริง ๆ เธอดูไม่มีท่าทีรังเกียจผมเลยแม้แต่น้อย

>นับเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายจริง ๆ ทั้งที่

>เป็นเวลาหลายวันพอดู ที่ผมไม่ได้คุยกับเธอเลย

>ซ้ำยังแสดงออกอย่างเห็นได้ชัดว่าต้องการ “หลบหน้า” แต่เธอก็ยัง

>พูดคุยกับผมเหมือนแต่ก่อน………….เอ…………..รึจริง ๆ แล้ว

>ผมไม่มีความหมายอะไรสำหรับเธอเลย จะคุยรึไม่คุยก็ได้

>งั้นมั้ง………………………………………………….

>

>แล้วผมก็นึกได้ว่าแอนรอผมอยู่ที่หน้าประตู………ผมก็รี่ออกจากที่นั่นทันที

>ก่อนจะยิ่งเสียฟอร์ม หรือ ดูงี่เง่าไปมากกว่านี้

>………………แต่………………โอย…..ความสุขฟ้ออออออออออออย

>เฟอร์สบอกว่าตูน่ารัก >_<

>จ๊อชชชชชชชชชชชชชชชชช!!!

>

>ไม่เข้าใจเหมือนกัน แค่เค้าพูดแค่นี้

>ทำไมผมกลับเก็บมาคิดซะมากมายแบบนี้ มาถึงหน้าประตู แอนกำลังถูกพวกเด็ก

>ราชภัฎมะรุมมะตุ้มอยู่…..เท่านั้นแหละ

>ผมก็รู้ตัวเลยว่าทำหน้าที่บกพร่อง

>ผมควรจะรีบพาแอนออกจากที่นั่น…แต่ผม…

>

>ผม “อ๊ะ! แอน รอนานมั้ย? ขอโทษที เราทำธุระอะไรนิดหน่อยน่ะ”

>

>พอผมโผล่หน้าไป พวกราชภัฎมองผมด้วยสายตาแบบนั้นอีกแล้ว

>แล้วพวกเธอก็เดินไป…

>

>แอน “ไม่เป็นไรหรอก”

>

>แต่ทำไมก็ไม่ทราบครับ ผมรู้สึกถึงความผิดหวังของแอน

>ปนมากับน้ำเสียงของเธอนิดหน่อย -_-” แย่จริง ๆ เรา

>

>ผมพาแอนไปทานข้าวที่ร้านอาหารตามสั่งที่หนึ่ง

>

>แอน “เอ่อ…เมื่อกี้ไปไหนมาเหรอ?”

>

>การที่แอนถามมานี่ผมยิ่งรู้สึกผิดเกี่ยวกับเรื่องนี้หนักกว่าเดิม………..

>

>ผม “ขอโทษนะ ขอโทษจริง ๆ บังเอิญเราคุยธุระกับเพื่อนนิดหน่อยน่ะ”

>แอน “เพื่อน?………………ใครเหรอ?”

>ผม “อ๋อ…เอ่อ…ไม่เชิงเพื่อนหรอก เค้าเด็กกว่าเรานิดหน่อยน่ะ”

>แอน “เค้าสวยน่ารักดีเนอะ…………..”

>ผม “?………………………เอ่อ……..ใช่ อ๊ะ!

>ยังไงเราก็ต้องขอโทษอีกทีนะ เราน่าจะทำหน้าที่ตามแผน แต่เรากลับ

>ปล่อยให้แอนยืนอยู่คนเดียว เออ…ใช่…แล้วพวกราชภัฎคุยอะไรกับแอนเหรอ

>เค้ามาเกาะแกะอีกเหรอ?”

>แอน

>”………………………………..เค้าถามว่าแอนกับพีเป็นอะไรกัน…………………………………..”

>ผม “………………..แล้ว………………แอนตอบว่าไงล่ะ?”

>แอน

>”………………………………..เปล่าหรอก…………………………….เรายังไม่ทันตอบ

>เธอก็มาซะก่อน”

>ผม “แหะ ๆ ๆ ขอโทษอีกทีนะ”

>แอน “บอกแล้วไง ไม่เป็นไรหรอก”

>

>นั่งทานไปได้ประมาณครึ่งชั่วโมงผมก็ไม่คิดว่าจะมีเด็กราชภัฎคนไหนคอยสะกดรอยตามอีก

>จึงไปส่งเธอที่บ้านญาติ

>(แอนพักอยู่กับญาติ ไม่ได้นอนคอนโด) บ้านญาติสวยมาก

>เป็นบ้านมีสนามและสวนหย่อมอยู่ขนาด 2 ข้างบ้าน

>แต่ผมไม่กล้าอยู่นานกว่านั้นอีก จึงรีบขอตัวกลับ

>

>ผมนึกถึงตอนนั้นอีก ตอนที่ผมเจอกับเฟอร์ส

>เฮ้อ……………..เธอช่าง…………………………………………..

>น่าร๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาก >_<

>เธอชมผมด้วย ไม่รู้นะ ว่าจะชมเล่น ๆ ชมเป็นมารยาท แต่คุณน่าจะนึกออกนะ

>ว่าการถูกชมโดยนางฟ้าน่ะ มันเป็นยังไง

>เฮ้อ…แต่แอนเองก็สวย เอ…..แบบนี้ชักไม่เข้าท่า

>จะกลายเป็นคนหลายใจ…

>

>วันรุ่งขึ้น ผมกับไอ่เบย์ไปเรียนพิเศษค่อนข้างเร็ว

>ผมเข้าไปเจอขิงกับตาลก่อนเลย นั่งอ่านนิตยสารอะไรซักอย่างอยู่ที่โซฟา

>หน้าเค้าเตอร์ ผมกับไอ่เบย์ไปนั่งด้วย ทักทายกันตามปกติ

>

>ผม “หวัดดีจ้า สาว ๆ”

>ขิง & ตาล “หวัดดีจ้าหนุ่ม ๆ”

>ขิง “แหม วันนี้ปาฏิหารอะไรถึงลากพวกเธอให้มาเช้าได้เนี่ยะ?”

>ผม “ฮะ ฮะ ฮะ อะไรกัน เรามาเช้า จำเป็นต้องอาศัยปาฏิหารด้วยเรอะ”

>ขิง “แหะ ๆ อ้อ! แล้ววันนี้ไม่ตามประกบแอนอีกเหรอ?”

>ผม “ตามประกบเหรอ?”

>ขิง “อ๊ะ! เราหมายถึงว่า วันนี้ไม่ทำหน้าที่ตามแผนเหรอ”

>ผม “……..เอ่อ……..ก็แอนเค้ายังไม่มานี่”

>ขิง “เหรอ”

>ผม

>”……………………………………………………………………….”

>

>อะไรคือความหมายของกิริยาขิงแบบนี้ ผมก็ไม่ทราบ แปลก ๆ

>แฮะ………………

>แต่อึดอัดนิดหน่อยนะ ที่ขิงถามแบบนี้น่ะ

>แล้วหลังจากนั้น ครีมและพวกเด็ก ม.ธ.

>ก็ทยอยกันเข้ามา…..ผมคิดไปเองรึเปล่าก็ไม่ทราบ

>ครีมหลบหน้าหลบตาผม…..

>เดินขึ้นไปห้องเรียนพิเศษโน่นเลย อะไรกันเนี่ยะ คนแถวนี้ -_-”

>

>แล้วแอนก็มา (มีเด็กราชภัฎเดินตามเธอเหมือนเคยครับ แต่พอเจอผม

>พวกเธอก็สลายตัวกัน)

>

>แอน “เอ้า ขึ้นไปบนห้องกันรึยัง?”

>ผม “เอ่อ…ขอซื้อมาม่าทานเดี๋ยวนึงนะ วันนี้เรามาเช้า

>เลยไม่ทันทานอะไรเลย”

>แอน “งั้นเราอยู่เป็นเพื่อนนะ”

>

>แล้วผมกับไอ่เบย์ก็ซื้อมาม่ามาทานกันที่โต๊ะข้างหลังห้องบันได

>(มีตาลตามไอ่เบย์มาด้วย) ส่วนขิง เดินขึ้นห้องเรียนไปกับ

>เพื่อนแล้ว……..ระหว่างทาน แอนปิดปากเงียบ

>เพราะไม่เคยรู้จักกับไอ่เบย์กับตาลมาก่อน ผมแนะนำให้เธอรู้จัก

>เธอก็พูดแค่ว่า

>”ยินดีที่ได้รู้จัก” แล้วก็เงียบ ในระหว่างที่พวกผมคุยกัน

>ผมเห็นท่าชักจะไม่ดีซะแล้วที่ปล่อยให้แอนเงียบอยู่คนเดียว ผมจึง

>พยายามหาทางเปิดโอกาศให้เธอได้พูด……..แต่………จะทำยังไงล่ะ?…….ทำไงดี

>ทำไงดี ทำไงดี ทำไงดี ทำไงดี……………..

>นึก………ไม่……….ออก…………………………………………………………ไอ่เบย์

>เพื่อนรัก ช่วยชีวิตผมอีกแล้ว

>

>ไอ่เบย์ “เออ…นี่ แอน เราพูดตรง ๆ นะ แอนก็หน้าตาดีออกจะตาย

>ไม่มีคนมาจีบบ้างเหรอ?”

>แอน

>”…………………………………..ไม่มีหรอก………………………………….เค้าคิดว่าเราเป็นทอมกัน”

>ไอ่เบย์ “ถึงจะรู้ว่าเป็นทอมก็เถอะ แต่ไม่มีใครแอบมองบ้างเลยเหรอ?”

>แอน “…………………………………..ไม่รู้นะ

>ไม่เคยสังเกตุ……………………..”

>

>บรรยากาศดีขึ้น แอนเริ่มมีโอกาศได้พูดบ้าง

>เมื่อได้หัวข้อคุยก็ทำให้ผมชวนแอนคุยได้สะดวกขึ้น

>เราถามเรื่องโน้นเรื่องนี้…

>ผมจึงได้ทราบมาว่า ความจริงแล้ว ตอนสมัย ม. ต้น

>แอนเป็นดาวประจำโรงเรียนเลยทีเดียว ใคร ๆ ก็รู้จักเธอ…………..

>เป็นธรรมดาที่มีหนุ่ม ๆ

>มาจีบมากมาย…………แต่ก็นั่นแหละ…………บางครั้งมันก็ทำให้เธออึดอัดบ้างเหมือนกัน

>และยิ่ง

>นานวันมันก็ยิ่งน่ารำคาญมากขึ้น

>คุณพอจะจินตนาการโทรศัพย์โรคจิตออกใช่ไหมครับ…….แนว ๆ

>นั้นแหละ………………

>ในช่วง ม. ปลาย แอนแตกเนื้อสาวยิ่งกว่าเดิม ทำให้เธอดูขาว สวย

>สดใสยิ่งกว่าเดิม เสน่ห์ของแอนยิ่งทำให้พวกสาวกของเธอ

>ยิ่งคลั่งไคล้ไปใหญ่ พวกโรคจิตยิ่งแสดงผลงานอย่างโดดเด่น ในช่วง ม. 5

>เทอม 2 ก็ถึงขีดสุดของความอดทน……….

>แอนเปลี่ยนตัวเองเป็นสาวมาดทอม ด้วยหน้าตาสุดสวยรวยเสน่ห์ จึงมีสาว ๆ

>มารุมห้อมล้อมมากขึ้น แปรผกผันกับจำนวน

>ผู้ชายที่มาชอบเธอเพราะคิดว่าเธอเป็นทอม หลังจากนั้น

>แอนเริ่มที่จะเป็นทอมหนักกว่าเดินจนถึงขนาดตอน ม. 6 เทอม 1

>แอนเคยมีแฟนเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง แต่ก่อนที่มันจะเกินเลยมากเกินไป

>แอนก็รู้สึกว่าความจริงแล้วไม่ได้ชอบแบบนี้…………

>เธอทนต่อการเสแสร้งไม่ไหว จึงขอเลิกกับแฟนเธอและอธิบายถึงเหตุผล

>อีกฝ่ายก็เข้าใจ จากวันนั้นก็มาถึงวันนี้…………

>ชีวิตแอนก็น่าสงสารเหมือนกันเนอะ

>เป็นคนสวยก็ลำบาก………………………….

>วันนี้ก็วันที่ 3 แล้ว ที่ดำเนินตามแผนการมา

>ถ้าพูดถึงในแง่แผนที่วางไว้นะ เป็นไปได้ด้วยดีทีเดียว

>แอนกับผมสนิทกันขึ้นทุกวัน

>(อาจเป็นเพราะผมได้ทราบถึงภูมิหลังของเธอแล้วด้วยมั้ง) ขิงดูท่าทาง

>เหมือนอยากให้มันจบเร็ว ๆ ไอ่เบย์ก็เริ่มอยากจะไปไหนมาไหนกับตาล 2

>คนแล้ว ผมก็รู้สึกแล้วว่า

>จะต้องให้มันจบโดยเร็วแล้วแหละ ไอ่แผนการ “หลอกว่าเป็นแฟน”

>กันแบบเนี่ยะ………………….

>

>มาถึงที่เรียนพิเศษ ก็เจอแอนรออยู่ที่หน้าประตูเลย

>ดูท่าทางเธอคงจะชินกับการรอผมแล้วแหละมั้ง (ฮะ ฮะ)

>แล้ววันนี้ก่อนจะเข้าห้องเรียนกันผมก็เดินสวนกับนางฟ้าอีก………..ถึงจะกลัวอย่างลนลานว่าเค้าจะคิดว่า

>เป็นแฟนกัน แต่แผนต้องดำเนินต่อไป…..

>

>การเรียนวันนั้น ผมกับแอนต้องนั่งข้างกันอีก (ดูเหมือนว่าพวกสาว ๆ

>ราชภัฎจะเลิกคบกับแอนทีเดียว)

>ตอนนี้แอนจึงมีเพียงผมที่จะไปไหนมาไหนหรือคุยอะไรต่อมิอะไรได้……….น่าสงสารอีกแล้ว………..

>คือ…แบบนี้ก็ถือว่าแผนสำเร็จลุล่วงตามที่คาดหวังไว้อ่ะนะ

>แต่……………………ถ้าหากล้มเลิกแผนแล้ว

>แอนจะคุยอะไรกับใครล่ะ

>มันไม่กลายเป็นว่าเธอจะไม่มีเพื่อนเลยอีกงั้นเหรอ?

>

>ผมอึดอัดพอสมควร ตอนเลิกเรียนพิเศษแล้ว

>วันนี้อาจเป็นวันสุดท้ายที่ผมจะได้ทานข้าวกับแอน เพราะถ้า

>ปัญหามันได้แก้ไขแล้วก็ไม่จำเป็นต้องใส่หน้ากาก

>ทำตัวเป็นแฟนกันแบบนี้อีก แล้วหลังจากนั้น

>แอนจะคบกับใครกันล่ะ? แอนจะคุยกับใคร?

>แอนจะเป็นเพื่อนกับใคร?…………………………………….

>การไปทานข้าววันนี้ผมจึงอึดอัดที่จะพูดเรื่องนี้มาก

>พยายามบ่ายเบี่ยงเรื่องอื่น ๆ ……………………….

>แต่สุดท้ายแอนก็เป็นคนเปิดบทสนทนาเรื่องนี้ขึ้น

>

>แอน “เอ่อ……………ขอบใจนายมากนะ พี่ช่วยแกล้งเป็นแฟนกับเรา”

>ผม “ไม่เป็นไรหรอกน่า เราเต็มใจช่วยนะ”

>แอน

>”คือ……..ตอนนี้รู้สึกว่าจะได้ผลตามที่ต้องการแล้วนะ………………..เอ่อ………………….”

>ผม “แต่มันยังไม่แน่นี่ พวกนั้นอาจจะคอยจับผิดอยู่ก็ได้

>เพื่อความแน่ใจ……เอ่อ………..เราน่าจะรอดู……”

>แอน “ไม่ต้องแล้วล่ะ เราจบแผนแค่นี้ล่ะ เรารบกวนเธอมาหลายวันแล้วด้วย”

>ผม “……………แต่……………พวกนั้นเค้าไม่คบกับแอนแล้วนี่

>แบบนี้แล้วแอนจะคบกับใครล่ะ?”

>แอน “……………………………ขอบคุณที่ห่วงนะ ไม่เป็นไรหรอก

>แอนอยู่คนเดียวได้…………..”

>

>ท่าทางชักจะไม่ค่อยดี ดูท่าทางแอนจะล้มเลิกแผนท่าเดียวเลย

>ความจริงผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าผมจะห่วงเธอไปทำไม?

>ทั้งที่ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย แต่อาจเป็นเพราะความสวยของแอนล่ะมั้ง

>ทำให้ผมไม่อยากจะพลาดโอกาศที่จะได้คุยกับเธอ

>ผมพยายามโน้มน้าวแม่น้ำฮวงโหและแยงซีเกียงเพื่อให้แอนมาคุย ๆ

>กับผมเหมือนเดิม แต่แอนกลับเงียบอย่างเดียว แล้วมอง

>แต่ที่แก้วน้ำของเธอ……………………………ทำไงดีเนี่ยะ

>ทำไงดี ทำไงดี

>ทำไงดี……………………อีกแระ………………….

>นึก……………… ไม่……………….. ออก…………………………………………………………………………………………….

>เอาฟ๊ะ!!! หลับหูหลับตาพูดอะไรออกไปโดยไม่คิดเนี่ยะแหละ

>ว่าแล้วผมก็ตะโกนซะเสียงดังเลย

>

>ผม “แอน!!! ขอร้องล่ะนะ คือ………เรามีโอกาศได้คุยกับคนสวย ๆ

>อย่างแอนแล้วทั้งที เราก็อยากจะคุยต่ออ่ะ ดังนั้น………

>มาเป็นเพื่อนเราต่อเหอะนะ!!!!!!!!!”

>

>ด้วยความดังของเสียง + ประโยคคำพูดที่ออกจะตรงเกินไปนั่นเอง

>ทำเอาแอนทั้งงงและอาย เพราะโต๊ะรอบข้างหันมามองหมด

>อารมณ์ว่ากำลังมองผู้หญิงสวยที่กำลังจะสลัดรักชายแต่ฝ่ายชายไม่ยอม

>อะไรทำนองนั้นเลย………… (น้ำเน่าเนอะ……ผมสมมุติเฉย ๆ )

>อึ้งไปประมาณเกือบครึ่งนาที

>เอาอีกแล้ว………..อาการแบบนี้อีกแล้ว………………………แอนเริ่มหัวเราะคิกคัก

>

>แอน “………….อุ๊บ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ”

>ผม

>”…………………………..ง่า…………..ขำอะไรขนาดนั้นเล่า”

>แอน “ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ขอโทษนะ ขอโทษจริง ๆ ไม่ตั้งใจจะหัวเราะเธอหรอก ฮะ

>ฮะ ฮะ ฮะ เพียงแต่…………………………..

>เรื่องแค่เนี่ยะ เธอพูดซะดังจนเราตกใจเลยน่ะสิ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ”

>

>เอาเข้าไป ยิ่งเธอหัวเราะ

>ผมยิ่งรู้สึกว่าตัวเองงี่เง่า………….แต่แล้ว

>แอนก็เอ่ยประโยคน่าชื่นใจออกมา

>

>แอน “ฮะ ฮะ

>ฮะ…………….. เฮ้อ………………..ไม่ได้หัวเราะแบบนี้ซะนาน เลย…………………………………………………..

>เรื่องที่จะเป็นเพื่อนกันน่ะ………….ได้อยู่แล้วจ๊ะ”

>

>เธอพูดพร้อมยิ้มอย่างสดใส แล้วก็หมดปัญหาไปอีกเรื่องหนึ่ง

>

>เช้าอันสดใส แล้ววันนี้ก็ไปเรียนสายเช่นเคย

>ซึ่งแน่นอนว่าถ้าผมกับไอ่เบย์เข้าห้องเรียนช้า

>จะต้องมีเสียงโห่ฮาอย่างบ้าคลั่ง

>ของเหล่าเด็ก ม.ช. เด็ก ม.ธ. รวมถึงแอนจากราชภัฎอีกคน

>(ไอ่เบย์มันมองเป็นคำสรรเสริญมันซะแล้วแหละ)

>

>สนุกสนานดีนะครับ

>ตอนนี้มันก็ผ่านมานานพอสมควรแล้วที่เราสองคนมาเรียนพิเศษที่นี่

>ไม่มีเบื่อเลย……………………

>แต่ผมเพิ่งสังเกตุเห็นนะ ครีมยังไม่ยอมคุยกับผมอยู่เลย แปลกจริง ๆ

>ทั้งที่ตอนนี้ผมก็ไม่ได้คุยอะไรกับแอนบ่อย ๆ

>เหมือนก่อนหน้านี้แล้วแท้ ๆ

>

>บรรยากาศระกว่างผมกับครีมกลับมาเป็นเหมือน ๆ ตอนที่เจอกันตอนแรก ๆ

>อีกแล้วล่ะครับ เฮ้อ………………………

>ไม่ยอมคุยด้วย ถามคำตอบคำ งงมาก เป็นอะไร? โกรธอะไรรึเปล่า?

>เราไปทำอะไรให้ครีมไม่พอใจเนี่ยะ?………………

>ถ้าเป็ฯแบบนั้นจริง ๆ แล้วทำไมไม่บอกเราล่ะ?

>

>มันน่าอึดอัดนะที่มีคนน่ารักมาก ๆ ไม่ยอมคุยด้วย

>ทั้งที่ก่อนหน้านั้นก็ไม่เป็นแบบนี้

>เหมือนเราทำอะไรให้เค้าโกรธซักอย่าง

>ที่ลำบากกว่านั้นก็คือเจ้าตัวไม่ยอมบอกด้วยว่าเรื่องอะไร…….แทบจะไม่ได้มองหน้ากันเลย

>อึดอัดจริง ๆ

>เอ้า! ยังไงก็ตาม

>วันนี้ก็ตั้งใจไว้ว่ายังไงก็ต้องถามให้รู้เรื่องให้ได้ ฮึ่ม!!!

>มุ่งมั่น และแล้ว…………………………โอกาศก็มา

>ระหว่างเดินลงบันไดหลังเรียนพิเศษเสร็จ ผมเดินเร็ว ๆ ตามหลังพวกเด็ก

>ม.ธ. ครีมคงรู้ตัวว่าผมเดินตามพวกเธอ

>ครีมจึงเร่งความเร็วทิ้งห่างกลุ่มเพื่อน หึ หึ ครีมจ๋า

>เธอคิดผิดเสียแล้วที่จะหนีผมด้วยวิธีนี้……………………………..

>ผมเดินแซงเพื่อน ๆ เธอโดยไม่ได้สัมผัสตัวพวกเธอเลยด้วยซ้ำ

>ด้วยความรวดเร็ว ผมตามครีมทันตอนถึงชั้นสุดท้าย

>ในห้องบันได โดยที่เพื่อน ๆ

>ของเธอและผมยังเดินปวกเปียกคุยกันเฮฮาอยู่แถว ๆ ชั้น 2-3

>

>ผมคว้าแขนครีมไว้ได้ทัน (เธอทำหน้าเหมือนเจ็บ เลยต้องปล่อย)

>

>ผม “ครีม เอ่อ…ขอเวลาเดี๋ยวนึงได้มั้ย?”

>ครีม “ขอโทษค่ะ ครีมรีบ……… (ทำท่าจะเดินไปอีกรอบ

>ทำให้ผมต้องคว้าแขนเธออีกรอบ) “

>ผม “เดี๋ยวครับ!…………….เอ่อ…..เราก็รู้ว่าแบบนี้มันไม่ควร

>แต่เรามีเรื่องอะไรจะถามครีมนิดหน่อยนะ ขอร้องล่ะครับ

>ขอเวลาหน่อย……………เดี๋ยวเดียว…………….. “

>ครีม

>”……………………………………………………………………………………………..”

>

>และแล้วผมก็ลากเธอมานั่งที่ด้านหลังห้องบันไดสำเร็จ

>ดูเธอทำหน้าอึดอัดหรือกระวนกระวายใจบางอย่างนะ

>

>ผม “ครีม หมู่นี้รู้สึกว่าเราห่างเหินกันจัง”

>ครีม “แต่ก็ไม่ได้เป็นอะไรกันนี่ จะเรียกว่าห่างเหินได้ยังไง

>แค่ไม่มีอะไรจะคุยเท่านั้นเอง”

>ผม “………………….คือ มันผิดปกติน่ะสิ ทุกทีเราก็คุยกันบ่อย ๆ

>ไม่ใช่เหรอ ถึงไม่มีธุระอะไรก็ยังคุยเรื่องสัพเพเหระได้

>แต่ตอนนี้รู้สึกเหมือนครีมจะพยายามหลบหน้าเรา ไม่คุยกับเรา

>อะไรทำนองเนี่ยะ”

>ครีม “แล้วเราจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไรล่ะ?”

>ผม “นั่นน่ะ

>ครีมต้องเป็นคนบอกเราสิ…………………………………………………..”

>ครีม

>”………………………………………………………………………………………”

>

>เงียบไปสักพัก และแล้วครีมก็ยอมเผยสาเหตุ

>

>ครีม

>”หมู่นี้…………เอ่อ………….ดูเธอสนิทกับเด็กราชภัฎคนนั้นจัง……………….”

>ผม “เอ๋?…………..อ๋อ ก็นิดหน่อยน่ะ”

>ครีม “………………………………….”

>ผม “ทำไมเหรอ แล้วนี่มันเกี่ยวกับการที่ครีมไม่คุยกับเรายังไงล่ะ?”

>ครีม “………………………………….”

>ผม “ครีม……..พูดมาเถอะนะ ครีมก็รู้นี่

>ถ้าเรื่องไหนที่ครีมไม่ต้องการให้ใครรู้อีก เราก็จะไม่บอกใคร”

>ครีม “………………………………….”

>ผม “พูดมาเต็มที่เลยเถอะน่า……….นะ ไม่ว่าเรื่องมันจะเป็นยังไง

>เราก็ไม่ว่าอะไรครีมหรอก”

>

>หลังจากคะยั้นคะยออยู่ประมาณ 5 นาที

>ในที่สุดครีมก็ยอมเล่าเรื่องทั้งหมด

>

>ครีม

>”คือ………ก่อนหน้านี้เธอเคยทักให้เราดูคนที่ชื่อแอนนั่นใช่มั้ย”

>ผม “อืม”

>ครีม “แล้วเธอก็บอกว่าเค้าเป็นทอม แล้วเค้าก็มาชอบเรา”

>ผม “อืม”

>ครีม “ซึ่งเราไม่ได้ชอบเลยซักนิด………..แต่พอมาอีกวันนึง

>เราก็เห็นเธอไปไหนมาไหนกับแอนบ่อยขึ้น ตอนแรกเราก็

>คิดว่าแอนคงจะขอให้พีติดต่อเราให้………………….แต่ซักระยะหนึ่ง

>พีกับแอนก็สนิทกันขึ้น จนเราไม่แน่ใจในข้อสันนิษฐาน

>ของเราแล้ว มันเปลี่ยนเป็นว่า แอนขอให้พีช่วยเป็นแฟนเธอ

>เธอจะได้กลับไปเป็นผู้หญิง อะไรทำนองเนี่ยะ”

>ผม “หา!?!……………………………………….”

>

>ผมอึ้งและงงมาก

>คือ…ลืมไปเลยว่าผมไม่ได้บอกแผนการสลัดแอนให้หลุดจากมาดทอม

>จะให้พ้นสาว ๆ จากราชภัฎ…………..

>แต่…………ถึงแม้ว่าผมจะเป็นแฟนแอนจริง ๆ

>ผมก็ยังมองไม่เห็นเหตุผลที่ครีมจะตีตัวออกห่างผมแบบนี้เลยนะ

>สรุปว่า…….

>จริง ๆ แล้ว ครีมกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ -_-”

>ครีม “หลายวันเลยล่ะ ที่ครีมเห็นพีไปทานข้าวกับแอนสองคน

>มันก็ยิ่งทำให้ครีมมั่นใจว่าทั้งสองคนเป็นแฟนกัน”

>

>ผมงงมาก อ้าว! ถ้ามันเป็นยังงั้นจริง ๆ

>แล้วมันเดือดร้อนครีมอะไรยังไงกันล่ะ? ทำไมต้องห่างเหินกับผมด้วย?

>หรือว่าครีม

>ไม่พอใจที่ตอนแรกผมบอกว่าแอนเป็นทอม

>แต่ตอนนี้ผมกลับมาจีบแอนเป็นแฟนงั้นเหรอ? หรือบางที

>ครีมอาจจะเริ่มชอบแอน

>ขึ้นมาแล้วก็ได้ แต่พอผมสนิทกับแอน

>ครีมก็เลยโกรธ………………ยังงั้นเหรอ?

>

>เอ้า! วิธีที่ดีที่สุด

>ก่อนอื่นคือต้องเล่าเรื่องแผนที่ผมแกล้งเป็นแฟนแอนให้ฟัง

>รวมถึงเหตุผลด้วย พอเล่าแล้ว ดูท่าทางครีมจะ

>ทำสีหน้าหายกังวลหายวิตกมากขึ้น ดูเธอโล่งใจ

>

>ครีม “แล้ว…………..เอ่อ……………ถามจริง ๆ นะ

>ตอนนี้พีชอบแอนอยู่รึเปล่า?”

>ผม “เอ๋?…………..ถามทำไมล่ะ?”

>ครีม “ถ้าไม่ตอบก็ไม่เป็นไรนะ”

>ผม “ตอบจ๊ะ ตอบ………………คือ………………..แอนน่ะ

>สวยน่ารักมากเนอะ ใคร ๆ ก็จีบไม่ว่าผู้หญิงผู้ชาย…………………

>แต่เรามีความรู้สึกว่าเราไม่ต้องการจะเป็นแฟนแอนน่ะ

>เรารู้สึกว่าเค้าไม่ใช่”

>

>มาถึงตอนนี้ครีมหัวเราะนิด ๆ แล้วก็ทำหน้าตาปลอดโปร่งโล่งใจขึ้นอีก

>

>ผม

>”……………….ถามแบบนี้…………ครีมชอบแอนก็เลยกลัวว่าเราจะคว้าไปก่อนงั้นเหรอ?”

>ครีม “บ้า ^_^ เอ้า…..คนอื่น ๆ ลงมาแล้ว ไปทานข้าวกันเถอะ”

>

>เย้!!!!!!!!! ไม่รู้ว่ามันเรื่องอะไรกัน เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย

>แต่ดูท่าทางตอนนี้ครีมจะกลับมาคุยกับผมสนิทสนมเหมือนเดิมแล้วล่ะนะ

>แบบนี้

>จะเพราะอะไรก็ช่างมันเถอะ……………………พอผมเดินออกมารวมกับคนอื่น

>ๆ ขิงทักผมขึ้น

>

>ขิง “แหม…..นึกว่ารีบลงมาทำไม ที่แท้ก็แอบมาสวีทกันนี่เอง”

>ผม “หา?…………..ใครสวีทใคร? “

>ขิง “เปล่า………….ใครได้ว่าอะไรเธอล่ะ”

>ผม “ง่า…………….ถ้าหมายถึงเรากับครีมล่ะก็……………..”

>

>ขิงไม่อยู่ฟังจนจบ เธอเร่งความเร็วเดินไปก่อนเลย…..

>

>อะไรว๊ะ!?! จบจากครีม……….มาเจอขิงอีก!!!!!

>

>ไปทานข้าววันนั้น ขิงต่างจากเดิม แต่ไม่ได้เป็นเหมือนครีมนะ

>ขิงจะยังคุยกับผมอยู่ แต่……………………..ไม่รู้สิ

>รู้สึกว่ามัน

>ผิดเพี้ยนอะไรอยู่นิดหน่อยน่ะ คือ………คล้าย ๆ

>กับว่าขิงพยายามจะคุยกับผมให้เป็นปกติที่สุด

>แต่………เหมือนกับว่า……

>ความจริงแล้ว ขิงเธอเก็บอะไรไว้ในใจ

>เหมือนเธอพยายามจะเสแสร้งว่าไม่มีอะไรงั้นแหละ…..

>

>ผมพยายามหาโอกาศที่จะได้คุยกับขิงสองคน

>(ซึ่งยากลำบากมากในเมื่อตอนนี้เราทั้งคู่อยู่ในกลุ่มฝูงเพื่อน)

>แต่ในที่สุดผมก็

>สร้างโอกาศขึ้นได้ เมื่อผมกับขิงทานเสร็จก่อนเพื่อน ๆ ผมจึงชวนขิง

>”มีอะไรจะซื้อ ไปด้วยกันหน่อยนะ” ไอ่เบย์ซึ่งงมันทาน

>เร็วเป็นไฟไหม้ปั๊มก็จะขอตามมาด้วย ( “เฮ้ย! กรูไปด้วย” )

>แต่ผมมองตามัน มันก็เปลี่ยนใจ มันคงรู้ว่าผมต้องการอะไร

>ส่วนขิงยอมตามมาเพื่อให้ไม่ผิดสังเกตุ

>(แต่นั่นแหละที่ทำให้มันผิดสังเกตุ)

>

>และแล้วก็มีโอกาศได้เดินสองต่อสองกับขิงซึ่งคราวนี้แปลกมากจริง ๆ

>ตรงที่ผมรู้สึกเกร็งกว่าทุกครั้ง ทั้ง ๆ ที่เราเคยไปไหนมาไหน

>สองคนบ่อย ๆ

>แต่คราวนี้ทำไมมันเครียดนัก…..เพื่อไม่ให้เสียเวลาในการคุย

>ผมเข้าประเด็นทันที

>

>ผม “เออ…..ขิง…..ถามจริง ๆ นะ เรากับครีมเหมือนเป็นแฟนกันเหรอ?”

>ขิง “ไม่รู้สิ เราไม่ได้สังเกตุน่ะ”

>

>เอาสิ ยิ่งเข้าเรื่องยากกว่าเดิม เจอขิงตอกกลับมาแบบนี้…..

>ผมไม่รู้จะพูดยังไงดี ถ้าถามมากก็จะกลายเป็นว่าผมถามขิงว่า

>”หึงเราเหรอ?” อีกนั่นแหละ

>ซึ่งถ้าเรื่องมันไปถึงขั้นนั้น

>ผมเชื่อว่าขิงอาจจะไม่คุยกับผมอีกแน่เลย…..

>

>ผม “งั้น…..ตามความคิดขิงนะ ขิงว่าครีมเป็นยังไง?”

>ขิง “……………ก็น่ารักน่ะสิ……………”

>ผม “นี่…..เรื่องเมื่อตอนกลางวันน่ะ…..”

>ขิง “ก็ไม่เห็นมีอะไรนี่…..”

>

>ประโยคนี้ค่อยทำผมเบาใจขึ้นมาหน่อย เหมือนกับว่าเธอไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก

>แต่…..

>

>ขิง “ขิงเห็นพีสนิทกับครีมก็เลยทักไปยังงั้นเอง ถ้าไม่ชอบก็ขอโทษด้วย”

>ผม “ง่า…………..แต่

>อันที่จริงเรากับครีมก็ไม่ได้มีอะไรซักหน่อยนะ…..”

>ขิง “ขิงจำไม่ได้นะ ว่าถาม……………….”

>

>อ้าว!?! ทำไมบรรยากาศมันมาคุขึ้นเรื่อย ๆ แบบนี้ล่ะเนี่ยะ O_o”

>

>บรรยากาศตึงเครียดก็ไม่ได้เบาบางลงเลย…..ขิงยังคงเดินจ้ำอ้าว ๆ

>ไปเรื่อย ๆ

>ผมพยายามเรียกความสนใจจากเธอเพื่อจะคุยต่อ

>

>ผม “นี่…ขิง เอ่อ…..คุยนิดนึงสิ นะ”

>ขิง “ก็คุยมาสิ เรายังไม่ได้ว่าอะไรเลยนี่”

>ผม

>”คือ………เรื่องเรากับครีมนั่นน่ะ………………………………………………”

>ขิง “นี่!!! บอกว่าจะให้มาส่งซื้อของไม่ใช่เหรอ? ซื้อสิ…..”

>ผม “อ๋อ…เอ้อ…ใช่”

>

>แล้วผมก็ซื้อต้นไม้มาต้นหนึ่งทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ว่ามันคือต้นอะไร

>(ภายหลัง ทราบมาว่ามันคือผักตั้งโอ๋ ซึ่งปลูกไม่เป็น)

>พอซื้อเสร็จ ว่าจะชวนคุยต่อ แต่ขิงก็เดินทิ้งห่าง ฉิววววววววว

>ไปซะแล้ว……. -_-”

>ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ที่ผมมีโอกาศคุยสองต่อสองแล้ว

>แต่ไม่สามารถคลี่คลายเรื่องราวได้…..สลดไปพอสมควร

>

>อยากจะแก้ไขปัญหากับขิงให้ได้จริง ๆ

>แต่ก็เดินกันกลับมาถึงกลุ่มเพื่อนซะแล้ว….. พอตอนนี้ก็ไม่สามารถจะคุย

>เรื่องนั้นกับขิงได้อีก (ไม่อยากให้คนอื่นรู้เรื่องด้วยน่ะ

>เดี๋ยวเค้าจะคิดว่าเรามีปัญหากัน) และแล้ว…………………

>วิกฤตดันหนักขึ้นอีก เมื่อครีมชวนผมไปร้านทำผมกับเธอ….. อยากปฏิเสธนะ

>แต่………….พูดไม่ออก เธอน่ารัก ^_^”

>ก็เลยต้องไปกับครีม ซึ่งผมลองแอบ ๆ ชำเลืองมองขิงเล็กน้อย

>เธอไม่ได้มองผมเลยแม้แต่หางตา กลับคุยกับตาล

>อยู่อย่างออกรสออกชาติ (ซึ่งมันดูเสแสร้งอย่างเห็นได้ชัด)

>

>ผมมาร้านทำผมแห่งหนึ่งกับครีม (ซึ่งมันดูผิดปกติมาก คุณหนูครีมน่ะเหรอ

>จะมาทำผม เค้าออกจะเรียบร้อย)

>แต่แล้ว พอมาถึงหน้าร้าน

>เธอก็หยุดนั่งอยู่ตรงเก้าอี้หินอ่อนหน้าร้านแล้วบอกให้ผมนั่งลงก่อน

>

>ผม “อ้าว? ไม่ทำผมเหรอ?”

>ครีม “คือ…ขอโทษนะ

>แต่ความจริงแล้วครีมจะหาโอกาศคุยอะไรกับพีนิดหน่อยน่ะ”

>ผม “อ้อ………………….แล้วมีเรื่องอะไรเหรอ?”

>ครีม

>”…………………………….ดูเหมือนว่า………..พีกำลังมีปัญหาอะไรซักอย่างกับขิงสินะ”

>

>แก้มขวาผมกระตุกครั้งหนึ่งนิด ๆ

>

>ผม “ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกันหรอก คงเป็นเรื่องอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ

>ล่ะมั้ง”

>ครีม “เรารึเปล่า? ที่เป็นต้นเหตุ?”

>ผม

>”……………………………..เปล่าน่า……………….จะเป็นยังงั้นได้ไง

>ทำไมคิดยังงั้นล่ะ?”

>ครีม “…………………………..ก็วันนี้

>เวลาขิงเค้าจะคุยกับเรา เค้ามักจะพูดถึงเรื่องพีน่ะสิ อย่างเช่น

>’วันนี้ไม่ไปทาน

>ไอศครีมกับพีอีกเหรอ?’ หรือไม่ก็ ‘ครีม เธอว่าพีเค้านิสัยเป็นไง’

>พูดอะไรทำนองนี้ตลอดเลย ช่วงทานข้าวน่ะ”

>ผม “………………………………(อึ้ง

>ไม่ยักรู้แฮะว่าเค้าคุยเรื่องแบบนี้กันด้วย)………………………………..คงไม่มีอะไรหรอก

>เค้าคงแหย่ ๆ แกล้งเราเล่นเท่านั้นเอง”

>ครีม “………..พูดมาดีกว่า พีคิดอะไรอยู่………..”

>

>ยังกับอ่านความคิดผมได้ ปิดเธอไม่อยู่เลยจริง ๆ

>

>ผม

>”เอ่อ…….เราคิดว่าเราคงจะละเมอไปเองน่ะ…..ที่คิดว่า…..ขิงหึงเรากับครีมรึเปล่า…..ที่ทำแบบนี้”

>ครีม “……………………………………………”

>ผม “เอ้อ! แต่ว่า…อย่างที่บอกนั่นแหละ

>มันเป็นแค่การสันนิษฐานอะไรแบบส่ง ๆ ชุ่ย ๆ

>ก็ไม่ค่อยมีเหตุผลหรือสาระอะไรหรอกนะ”

>ครีม

>”……………………….แต่ครีมคิดว่าไม่นะ……………………….ขิงอาจจะเป็นแบบนั้นจริง

>ๆ ก็ได้”

>ผม “เฮ้ย!!! ฮะ ฮะ ฮะ ครีม เราบอกแล้วไง เราคิดเล่น ๆ เฉย ๆ

>ขิงเค้าสวยจะตาย เค้าไม่มีทางจะมาชอบหรือหึงคนอย่างเราหรอกน่า

>ฮะ ฮะ ฮะ”

>ครีม

>”……………………………………………………………………………………………………………”

>ผม “ขิงเค้าเป็นคนสวย น่ารัก คนดี ๆ

>ที่จะผ่านเข้ามาในชีวิตเค้ายังมีอีกเยอะ

>เค้าคงไม่คิดตื้นมาชอบเราหรอก…..”

>ครีม “เหรอ………ในสายตาพี………ขิงเค้าสวยมากขนาดนั้นเลยเหรอ?”

>ผม “ห๋า!?! อะไรนะครับ?”

>ครีม “เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร ช่างเถอะ…..วางใจเถอะนะ

>เราจะพยายามช่วย…..”

>

>จริง ๆ แล้ว ผมได้ยินสิ่งที่ครีมพูดชัดเจน เพียงแต่ผมไม่แน่ใจเท่านั้น

>ก็เลยถามอีกรอบนึง แล้วที่งงกว่านั้นก็คือ

>เธอบอกว่า “วางใจเถอะนะ เราจะพยายามช่วย”

>………………ช่วยเรื่องอะไร? ช่วยยังไง?

>ไม่เห็นเข้าใจเลย……….

>เธอจะช่วยแก้ความเข้าใจผิดของผมกับขิงงั้นเหรอ? แล้วจะทำยังไงกันล่ะ?

>

>ครีมขอตัวเข้าไปทำผมในร้าน (เพื่อให้แนบเนียน

>จำเป็นต้องเข้าไปทำผมซะนิดหน่อย ให้มันเปลี่ยนไปจากเดิม คนอื่น ๆ

>จะได้ไม่

>สงสัย) ส่วนผมขอตัวนั่งรออยู่ที่เก้าอี้หินอ่อนหน้าร้าน ชมนกชมไม้

>ซื้อขนมมาทานนิด ๆ หน่อย ๆ (ผมชอบขนมไทยนะเออ ^_^

>โอยเฉพาะ “ฝอยทอง” แต่ตอนนั้นนั่งทานขนมชั้นอยู่) ระหว่างทานอย่างช้า ๆ

>(พร้อมทั้งดื่มเป๊ปซี่) เพื่อฆ่าเวลาไปนั้นเอง…..

>จู่ ๆ ……………..ก็มีคนมาปิดตาผม!?! แล้วเสียงน่ารัก ๆ หวาน ๆ

>เป็นเสียงที่ผมจำได้ดีที่สุดก็พูดขึ้นอีก

>

>”จ๊ะเอ๋!!!…………พี่คิดว่าหนูเป็นใครเอ่ย?”

>

>ผมแทบจะไม่ต้องใช้เวลาคิด จริง ๆ แล้วไม่ต้องฟังเสียงเธอก็ได้

>แค่มือนุ่ม ๆ เรียว ๆ เล็ก ๆ ขาว ๆ น่ารัก ๆ รวมถึงกลิ่นหอมอ่อนบาง

>แค่นี้ผมก็รู้แล้ว

>

>ผม “เฟอร์ส!!!”

>เฟอร์ส “ง่า………..ทำไมรู้อ่ะ?”

>

>จะบอกไปได้ยังไงว่าผมจำทุกอย่างของเธอได้ดีกว่าเพื่อนทุกคนที่เจอกันทุกวันซะอีก

> >_<

>

>ผม “เอ่อ……….เดาเอา…..มั้ง”

>เฟอร์ส “โห…..ถ้าเดาก็แม่นเกินไปแล้ว”

>ผม “เปล่านะ ก็ชีวิตพี่มีผู้หญิงเข้ามาทักไม่มากเท่าไหร่หรอก

>ก็เลยพอจะเดาได้น่ะ”

>เฟอร์ส “ไม่เชื่อหรอก ทุกทีเห็นมีสาว ๆ รุมล้อมทั้งนั้นเลย”

>

>โอ้ว!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

>นี่………….เฟอร์ส…………..สังเกตุผมด้วยเหรอเนี่ยะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

>

>เอาอีกแล้วครับ อาการเดิม ๆ มันกลับมาอีกแล้ว

>แขนขาเริ่มชาไร้ความรู้สึก เหงื่อมันไหลพราก

>เกร็งไปทั้งตัว………….

>พูดอะไรไม่ออกเลย ไม่อยากนึกเลยว่าเมื่อกี้มืออันนุ่ม ๆ เรียว ๆ ผิวขาว

>ๆ เนียน ๆ พึ่งจะสัมผัสกับหน้าของผม……..

>ใจมันเต้นไม่เป็นจังหวะ เอาไงดี เอาไงดี เอาไงดี เอาไงดี

>ความกลัวที่จะทำอะไรเปิ่น ๆ เห่ย ๆ มันก็มากขึ้นอีกแล้ว……

>จะเริ่มยังไงดี แย่ละสิ

>เริ่มรู้สึกว่ามันนานเกินไปแล้วที่นางฟ้าเข้ามาทักผมแล้วผมเงียบแบบนี้…….ต้องหาอะไรพูดสักอย่าง

>

>ผม “เอ่อ……เฟอร์ส……มาทำอะไรแถวนี้เหรอ?”

>เฟอร์ส “มาเดินเล่นค่ะ…………..(ยิ้ม) “

>ผม “หา?”

>เฟอร์ส “แหะ ๆ ล้อเล่นน่ะค่ะ”

>

>โอยยยยยยยยยยยยยยยยยย เฟอร์สน่ารักอีกแล้ว

>ดูเธอสวยน่ารักอย่างเป็นธรรมชาติจริง ๆ แหละ เธอยังคงสว่างจ้า

>เหมือนเช่นเคย และนั่นก็ทำให้ผมใจแทบจะละลาย

>เฮ้อ…………..ตอนนี้ผมรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากมายเลยจริง ๆ

>เพราะผมสังเกตุดูคนรอบข้าง เค้ามองผมด้วยสายตาอิจฉาริษยาขนาดไหน

>(ก็ผมได้คุยกับนางฟ้านี่) เฮ้อ………………

>เอ…..นี่ผมมัวคิดอะไรอยู่เนี่ยะ ชักจะเงียบนานเกินไปซะแล้วสิ

>ต้องหาอะไรมาคุยกับเฟอร์สแล้ว >_<

>แต่ในระหว่างที่กำลังคิดว่าจะหาอะไรคุยนั้นเอง

>

>เฟอร์ส “คนที่มากับพี่เมื่อกี้แฟนพี่พีเหรอ?”

>

>O_o” ทำไมถามอย่างง้าาาาาาาาาาาาาาาาาาน เฟอร์สจ๋า

>มันจะเป็นแบบนั้นไปได้ไงเล่า คนที่พี่ต้องการที่สุดก็คือเฟอร์สนะ

>ผม “เอ่อ…..ไม่ใช่หรอก เพื่อนน่ะ เหมือนแฟนกันเหรอ?”

>เฟอร์ส “ก็ตอนกลางวันน่ะค่ะ

>เฟอร์สเพิ่งทานข้าวเสร็จก็กำลังจะขึ้นไปเรียนต่อ

>แต่หลังห้องบันไดก็เห็นพี่สองคนกำลังคุยอะไรกัน

>แหะ ๆ เฟอร์สก็เลยทึกทักว่าเป็นแฟนกำลังทะเลาะกันน่ะค่ะ ขอโทษด้วยนะ”

>

>อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาก น่ารัก น่ารัก น่ารัก น่ารัก

>น่ารักอะไรขนาดนี้เนี่ยะ >_<

>……………………เฮ้อ…..แล้วนี่…..ทำไมเธอถึงคิดว่า

>ผมกับครีมเป็นแฟนกันล่ะเนี่ยะ ถ้าจะบอกว่าสนิทกัน

>แต่ผมกับขิงน่ะสนิทกันยิ่งกว่านี้อีกนะ

>

>ผม “ฮะ ฮะ ขอโทษทำไมล่ะเรื่องแค่นี้………..

>คือ…….พี่ลืมเล่าแผนของพี่ที่จะช่วยแอนให้หลุดพ้นจากภาพพจณ์ทอมน่ะ

>ก็เลยไม่ได้

>ไปเที่ยวหรือคุยอะไรกับเค้าบ่อย ๆ ก็เลยห่างเหินกันน่ะ

>แต่ตอนนี้ก็ปรับความเข้าใจกันแล้วนะ เค้าก็กลับมาเหมือนเดิม”

>เฟอร์ส

>”…………………..เอ่อ……………………แต่เฟอร์สคิดว่า……………………..”

>ผม “หือ?……………………..”

>เฟอร์ส “เค้าหึงพี่นะ”

>

>โธ่…..เด็กหนอเด็ก คิดอะไรเป็นการ์ตูนไปได้

>ผมกับครีมก็เพื่อนกันแค่นั้นเอง แล้วจะมาหึงกันไปทำไมเล่า

>

>ผม “ฮะ ฮะ ฮะ พี่กับเค้าก็แค่เพื่อนกันนา…..จะหึงกันไปทำไมล่ะจ๊ะ

>แล้วอีกอย่างนะ ตอนนี้พี่ก็ถูกขิงไม่ชอบหน้าอยู่ ครีมเค้าจะหึงพี่

>ได้ยังไง ในเมื่อเค้าอาสาจะช่วยให้พี่คืนดีกันน่ะ”

>เฟอร์ส “………………เอ๋? นี่พี่พีมีปัญหากับพี่ขิงอยู่เหรอคะ?”

>ผม “เอ่อ……..ก็นิดหน่อยเท่านั้นเอง

>คือ……เค้าก็ยังคุยกับพี่อยู่นะ

>แต่……ดูเหมือนว่าเค้ามีอะไรในใจงั้นแหละ”

>เฟอร์ส “………………………………………มีอะไรในใจ?”

>ผม “ก็……..เอ่อ………เค้าแซวว่าพี่กับครีมเป็นแฟนกันน่ะ”

>เฟอร์ส “อ๋อ………………………..เข้าใจแระ ^_^ “

>ผม “……………..เข้าใจว่า?”

>เฟอร์ส “คิก คิก คิก อุ๊ย! หนุ่มเนื้อหอม ^_^ “

>ผม “หา!?!……………………….”

>

>ง่า…หมายความว่าไงกันเนี่ยะ จะเข้าใจไหม ที่บอกว่าหนุ่มเนื้อหอมน่ะ

>เอ้อ…ถึงจะเนื้อหอมก็เถอะ…………………แต่ขอบอกเลย

>ว่าเฟอร์สน่ะ “น่ารักเต็มสตรีมเล้ยยยยยยยยยยยยยยยย >_< ” นางฟ้าชัด ๆ

>

>เฟอร์ส “มะมีอะไรค่ะ ช่างเถอะ”

>ผม “เอ๋? ปกติเฟอร์สเลิกเรียนตั้งบ่าย 2 ไม่ใช่เหรอ นี่เพิ่งจะบ่ายกว่า

>ๆ ทำไมเลิกเรียนแล้วอ่ะ?”

>เฟอร์ส “แฟนของอาจารย์เขาจะคลอดลูกแล้วน่ะค่ะ”

>ผม “เอ่อ…………. (กำลังจะเข้าสู่คำถามที่บาดใจที่สุด)

>………….แล้วไอ่บ้าหอ…บ…………………..ไอ่แฟร์ล่ะ?

>ไปไหนละ? “

>เฟอร์ส

>”………….นั่นแหละค่ะ………….เค้าบ่นว่าปวดท้องก็เลยขอกลับก่อน…………..เฟอร์สก็กำลังโกรธ

>ๆ อยู่นี่ล่ะ ไม่รู้

>วันนี้จะกลับบ้านยังไง”

>

>O_o” เอาล่ะสิ โอกาศมาแว้ววววววววววววววววววววววววววววววววว ^o^ เอาเลย

>เอาเลย เอาเลย เอาเลย

>รวบรวมความกล้าหน้าด้าน………….แล้วถามออกไปเลยว่า………….

>

>ผม “เอ่อ…………..ให้พี่ไปส่งมั้ย?”

>

>โอ้วววววววววววววววววววววววว ถามออกไปแล้ว มันจะเร็วเกินไปไหมนะ

>แล้วนี่มันจะเป็นการตีท้ายครัวไอ่แฟร์ไหมเนี่ยะ

>

>เฟอร์ส

>”…………เอ่อ………….มันจะรบกวนพี่หรือเปล่……………”

>ผม “ไม่เลย!!! ไม่รบกวนเลย!!! พี่เต็มใจจ๊ะ!!!

>(ผมรีบตอบก่อนเธอจะพูดจบด้วยซ้ำ) “

>เฟอร์ส

>”……………………………………………………งั้นก็ขอบคุณค่ะ

>ขอรบกวนด้วยละกันนะคะ”

>ผม “จ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา”

>

>โอ้ย!!!!!! ดีใจว้อยยยยยยยยยยยยยย ดีใจ ดีใจ ดีใจ ดีใจ ดีใจ ดีใจ ดีใจ

>ดีใจ ดีใจ

>เบิกบาน เบิกบาน เบิกบาน เบิกบาน เบิกบาน เบิกบาน เบิกบาน เบิกบาน

>เบิกบาน

>แช่มชื่น แช่มชื่น แช่มชื่น แช่มชื่น แช่มชื่น แช่มชื่น แช่มชื่น

>แช่มชื่น แช่มชื่น แช่มชื่น

>

>ผมกำลังจะได้ไปส่งนางฟ้าที่วิมานของเธอแล้วววววววววววว

>ผมกำลังจะได้นั่งรถสองต่อสองกับนางฟ้า ผมจะได้นั่ง

>ใกล้นางฟ้าเกินหนึ่งเมตรด้วยยยยยยยยยยยยยยย โอย…..พรุ่งนี้นะ ถ้า

>”กบฎอาบูซาย๊าบ” จะมาฆ่าผมตายคาหอ ผมก็พร้อมแล้ว

>

>…………แต่เดี๋ยวก่อน (เวลาอ่าน

>พยายามทำเสียงเหมือนไอ่จอร์ชเวลามันเสนอขายสินค้าแล้วมีของแถมเหมือนใจควันตั้มเทเลวิชั่น)

>ลืมไปเลย ครีมกำลังทำผมอยู่ในร้านทำผมนี่!!!!! ถ้าเป็นไปได้

>ผมไม่อยากให้สองคนนี่เจอกันเลยแฮะ ทำไงดี ทำไงดี ทำไงดี ทำไงดี

>………….นึก………….ไม่…………..ออก………….

>

>ในระหว่างที่นึกอะไรไม่ออก…………แต่แล้ว………..เฟอร์ส…………เธอรู้จักวางตัวและแก้สถานการณ์จริง

>ๆ

>เธอเข้าใจสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว

>

>เฟอร์ส “งั้น…เฟอร์สรอที่ร้านเบเกอรี่ด้านนู้นนะคะ

>ถ้าพร้อมก็มาเรียกตรงนั้นละกัน”

>

>ดูเหมือนเธอจะรู้ว่าครีมอยู่ในร้านตัดผม…

>แล้วอีก 15

>นาทีต่อมาครีมก็ออกจากร้านตัดผม………..เธอซอยผมให้สั้นกว่าเดิมหน่อยนึง

>ดูเด็กลงอีกเยอะ

>น่ารักมาก ๆ ^_^

>

>ครีม “เสร็จแระ ดูแปลกมั้ย?”

>ผม “แปลกสิ แปลก………….เอ่อ……………น่ารักขึ้นเยอะ”

>ครีม “………………….(ขอเขิลหน่อยเถอะ)………………….”

>ผม “เอ้อ…ครีม เดี๋ยวเรามีธุระนิดหน่อยนะ

>เดี๋ยวเราจะไปส่งที่หอพักนะ”

>ครีม “ค่ะ ขอบใจนะ”

>

>แล้วก็ไปส่งครีมที่หอพัก (ตอนกลับถึงหอ เพื่อน ๆ

>ร่วมหอพักต่างวี๊ดว้ายกับทรงผมใหม่ของครีม) เฮฮากันนิดหน่อย

>ผมก็ขอตัว (ผมไม่บังอาจปล่อยให้นางฟ้ารอนานหรอก)

>แล้วก็รีบฉิวไปหาเฟอร์สทันที เฮ้อ…………แค่คิดว่าอีกไม่กี่นาที

>จะได้เจอนางฟ้าของผมอีกครั้งหนึ่ง

>แถมยังได้ใกล้ชิดเธอแบบสองต่อสอง…………..สุขว้อยยยยยยยย >_<

>

>มาถึงร้านเบเกอรี่ตามที่นัดหมาย เธอนั่งอยู่ที่เก้าอี้ไม่ยาว ๆ

>ข้างเสาไฟ มีฉากหลังคือต้นไม้พุ่มเตี้ย (ไม่มีดอกนะ ไม่แน่ใจว่าต้นอะไร

>ผมสันนิษฐานว่าเป็นพืชตระกุลเดียวกับต้นชาทองนะ)

>และที่ผมสังเกตุเห็นอีกอย่างก็คือผู้ชายที่อยู่แถวนั้นล้วนแต่หมายปอง

>จะเข้าไปคุยและทักทายเธออย่างเต็มเปี่ยมหัวใจ………หึ หึ

>หึ……… เห่าไปเถอะพวกแก! เค้าไม่ลงมาหาหรอก……………

>ผมเดินเข้าไปหาเฟอร์ส (พร้อมส่งสายตาเย้ยหยันไปยังหนุ่ม ๆ

>รอบข้างนั่นเล็กน้อย อารมณ์ว่า “ไงล่ะ…..” )

>

>เฟอร์สหันมาเห็นผม พร้อมกับทัก

>

>เฟอร์ส “อ้าว…เร็วกว่าที่คิดเยอะเลย”

>ผม “แหะ ๆ (บอกได้ไงว่าผมตาลีตาเหลือกมาหาเฟอร์สนั่นแหละจ้าาาาาาาา)

>เอ้า! ไปกันเลยมั้ย?”

>เฟอร์ส “ค่ะ……..”

>

>แล้วเฟอร์สก็เดินขึ้นรถผม ว้าวววววววววววว ขึ้นมาแง้วววววว >_<

>

>เฟอร์ส “อืม……..กลิ่นนี้ เพรสเซสบลูเบอร์รี่”

>ผม “เห? รู้จักด้วยเหรอ น้ำหอมกลิ่นนี้”

>เฟอร์ส “จำได้น่ะค่ะ

>เฟอร์สซื้อให้แฟร์…แต่เค้าบอกว่ากลิ่นมันหวานเกินไป”

>ผม “…………….แต่พี่ว่ามันหอมแบบสดชื่นดีน่ะ

>พอสูดกลิ่นนี้แล้วรู้สึกไม่เมารถดีนะ เพื่อนพี่ก็ว่างั้น”

>เฟอร์ส “ค่ะ เฟอร์สก็คิดงั้นแหละ ก็เลยซื้อให้เค้า แต่เค้าไม่เอาซะนี่

>พวกรสนิยมแย่………”

>

>ประโยคที่ว่า “…รสนิยมแย่…” ผมเห็นด้วยกับเฟอร์สแค่ครึ่งเดียว

>ตรงที่รสนิยมการแต่งตัวมันเฉิ่มสุด ๆ แต่เรื่องการ

>เฟ้นหาผู้หญิงดี ๆ อย่างเฟอร์สเจอเนี่ยะ มันสุดยิดจริง ๆ

>

>ผม “เฟอร์สนี่ช่างสังเกตุเนอะ เพื่อนพี่

>ไม่ว่าใครก็ไม่ได้ทักเลยว่าน้ำหอมกลิ่นอะไร”

>เฟอร์ส “อ๋อ…พอดีว่ามันมีจุดอะไรให้จำนิดหน่อยเท่านั้นเองค่ะ”

>

>ว่าแล้วก็ออกรถ………….เฮ้อ…..ถ้าพูดกันตามตรงนะ

>ผมอยากยืดเวลาที่จะได้อยู่ใกล้ ๆ เฟอร์สให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้

>จะชวนเธอไปโน่นมานี่มากก็เกรงใจ ถ้าเกิดเค้ารีบกลับล่ะ?

>เอาไงล่ะ……….ถามเค้าก่อนละกัน

>

>ผม “เอ่อ…….เฟอร์สรีบกลับรึเปล่าเนี่ยะ?”

>เฟอร์ส “ถ้ารีบก็คงไม่มาเดินเล่นหรอกค่ะ”

>ผม “เดินเล่น? ตกลงเมื่อกี้มาเดินเล่นจริง ๆ เหรอ?”

>เฟอร์ส “ล้อเล่นไงงงงงงง แหม ไม่รับมุขเลยอ่ะ”

>ผม “แหะ ๆ อ้าว…..ก็เห็นบอกว่าเดินเล่นตั้งสองรอบ นึกว่าจริงซะอีก”

>เฟอร์ส “แหะ ๆ จริง ๆ แล้วหลังเรียนพิเศษ

>เฟอร์สกับแฟร์จะมานั่งคุยกันแถวนั้นก่อนกลับบ่อย ๆ น่ะค่ะ

>ร้านเบเกอรี่นั่น

>แฟร์เค้าบอกว่าขนมอร่อยดี เราก็เลยมาทานด้วยกันบ่อย ๆ น่ะค่ะ”

>ผม

>”เลิกพูดถึงมันซักทีได้มั้ย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

>เฟอร์ส

>”…………………….(มองหน้าผมแล้วอึ้ง)………………………”

>

>นี่ผมทำอะไรลงไป…..นี่ผมพูดอะไรออกไปเนี่ยะ…..เฮ้ย!!!

>ซวย…ไม่ใช่ซวยธรรมดา แต่โครตซวย…..แต่มันช่วยไม่ได้จริง ๆ

>นางฟ้าที่แสนสวยแสนน่ารัก เธอไม่เคยพูดถึงใครเลย แต่!!! ทำไมล่ะ!?!

>ทำไมต้องมาพูดถึงไอ่ผู้ชายเฮ็งซวยคนนั้นด้วย

>ผู้ชายที่ผมไม่ควรเจอมากที่สุดแล้ว…..แต่…..ชื่อของมันดันหลุดออกมาจากปากนางฟ้าของผม………………………….

>เธอไม่เคยพูดถึงชายคนไหนเลย แต่กับหมอนี่

>ทำไมเธอต้องพูดถึงมันด้วย!!!!! แถมพูดเกี่ยวกับประสบการณ์ชื่นบานอีก

>จะหวานซึ้งกันสักแค่ไหนก็ไม่ว่า……………………แต่!!! จะ!!!

>มา!!! พูด!!! ถึง!!! เค้า!!! ทำ!!! ไม!!!

>

>ไอ่แฟร์ “โอย………ปวดท้องอยู่เลย………เฟอร์ส

>เมื่อเช้าก็ทานข้าวร้านเดียวกันไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่เป็นไรเลยเนี่ยะ?”

>เฟอร์ส “บ้าสิ เค้าสั่งข้าวจ๊ะ ตัวเองน่ะสั่งวุ้นเส้นไม่ใช่เหรอ

>เหมือนกันซะที่ไหน”

>ไอ่แฟร์ “………………………. (มองผม)

>……………………….หวัดดี พี”

>ผม “หวัดดี เป็นไรเรอะ?”

>ไอ่แฟร์ “ท้องเสียตั้งแต่เช้าแล้ว ทนเรียนจนหมดเที่ยง

>แต่ก็อยู่รอรับตัวนี้ไม่ไหว เลยต้องขอกลับก่อน”

>เฟอร์ส “นี่ ถ้าเฟอร์สไม่เจอพี่พีแล้วเฟอร์สจะกลับยังไง”

>ไอ่แฟร์ “พูดอะไร ทางกลับมีตั้งเยอะแยะ”

>

>ไอ่บ้าหอบฟาง!!! พอมันพูดแบบนี้

>ทำให้ผมรู้สึกเหมือนกับว่ามันไม่อยากให้เฟอร์สกลับกับผมงั้นแหละ…………จะเอาไงวะ

>แฟนเอ็งก็ไม่ใช่ กรูอุตส่าห์เอาน้องสาวมรึงมาส่งให้ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ

>ยังพูดอะไรสุนัขแบบนี้อีก……………………….

>

>ผมไม่ยอมให้เฟอร์สกลับเองแน่ ๆ ไม่รู้ว่าระหว่างทางกลับบ้าน

>ไอ่พวกโรคจิตบ้ากามมันเล็งจะทำอะไรนางฟ้าบ้าง………..

>

>เฟอร์ส “พรุ่งนี้จะหายมั้ยเนี่ยะ?”

>ไอ่แฟร์ “ไม่หายก็ไม่ไปแระ”

>เฟอร์ส “งั้นพรุ่งนี้เค้าเอารถไปเองเลยนะ”

>ไอ่แฟร์ “อ้าว!?! แล้วพี่จะไปหาหมอยังไง ถ้ามันหนักขึ้นมาอ่ะ”

>เฟอร์ส “อีกละ งั้นพรุ่งนี้จะให้เค้าเดินไปรึไง?”

>ไอ่แฟร์ “โธ่…ทางไปมีตั้งเยอะ”

>

>อีกครั้งหนึ่ง ที่ผมรู้สึกเหมือนโดนมองข้ามหัว ทั้ง ๆ

>ที่นั่งอยู่ตรงนั้นอีกคน มันเห็นผมเป็นอะไร? ไว้ใจไม่ได้เลยรึไง?

>ผมก็มีรถ จะไปรับไปส่งก็ได้

>แต่มันพูดเหมือนกับว่าให้หลีกเลี่ยงการที่จะไปกับผม!?!

>หมายความว่าไงวะ?………….

>

>ผม “เอ่อ…เฟอร์ส…พรุ่งนี้พี่มารับก็ได้

>รถพี่ก็มีแค่พี่กับไอ่เบย์เพื่อนพี่เท่านั้นเอง

>ที่เบาะหลังยังว่างอีกเยอะ”

>เฟอร์ส “เอ่อ………รบกวนเกินไปรึเปล่าคะ มันคนละทางกันเลยนะนั่น”

>ผม “กลัวพี่จะมาสายเหรอ งั้นพรุ่งนี้พี่ตื่นเช้า ๆ ก็ได้นะ”

>เฟอร์ส “เปล่าค่ะ คือ………ต้องลำบากพี่เดินทางไกลขึ้นอีกน่ะ”

>ผม “อย่าคิดแบบนั้นสิ อะไรก็ตามที่พี่อาสาจะช่วย นั่นคือพี่เต็มใจจะทำ

>ถ้าบอกว่าเกรงใจ มันก็เหมือนกับการบอกปฏิเสธว่า

>อย่ามายุ่งทางอ้อมนั่นเอง หรือเฟอร์สต้องการจะสื่อแบบนั้นจริง ๆ?”

>เฟอร์ส “เปล่าค่ะ

>เปล่า……………..เอ่อ……………….งั้นก็รบกวนพี่พีมารับเฟอร์สหน่อยละกันค่ะ

>ขอบคุณมากนะคะ”

>ผม “มะเป็นไรจ้า”

>เฟอร์ส “อานกทำไมยกน้ำมาช้าจัง เฟอร์สไปดูเดี๋ยวนึงนะ”

>

>แล้วเฟอร์สก็เดินออกห้องไป (ตอนเธอหันหลังกลับไปที่ประตู ผมเธอสะบัด

>หอมจังเลยยยยยยยยยยยยยยย ~_~ )

>เหลือผมกับไอ่แฟร์นั่งกันอยู่สองคน

>

>ผม “แฟร์ ทำไมดูนายกีดกันเราจังนะ”

>ไอ่แฟร์ “เราเคยบอกนายแล้วนี่ อย่าจีบเฟอร์ส”

>ผม “หนึ่งล่ะ ทำไมเราต้องเชื่อนาย รึเพราะนายเป็นพี่ชายเค้า

>ก็เลยมีสิทธิ์จะตัดสินใจแทนเค้างั้นเหรอ? สองล่ะ เราแค่มาส่ง

>เพราะบังเอิญไปเจอเฟอร์สเท่านั้นเอง

>แล้วฝ่ายที่เข้ามาทักก่อนก็คือเฟอร์ส

>แล้วจะมาบอกว่าเราตามตื้อจะมาส่งเฟอร์สเหรอ?”

>ไอ่แฟร์

>”…………………………………….แล้วขิงล่ะ……………………………………….”

>ผม “มันเกี่ยวอะไรกับขิง?”

>ไอ่แฟร์ “………นายจีบขิงอยู่อีกคนไม่ใช่เรอะ?”

>ผม “เฮ้ย! อย่ามั่วจะดีกว่า ถ้าไม่รู้จริง นายพูดแบบนี้ เราก็เสียนะ

>ตอนนี้เราไม่ได้จีบใครซักคน เค้าเป็นเพื่อนเราทั้งนั้น แล้วเราก็

>ไม่คิดจะเปลี่ยนมันด้วย แต่นาย……………..กลับสบประมาทเรา

>บอกว่าเราคิดจะจีบเพื่อน!!!”

>

>ผมเริ่มขึ้นเสียง ทำให้ไอ่แฟร์มันผงะไปบ้าง

>

>ไอ่แฟร์ “เราไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น…………”

>ผม “ไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น!?! แล้วมันยังไง พูดมาชัดเจนขนาดนี้

>ตอนนี้เราเลยกลายเป็นไอ่คนถ่อยที่คิดจะจับปลาสองมือ

>ถ้าเรื่องงี่เง่านี่หลุดไปถึงหูใคร เรากับนายไม่จบเรื่องกันง่าย ๆ หรอก

>บอกเอาไว้!!!”

>ไอ่แฟร์

>”เดี๋ยว ก่อน………..ฟังก่อน………..เราไม่ได้หมายความว่าแบบ นั้น…………………………………………………………….

>นายรู้มั้ย? เฟอร์สน่ะเด็กมากนะ แล้วเธอก็อ่อนต่อโลก (แหม! พูดซะสวยหรู

>ยังกะมรึงเป็นผู้ใหญ่นักแหละ) แค่นายสนิทกับ

>เค้า เค้าก็คิดว่านายจีบเค้าแล้ว แล้วถ้าเกิดว่าใจจริงนายชอบขิง

>แล้วเฟอร์สก็ชอบนายไปแล้วล่ะ……………………………

>ตกลงว่า นายกับขิงก็จะได้แฮ๊ปปี้เอ็นดิ้ง…..แล้วน้องสาวเราล่ะ?”

>ผม “นี่นายยังคิดว่าเราจีบขิงอยู่อีกเหรอ!!!!!”

>ไอ่แฟร์ “เราถึงได้ต้องมาคุยกับนายอยู่ตอนนี้ไง………..”

>

>สองคนต่างเงียบ ต่างคนต่างเริ่มอารมณ์ร้อน

>หากแต่สภาพทางกายวิภาคของผมดีกว่ามันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะส่วนสูง

>กล้ามเนื้อ สติฉับไว

>ยังไม่นับที่มันท้องเสียอยู่ตอนนี้อีก คือ…ถ้าปะทะกันตอนนี้

>ผมแน่ใจว่าผมชนะอย่างขาดลอยแน่ ๆ

>

>ไอ่แฟร์ “………….ถ้าเราไปสบประมาทนาย เราก็ขอโทษ

>เราแค่ไม่อยากให้น้องสาวเราต้องเสียใจภายหลัง………….”

>ผม “……………………..ก่อนอื่นนะ เรื่องขิง

>ขอบอกไว้เลยว่าตอนนี้เราไม่มีความคิดจะจีบขิงเลย แค่สนิทเป็นเพื่อนกัน

>แค่นั้นเราก็

>มีความสุขพออยู่แล้ว แล้วตอนนี้ดูเหมือนขิงเค้าจะโกรธอะไรเราอยู่ด้วย

>ดังนั้น เรื่องที่ว่าเราจะจีบขิงน่ะ เลิกคิดได้เลยตอนนี้

>ส่วนเรื่องเฟอร์สน่ะ ถึงแม้เราจะไม่เคยคิดว่าจะจีบเลย (ไม่กล้า

>เค้าสูงส่งเกิน) แต่เราก็จะไม่ทำให้เค้าเสียใจแน่นอน

>และถ้าวันใดวันหนึ่ง

>เฟอร์สจะชอบเราขึ้นมา ซึ่งมันคงเป็นไปได้ยาก แต่ถ้ามันเกิดขึ้นจริง ๆ

>เราก็พร้อมจะทุ่มเทให้เค้าทั้งหมด เหมือนที่สมควรจะเป็น

>ฟังดูอาจเหมือนว่าตอนนี้เรากำลังขอเฟอร์สจากนายอยู่ แต่ขอย้ำไว้อีกที

>เราไม่กล้าคิดอะไรเกินเลยกับเฟอร์สแม้แต่น้อย………….

>ดังนั้น เรื่องนี้ ประเด็นก็อยู่ที่ตัวเฟอร์สเองแล้ว

>ว่าเธอคิดอะไรยังไง………………เข้าใจไหม”

>

>ผมพูดจบ เฟอร์สก็เดินถือน้ำมาให้ เป็นอันว่าบทสนทนาเรื่องนี้จำต้องจบลง

>แต่ไอ่แฟร์ยังพูดทิ้งท้ายไว้เล็กน้อย

>

>ไอ่แฟร์ “เราคงเชื่อใจนายได้นะ…..”

>

>เฟอร์ส “คุยอะไรกันอยู่ หนุ่ม ๆ”

>ผม “ขอบใจจ๊ะ (รับแก้วน้ำจากเฟอร์ส) “

>ไอ่แฟร์ “เฟอร์ส พรุ่งนี้เราไปที่เรียนกับพีนะ”

>เฟอร์ส “…………..ค่ะ……………”

>

>เฮ้ย!!! หน้ามือเป็นหลังมือ!?! อะไรวะ

>เมื่อกี้มรึงกีดกันกรูชิ๊บหายวายป่วน แล้วตอนนี้ มาสนับสนุน

>เดามันไม่ออกแล้ว

>เอาล่ะ! ตกลงพรุ่งนี้ผมจะได้มารับเฟอร์สที่นี่อีกรอบแล้ววว >_<

>

>และแล้ว!!! สมองที่นาน ๆ

>ครั้งจะฉลาดกับเขาสักครั้งของผมมันก็คิดแผนขึ้นได้!!!

>แผนการอันแสนชั่วร้ายและเจ้าเล่ห์

>ที่จะได้เบอร์โทรของเฟอร์ส!!!!!………………………………….

>

>ผม “เอ้อ…เฟอร์สเองก็เรียนรอบเช้าตอน 10 โมง ใช่ไหม?”

>เฟอร์ส “ค่ะ”

>ผม “หวา…..ทำไงดีอ่ะ……………คือ

>พี่ไม่ค่อยแน่ใจเลยว่าจะตื่นเช้าทันไหม…………….จะให้ไอ่เบย์ปลุก

>รายนั้นยิ่ง

>ไม่ต้องพูดถึงเลย……………เอาไงดีล่ะ

>ขืนตื่นสายก็ไปเรียนสายกันหมดแน่”

>เฟอร์ส “ง่า……………………………. ^_^” “

>ผม “เอ่อ………….เอางี้ไหม

>รบกวนเฟอร์สด้วยโทรไปปลุกหน่อยได้มั้ย?”

>เฟอร์ส “…………..ได้ค่ะ………….งั้นจดเบอร์พี่มาสิคะ”

>

>ว๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาว!!!

>นางฟ้าขอเบอร์ตูว้อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย >_<

>อาจดูสกปรกหน่อยนะ วิธีนี้ อาจจะดูเจ้าเล่ห์ด้วย

>แต่…..ไม่ว่าใครจะว่าอะไร “กรูยอมวะ”

>แล้วก็บอกเบอร์ไป

>

>ผม “พรุ่งนี้นะ โทรมากเช้า ๆ ล่ะ จะได้แต่งตัวได้ทัน”

>เฟอร์ส “ค่าาาาาาาาาาาาาาาาาา”

>ผม “งั้นวันนี้ขอตัวก่อนนะ ไปละแฟร์ ไปก่อนนะเฟอร์ส เจอกันพรุ่งนี้”

>เฟอร์ส “เจอกันพรุ่งนี้ค่ะ”

>

>ว๊าาาาาาาาาาาาาาาว มีฟามสุขเจรงงงงงงงงงงงงงง >_<

>วันพรุ่งนี้จะทำผมทรงอะไรดี จะใส่เสื้ออะไรดี จะใส่กางเกงอะไรดี

>จะทำตัวยังไงดี!?! พอนึกจะพึ่งไอ่เบย์………………..

>เฮ้ย!!! จริงด้วย พรุ่งนี้ตอนเช้า ไอ่เบย์ก็ตามมาด้วยดิเนี่ยะ

>ว้า…..รู้สึกผิดยังไงไม่รู้ ที่ผมอยากจะไปกับเฟอร์สแค่นองคง

>แต่…บอกแบบนั้นไปได้ไง แล้วมันจะมาเรียนยังไงล่ะนั่น

>มันก็เพื่อนผมซะด้วย…………แต่อยากมากับเฟอร์สสองคนอ่าาาาา -_-”

>

>แค่ต้องการมากับเฟอร์สสองคน

>กลับเป็นเรื่องลำบากใจที่จะบอกไอ่เบย์มันขนาดนี้……………จะขอมันดูดีไหม…………..

>ผมไม่แน่ใจว่ามันจะโกรธรึเปล่า…………..ทั้งที่ผมก็ยังไม่แน่ใจ

>

>เวลาผ่านมาถึงกลางคืน ผมกระอัดกระอ่วนใจเล็กน้อยว่าจะพูดกับมันดีไหม

>

>ผม “เอ่อ…ไอ่เบย์

>วันนี้กรูไปส่งเฟอร์สที่บ้านด้วยว่ะ………………”

>ไอ่เบย์ “เฮ้ย!!! จริงอ่ะ โห………….มรึง โชคดีสุด ๆ เลยว่ะ

>น้องเค้าโครตน่ารักขนาดนั้นเลยนี่หว่า”

>ผม

>”อืม…………คือ………….พรุ่งนี้เค้าจะให้กรูไปรับด้วย………….เอ่อ………….”

>ไอ่เบย์ “………………………………….เอ้อ! พอดีเลย

>พรุ่งนี้กรูว่าจะโดดไปเที่ยวกับตาลอ่ะ

>งั้นพรุ่งนี้มรึงเอารถไปเลยก็ได้”

>ผม

>”……………………………………..มรึงไม่โกรธอะไรกรูเหรอ?……………….”

>ไอ่เบย์

>”………………………………………………………………………………… มรึงเลือกแล้วใช่มั้ย………………………..”

>ผม “………..กรูไม่รู้ กรูยังไม่รู้เลย ยังไม่รู้อะไรทั้งนั้น

>แต่…แค่กรูได้อยู่ใกล้ ๆ เค้า กรูก็โครตจะสุขแล้วว่ะ

>แต่กรูก็ยังไม่แน่ใจ”

>ไอ่เบย์ “ถ้ามรึงคิดว่าทางไหนดี มรึงก็ไปทางนั้นเหอะ

>ถึงกรูจะไม่สนับสนุน แต่กรูก็จะไม่ขัดขวาง ยังไงก็อย่าให้มันเกินไปล่ะ

>เดี๋ยวมรึงจะเสียความเป็นตัวมรึงเอง”

>ผม

>”…………………………………………….ขอบใจมากเพื่อน……………………………………………….”

>

>ผมรู้สึกผิดมาก ๆ ไม่อยากคุยอะไรกับมันมากไปกว่านี้แล้ว

>แต่ที่เหนือกว่านั้น…………ซึ้งครับ น้ำใจเพื่อน ไม่ต้องพูด

>มองตา รู้ใจ เป็นอะไรที่มันลึกจริง ๆ

>ถ้าคุณมีเพื่อนซักคนที่เป็นแบบนี้เหมือนผม

>ให้ความสำคัญกับเพื่อนคนนั้นมาก ๆ ครับ

>เค้าจะอยู่กับคุณนาน ๆ แล้วเค้าจะรักคุณมาก

>

>วันรุ่งขึ้น ผมกับตื่นก่อนไอ่เบย์ แต่งตัวชุดตามสะบายของผม

>(ตอนแรกลองแล้วลองอีกกับกางเกงสแล็ก เสื้อเชิ๊ต แต่รู้สึกมัน

>เฉิ่ม ๆ ก็เลยเปลี่ยนมาเป็นสไตร์เราดีกว่า) ออกเดินทางตั้งแต่เช้า

>วันนี้ผมพยายามจะให้ทุกอย่างเพอร์เฟ็คที่สุด ไม่อยากให้มี

>อะไรผิดพลาด เวลาที่เฟอร์สอยู่กับผม เธอจะต้องสนุกสนานตลอด

>ผมตั้งใจไว้อย่างนั้น

>

>ว่าแล้วก็มาถึงบ้านของเฟอร์ส

>สุนัขสองตัวที่อาของเธอเลี้ยงไว้เห่าผมระงมเลย

>จะเดินเข้าไปเรียกยังไงดีเนี่ยะ ลิ่วล้อ 3 ตัว

>ของเธอดูท่าทางจะไม่ปล่อยให้ผมเข้าไปแล้วออกมาอย่างมนุษย์ได้แน่ ๆ

>ระหว่างที่กำลังลำบากใจนั่นเอง โอ…………………

>มาแล้ววววววว นางฟ้า

>เฮ้อ…..ไม่รู้ว่าผมเพิ่งจะสังเกตุอีกครั้งรึยังไง

>แต่เฟอร์สดูสวยน่ารักมาก อีกครั้งที่ผมโดนความ

>สว่างจ้าของเธอเล่นงาน…………ผมจ้องเธออย่างบ้าคลั่ง

>ไม่ยอมละสายตา (ก็เธอน่ารักง่ะ) เฟอร์สออกมาห้ามปรามพวก

>องครักษ์พิทักษ์เฟอร์ส ไม่ให้เห่าผม แล้วเรียกผมให้เข้าไปหาข้างใน

>ใจจริงกลัวจะตาย สุนัข 3 ตัวของเธอ ตัวเป้ง ๆ ทั้งนั้น

>แต่…..ตายเป็นตาย

>ผมแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าคนน่ารักขนาดนางฟ้ากำลังเรียกให้ผมเข้าไปหาเธอ

>ผมยอมโดนกัดตายเลย

>

>เฟอร์ส “มาเช้าเชียว ทุกทีเห็นพี่มาสายนี่คะ”

>ผม “ฮะ ฮะ ฮะ ทุกทีน่ะ ไอ่เบย์มันตื่นสายไง”

>

>อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาว ผมคุยกับนางฟ้าอยู่ครับ T_T

>

>ผม “วันนี้แฟร์ไม่ไปใช่ไหม?”

>เฟอร์ส “ค่ะ ตอนนี้ก็ยังนอนหมดแรงอยู่เลย ทานข้าวมายังคะเนี่ยะ?”

>ผม “ยังเลย รีบมา”

>เฟอร์ส “งั้นทานข้าวที่นี่ด้วยกันไหมคะ ลองทานอาหารฝีมืออานกดู

>อร่อยนะ”

>ผม “……………..เกรงใจนะ”

>

>เอาอีกแล้วครับ เธอน่ารักมากจริง ๆ ไม่ไหว เจอกี่ทีก็เป็นแบบนี้ตลอดเลย

>เฮ้อ…………แต่ก็มีความสุขนะเออ

>ผมเดินเข้าบ้านไป เจออานก แกก็ปฏิสัมพันธ์ดีอีกแล้วครับ

>ต้อนรับขับสู้ผมใหญ่ สองอาหลานช่วย ๆ กันเตรียมอาหาร

>(ผมอยากช่วยเค้าทำอาหารเหมือนกันนะ

>แต่ยังไม่อยากให้ใครรับรู้รสชาติยาพิษที่ผมพยายามปรุงให้มันอร่อย)

>สักพักก็ยกอาหารมา โจ๊กครับ แต่สีสันดูสดใสพิกลนะ ข้าวออกสีขาว ๆ

>รู้สึกจะใส่เห็ดหอมด้วยแหละ แล้วก็มี

>หมูเด้งหน่อย ๆ มีตับ 2-3 ชิ้น เอ…..ประมาณนี้แหละมั้ง

>แต่รสชาติสุดยิดจริง ๆ เปิดร้านได้เลย ได้ยินว่าอานกเคยไปเรียนทำอาหาร

>จากหลาย ๆ ที่ เคยไปเรียนทำโจ๊กแล้วได้สูตรจากร้านโจ๊กชื่อดังที่หนึ่ง

>แต่เค้ามีข้อแม้ว่าห้ามเปิดร้านและห้ามเปิดเผยสูตร ทำทานเอง

>ในบ้านได้ (น่าเสียดายเนอะ)

>

>ทานอาหารเสร็จ เก็บถ้วยชาม ผมกับเฟอร์สก็ออกตัวไปที่เรียนพิเศษ

>เฮ้อ………..มีความสุขอีกแล้วครับ เฟอร์สนั่งข้าง ๆ ผม

>แอร์รถผมพัดโชยเอากลิ่นสบู่และแชมพูแสนหอมอ่อน ๆ จากเฟอร์สมา

>อ๊ออออออออออออออออย ฟามสุขว้อยยยยยย >_<

>แต่…….ระหว่างทางนั่นเอง………………………….ผมจอดตรงไฟแดง

>คุยกับเฟอร์สเพลิน ๆ ก่อนออกตัวตอนไฟเขียว หันไปทางขวา

>…………………………….ขิง!!!!!!!!!! เธอติดไฟแดงเดียวกัน

>และกำลังหันมามองผม คาดว่าคงมองมาตั้งแต่ติดไฟแดงแล้วมั้ง O_o”

>บรรยากาศที่เรียนพิเศษวันนี้มันยังไงชอบกล ๆ นะ ผมได้มากับเฟอร์ส

>นั่นเป็นเรื่องที่แสนสดชื่น น่ายินดีเสียนี่กระไร แต่การถูก

>ขิงเห็นตอนที่ติดไฟแดง

>ทำไมมันน่าอึดอัดใจขนาดนี้เนี่ยะ………………แปลก………………จริง

>ๆ แล้วก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลยนี่

>เรากับขิงก็ไม่ได้เป็นอะไรกันซักหน่อย

>ทำไมต้องกดดันด้วยล่ะเนี่ยะ…………………………………

>

>ตามเดิม ความสัมพันธ์ของผมกับขิงก็ระหองระแหงอยู่แล้ว

>(ด้วยเหตุอะไรก็ยังไม่ทราบเลยตอนนี้) กลับมาเจอเหตุการณ์เมื่อเช้าอีก

>กรรม แบบนี้จะได้คืนดีไหมเนี่ยะ

>

>พูดกันตามตรงแล้ว อันที่จริง ผมไปทำอะไรให้ขิงเค้าโกรธล่ะเนี่ยะ

>ตั้งแต่แรกแล้ว ทำไมไม่ยอมคุยด้วย ผมยังไม่ได้ทำอะไรเค้าเลย

>ทำไมไม่มีเหตุผลแบบนี้ล่ะ? นึกจะไม่คุยก็ไม่คุยเลยเหรอ อันที่จริง

>ผมจะไม่ใส่ใจก็ได้นะ แต่คนรู้จักกัน เป็นเพื่อนกันแล้ว จู่ ๆ เค้า

>ก็ไม่คุยด้วย เหมือนโกรธอะไรเราซักอย่าง แบบนี้มันก็ไม่สบายใจ

>ต้องให้ทำยังไงกันล่ะเนี่ยะ…………..ยิ่งแย่กว่าเดิม

>ทำไมรู้สึกอย่างนั้น

>ก็ไม่รู้นะ ที่วันนี้ขิงเห็นผมพาเฟอร์สมาที่เรียนพิเศษด้วยกันตอนเช้า

>แต่ความรู้สึกมันเหมือนกับว่าขิงจะยิ่งไม่ชอบหน้าผม…..

>คิดมาไปเองรึเปล่าเนี่ยะ หรือความจริง การเจอกันครั้งหน้า

>ขิงอาจจะยอมคุยดีกับผมแล้วก็ได้ ยังไงซะ บทสรุปมันคงออกมาหลังจาก

>ผมไปถึงที่เรียนพิเศษนี่แหละ ดีล่ะ! จะได้สังเกตุอาการขิง…..

>แต่ในทางเดียวกัน การรีบไปที่เรียนพิเศษก็ทำให้เวลาที่ผมจะได้อยู่กัน

>สองต่อสองของผมกับเฟอร์สก็สั้นลงด้วย

>แต่…..เฮ้อ…..คราวนี้ก็คงต้องยอมให้มันเป็นแบบนั้นแหละนะ

>ตอนนี้ไขข้อข้องใจกับขิง

>น่าจะสำคัญกว่า สำหรับเฟอร์ส ยังไงซะ

>เฟอร์สก็คงจะไม่เสียความรู้สึกอะไรหรอก เพราะเฟอร์สไม่รู้นี่

>ว่าเรารีบไปที่เรียนพิเศษทำไม

>(ทำแบบนี้ เหมือนกับว่าตัวเองเป็นหลายใจยังไงไม่รู้แฮะ ต้องคอยสับราง

>ทั้งที่จริงมันก็ไม่ใช่แบบนั้นนี่)

>

>ผลออกมาเหนือความคาดหมายของผม มันผิดพลาดมาก ผมมาถึงที่เรียนพิเศษ

>แต่…..ขิงไม่มา ไม่มาทั้งวันเลย เรียนเสร็จถึงเที่ยง…

>ขิงก็ยังไม่มา

>ทุกคนปรึกษากันว่าจะไปทานข้าวที่ร้านข้าวมันไก่เจ้าอร่อยที่หนึ่ง…..

>ทุกคนไปกันหมด ตัวผมเองกำลังชั่งใจว่าจะไปกับ

>พวกเขาหรือจะแยกตัวไปหาขิงที่คอนโดดู….. แต่…..นึกไปนึกมา

>ทำไมผมต้องดั้นด้นไปหาเธอขนาดนั้นด้วย ผมไม่ได้ทำอะไรเธอ

>เมื่อเช้าเห็นเธอแล้ว ก็ไม่เห็นจะป่วยตรงไหน

>สุดท้ายก็ตัดสินใจไปทานข้าวกับคนอื่น ๆ

>

>ทำไมรู้สึกข้าวมันจืดชืดจริง ๆ ทั้งที่เขาบอกว่าเป็นเจ้าอร่อย

>ผมนั่งทานอาหารกับเพื่อน ๆ ทั้งที่ไม่แน่ใจว่าจริง ๆ

>แล้วผมควรจะมานั่งอยู่

>ตรงนี้ดีรึเปล่า……..แต่อีกใจมันก็เถียงว่าเราไม่ได้ทำอะไรผิดนี่

>มันไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ขนาดนั้นซะหน่อย ไม่ต้องไปใส่ใจ

>ทานข้าวแล้วคุยกับ

>เพื่อน ๆ

>อย่างสนุกสนานเถอะ………ในระหว่างจมอยู่ในห้วงความคิดนั่นเอง…..เสียงครีมก็ทักผมขึ้น

>

>ครีม “เอ่อ…พี…เดี๋ยวส่งเราไปซื้อเสื้อหน่อยได้มั้ย?”

>ผม “เอ๋?…เอ่อ…..ก็ได้จ๊ะ”

>

>ใจจริงผมก็ไม่แน่ใจว่าผมควรจะไปด้วยครีมรึเปล่า แต่ในหัวมันก็ตื้อ ๆ

>นึกอะไรไม่ค่อยออก ก็เลยรับปากส่งเดชไปอย่างนั้นเอง…..

>มารู้ตัวอีกทีว่าพูดอะไรไปก็ตอนมาเดินกับครีมแล้ว…..

>แล้วผมก็ได้รู้ถึงจุดประสงค์ที่จริงของครีม

>ความจริงเธอต้องการคุยเรื่องของ

>ผมกับขิงต่างหาก ก็เลยหาเหตุออกมากับผม

>

>ครีม “เป็นไงบ้าง?”

>ผม “หา? อะไรเป็นไงบ้าง?”

>ครีม “ก็เรื่องขิงไง”

>ผม “อ๋อ อือ….ตอนเช้าเจอนะ…..ไม่รู้ทำไมวันนี้ไม่มา…………”

>ครีม “ไม่รู้จริง ๆ น่ะเหรอ?”

>ผม “………………..อืม………………….”

>ง่ะ เธอถามเหมือนรู้เห็นในเหตุการณ์เลย…..

>

>ผมอยากเล่าแทบแย่ เรื่องเหตุการณ์เมื่อเช้าที่เกิดขึ้นตรงแยกไฟแดง…..

>แต่อะไรบางอย่างทำให้ผมรู้สึกว่าไม่ควรเล่าให้ครีมฟัง…..

>ผมพูดกว้าง ๆ แค่ว่า “ท่าทางมันจะแย่กว่าเดิมอ่ะ” ทั้งที่ผมบอกแบบนั้น

>แต่เธอไม่เห็นจะดูวิตกเหมือนผมเลย แปลก……………….

>

>ครีม “เธอไปทำอะไรให้ขิงเค้าขัดข้องหมองใจรึเปล่าล่ะ?”

>ผม “เปล่านะ…………………(อันที่จริงอาจจะทำก็ได้

>ผมเองก็ไม่แน่ใจ)……………………”

>ครีม “เอ…..ไม่น่าเป็นไปได้นะว่าเค้าเบื่อหน้าพีน่ะ

>ก็ทุกวันเห็นหยอกล้อเล่นกันสนุกสนานดีนี่”

>ผม “สังเกตุด้วยเหรอ ฮะ ฮะ”

>ครีม “อันที่จริง พีอาจจะเป็นคนผิดจริง ๆ ก็ได้นะ

>บางทีอาจจะไปเล่นเค้าแรง ๆ โดยไม่รู้ตัวก็ได้…..”

>ผม “เอ๋? จริงเหรอ? งั้น…..ครีมคิดว่าเราน่าจะทำยังไงดีล่ะ?”

>ครีม “ก็อย่าเพิ่งไปกวนอารมณ์เค้าสักพักจะดีกว่านะ

>รอขิงอารมณ์ดีกว่านี้ก่อนจะดีกว่า”

>ผม “ง่า…..ทางออกนั้นน่าจะใช้ตอนที่เค้ายังไม่โกรธเราสิ

>ตอนนี้ถึงจะทำแบบนั้นไปก็ไม่เห็นมีประโยชเลย…..”

>ครีม “………อืม ก็จริงนะ………………ไม่แน่นะ

>ตอนนี้ขิงอาจจะประสบปัญหาหญิงอยู่ก็ได้”

>ผม “ปัญหาหญิง”

>ครีม “…………………….. (กระซิบ) ประจำเดือนจ๊ะ

>(หน้าแดงหน่อย ๆ น่าร๊าาาาาาาาาาาาก)……………………..”

>ผม “ไม่น่าใช่นะ ก็มันจะมีเดือนละครั้งไม่ใช่เหรอ ประมาณ 4-5

>วันที่แล้วเค้าก็ยังบอกเราอยู่เลยว่าอย่าเพิ่งยุ่ง

>เค้าเป็นประจำเดือนอยู่”

>ครีม “……………………..ว้า…..งั้นก็ยากแล้วแหละ

>ไม่รู้เป็นอะไร งั้นทางที่ดีอย่าเพิ่งไปยุ่งกับเค้าซักระยะก็แล้วกัน

>อยู่ห่าง ๆ เค้าซัก

>ระยะหนึ่งดีกว่านะ”

>

>ทางออกของครีมก็อาจจะฟังดูเข้าท่าดีนะครับ แต่ส่วนตัวผมแล้ว ด้วยนิสัย

>ผมอยากเข้าไปเคลียร์ให้รู้แจ้งไปเลยมากกว่า แต่ในสถานการณ์

>ที่ไม่สามารถคอนเน็คติ้งพีเพิ้ลแบบนี้

>วิธีของครีมดูท่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่านะ

>งั้นทนอยู่ห่างขิงซักระยะละกัน

>

>นั่นเป็นเรื่องยากลำบากสำหรับผมพอสมควรทีเดียว

>เพราะปกติผมกับครีมจะติดกันยังกะตังเม ผมคอยหยอกล้อแกล้งขิงอยู่ประจำ

>แล้วเค้าก็จะล้อเล่นตีกันเบา ๆ เล็ก ๆ น้อย ๆ

>แต่พอมาตอนนี้ที่จะต้องไม่คุยไม่เข้าใกล้ไม่เล่นด้วยมันก็น่าอึดอัดในระดับหนึ่ง

>แล้วยิ่ง

>รู้สึกว่าขิงจะไม่ยอมคุยด้วยดี ๆ

>ก็ยิ่งรู้สึกร้อนรนอยากเข้าไปคุยมากขึ้นอีก…………. -_-”

>

>วันนี้ไอ่เบย์ไม่มา ตาลก็ด้วย

>(โดดไปเที่ยวด้วยกันเพื่อให้ผมได้รถมารับเฟอร์สตอนเช้า) พูดถึงเฟอร์ส

>วันนี้อยากอยู่ด้วย อยากคุยกัน

>อยากไปเที่ยวด้วยมาก ถ้าไม่ติดเรื่องที่ต้องขุ่นข้องกับขิงเนี่ยะ

>ผมอาจจะมีความกล้าพอจะชวนเธอไปเที่ยวก็ได้นะ…..แต่ตอนนี้อารมณ์

>ไม่อยากชวนใครเที่ยวด้วยเลยจริง ๆ แต่ก็ยังดี มีครีมคอยคิดหาทางออกด้วย

>ยังไม่รู้เลยว่าต้องทำยังไงให้ขิงกลับมาสนิทกันเหมือนเคย

>เหตุใหญ่ก็คือไม่รู้ว่าเธอโกรธผมเรื่องอะไร ถ้ารู้

>ถ้ามันเป็นเรื่องไม่ลำบากเกินไป ผมยอมทำให้เธอได้แน่ ๆ

>

>วันรุ่งขึ้น ขิงยังไม่ยอมมาเรียนอีก ผมเล่าเรื่องทั้งหมดให้ไอ่เบย์ฟัง

>ดูมันอึกอักนิดหน่อย

>

>ไอ่เบย์ “ถามจริง ๆ มรึงชอบเฟอร์สไม่ใช่เหรอ? แล้วจะใส่ใจขิงทำไม?”

>ผม “ไม่รู้ว่ะ แต่ที่แน่ ๆ กรูไม่อยากให้ขิงเค้าหลบหน้ากรูแบบนี้อ่ะ

>ยังต้องเรียนอยู่ด้วยกันเดือนกว่า กรูไม่อยากมองหน้าเค้าไม่ติด”

>ไอ่เบย์ “…………………..มรึงรู้มั้ย ถ้ากรูไม่ใช่เพื่อนมรึง

>กรูก็คงคิดแล้วล่ะว่าขิงเค้าหึงมรึง”

>ผม “อ่าว!…..ไม่ได้เป็นอะไรกัน จะหึงทำไม?”

>ไอ่เบย์ “ก็เพราะไม่ได้เป็นอะไรกันล่ะมั้ง ถึงได้หึง

>เพราะถ้าเป็นแฟนกันจริง ๆ แล้วเค้าเห็นมรึงไปกับผู้หญิงคนอื่น

>ป่านนี้เค้าเอาปืนมายิง

>อกมรึงตายห่ะไปแล้ว…..”

>ผม “ไม่ได้หมายถึงแบบนั้น คือ………เพื่อนทำไมต้องหึงเพื่อนล่ะวะ”

>ไอ่เบย์ “เค้าคิดกับมรึงแค่เพื่อนจริง ๆ เร้อ…..”

>ผม “มรึงกำลังหมายถึงอะไร?”

>ไอ่เบย์ “………………………………..เปล่า ช่างเหอะ

>กรูพูดเล่น ๆ ไปงั้นแหละ………………………………….”

>ผม

>”………………………………………….. แล้วนี่กรูต้องทำไงวะเนี่ยะ………………ครีมเค้าบอกให้ออกห่างขิงซัก พักอ่ะ”

>ไอ่เบย์ “มันก็ใช่อ่ะนะ รอเค้าอารมณ์ดีก่อนค่อยเข้าไปคุยก็ได้นี่เนอะ

>แต่……………กรูรู้ดี กรูเพื่อนมรึง

>ตอนนี้มรึงคงร้อนรนอยู่อ่ะดิ”

>ผม “เออ……………เออ……………..แล้วกรูหวังอะไรจากมรึง

>พอจะเดาออกไหม”

>ไอ่เบย์ “ฮะ ฮะ ถ้ามรึงไม่ได้กรูเป็นเพื่อน

>ป่านนี้มรึงจะเป็นยังไงบ้างแล้ววะเนี่ยะ”

>

>ผมรู้สึกอุ่นในอย่างบอกไม่ถูก

>ที่ไอ่เบย์รับปากจะช่วย……………………………..

>ผม “ขิง…คุยกันก่อนได้มั้ย อย่าเพิ่งรีบไปไหนเลยนะ”

>

>ผมรีบชวน เพราะรู้ว่าขิงรู้แผนของไอ่เบย์แล้ว และคราวหน้า

>โอกาศแบบนี้จะเกิดขึ้นได้ไม่ง่าย

>

>ขิง “แต่เราไม่มีอะไรจะคุยด้วยนี่ ปล่อยเถอะ จะไปแล้ว”

>ผม “แต่เรามี!!! ขอเวลาเดี๋ยวเดียวนะ”

>

>รู้สึกบรรยากาศมันจะกลับมาเป็นเหมือนตอนแรกที่ผมกับขิงเพิ่งรู้จักกันอีกแล้ว

>ผมขอเวลาคุยกับขิงเดี๋ยวนึงเหมือนตอนนั้นอีกครั้ง

>เงียบมองหน้ากันอยู่สักพัก

>

>ผม “ขิง จะยังไงก็ได้

>แต่ช่วยไปนั่งเก้าอี้ตัวนั้นคุยกับเราหน่อยนึงได้มั้ย?”

>ขิง “แต่เราไม่มีอะไรจะคุย……”

>ผม “ยังไงก็ได้”

>ขิง “…..ถ้าแป๊ปเดียวก็……”

>ผม “ยังไงก็ได้!!! ขอล่ะ แค่แป๊ปเดียว”

>

>เฮ้อ…..ยากเย็นแสนเข็ญกว่าจะขอให้ไปนั่งได้

>แต่สุดท้ายก็ยังดีที่สำเร็จอ่ะนะ

>ขิงยอมไปนั่งที่เก้าอี้ตัวงามนั้นกับผม ร่มไม้ทำให้ไม่รู้สึกร้อน

>คนเดินผ่านแถวนั้นก็มีบ้างแต่ค่อนข้างน้อย

>จึงได้บรรยากาศส่วนตัวมากขึ้น

>

>ขิง “เอ้า! มานั่งแล้ว มีอะไรจะคุย”

>ผม

>”…………………………….ขิงกลับมาเหินห่างกับเราเหมือนตอนแรกอีกแล้วล่ะรู้ไหม?…………………………….”

>ขิง “เราเหินห่าง!?! พูดใหม่อีกทีซิ

>เราหรือนายที่เหินห่าง…………….”

>ผม “เราเหรอ? เราเหินห่างยังไง

>ถ้าเราเหินห่างจริงวันนี้เราจะมาตื้อให้อยู่คุยกันเหรอ?”

>ขิง “ต้องให้เราหลบหน้าก่อนแล้วค่อยมาตื้อเนี่ยะมันใช้ได้เหรอ!?!”

>ผม “………..ยอมรับแล้วสินะว่าหลบหน้าเราอยู่น่ะ…………”

>ขิง “………………………รู้ไหม…..ตอนนั้นที่มีเรา นาย ตาล

>นายเบย์ ไปเที่ยวไหนต่อไหนกัน 4 คน

>ตัวเธอเองคงรู้สึกธรรมดาเฉยชามากสินะ

>ก็มีสาว ๆ ชวนไปโน่นมานี่ได้ทุกวัน แต่รู้ไหม สำหรับเรากับตาล

>พวกเราสนุกกันมาก เราไม่เคยคบเพื่อนผู้ชายมาก่อน แล้วพวกเธอก็เข้ามา

>ทำให้ภาพจณ์ที่เราหวั่นเกรงหายไป

>ความรู้สึกว่าเป็นพวกพ้องเดียวกันก็เข้ามาแทน

>ทำให้เรารู้สึกไว้วางใจและสนิทเป็นเพื่อนด้วยได้

>แต่หลัง ๆ มา ตั้งแต่เรื่องของแอนแล้ว เธอก็เริ่มห่างเหิน ต้องเป็นธุระ

>เป็นทุกข์เป็นร้อนให้เค้าซะหมด เดี๋ยวก็เรื่องของคนโน้น เดี๋ยวก็

>เรื่องของคนนี้ เธอสังเกตุบ้างรึเปล่าว่าในกลุ่มพวกเรา

>เธอนั่นแหละที่ห่างเหินกับใคร ๆ มากที่สุด รู้ไหม

>ถ้าไม่ใช่พวกเราที่เป็นเพื่อนกัน

>คนอื่น ๆ เค้ามองว่าเธอเป็นคนเจ้าชู้หลีสาวไปทั่ว ทีแรกก็คิดว่าจะเตือน

>แต่เห็นท่าทางเธอมีความสุขเหลือเกินนี่ มันก็คงจะไม่ใช่หน้าที่ ๆ

>เราจะต้องไปบอกอะไรหรอกนะ

>แต่เราก็ไม่อยากให้ใครคิดว่าเราเป็นหนึ่งในหญิงที่เธอกำลังจีบอยู่

>ก็เลยทำตัวออกห่าง……………….

>เข้าใจความหมายที่พูดไหม”

>

>โห…..หนักครับ กับคำกล่าวหานี้

>ผมที่ไม่เคยจีบใครและไม่เคยมีใครจีบมาก่อน

>แต่กับการกระทำอันโง่งมของผมกลับทำให้ศักดิ์ศรีของผม

>เปื้อนราคีไปโดยที่ผมไม่รู้ตัวเลย………………ถูกของขิง

>เธอไม่ผิด เธอแค่ไม่อยากให้ตัวเธอเข้ามาอยู่ในวงจรอุบาทนี้

>จึงเลือกทางเหินห่าง

>ส่วนไอ่ผมที่มันไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ก็มัวแต่คิดพะว้าพะวงว่าขิงมีปัญหา

>ถึงต้องแยกตัวออกห่างสังคม ทั้งที่จริง ปัญหามันเกิดขึ้นข้างตัวผมเอง

>ไม่เคยรู้เลยจริง ๆ

>ถ้า งั้นเรื่องคราวนี้ผิดที่ผมเหรอเนี่ ยะ?……………………………………………………………………………………………

>ถ้างั้น…..ทำยังไงล่ะ…..คิด คิด คิด คิด คิด คิด

>คิด……………………คิด……………..ไม่………………ออก………………………………….

>ไอ่เบย์เองก็คงคิดไม่ถึงในเรื่องนี้ แต่อย่างน้อย ถ้ามันอยู่ตรงนี้ด้วย

>ผมมั่นใจว่ามันคงจะช่วยคิดหาทางออกในเวลาแบบนี้ได้ แต่…………..

>

>ขิง

>”………………………ถ้าเธอยังมีความสุขอยู่ในตอนนี้เราก็ไม่ว่าอะไรนะ

>แต่ถ้าไม่ เราคิดว่าเธอน่าจะเปลี่ยนอะไรหน่อยแล้ว………………”

>ผม “รู้เหรอว่าเราควรทำยังไง…..”

>

>เออ บรรยากาศดีกว่าเมื่อกี้หน่อย

>ตอนนี้กลายเป็นว่าผมขอคำแนะนำจากขิงแล้ว ดีเหมือนกัน

>อย่างน้อยขิงก็ยอมคุยกับผม ให้คำปรึกษาผมแล้ว

>แล้วที่สำคัญ ผมจะได้เปลี่ยนสายตาของคนรอบข้างที่มองผมว่าขี้หลีด้วย

>เย้ววววววววววว ^_^

>ในวันนั้น

>ผมกับขิงก็แยกย้ายกันกลับโดยยังไม่ได้คำปรึกษาอะไรจากขิงมากนัก

>ซึ่งผมชั่งใจอยู่เล็กน้อยว่าจะบอกไอ่เบย์หรือไม่ แต่สุดท้ายก็

>คิดว่าบอกมันซะดีกว่า มันจะได้รู้สถานการณ์

>บางทีมันก็อาจจะช่วยได้อีกแรง

>แต่ถ้ามันเสนอวิธีแก้ปัญหาที่ต่างจากขิงล่ะ? แล้วผมจะเชื่อใครดี

>

>ไอ่เบย์ได้ฟังเรื่องตามนั้นแล้ว มันก็ไม่ได้เสนอวิธีแก้ปัญหาอะไร

>บอกแค่ว่า “ไว้วิธีของขิงไม่ได้ผล กรูค่อยช่วยมรึงคิดแผนอีกทีละกัน”

>เป็นอันว่าให้ดำเนินตามความคิดของขิงก่อน แบบนี้ก็ง่ายหน่อย

>ผมอธิษฐานให้แผนของขิงสำเร็จ จะได้ไม่ต้องยุ่งยากลำบากไอ่เบย์อีก

>แล้วถ้าแผนของขิงเหลว เท่ากับว่าเธอช่วยเหลือผมไม่สำเร็จ

>อะไรทำนองนั้นอีก ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ผมก็ไม่ว่าอะไรเธอหรอก

>แต่กลัวขิงจะ

>มองหน้าผมไม่ติดเท่านั้นเอง

>

>ในวันรุ่งขึ้น

>ผมตรงดิ่งเข้าไปหาขิงก่อนเลยเพื่อขอรับภาระกิจว่าต้องทำอะไรยังไงบ้าง

>ซึ่ง………..เธอไม่ยอมคุยกับผมอีกแล้ว ดูเหมือนว่า

>ในที่สาธารณะที่มีคนรู้จักอยู่ด้วย ขิงจะไม่ยอมคุยกับผม

>(เธอรักษาภาพพจณ์ของเธอเอง) ซึ่งผมก็เข้าใจ

>จึงเก็บคำถามไว้ตอนเรียนเสร็จ

>ซึ่งแน่นอน

>ต้องไม่ให้ใครรู้ว่าผมกับขิงไปที่เดียวกันเพื่อไปพบเจอพูดคุยกัน

>ดังนั้น ไอ่เบย์อาสาบอกคนอื่น ๆ ว่าจะกลับหอกับผม (ซึ่งอันที่จริง

>มันไปเที่ยวสำราญใจกับตาลหวานฉ่ำ)

>ผมนัดคุยกับขิงไว้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งไกลจากแหล่งพวกเราพอสมควร

>คิดว่าไม่น่าจะมีใครมาทาน

>ข้าวเที่ยงไกลจากที่เรียนพิเศษแบบนี้………ว่าแล้วก็เปิดบทสนทนากัน

>

>ผม “นี่ ตอนเช้าขอโทษนะที่เข้าไปทัก ลืมไป

>เรื่องที่ขิงต้องระวังภาพพจณ์”

>ขิง “ช่างเถอะ เข้าเรื่องเลยละกัน ตอนนี้เธอสนิทกับใครในกลุ่มบ้างล่ะ?”

>ผม “อืม……….นอกจากขิงก็มีตาล ครีม

>อืม……………………………เอ้อ! ก็คุย ๆ

>กับฝนเรื่องเพลงญี่ปุ่นบ้างนะ แล้วก็……….”

>ขิง “เอาเฉพาะคนที่มีเรื่องอื้อฉาวกับเธอตอนนี้สิ!!!”

>ผม “งั้นก็มีตาล ครีม แอน แล้วก็………….อืม หมดแระ”

>

>ผมเกือบหลุดชื่อเฟอร์สออกมา

>ซึ่งท่าทางของขิงก็ยังหวังจะได้ยินอีกชื่อออกจากปากผม

>แต่สุดท้ายก็ไม่ได้บอกไป

>

>ขิง “เท่านี้ใช่มั้ย?”

>ผม

>”…………………………..อืม………………..มั้ง………”

>ขิง “……………………………อืม

>งั้นตอนนี้เธอคิดว่าคนเค้ามองว่าเธอใกล้ชิดใครที่สุดล่ะ?”

>ผม “ไม่รู้สินะ แต่คิดว่าคงเป็นแอนมั้ง ก็ก่อนหน้านั้นเคยช่วยแอน

>ก็เลยต้องไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อย ๆ นี่นะ แต่หลัง ๆ ก็ไปกันเป็นกลุ่ม

>หลัง ๆ ก็คิดว่าเป็นครีมล่ะมั้ง เรามีธุระจะคุยด้วยน่ะ

>ก็เลยต้องชวนไปโน่นมานี่ด้วยกันบ่อยนิดหน่อย”

>ขิง

>”…………………….งั้นก็ครีมสินะที่เป็นเค้ามองว่าเธอจะจีบ”

>

>…………….ผมยังรู้สึกเหมือนว่าขิงต้องการจะให้ผมเผยว่า

>”มีเฟอร์สอีกคนนึง” ออกมาจากปากของผม ยืนยันภาพที่เธอเห็นในวันนั้น

>ซึ่งผมก็ยังรู้สึกแปลกอยู่ที่ว่าขิงไม่ถามว่า

>”แล้วที่นั่งอยู่บนรถตอนนั้น ใคร? ” แต่ก็ดี

>ไม่ต้องคิดหาข้อแก้ตัวตอนนี้

>

>ผม “งั้นเราต้องทำยังไง? “

>ขิง

>”………………………อย่าห่างเหินกับครีมล่ะ…ไปไหนมาไหนด้วยกันเหมือนเดิมแหละ”

>

>ในขณะที่ผมกำลังคิดว่าขิงพูดประชดผม คล้าย ๆ

>กับจะบอกว่าให้ออกห่างกับครีม แต่……………..

>

>ขิง “แต่ให้ไปกับเพื่อนคนอื่น ๆ ด้วยซัก 2-3 คนนะ

>แล้วก็ให้ความสำคัญและสนิทสนมกับเพื่อนสองคนนั้นให้พอ ๆ กับครีม

>ให้เค้าเข้าใจว่า

>เธอให้ความสำคัญกับครีมพอ ๆ กับเพื่อนคนอื่น ๆ”

>

>สิ่งที่เธอแนะนำต่อมาฟังดูเข้าท่ามากมายครับ ทำเอาผมตะลึงเล็กน้อย

>เธอคิดจะช่วยเหลือผมจริง ๆ ไม่ได้มีเจตนาอะไรเคลือบแคลงเลย

>โอ้! จ๊อช! ขิงยอดมากกกกกกกกกกกกกกกกก >_<

>

>ในวันรุ่งขึ้น ผมลองทำตามคำแนะนำของขิง ซึ่งมันทำให้หลาย ๆ

>คนสงสัยว่าผมเป็นอะไร ในวันนั้นทำไมถึงเงียบ ๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร

>อันที่จริงอยากคุยเล่นกับใครหลาย ๆ คน จะตายแน่ะ

>แต่รู้สึกว่าสิ่งที่ขิงแนะนำมันก็จำเป็นต้องทำ…………งั้นผมจะเงียบอยู่แบบนี้ได้นาน

>เท่าไหร่เชียว มันขัด ๆ กับตัวผมมาเลย

>แต่ครีมก็ยังคอยมาคุยด้วยเป็นระยะ ๆ

>ซึ่งการที่ครีมอาสาจะหาทางช่วยผมให้คุยกับขิงได้ (ทั้งที่จริง

>ตอนนี้ก็คุยได้แล้วแหละนะ

>แต่ผมไม่อยากให้ครีมรู้เลยว่าที่เธอเข้าใจน่ะมันผิด) ผมก็เลยตามเลย

>เหมือนกับรับฟังคำปรึกษา มาถึงตรงนี้

>ผมรู้สึกผิดจริง ๆ มันเหมือนกับว่าผมหลอกครีมอยู่

>ทำให้เธอมัวพูดและคอยช่วยคิดวิธีแก้ปัญหาทั้งที่จริง ๆ แล้ว

>มันไม่ได้มีปัญหาอย่างที่

>เธอคิด……………………….

>

>ผมกับขิงยังนัดเพื่อพูดคุยกันเช่นเดิม (สถานที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ)

>ผมเล่าถึงการกระทำทุกอย่างของผมในวันนี้ให้ขิงฟัง (รวมทั้งเรื่องของ

>ครีมที่มาให้คำปรึกษาเรื่องของขิงด้วย)

>ซึ่งขิงหัวเราะนิดหน่อยที่ได้ฟังเรื่องที่ครีมมาให้คำปรึกษาผม

>แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมากไป

>แต่ดูเหมือนว่าการที่ขิงหัวเราะมันจะมีค่ามากสำหรับผมในตอนนั้น

>แล้วก็คุยกันต่อ ขิงบอกว่าดีแล้ว ให้มันเป็นแบบนี้ไปสัก 4-5 วัน

>ถ้าผมทนได้

>(หมายความว่าไงหว่า ถ้าผมทนได้?)

>คิดว่าทุกคนจะต้องเปลี่ยนมุมมองพอสมควรทีเดียว………………..อืม

>ฟังดูน่าเชื่อถือมาก

>

>ประมาณ 3-4 วันแล้วที่ผมไม่ได้คุยหรือสุงสิงกับใครเลย บอกตรง ๆ ครับ

>อึดอัดมากเวลาเห็นคนอื่นเขาคุยกันเล่นสนุกหยอกล้อกัน แต่ผม

>กลับต้องคอยเงียบมองเขาอย่างเดียว

>มาถึงวันนี้ก็ไม่มีใครคุยกับผมเสียแล้วล่ะครับ

>เค้าคงรู้สึกล่ะมั้งว่าผมไม่น่าเข้าใกล้ แบบนี้ดีขึ้นแน่เหรอ

>สุขภาพจิตเรามันจะยิ่งเสียนะเนี่ยะ แต่ขิงก็ยังย้ำอยู่ว่ามันดีขึ้นแล้ว

>คนเริ่มไม่คุยด้วยก็หมายความว่าเค้าภาพพจณ์หนุ่มขี้หลีค่อย ๆ หายไปแล้ว

>เรื่องความสนิทไว้ค่อยพัฒนาใหม่ก็ไม่เสียหาย แต่ตอนนี้รักษาภาพพจณ์ก่อน

>

>ในระหว่างที่เขาคุยเล่นสนุกกัน ผมมัวทำอะไรอยู่เนี่ยะ

>คุยกับใครก็ไม่ได้ เล่นกับใครก็ไม่ได้

>รู้สึกเหมือนไปเพื่อเรียนพิเศษอย่างเดียวเลย

>นี่มันต้องกลายเป็นแบบนี้เพราะอะไรเนี่ยะ…………….เพราะผมเองเหรอ?

>ที่ให้ความสนิดกับใคร ๆ ก็แล้วมันผิดตรงไหนไม่เข้าใจเลย

>ก็คนรอบข้างเราเค้าเป็นคนดีนี่

>เราก็อยากให้ความไว้เนื้อเชื่อใจแล้วก็อยากคุยอย่างสนิดสนมเป็นธรรมชาติ

>กลับกลายเป็นมองกันในแง่ลบ

>แบบนี้ ผมหรือคนที่มองในแง่ลบกันแน่ที่ผิดน่ะ

>

>รู้แล้วว่าที่ขิงบอกว่าถ้าทนไหวมันเพราะอะไร ทรมานจริง ๆ แหละครับ

>กับการคุยกับใครไม่ได้ นี่แค่ 4 วันนะ

>ยังต้องทนแบบนี้ไปอีกนานไหมเนี่ยะ

>ถ้าคนที่ปล่อยข่าวว่าผมขี้หลีต้องการให้ผมทุกข์ใจล่ะก็

>เขาทำสำเร็จแล้วล่ะครับ

>

>ผม “ขิง เริ่มอึดอัดแล้วล่ะ ไม่ได้คุยกับใครเลย คุยแต่กับไอ่เบย์ทุกวัน

>อยากคุยเล่นกับคนอื่น ๆ แล้วแหละ”

>ขิง “เราก็เปล่าบังคับเธอนี่ จะคุยก็ได้”

>

>ผมรู้สึกเหมือนกับว่าขิงพูดกระทบกระแทกเล็กน้อยซึ่งผมก็เข้าใจ

>ถ้าผมคุยกับใคร ๆ ตอนนี้ ที่ทนมาก่อนหน้านี้ก็ไม่มีความหมายเลย

>แล้วผมสงสัยจริง ๆ ทำไมไม่มีใครว่าไอ่เบย์เลย

>ทั้งที่มันก็คุยล้อเล่นกับคนอื่นพอ ๆ กับผม

>หรือว่าเพราะไอ่เบย์มันเป็นแฟนกับตาลแล้ว

>ถึงทำให้ไม่ว่ามันจะคุยกับใครก็ไม่มีใครนินทา

>หรือต้องให้ผมมีแฟนก่อนถึงจะคุยกับใคร ๆ

>ได้น่ะ………..แต่แบบนั้นมันก็ไม่ดีอีกนั่นแหละ

>เดี๋ยวจะถูกมองว่ามีแฟนแล้วแต่ก็ยังเจ้าชู้อีก แล้วอีกอย่าง

>ผมก็ยังไม่คิดจะเป็นแฟนใครเสียด้วย มีที่ชอบนะ แต่ยังไม่มีที่รัก

>ซึ่งผมคิดว่า

>ถ้า ผมจะเป็นแฟนกับใครสักคนก็อยากคบกับด้วยรัก…..ไม่ใช่แค่ชอบ…..อีกเรื่อง ก็คือ……….ใครกันนะที่เป็นต้นหนในการนินทาผมแบบนั้น

>มันน่าแค้นจริง ๆ

>

>คิดว่าคงอดทนได้อีกสัก 2-3 วัน แล้วดูผล

>ถ้ามันยังไม่ดีขึ้นอีกก็ไม่ทนมันแล้ว -”-

>

>ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์เต็ม ๆ จนได้

>กับการที่ผมต้องอดทนตีตัวออกห่างจากสังคม ซึ่งนั่นทำให้ผมรู้สึกแย่มาก

>ๆ เหงาจริง ๆ แต่ก็ทนจน

>ผ่านมาได้ล่ะนะ วันนี้อยากรู้จริง ๆ ว่าขิงจะแนะนำอะไรเพิ่ม

>เพราะนี่ก็ครบกำหนดขั้นตอนที่บอกให้ผมไม่ต้องคุยกับใครเลยแล้วนี่นะ

>

>มาถึงที่เรียนพิเศษตอนเช้า พอเดินเข้ามาเจอเพื่อน ๆ

>นั่งอยู่ในห้องTVพอผมกับไอ่เบย์เดินเข้ามาในห้อง

>ทุกคนทักทายไอ่เบย์หมดแต่ไม่ได้

>ทักทายผม

>(แสดงออกอย่างเห็นได้ชัดทีเดียวแหละว่าทุกคนกลายเป็นคนแปลกหน้าสำหรับผมเหมือนแต่ก่อนเสียแล้ว)

>

>ตอนแรกที่ผมได้รู้จักกับพวกเค้าก็เพราะไอ่เบย์ แต่คราวนี้

>ไอ่เบย์รู้จักกับทุกคนแล้ว แต่ยังเหลือผมที่เป็นคนแปลกหน้าสำหรับพวกเขา

>แล้วผม

>จะเริ่มยังไงดี จะคุยยังไงดี จู่ ๆ

>เข้าไปคุยเลยมันก็ค่อนข้างแปลกมากไปสักหน่อยล่ะนะ

>คงต้องพึ่งคำแนะนำจากขิงเท่านั้นแล้วล่ะ

>

>แต่พอเลิกเรียนพิเศษตอนเที่ยง ผมยังไม่ทันไปขอคำแนะนำจากขิงเลย แฟง

>เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่ม ม.ช. ก็เรียกผมไปคุยเป็นการส่วนตัว

>

>แฟง “นี่ ถามจริง ๆ เถอะนายพี เธอเป็นอะไรกันแน่น่ะ รู้มั้ย

>แบบนี้พวกเราอึดอัดนะ 1 อาทิตย์ที่ผ่านมานี่

>เธอไม่ได้ไปทานข้าวกับพวกเราเลย

>แล้วยังไม่คุยอีกด้วย ไม่ว่ากับใคร ไม่ว่ากลุ่ม ม.ช. หรือ ม.ธ. “

>ผม

>”……………………………………………………………………..”

>แฟง “ไม่อึดอัดบ้างหรือไง มีอะไรก็ระบายออกมาสิ

>พวกเรารับฟังได้ทั้งนั้น เงียบแบบนี้ให้อะไรมันดีขึ้นมาล่ะ

>ไม่รู้เหรอไง ทุกคนเค้าเป็นห่วง”

>

>อา………..ได้โอกาศที่จะเช็คเกี่ยวกับเรื่องภาพพจณ์ที่มีคนมองว่าเราขี้หลีจะได้รู้กันสักทีว่าผลที่อดทนมาเป็นอย่างไร

>

>ผม “เรารู้สึกได้นะ

>ใครต่อใครในตอนนี้ที่มองเราในแง่ลบ…………………….”

>แฟง “หา”

>ผม “ใครที่ทำให้เรารู้สึกอึดอัดจนไม่สามารถคุยกับคนอื่น ๆ

>ได้เพราะคิดว่าถ้าเราคุยไปแล้วเราจะถูกมองว่าแอบชอบคน ๆ นั้น”

>แฟง “เอ่อ………..เรื่องนี้น่ะเหรอ……………..”

>ผม “ถึงจะรู้ตัวช้าหน่อยว่าใครหลายคนมองเราเจ้าชู้ขี้หลี

>แต่เราก็พยายามแก้ไขแล้ว

>ในเมื่อไม่ว่าเราจะคุยเล่นกับใครก็ต้องถูกมองว่าจีบไปเสียหมด

>งั้นทางแก้ก็คือเราคงคุยกับใครไม่ได้แล้วล่ะนะ

>ก็เพื่อนเรานอกจากไอ่เบย์เป็นผู้หญิงหมดนี่”

>แฟง “…………………นั่นมันก็………………..”

>ผม “แล้วพอเราเงียบ ยังจะสงสัยกันอีกหรือยังไงว่าเราแอบจิตอีกน่ะ”

>แฟง

>”……………………ไม่ใช่แบบนั้นหรอก…………………….”

>ผม “อีกเรื่องที่สงสัย ทำไมเรื่องแบบนี้ถึงเกิดกับเราคนเดียว

>ไม่เข้าใจเลย ทั้งที่บางครั้งไอ่เบย์มันเล่นมากกว่าเราเสียอีก

>ขอบเขตแทบจะไม่มี

>แต่เรายังไม่เห็นแม้แต่หมาตัวไหนที่จะสงสัยมันแบบนั้นเลย

>หรือเพราะมันมีตาลแล้ว งั้นหมายความว่าเราต้องมีแฟนหรือยังไง

>ถึงจะคุยกับ

>คนอื่น ๆ ได้ แล้วถ้าเราไม่เจอคนที่ใช่

>ก็หมายความว่าเราจะไม่สามารถคุยกับใครได้อีกเลยงั้นเหรอ?”

>แฟง “พี ใจเย็น ๆ น่า มันไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้นซักหน่อย”

>ผม “ไม่ร้ายแรง?

>นี่ยังร้ายแรงไม่พออีกเหรอกับการที่เราถูกดูหมิ่นและเหยียดหยามว่าเป็นคนเจ้าชู้

>ขี้หลี บ้าผู้หญิง สกปรก!!! ทั้งที่เราไม่เคย

>มีแฟนเลยสักคน ไม่เคยจีบใครและไม่เคยมีใครจีบ

>ไม่เคยมีประวัติเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เลยแต่ทำไมตอนนี้ต้องมาประสบให้เป็นราคีติดตัว

>ทำให้ประวัติเสีย ไปที่ไหน พอเจอคนรู้จักเข้าก็ถูกทัก…………

>’อ้าว! ว่าไง ไม่เจอกันนานนะ ตอนนี้ตามเกี่ยวใครอยู่อีกล่ะ’

>แบบนี้ยังไม่

>ร้ายแรงอีกเหรอ!?!”

>แฟง

>”……………………………………………………………… ฟังก่อนได้ไหม พี………………………………………………………………..”

>ผม “………อยากให้ฟัง เราจะฟัง

>หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับเหตุผลที่เหมาะและสมพอสำหรับอธิบายสิ่งที่เรากลัวอยู่ตอนนี้อย่างเพียงพอ”

>แฟง “……………………….คิดว่ามีแน่

>ขอแค่ให้รับฟังก่อนเท่านั้นเอง ขอร้องล่ะนะ…………………..”

>

>เอาสิ จะพูดอะไรมา

>ตอนนี้อารมณ์ผมค่อนข้างเดือดดาลเล็กน้อยเพราะถูกกล่าวหาเสีย ๆ หาย ๆ

>จึงต้องอดทนแก้ไขภาพพจณ์จนถึงตอนนี้

>แล้วผมก็คิดว่าตอนนี้ผมไม่มีความอดทนพอที่จะรับฟังผลลัพธ์อันไม่พึงประสงค์อีกแล้ว

>

>แฟง “……………….คือ…….เรื่องที่มีคนมองเธอไม่ดีแบบนั้นน่ะ

>เราก็ไม่เถียงหรอกนะ แต่…..มันไม่ได้เลวร้ายแบบนั้นสักหน่อยนี่”

>ผม “ว่ามา………………..”

>แฟง “พวกเราแค่มองว่า เธอน่ะเป็นคนมีเสน่ห์นะ รู้มั้ย

>ขิงน่ะก็แอบชอบเธออยู่หน่อย ๆ เหมือนกันนะ ครีมด้วย

>เค้าเคยมาถามเรื่องของเธอ

>หลาย ๆ อย่างจากเรา แอนก็นิดหน่อย เราสังเกตุเวลาทานข้าวน่ะ

>เวลาเธอหยอกล้อเล่นกับใคร แอนเค้าจะแอบมองเธออยู่ด้วยแหละ

>ที่พวกเราคุยกันน่ะมีแค่ว่า สุดท้าย

>เธอจะเลือกใคร………..เท่านั้นเอง”

>ผม

>”………………………………………..ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะ

>เราไม่มีสิทธิจะไปตัดสินใจว่าจะเลือกใครได้หรอก

>เราไม่ได้สูงค่าขนาดจะให้

>คนน่ารัก 3 มาเป็นช้อยส์เลือกของเราหรอก แล้วเรื่องที่ว่า 3

>คนนั่นชอบเราน่ะ เธอคงเข้าใจผิดแล้วแหละ มันเป็นไปไม่ได้หรอก”

>แฟง “แต่อีกไม่นานพวกเราก็จะจบคอร์สเรียนพิเศษแล้วนะ

>อาจถึงเวลาจะเลือกแล้วก็ได้ ถึงเธอจะพูดแบบนั้นก็เถอะ

>แต่ถ้าพวกนั้นเค้าชอบเธอ

>จริง ๆ ล่ะ ถ้าเธอไม่เลือกใครเลยเพราะมัวแต่คิดว่าเค้าไม่ได้ชอบเธอ

>ทั้งที่สองคนใจตรงกันแท้ ๆ กลับกลายเป็นว่าต้องแคล้วคลาดกันไป

>เพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง

>ต่างคนต่างถือฐิถิกลัวเสียฟอร์ม………….ทำไมไม่คิดซะว่าแค่เธอได้บอกความรู้สึกออกไปเท่านั้นก็เพียงพอ…..

>คำตอบน่ะจะเป็นยังไงก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรนี่

>ถ้าเค้าไม่รักคืนตอบแทนมาก็ไม่เป็นไร

>ก็เพียงแค่แอบชอบต่อไปก็ยังเป็นความสุขได้นี่นา

>แต่ถ้าเค้าตอบตกลงรับรักก็ยิ่งดีใหญ่ คน ๆ

>นั้นอาจเป็นคู่ชีวิตที่จะอยู่กับเธอจนกว่าจะแต่งงาน มีลูกหลาน

>แล้วอยู่ด้วยกันจนกว่าจะ

>แก่ชราและตายไป แบบนี้ไม่ดีหรือไง?”

>

>ผมเข้าใจทันทีกับสิ่งที่แฟงพูด

>และผมก็รู้สึกได้เลยว่ามันจะมีความสุขมากขนาดไหนถ้าผมเจอคน ๆ

>นั้นว่าเป็นใคร…………ตอนนี้ผมไม่รู้ว่า

>เธอคนนั้นจะเป็นใคร แต่ทำไมก็ไม่ทราบ ผมนึกถึงขิงเป็นคนแรก

>เพราะผมรู้สึกถึงความห่วงใยของเธอที่มีต่อผม ความสนิดสนม ความสนุก

>เวลาที่เราได้อยู่ใกล้กัน แล้วผมก็ถามตัวเองอีกครั้ง

>”ยังต้องการใครที่มากกว่านี้อีกเหรอ?”

>

>ผม “อืม…..เราก็คิดว่าคงต้องทำอะไรสักอย่างแล้วล่ะ

>ไม่งั้นอาจแคล้วคลาดจากคู่ชีวิตอย่างที่เธอบอกก็ได้”

>

>ผมแทบจะไม่ต้องไตร่ตรอง

>ผมมั่นใจว่าวันรุ่งขึ้นผมจะต้องไปสารภาพกับขิงแน่ ๆ

>ว่าชอบเค้ามากแค่ไหน อยากให้เค้ามาเป็นคู่ครองแค่ไหน

>ผมได้คุยกับไอ่เบย์เกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว มันว่า

>”อืม…..กรูก็พูดไม่ได้หรอกว่ามันดีหรือมันแย่ที่มรึงเลือก

>แต่ยังไงก็ตาม มรึงก็ภูมิใจซะเถอะว่า

>มรึงเป็นคนเลือกเอง ดังนั้นไม่ว่าผลมันจะออกมาเป็นยังไง

>มรึงก็จะไม่เสียใจภายหลังแน่ ๆ” ผมได้ยินดังนั้นก็หมดข้อกังขาแล้ว

>มั่นใจว่า

>รุ่งเช้าจะไปสารภาพกับเธอแน่ ๆ แต่แล้ว…..ก็มีโทรศัพย์เข้าเครื่องผม

>

>ผม “สวัสดีครับ พีพูดครับ”

>ไอ่แฟร์ “เอ้อ…พี นี่เราเองนะ สบายดีมั้ย?”

>

>มันเป็นบ้าอะไรของมัน มีถามสารทุกข์สุขดิบด้วย -_-”

>ไม่ใช่ว่าวันนี้เพิ่งเจอกันที่เรียนพิเศษรึไง

>ทำยังกะไม่ได้เจอกันตั้งนาน

>

>ผม “คงไม่โรมาถามสุขภาพเราหรอกนะ”

>ไอ่แฟร์ “อ๋อ…….ไม่ใช่แน่ คือ…เรื่องของนายกับเฟอร์สน่ะ”

>ผม “หือ?…………..เรากับเฟอร์ส…..มีอะไรงั้นเรอะ?”

>ไอ่แฟร์ “เอ่อ………อยากถามว่า

>ความจริงแล้ว……นายคิดยังไงกับเฟอร์สแน่? “

>ผม “…………..ทำไมอยู่ดี ๆ มาถามแบบนี้? “

>ไอ่แฟร์ “เราเตือนนายตั้งแต่แรกแล้วนะ ว่าอย่ามายุ่งกับเฟอร์ส

>ที่พูดนี่จะหาว่าเราหึงน้องสาวตัวเองก็ได้ คิดว่านายคงคิดเหมือนกันว่า

>เฟอร์สงามสง่ายังกับนางฟ้า

>แล้วนางฟ้าคนนี้ก็ไม่เคยมีใครหรืออะไรมาทำให้เธอแปดเปื้อนแม้แต่น้อย

>เธอยังเป็นนางฟ้าที่ขาวสะอาด

>ซึ่งถ้าเป็นไปได้เราก็อยากให้เธอขาวสะอาดแบบนี้ตลอดไป

>แต่…………ในความเป็นจริง เธอก็ต้องมีคู่ครอง ซึ่งในตอนแรกเราก็

>อุ่นใน เพราะยังไม่มีใครกล้าเข้ามาจีบเธอเลยสักคน

>แต่ตอนนี้……………………..นายรู้มั้ย

>ทุกครั้งที่เฟอร์สไปไหนมาไหนกับนาย

>เค้าจะกลับมาคุยเรื่องนายกับเราทุกครั้ง

>เราก็เริ่มรู้สึกหวั่นเกรงหน่อย ๆ แล้ว

>เราอยากถามความรู้สึกนายว่าคิดยังไงกับเฟอร์สกันแน่

>ถ้าไม่จริงจัง ไม่จริงใจ

>เราคงต้องขอให้นายอย่าเข้าใกล้เฟอร์สอีกแม้แต่ครั้งเดียว

>เพราะเราไม่อยากให้นางฟ้าของเราเสียใจ……..”

>

>สิ่งที่ไอ่แฟร์พูดมาทำเอาผมอึ้ง…………..มันกำลังจะบอกว่านางฟ้าเริ่มจะชอบผมแล้วงั้นเหรอ

>มันจะเป็นไปได้ยังไง ผมมันแค่คนธรรมดา

>ไม่ได้มีอะไรพิเศษหรือสะดุดตาเลยสักอย่าง

>เป็นไปไมได้หรอกที่นางฟ้าจะมาสนใจ แต่………….ถ้าเธอชอบผมจริง ๆ

>แล้วผมกลับไปคบกับ

>ขิง

>มันก็กลายเป็นว่าผมปฏิเสธความรักจากนางฟ้าคนนั้นเหรอ………….ถ้างั้นผมคงเป็นคนที่เลวที่สุดแล้วแหละ

>

>แล้วแบบนี้จะตอบทางไหนดี?

>

>ทั้งที่กะว่าจะไปสารภาพกับขิง ผมทำพลาด

>ในวันรุ่งขึ้นผมกลับลังเลที่จะพูด จนมันผ่านไปอีกวันหนึ่ง

>โดยที่ผมไม่ได้ทำอะไรเพิ่มเลย กลับกลาย

>เป็นผมที่ฟุ้งซ่านในความคิดมากขึ้นยิ่งกว่าเดิมด้วยคำถามในใจที่ว่า

>”ขิง หรือ เฟอร์ส?” อันที่จริง

>ไม่ว่าใครคนใดคนหนึ่งแค่รู้สึกว่าเค้าจะมาเป็น

>แฟนของผม แค่นี้ผมก็ดีใจจนแทบน้ำตาซึมแล้ว คนน่ารักขนาดนั้น

>โหย…………เค้าชอบผมด้วยแหละ

>แต่…………………………ตอนนี้ เรื่องที่

>หนักกว่านั้นก็คือ

>”ผมสามารถทำให้เรื่องราวมันจบลงโดยที่ทุกคนยอมรับและตัวผมมีความสุขที่สุดได้หรือไม่

>นี่สินะ เรื่องที่ใหญ่จริง ๆ

>

>วันนี้ผมกลับมาคุยกับทุกคนได้เหมือนเดิมแล้ว

>อาจเพราะแฟงที่เป็นคนไปบอกต่อ ๆ

>จนทุกคนได้รู้ว่าการทำให้คนอื่นคิดมากเกี่ยวกับตัวผม

>มันไม่ดีเลย

>ตอนนี้ก็ดูเหมือนความสนิทสนมของกลุ่มเราก็กำลังกลับมาดีเหมือนเดิมแล้ว

>และ…………..วันนี้รู้สึกแปลก ๆ ว่าครีมจะคุยกับผม

>น้อยหน่อย แต่……………ไม่ใช่อารมณ์โกรธ

>แต่…………..ดูเหมือนเธอจะอาย ๆ

>ความน่ารักของเธอในตอนแรกที่เป็นคนเรียบร้อยและขี้อาย

>กลับมาอีกครั้ง เวลาผมคุยด้วย ดูเธอจะเงียบนิดนึงก่อนจะคุยกลับ แก้มขาว

>ๆ กลายเป็นสีชมพูเรื่อ ๆ ดูแล้วยิ่งรู้สึกน่ารักแฮะ ^_^

>แต่นั่นเอง ที่มันจะยิ่งเป็นเรื่องยุ่งยากกว่าเดิมขึ้นมาอีก จากตอนแรก

>”ขิง หรือ เฟอร์ส” ตอนนี้มันกลายเป็นว่ามี “ครีม” ด้วยอีกคนแล้ว

>อ้าว ๆ ๆ แบบนี้ผมไม่กลายเป็นคนหลายใจเข้าจริง ๆ รึเนี่ยะ

>ชักไม่ค่อยเข้าท่า ไอ่เบย์ก็คงมองเห็นปัญหาเดียวกัน มันแนะนำผมทันทีว่า

>อย่าตีตัวออกห่างเธอเด็ดขาด

>เพราะถ้าทำแบบนั้นจะยิ่งทำให้ตัวครีมมีเวลาที่จะคิดมากเข้าไปอีก

>ให้ผมตีสนิทกับเธอให้มาก ๆ จนทำให้ครีม

>รู้สึกว่าผมควรที่จะเป็น “เพื่อน” กับเค้า มากกว่าจะเป็น “แฟน”

>โอ………………..สมองอันชาญฉลาดอีกแล้วไอ่เบย์

>แล้วผมก็หยอกล้อเล่น

>หรือแกล้งครีมบ้างเป็นบางครั้ง อาการอาย ๆ ของครีมก็หายไป

>กลับกลายเป็นความสนุกที่ได้แกล้งกันเล่น คิดว่าเค้าคงจะหันมาหาเพื่อน

>มากกว่าเดิมแล้วนะ

>

>วันนั้นจบลงไปด้วยที ถึงแม้ผมจะไม่สารภาพกับขิงแล้วในทันที

>แต่อย่างน้อยผมก็เคลียร์เรื่องของครีมลงไปได้ล่ะนะ

>ส่วนเรื่องสารภาพกับขิง

>ไว้วันพรุ่งนี้ก็ได้นี่เนอะ ใจเย็น ๆ เรื่องแบบนี้ต้องใจเย็นเข้าไว้

>ยังเหลือเวลาอีกตั้งหลายวันนี่นา กลัวทำไมว่าจะไม่ได้บอก เวลามีเยอะแยะ

>แล้วในวันรุ่งขึ้นที่ผมตั้งใจจะไปสารภาพกับขิง ผมกำลังนั่งเล่น ๆ

>อยู่ในห้อง TV อยู่กับเด็ก ม. 4 เพื่อนของเฟอร์ส

>ซึ่งเราไม่ได้รู้จักกัน

>จึงไม่ได้คุยอะไรกัน อันที่จริงผมนั่งรอขิงอยู่ วันนี้มาตั้งแต่เช้า

>(ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับไอ่เบย์

>เพราะผมปลุกมันขึ้นมาด้วย

>ซึ่งตอนนี้นั่งซดมาม่าที่ผมเอามาล่อให้มันยอมมาเช้าอยู่ข้างหลังห้องบันได)

>……….

>

>และแล้วใครคนหนึ่งก็เดินเข้าห้องมา ผมมั่นใจว่าเป็นขิงแน่ ๆ

>แม้จะยังไม่ได้หันไปมองก็ตาม แต่แล้ว………..คนที่เดินมานั่งข้าง ๆ

>ผม กลับไม่ใช่

>ขิง แต่เป็นแอน………………………จะว่าไป พักหลัง ๆ

>ผมก็รู้สึกว่าไม่ค่อยได้คุยกับแอนเท่าไหร่เลย

>วันนี้คุยด้วยกันหน่อยก็ดีมั้ง

>

>ผม “ไง แอน ยังเหลือมาดทอมอยู่เลยอ่ะ”

>แอน “หวัดดีจ้ะ นี่เราก็ลด ๆ ลงมากแล้วนะ ยังเหมือนอยู่อีกเหรอ? “

>ผม “ฮะ ฮะ ระวังสาว ๆ จะมาติดอีกนะ”

>แอน “ปัญหาคลี่คลายแล้วสินะ พี”

>ผม “เห?………..สังเกตุด้วยเหรอเนี่ยะ”

>แอน “อืม…สังเกตุนะ แต่ไม่ได้พูดอะไรเท่านั้นเอง

>คิดว่าคงมีใครช่วยแก้ปัญหาให้เธอได้แหละ”

>ผม

>”……………………… ตอนนี้เราก็เริ่มจะมีปัญหาใหม่เข้ามาอีกแล้วแหละ………คงเป็นปัญหาสุด ท้ายสำหรับเวลาที่อยู่ที่นี่แล้วแหละ”

>แอน “………..ปัญหา………..เธอเรียกมันว่าปัญหาเหรอ? ทำไมล่ะ? “

>ผม “ไม่รู้สิ…………นั่นสินะ อันที่จริงมันอาจจะไม่ใช่ปัญหาก็ได้

>เรียกว่าเป็นเรื่องที่เราต้องตัดสินใจมากกว่า

>ตัดสินใจเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด”

>แอน “รู้แล้วเหรอ? ว่าจะเลือกทางไหนให้ผลมันออกมาดีที่สุด”

>ผม “………………..ยัง………………..ไม่แน่ใจน่ะ”

>แอน

>”…………………………………………………………………………………………………………..”

>ผม “กลัวว่าถ้าเลือกไปแล้ว มันอาจจะไม่ Happy ทุกฝ่ายน่ะ”

>แอน “เราพอจะรู้นะ ว่าเรื่องที่เธอต้องตัดสินใจน่ะ เรื่องอะไร

>แต่…………………ที่ยังไม่รู้และอยากรู้ก็คือ…………………..เธอเลือกใคร?

>”

>ผม

>”……………………………………… นั่นสินะ……………………………………………เราคิดว่าอาจ จะเป็นขิงก็ได้”

>

>มาถึงตรงนี้ ผมตกใจมาก อึ้ง ทำอะไรไม่ถูก ปากมันพะงาบ ๆ

>แต่ไม่มีเสียงออกมา เพราะ……………แอน

>เธอซบหน้าลงที่ไหล่ของผม……….

>ทีแรกผมคิดว่าเธอป่วยหรือหน้ามืดอะไรรึเปล่า แต่……..ต่อมา

>แอนพูดประโยคบางประโยคทำให้ผมยิ่งอึ้งกว่าเดิมขึ้นไปอีก

>

>แอน

>”…………. พี…………ในตอนนั้นที่เราแกล้งทำเป็นแฟนกัน น่ะ…………………………..เราเพิ่งจะมารู้สึกตอนนี้นี่เอง

>ว่าความจริงแล้ว ในตอนนั้น

>เรามีความสุขแล้วก็รู้สึกสนุกมากนะรู้มั้ย

>ไม่เคยมีใครเทคแคร์เราแบบนี้มาก่อน”

>

>เหมือนกับว่าไหล่ผมจะเปียกหน่อย ๆ เพราะรู้สึกว่ามีน้ำตาอุ่น ๆ

>ของแอนมันไหลออกมา…………ผมยิ่งทำอะไรไม่ถูก

>

>แอน “เราไม่รู้หรอกนะพี ว่าตอนนั้นเธอรู้สึกยังไง

>จะรำคาญเรามากมั้ย………เราขอโทษที่รบกวน………เราขอโทษ

>แต่…………………………

>มันเหมือนกับว่าเราอยากจะใกล้ชิดเธอให้นานกว่านั้นแม้แต่สักนิดก็ยังดี………………….ขอโทษนะ”

>

>แล้วต่อมาผมก็ต้องตกใจสุดขีด มันบอกไม่ถูกว่ารู้สึกยังไง มันเกร็งไปหมด

>เหงื่อเย็นเยียบมันมาจากไหนก็ไม่รู้ แอน……..กอดผม……..

>มันเป็นความรู้สึกที่บอกได้ยากจริง ๆ ครับ การถูกผู้หญิงที่ไม่ใช่ญาติ

>และอายุรุ่นราวความเดียวกันมากอดแบบนี้

>

>ภาพที่จะมองเห็นได้คือ สาวมาดทอม ผิวขาวกว่าขิง ผมสั้นแต่ไม่มาก

>หุ่นเพรียวบาง หน้าตาน่ารักมาก ๆ กำลังกอดและซบหน้าร้องไห้ลงบน

>หน้าอกของผม…………………หัวใจผมเต้นแรงจนรู้สึกเหมือนยังกับว่ามันไม่ได้อยู่ที่เดิมของมัน

>แต่มาเต้นตุบ ๆ อยู่แถว ๆ ลำคอ……

>

>ผม “แอน……………………………………………”

>

>ผมทำอะไรไม่ได้มากกว่าการลูบหัวเธอเบา ๆ

>ผมไม่รู้ว่าเธอเศร้าหรือทุกข์อะไร

>แต่มีความรู้สึกว่าอยากให้เธอกอดผมอยู่แบบนี้นาน ๆ จัง

>เธอน่ารักจริง ๆ ตัวนุ่มนิ่มไปหมด

>เฮ้อ………………………….อ๊ะ! ไม่ได้ ๆ วอกแวกอีกแล้วเรา

>ไม่ได้ ๆ แต่………..

>โอย………….ผมคิดว่าผมโดนความน่ารักเล่นงานเข้าแล้วล่ะ >_<

>

>หวา……………….ตอนนี้แอนเธอชักจะกอดนานไปแล้วนะเนี่ยะ

>ผมเขิลอายมากอย่างบอกไม่ถูกเลย แต่…..ฮ้า มันก็มีความสุขจังเลย >_<

>ยังดีนะเนี่ยะ ที่นั่งกันอยู่ในห้อง TV กันน่ะ ไม่ใช่ที่ ๆ โผงผางมาก ๆ

>แล้วก็ยังดีอีกนั่นแหละ ที่ในห้องนี้นอกจากผมกับแอนแล้ว มีแค่น้อง

>ม. 4 อีกคนนึง ไม่งั้นผมอายม้วนแน่เลย…………………เออ!!!

>ลืมไปเลย มีเด็ก ม. 4 นั่งอยู่ตรงนั้นอีกคนนี่หว่า O_o”

>

>หมายความว่า ทุกประโยคสนทนา

>ทุกอิริยาบทของพวกเราถูกน้องคนนี้เห็นหมดแล้วเหรอเนี่ยะ

>ว๊าาาาาาาาาาาาาาาาาก อาย ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

>ก็เลยจำเป็นต้องพยุงแอนออกจากตัวเรา (เฮ้อ………..สัมผัสนุ่ม ๆ

>ของตัวแอนยังจำได้เลยนะเนี่ยะ นุ่ม ๆ อุ่น ๆ ^_^ )

>แต่รู้สึกว่าผมจะดึงเธอออกช้าไปหน่อยนะ ส่งผลให้น้อง ม. 4

>ที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ นั้น ลุกเดินหนีออกจากห้องไปเลย ฮะ ฮะ น่าอายจริงเรา

>^_^”

>แต่ช่างเฮ๊อะ จะใส่ใจทำไม เด็กคนเดียว

>ที่ต้องใส่ใจคือเรื่องที่ผมกำลังเผชิญหน้าแอนอยู่ตอนนี้เนี่ยะสิ -_-”

>

>แอน “ในใจเธอตอนนี้มีแค่ขิงกับครีมเท่านั้นเหรอ

>รับเราไว้พิจารณาอีกคนได้มั้ย…………………”

>

>ง่า………..แอน เธอรู้ด้วยว่าผมเล็งขิงกับครีมเอาไว้เหมือนกัน

>แต่…………………………..

>

>ผม

>”แอน………….เราคิดว่าเราไม่สมควรค่าพอจะให้เธอเป็นหนึ่งตัวเลือกหรอกนะ

>อันที่จริง เราไม่ควรค่าจะให้ใครเป็นตัวเลือกเลยด้วยซ้ำ”

>แอน “แต่ถ้ามันช่วยให้เราได้คบกับเธอล่ะก็………………….”

>ผม “……….แอน………. เราไม่ได้มีดีขนาดนั้นซักหน่อยนะ”

>แอน “เราก็ไม่ได้ต้องการคนดีเด่นอะไรซักหน่อย เหตุผลง่าย ๆ

>แค่เราชอบเธอ ก็เลยอยากคบด้วย อย่าห้ามเลย แบบนั้นเรายิ่งลำบากใจนะ”

>ผม “…………งั้นเธอจะชอบเราทั้ง ๆ

>ที่ไม่หวังอะไรตอบแทนเลยงั้นเหรอ? “

>แอน

>”……………………นั่นแหละที่เป็นทุกข์……………………..แต่ก็สุขนะ

>ที่เราได้ชอบใครซักคนเป็นที่พึ่งพิงใจ”

>

>โอ………………………แอน

>เธอช่าง………………………………. T_T

>แต่รู้สึกว่าจะยิ่งแย่

>ขืนปล่อยไว้นานกว่านี้ผมจะยิ่งรู้สึกว่าลังเลต่อการตัดสินใจในครั้งแรกของผมซะแล้ว…………..ต้องรีบจบเรื่องซะ

>สารภาพต่อขิง สารภาพต่อขิง สารภาพต่อขิง สารภาพต่อขิง

>ในหัวผมมีแต่คำนี้ด้วยใจคิดว่าจะจบเรื่องราวเสียที…………………

>

>”เฮ้ย! ว่าไง ใกล้จะจบคอร์สแล้วนะเว่ย มรึงเลือกใครกันแน่…………”

>

>เสียงไอ่เบย์ทำลายห้วงความคิดอันวกวนของผมลง

>ผมไม่คิดจะอ้อมค้อมหรือโกหกมันเลย เพราะถึงแม้ว่าผมจะโกหกไป

>มันก็จับได้อยู่ดี

>

>ผม “……………ขิง…………..”

>ไอ่เบย์ “แหม…..ตอบแบบไม่คิดเชียวนะมรึง แน่ใจแล้วใช่มั้ย? “

>ผม “…………..อืม…………..มันจะได้จบเรื่องนี้ซักที ทั้งกรู

>แล้วก็คนอื่น ๆ ที่วุ่นวายอยู่กับเรื่องนี้ในตอนนี้ด้วย”

>ไอ่เบย์ “หือ!?!………………………….เฮ้ย

>มรึงแน่ใจแล้วเหรอ?

>อันที่จริงกรูว่าจะไม่ถามอะไรให้มันซักไซ้ไล่เรียงมากแล้วนะ

>แต่พอได้ยิน

>มรึงพูดประโยคนี้……………..งั้นกรูขอถามความแน่ใจมรึงอีกทีเหอะ…..มรึงแน่ใจแล้วเหรอ

>ที่จะเลือกแฟนคนแรกและอาจจะเป็น

>คนสุดท้ายของมรึงแล้วก็ได้

>มรึงแน่ใจที่จะเลือกเค้าด้วยเหตุผลแค่ว่ามรึงอยากให้เรื่องมันจบ……………ยังงั้นเหรอ?

>”

>

>ผมอึ้งมาก ทำไมลืมข้อนี้ไปเสียสนิท

>เหมือนกับว่าผมตัดสินใจแก้ปัญหาแบบขอไปที

>ทั้งที่การเลือกครั้งนี้มันมีผลต่อชีวิตของผมมาก ๆ แท้ ๆ

>แล้วนี่ถ้าไอ่เบย์มันไม่ได้เตือนสติผมให้คิดด้วยประโยคนี้

>เกิดผมลงเอยกับหญิงที่แค่ชอบ แต่ไม่ได้รัก

>แล้วชีวิตผมหลังจากนี้มันไม่จบด้วย

>”เลิกรา” งั้นเหรอ………………………เกือบไปจริง ๆ

>

>แต่………..การกลับมาคิดอีกครั้งก็ยิ่งทำให้ผมกลับมาสู่ความลังเลอีกหน

>ซึ่งคราวนี้ดูเหมือนไม่ว่าผมจะเลือกทางไหนก็รู้สึกเหมือนว่าจะไม่ใช่

>คำตอบที่ดีที่สุดไปเสียทุกทาง……..แล้วผมจะตอบทางไหนได้ล่ะเนี่ยะ

>

>”มรึงเลือกคนที่มรึงรักที่สุด

>อยากให้เค้าอยู่เคียงข้างมรึงตลอดชีวิตที่เหลือ เลือกคนนั้นเถอะ

>ไม่ต้องคิดหาเหตุหรือผลอื่น ๆ อีกแล้ว”

>

>อีกครั้งที่ผมรู้สึกว่าไอ่เบย์มันต้องอ่านใจผมได้แน่ ๆ

>มันแค่ดูสีหน้าของผมก็รู้ว่าผมกำลังลังเลสับสนอยู่

>พอได้ยินมันพูดดังนี้……………ผมมั่นใจแล้วล่ะ คนที่ผมเลือก

>

>แปดโมงสี่สิบห้านาที เธอคนนั้นเดินเข้ามาในที่เรียนพิเศษ ทำไมก็ไม่ทราบ

>ความรู้สึกเก่า ๆ ของผมที่ได้พบเธอมันกลับมาอีก เธอสวย เธอน่ารัก

>เต็มไปด้วยเสน่ห์

>มันทำให้ผมพรั่นพรึงกลัวว่าอาจได้รับคำปฏิเสธกลับมา……แต่คำพูดของไอ่เบย์ยังคงผลักหลังผมได้เดินหน้าต่อ

>ใจเย็น ๆ

>ไม่ต้องคิดถึงเหตุหรือผลแล้ว ตอบไปตามที่ใจเราปรารถนาที่สุดก็พอ

>แล้วผมก็ทักเธอคนนั้น…..

>

>ผม

>”เอ่อ…………………….เฟอร์ส……………………..มีเรื่องจะคุยด้วยน่ะ

>มาด้วยกันหน่อยได้ไหม”

>เฟอร์ส “อ๊ะ! พี่พี สวัสดีค่ะ แหม…วันนี้มาเช้าจังนะคะ”

>ผม “รบกวนเวลาสักเดี๋ยวนึงได้มั้ยครับ? “

>

>เฟอร์ส……………เธอคงเริ่มรู้สึกถึงบรรยากาศจริงจังจากผมแล้ว

>ทำให้เธอเงียบและดูสุขุมมากขึ้น เราเดินไปคุยกันที่ห้องหลังบันได

>เป็นที่ ๆ ไม่ได้หรูเลิศอะไรเท่าไหร่เลยจริง ๆ

>แต่ผมกลับรู้สึกอยากจะให้เป็นที่ตรงนั้น ที่ผมจะสร้างความทรงจำดี ๆ

>เอาไว้…………….

>

>เฟอร์ส “มีอะไรเหรอคะ? “

>ผม “เอ่อ………………….เฟอร์ส

>หมู่นี้รู้สึกไม่ค่อยได้เจอกันเลยเนอะ”

>เฟอร์ส “แหะ แหะ ก็อาทิตย์ที่แล้วเฟอร์สรู้สึกว่าพี่เครียด ๆ

>หรือโมโหอะไรซักอย่างเนี่ยะแหละ ดูพี่เครียด ๆ

>ก็เลยไม่กล้าเข้าไปคุยน่ะค่ะ”

>ผม “อืม……..มีเรื่องนิดหน่อยจริง ๆ แหละจ้ะ

>แต่ตอนนี้มันเคลียร์หมดแล้วล่ะ”

>เฟอร์ส “เรื่องพี่ขิงเหรอคะ? “

>ผม “………….ก็ไม่ใช่ซะทีเดียวหรอกนะ แต่ก็มีส่วนบ้าง”

>เฟอร์ส “เอ่อ……ถ้าดูตามสายตาคนนอกอย่างเฟอร์สนะคะ

>เฟอร์สคิดว่าพี่ขิงเค้าชอบพี่มากพอดูเชียวแหละค่ะ

>ดูเค้าเป็นห่วงพี่มากเลยนะ”

>ผม “……………เรื่องนั้นก็มีคนมาบอกพี่บ้างเหมือนกัน

>แต่อาจจะเข้าใจผิดกันไปเองก็ได้นะ”

>เฟอร์ส “ก็อาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้เนอะ แหะ ๆ เฟอร์สก็คนนอกซะด้วยสิคะ

>ขอโทษด้วยนะคะที่ทำเหมือนรู้เรื่องของพวกพี่ดี”

>

>แล้ว………………เหตุการณ์ที่ทำให้ผมลำบากมากขึ้นก็เกิด!!!

>เมื่อ……………………………

>

>ขิง “ไม่เป็นไรจ้ะ เราเข้าใจถูกแล้วแหละ พี่ชอบพีเค้าน่ะ”

>

>เฮ้ย!!!!! มัน…………..อึก ๆ อัก ๆ

>มันเหมือนกับว่าเมื่อคืนผมนอนหนุนหมอนน้ำแข็งเลยล่ะ หัวมันตื้อ

>มันเวียน ๆ ทั้งตกใจ ทั้งงง ทั้งอึ้ง

>มันสารพัดปนเปกันไปหมด เขินอาย

>หรือยังไงดีล่ะเนี่ยะ………………………………….ขิง……….ผมนึกไม่ถึงจริง

>ๆ ว่าเธอจะกล้ามากขนาดนี้

>หรือเป็นเพราะสถานการณ์ที่ผมนั่งคุยกับเฟอร์สด้วยอารมณ์ซีเรียสงั้นเหรอ?

>ทำให้เธอกลัวและพูดประโยคนี้ออกมา……..แต่มัน……………..

>

>เฟอร์ส “ขอโทษด้วยนะคะ เฟอร์สไม่ควรพูดถึงเรื่องพี่แบบนี้เลย ขอโทษจริง

>ๆ ค่ะ”

>ขิง “ไม่เป็นไรจ้ะ ยังไงซะ

>วันนี้พี่ก็คิดว่าจะพูดกับพีเค้าเรื่องนี้อยู่แล้วล่ะ………………พี

>เราถามเพื่อน ๆ มาตั้งหลายวันแล้วแหละ ว่าสิ่งที่เราทำไป

>มันเหมือนกับว่าเราแอบชอบเธออยู่รึเปล่า เค้าก็ตอบว่าใช่ทั้งนั้น

>ถ้างั้นเราก็ไม่คิดจะปิดบังอะไรอีก เราบอกไปแล้วนะ แต่จะบอกอีกครั้ง

>พี ขิงชอบพีนะคะ”

>

>……………………ทั้ง 3 คนเงียบบบบบบบบบบบบบบ

>แต่ดูเหมือนว่าคนที่ต้องขบคิดมากที่สุดคงจะเป็นผมนี่แหละ มันทั้งอาย

>ทั้งอึ้ง

>แต่ถ้าผมยิ่งเงียบอยู่แบบนี้

>คนที่รอฟังคำตอบคือขิงคงจะยิ่งอึดอัดขึ้นไปอีก………..งั้น……….ผมจะตอบว่าไงดีล่ะ!?!

>ว๊าาาาาาาาาาาาาาา

>ถึงเวลาที่ต้องเลือกจริง ๆ ซะแล้ว

>ทำไมพอตอนนี้แล้วมันถึงทำใจเลือกลำบากมากขนาดนี้เนี่ยะ

>ทั้งที่จริงตอนแรกเราคิดว่าเราหนักแน่นพอแล้วนะ

>ที่เลือกเฟอร์ส

>แต่………….ทำไมตอนนี้ผมกลับพูดไม่ออกว่าผมเลือกเฟอร์ส

>เพราะยิ่งมองหน้าขิง ผมยิ่งรู้สึกว่าตัวเองมันงี่เง่าไม่เอาไหน

>เอาแต่ใจ ขี้โกง ขี้ขลาด เอาแต่ได้จริง ๆ

>……………………….ทั้งที่ดูเหมือนผมกำลังตกต่ำย่ำแย่ที่สุด

>แต่……..ใครคนหนึ่งเดินออกมาจากประตู

>และทำให้ผมยิ่งรู้สึกแย่ลงกว่าเดิม

>

>”พี่คะ…….แต่พี่ผู้ชายคนนี้เค้ามีแฟนแล้วนะคะ คนที่เหมือน ๆ

>ทอมน่ะค่ะ”

>

>เธอ!!!!! เด็กคนที่นั่งอยู่ในห้องตอนที่ผมคุยกับแอน O_o”

>

>เฟอร์ส “หนิง เธอไปรู้ได้ไง? “

>

>อ๊าาาาาาาาาาาาา นึกออกแล้ว ที่แท้ก็น้องหนิง

>เพื่อนกลุ่มเดียวกับเฟอร์สนี่เอง

>โอ้!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

>แบบนี้ยิ่งแย่ลงไปใหญ่

>

>หนิง “แหม…เฟอร์ส ก็เค้าเห็นนะ เมื่อกี้นี้

>พี่คนนี้กอดกับพี่ผู้หญิงอีกคนในห้อง TV น่ะ พี่ทะเลาะอะไรกันเหรอคะ

>หนูเห็นพี่ผู้หญิงร้องไห้แล้วก็

>กอดพี่ตั้งนาน หนูคิดว่าหนูคงเป็นคนนอกก็เลยเดินออกมาน่ะค่ะ”

>

>ตาย!!!!!!!!!!!!!! ตายจริง ๆ แน่

>ทำไมน้องมาพูดต่อหน้าประชาชีแบบนี้ล่ะจ๊ะหนิง T_T

>ผมไม่รู้จะมองหน้าเฟอร์สยังไง มองหน้าไม่ติดจริง ๆ

>แต่ผมคอยเหล่ ๆ มองอาการของขิงตลอด ซึ่งแค่พูดลักษณะว่า “คนที่เหมือน ๆ

>ทอม” แค่นี้ขิงก็รู้แล้วว่าเป็นใคร……………………………

>

>ขิง

>”พี…………เธอเลือกแอนเหรอ………………………………..”

>ผม “ไม่ใช่……………….คือ………………..

>(จะอธิบายยังไงดีล่ะเนี่ยะ ลำดับคำพูดไม่ถูกซะแล้ว) “

>เฟอร์ส “อ๋อ…..พี่คนนั้น

>ที่เคยเห็นไปไหนมาไหนกับพี่ระยะหนึ่งนั่นเหรอคะ”

>

>จำได้เลย ผมเคยแสดงเป็นแฟนแอนเพื่อสลัดมาดทอมของเธอนี่นะ

>แต่……..ขืนเอามาเล่าตอนนี้ล่ะก็ยิ่งยาวแหงเลย

>

>ผม

>”คือ………….จะเชื่อกันรึเปล่าก็ไม่รู้นะ……………แต่เราไม่ได้เป็นแฟนกันหรอก”

>

>ผมไม่อยากให้ภาพพจณ์ของแอนเสียด้วยเรื่องที่ว่าเธอมาชอบผมหรอก

>

>ผม “พอละ ไม่คิดอะไรอีกละ

>จะบอกตามตรงไม่อ้อมค้อมอีกแล้วล่ะ…………………”

>

>และแล้วผมก็พูดคำที่ไม่น่าเชื่อว่าจะหลุดออกจากปากของผมออกมา……………เป็นคำที่ออกมาจากใจจริง

>ๆ ไม่มีปิดกั้นอีกแล้ว

>

>ผม “เฟอร์ส

>พี่รักเฟอร์ส…………………………………………………..แอบชอบตั้งแต่ครั้งแรกเห็น

>และพี่เพิ่งจะมั่นใจเมื่อไม่กี่วินาทีที่แล้วนี่เอง

>ว่าพี่รักเฟอร์ส อยากเป็นคนที่ใกล้ตัวเฟอร์สมากที่สุด

>เป็นคนสำคัญของเฟอร์สมากที่สุด……………………………”

>

>และแล้ว ประโยคง่าย ๆ ซึ่งบางคนพูดมาแล้วตั้งหลายครั้ง บางคนพูดได้ง่าย

>ๆ ไม่รู้สึกอะไรเลย แต่เป็นคำที่มันออกมาจากลำคอของผมยากที่สุด

>แล้วผมก็เอ่ยมันออกมา………………….

>

>ผม “เฟอร์ส เป็นแฟนกับพี่ได้มั้ย? “

>

>……………………………………………………………………………………………………… ประโยคนี้ทำให้ทุกคนในที่ตรงนั้นอึ้ง

>นิ่งเงียบ

>ตัวขิงผมรู้สึกเหมือนกับว่าเธอน้ำตาซึม

>มือจับขอบประตูเป็นที่พึ่งใช้ทรงตัว………..หนิงมองหน้าผม

>แล้วก็มองหน้าเฟอร์สอย่างรอฟังคำตอบ

>ส่วนตัวเฟอร์ส………………………….ผมเพิ่งจะสังเกตุเห็น

>หน้าขาว ๆ ใส ๆ ตอนนี้เป็นสีชมพูเข้ม

>และ……ดูเหมือนเธอก็น้ำตาซึมอยู่เหมือนกัน

>

>ขิง “เราขอตัวก่อนนะ…………………………….”

>

>แล้วขิงก็เดินออกจากที่ตรงนั้นไป ขึ้นบันไดไปที่ห้องเรียนพิเศษทันที

>………………อย่างไม่ต้องสงสัยเลย

>ผมแทบจะมั่นใจว่าเธอยกแขนขึ้นมา

>ซับน้ำตาไปพลางระหว่างขึนบันได แต่ในหัวผมตอนนั้นมันขาวโพลนไปหมดแล้ว

>ไม่เหลือความคิดแม้แต่จะสงสารขิง ไม่เหลือความคิดอยากจะ

>รอฟังคำตอบจากเฟอร์ส แต่ผมอยากจะออกไปจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด

>แต่……………………………………..ถ้าทำแบบนั้น

>ผมก็อดดูภาพที่

>ทำให้ผมมีความสุขจนถึงทุกวันนี้แน่ ๆ

>

>สายตาของเฟอร์สก้มมองต่ำและเริ่มหลับตา หยาดน้ำตาเม็ดใส ๆ เล็ก ๆ

>ก็ร่วงลงบนหน้าขาของเธอ

>

>เฟอร์ส “……….ทั้ง ๆ ที่เฟอร์สคิดว่ายังไงก็ไม่มีทาง

>พี่มีคนชอบเยอะ เราห่างกัน ยังไงก็ไม่มีหวัง ทั้ง ๆ

>ที่คิดว่าแม้จะไม่สมหวังก็จะไม่เสียใจ

>จนความคิดนั้นมันมาทำให้เฟอร์สรู้สึกว่าสามารถบังคับอารมณ์ให้เป็นปกติได้แล้วแท้

>ๆ แต่………………..พี่พูดประโยคนี้………….

>ทำไมเฟอร์สถึงรู้สึกดีแบบนี้กันล่ะเนี่ยะ ฮะ ฮะ”

>

>เธอหัวเราะทั้งที่น้ำตายังไหล หนิงแอบย่องออกไปได้สักครู่แล้ว

>ผมได้ยินเสียงบ่นอุบอิบตามหลังเล็กน้อย “หวาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาน”

>ประมาณนั้น

>แล้วความสนใจของผมทั้งหมดก็มาจับจ้องที่เฟอร์ส………………..เธอเงียบไปสักพัก

>แล้วเธอก็เงยหน้าขึ้นมาตอบ…………

>

>เฟอร์ส “ค่ะ……………เราเป็นแฟนกันนะ”

>

>หมดแล้ว…………..ทุกสิ่งทุกอย่าง

>ผมแทบจะตายซะตอนนั้นเพราะความดีใจ ความปิติ

>มัน…………..ทุกอย่างรวมกัน มันบอกไม่ถูก

>แต่ตอนนี้……………………….บทสรุปมันมาถึงแล้ว

>และมันได้บอกผลลัพธ์สุดท้ายให้ผมแล้ว……….ภาพใบหน้าเธอตอนตอบตกลงดูอาย

>ๆ

>แต่ก็มั่นคงและหนักแน่น

>มันทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่มีความสุขที่สุดแล้ว T_T

>

>ในวันนั้น ขิงไม่ได้อยู่ในห้องเรียนพิเศษ

>(คงร้องไห้อยู่ในห้องน้ำตอนผมเดินขึ้นบันไดไปนั่นแหละนะ

>ได้ยินเสียงอยู่) แต่ 2 วันต่อมา เธอก็

>กลับมาเรียนตามปกติ

>แม้จะดูหมองไปบ้างเล็กน้อยแต่คิดว่าไม่นานเธอคงจะกลับมาสดใสเหมือนเดิม

>และ…..ไอ่แฟร์…..ยังคงแอบชอบขิงต่อไป

>ครีมไม่ได้มีผลกระทบมากนักจนคนทั่วไปคิดว่า “ครีมไม่ได้ชอบพีซักหน่อย”

>อาจจะเป็นแบบนั้นจริง ๆ ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องดีอีกนั่นแหละ……….

>แอน เธอร้องไห้ไปแล้วนี่นะ แต่ดูเหมือนเธอจะอึ้ง ๆ เล็กน้อย

>ที่ผลสุดท้ายผมไมได้ลงเอยกับทั้งครีมและขิง แต่กลับเป็นเด็ก ม. 4

>ที่เธอไม่รู้จัก

>ไอ่เบย์กับตาลยังคงคบกันเหนี่ยวแน่นตั้งแต่ต้นจนจบ มันทิ้งประโยคง่าย ๆ

>แต่ฟังแล้วรู้สึกทั้งซึ้ง ๆ และคลาสสิคว่า “โชคดีนะเพื่อน”

>มันทำยังกะจะจากกันไกลงั้นแหละ ทั้ง ๆ

>ที่ยังไงซะก็ต้องเรียนที่เดียวกันไปอีกนาน แต่ผมเข้าใจนะ

>มันแฝงความหมายลึกซึ้งไว้ว่า

>”ขอให้มรึงกับเฟอร์สโชคดีนะ” ………………………………….

>

>ไอ่เบย์ ถ้ามรึงเข้ามาอ่านในนี้นะ ถึงเรื่องนั้นมันจะผ่านมา 2-3

>ปีมาแล้วก็เถอะ ตอนนั้นกรูไม่ได้พูด ขอโทษที พูดซะตอนนี้เลยละกัน

>”ขอบใจมากว่ะเพื่อน”

>ไม่กล้าไปพูดประโยคนี้กับมันหรอก กระดากปาก พูดไม่ได้ ฮะ ฮะ ^o^

>

>สำหรับนางฟ้าของผม บอกไว้เลยครับ เดี๋ยวนี้ผมก็ยังคบกับเฟอร์สอยู่

>และไม่ได้เปลี่ยนแปลงเลย คำว่า “รัก” ที่ผมให้เฟอร์สไปในวันนั้น

>มันเป็นยังไง ตอนนี้มันก็ยังคงเหมือนเดิม

>แต่ความรู้สึกของผมมันยิ่งทวีขึ้นกว่าเดิมอีกมากมายนัก แต่พูดบ่อย ๆ

>ไปก็ไม่ดี มันจะฟังดูไม่มี

>น้ำหนัก คุณค่าของมันก็จะลดลง

>แต่พูดอีกสักครั้งคงไม่เป็นไรนะ………..ผมรักเฟอร์ส………..รักมาก………..รักที่สุด………..

>และจะรักตลอดไปเลยล่ะ เธอคนเนี่ยะ

>………………………………………นางฟ้าของผม……………………………………..

>………………………………………เธอน่ารักจัง

>-•๏จบแล้วจ้า๏•-<





SIS Program

2 08 2011

SIS Program หรือ

Siemens IT Solutions and Services Internship Training Program

เป็นโปรแกรมที่รับเด็กจบใหม่หรืิอคนที่สนใจในสายงาน

” SAP “

Software Application Program เป็นERPชื่อดังที่ต้องการsupplyคนเป็นอย่างมาก

โดยจะนำTraineeมาtrainในระยะเวลาทั้งสิ้น6เดือนในตำแหน่งTrainee

โดยในแต่ละBatch(รุ่น)นั้นก็จะแบ่งเทรนนีแยกย้ายไปตามmoduleต่างๆ

ที่ประกอบไปด้วย

1.Functional

- SD,MM,PP,PLM,CO,FI

2.Technical

- ABAP(Coding),BASIS,IS ไม่รู้แยกถูกมั้ย

ตรงนี้ควรจะไปศึกษามาก่อนว่าแต่ละโมดุลทำอะไรบ้างก่อนที่จะสมัครนะครับ

ตัวผมก็ได้มีโอกาสเป็นหนึ่งในผู้ถูกเลือกมาtrainingในbatchล่าสุดนี้<3

ต้องบอกว่าโชคดีอย่างไม่น่าเชื่อจริงๆ เพราะเด็กจบใหม่ครึ่งนึง เด็กมีประสพการณ์ครึ่งนึง

ผมเองก็จบมาเกรดไม่ค่อยสูงแต่ทางinterviewerคงเห็นอะไรในตัวผมกระมั้งครับ

สำหรับProcessการรับของที่SISนี่

1.ผมได้ส่งresumeและคะแนนภาษาอังกฤษต่างๆแนบไปในช่วงเมษา

แล้วทางHRก็โทรมานัดสัมภาษณ์ช่วงกลางเดือน

(ถ้าใครที่ไม่ได้เรียนอินเตอร์หรือไม่ส่งผลTOEIC,IELTS,ๆลๆ ต้องสอบวัดผลภาษาอังกฤษก่อนสัมภาษณ์นะครับ)

2.รอผลค่อนข้างนานเหมือนกัน ผมรอประมาณหนึ่งเดือนได้ ทางHRก็โทรมาแจ้งผลว่า น้องได้moduleนี้ๆ เงินเดือนเท่านี้ๆ

3.หลังจากแจ้งผลเสร็จเค้าก็จะนัดมาเซ็นสัญญา แล้วก็เริ่มงานสัปดาห์ต่อมาได้เลย!

อาจเป็นเพราะวันสัมภาษณ์ที่ผมเลือกmoduleที่ชัดเจนไป

ก็เลยได้มาอยู่โมดุลSD

ส่วนตัวแล้วผมไม่ค่อยชอบเขียนcode ก็เลยอยากเป็นฟังชันนอล ซะมากกว่า

รวมถึงมีโอกาสได้เรียนใช้โปรแกรมSAPมานิดๆตอนปีสี่ก็เลยชอบโมดูลนี้

มาถึงวันแรกก็ได้Scheduleมาเป็นตารางเรียนตลอดสองวีคเลย(โหดมากก!)

ขอแนะนำให้คนที่อยากเข้าควรจะมีภาษาอังกฤษที่ดีพอสมควรนะครับ

เพราะที่นี่ใช้ภาษาอังกฤษตลอด!และมีชาวต่างชาติเยอะพอสมควร

ที่ค่อนข้างจะน่าเบื่อและทำไม่ทัน คือ E-learning

โดยTraineeทุกคนจะต้องสำเร็จหลักสูตรสองวีคด้วยการ

Overview E-learningแต่ละโมดุลและทำtestหลังจบให้ผ่าน75%ทั้งหมด

ไหนจะต้องเข้าห้องเรียน สลับกันมานั่งเรียนด้วยตัวเอง ทำก็ไม่ทัน

แต่จบoverviewมาแล้ว เราก็จะเริ่มเห็นภาพของSAP และบริษัทชัดขึ้น

จากที่ความรู้ทางSAPเราเริ่มจาก1หรือ0

จบจากเทรนนิ่งหฤโหดสองวีค เด็กๆจะถูกปล่อยไปตามโมดุลของตัวเองเพื่อไปพบกับโลกกว้าง

จะได้รับการเทรนที่หนักหรือเบาก็ขึ้นอยู่กับโมดุลของตัวเองเป็นงานที่safeแค่ไหน

ถ้าsafeมากก็คงจะได้ทำน้อยหน่อย หนักไปทางทำDocumentซะเยอะ

ถ้าไม่ต้องรักษาความปลอดภัยขนาดนั้น ก็จะได้งานกันแบบเต็มสตรีมมากๆ

แต่ก็ภายใต้เวลาทำงานที่ค่อนข้างflexible พอสมควร 9โมงเช้าเลิก6โมงเย็น วันละ8ชม.

อย่างของผมก็ถือว่ากลางๆไม่หนัก ไม่น้อยจนเกินไป

ข้อดี

1.โอกาสในการTrainingถ้าไปสมัครเรียนเองค่าเรียนประมาณ250,000ได้ – -

2.ได้เห็นภาพรวมของprocessใหญ่ๆ ในที่ทำงานที่ค่อนข้างProfessionalและMulti-National

3.รุ่นพี่ในที่ทำงานค่อนข้างเก่งมีKnowledge Transferให้เสมอ

4.โอกาสได้เป็นพนักงานจริงจะตัดสินหลังหกเดือนซึ่งกระตุ้นให้เรา้ใฝ่รู้เสมอ

5.มานั่งเรียน รับตัง ฮ่าๆๆ

ข้อเสีย

1.6เดือนดูเหมือนจะนานเกินไป บางทีมเทรนเดือนเดียวทำงานได้

บางทีมเข้าไปเป็นพนักงานแล้วก็ยังทำไม่ค่อยได้ ก็ต้องช่วยๆกันอยุ่ดี

2.ด้วยความที่เป็นบริษัทใหญ่ จะไม่ค่อยมีงานเล็กๆให้เราทำ(ไม่ไว้ใจ+กลัวเจ๊ง)

3.ระบบteam building ไม่มีกิจกรรมจากบริษัทเลย อยากจะนัดกินข้าว

นัดปาร์ตี้อะไรกัน ต้องรวมตัวกันเอง ซึ่ง..ยากมาก และต้องเสียตัง(ไม่มีใครเลี้ยง><)

4.ไกลบ้าน การคมนาคมไม่ถึุงกับสบาย แต่ก็ไม่ลำบากมาก

รถไฟฟ้า หรือใต้ดิืนมาก็ต้องต่อรถเมล์ หรือถ้าจะให้ถึงพอดีมีท่าเรืออยู่หลังตึกชาญอิสระ2เลย

แต่การขึ้นลงค่อนข้างอันตรายและคลองขาดการดูแลมากๆ ถ้าหากเปลี่ยนน้ำใหม่ จะใช้ทุกวันเลย

ใครที่กำลังสนใจจะเข้าวงการSAPนั้น บริษัทที่ให้คนไม่มีexpมาทำค่อนข้างน้อยมาก

ยังไงSISก็เป็นอีกทางเลือกที่ดีอีกทางเลือกนึง ถ้าสนใจก็อย่าลืมมาสมัครกันในรอบหน้านะครับ^^

ปล.ตอนนี้SISได้รวมกับAtos Origin กลายเป็นบริษัท Atos แล้วนะครับ

เปลี่ยนจากสัญชาติเยอะมันเป็นFrenchแทน

จะเปิดตัวเต็มๆในปี2012 เป็นIT partnerรายใหญ่ของโอลิมปิก London2012





Open Relationship?

29 07 2011

ใครหลายคนอาจไม่ค่อยชอบหรือแสดงกิริยาที่ไม่ดีต่อคนที่เข้ามาแสดงเจตนารมณ์

อยากรู้จัก

อยากทักทาย

หรือมีท่าทีที่อยากพัฒนาความสัมพันธ์

เพื่อนของผมคนนึงเคยบอกผมว่า การที่มีคนมาชอบเราเนี่ยเป็นเรื่องดีนะ

เราควรคิด+ แล้วมองโลกในแง่ดีกับเค้า
อย่างน้อยที่สุดเค้าก็เป็นคนที่มองเห็น “คุณค่า” ในตัวคุณ

แล้วทุกวันนี้เรายังตัดสินคนที่เข้ามาคุยเข้ามารู้จักอยู่ในระดับที่สมควรกันอยู่หรือไม่??

เรามองหน้าตาและรูปลักษณ์ข้ามความหวังดีที่ถูกขยี้แบติดซอกพื้นรองเท้าไปรึเปล่า?

อย่างน้อยที่สุดก็ควรยิ้มให้กับความหวังดี

ให้โอกาสในระดับที่พอจะเห็นความเป็นตัวตนของคนผู้นั้น

แล้วมาดูกันว่ามันใช่หรือไม่ใช่

ไม่ใช่เหยียบย้ำความหวังดีในช่วงแรก

แล้วก็หายไป,,,





[Review] Ensogo คืออะไร? ดีลใช้ยังไง?

3 06 2011

 

หลายคนอาจสงสัยว่า  

ENSOGO ที่หลายคนพูดถึงคือWebอะไรกัน??



ENSOGO

 

เป็นwebsiteที่ใช้ในการขายดีล

หรือที่คนไทยเรียกกันว่า”couponส่วนลดนั่นเอง”


โดยที่ดีลแต่ละดีลนั้นจะมาจาก

 

- ร้านอาหาร

- โรงแรม

- สปา

 

ที่เรียนพิเศษ และอื่นๆ

ตามที่ตกลงกับ ทางENSOGOไว้

 

 

โดยดีลแต่ละดีลนั้น จะถูกกว่าราคาจริงอยู่มาก

 

แต่จำนวณในการขายนั้น มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความถูกนี่เอง

 

(ยิ่งลดเยอะ ก็มีน้อย ต้องแย่งชิงกันหน่อยละ ฮ่าๆ)

 

ผมได้มีโอกาสไปใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองนอกอยู่พักนึง

 

ก็ชอบเข้าเวบดีลหาซื้อดีลอาหารถูกๆไปทานขำๆบ่อยๆ

 

พอกลับมาไทยแล้ว 

ก็คาดหวังว่าจะเห็นเวบที่ขายดีลแล้วได้มาตรฐานสักที่

 

จนมาได้พบ ENSOGO นี้แหละ 

 

ที่ดูน่าเชื่อถือและพัฒนาตัวเองได้เร็วมากๆจิงๆ

 

_______________________________

 

หลังจากรู้จักENSOGOแล้ว ทีนี้ผมจะสอน 

วิธีซื้อดีลอย่างคร่าวๆให้ชาวบล๊อคอ่านนะครับ

 

ก่อนอื่นเลยเนี่ยเราก็ต้องมี ENSOGO Accountเป็นของตัวเองเสียก่อน

 

 

หลังจากที่ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว 

เราก็ต้องมายืนยันการเป็นสมาชิกกันก่อน

 

(ใจเย็นๆนะครับ ดีลไม่หนีไปไหนแน่ๆ^^)


1. หลังจากเข้าสู่ระบบแล้ว คลิ๊กเข้าไปในมุมส่วนตัว


2. คลิ๊กที่ลิ้งค์ยืนยันที่ใต้ช่องที่ใส่เบอร์โทรศัพท์


3. รหัส 8 ตัวจะถูกส่งไปยังโทรศัพท์มือถือของท่านผ่านระบบส่งข้อความ


4. ใส่รหัสที่ถูกส่งมาลงในช่องที่กำหนดเท่านี้ก็เรียบร้อย

 

พร้อมช้อปปิ้งดีลกันแล้วรึยังง!?!

 

หลังจากที่Login + ยืนยันตัวเองแล้วนะครับเราก็ไปเพจที่เราต้องการจะซื้อได้เลย

 

 ถ้ายังมีปุ่มสีเขียวที่เขียนคำว่า”ซื้อ“หรือ “Buy“อยู่แสดงว่าเรายังซื้อได้อยู่นะครับ


แต่ถ้าหากเป็นคำว่า “หมด” หรือ”Sold out”แปลว่าดีลหมดหรือหมดเวลาซื้อไปซะแล้วว


สมมติว่าเรากด “ซื้อ” เราจะมาที่หน้านี้

 

ให้คลิ๊กที่กล่องสี่เหลี่ยมหน้า “ยอมรับในเงื่อนไขการซื้อขาย


และลงไปเลือกการจ่ายเงินในด้านล่างซึ่งตรงนี้ENSOGO


ที่ได้หลากหลายต่อลูกค้าทุกแขนงมากๆ


ไม่ว่าจะเป็น

-โอนเงินผ่านบัตรเครดิต

-ชำระที่เคาน์เตอร์เซอร์วิส

-โอนเงินผ่านธนาคารต่างๆ

-หรือจะไปจ่ายที่ทำงานENSOGOที่ตึกอับดุลราฮิม พระราม4ก็ยังได้


เมื่อจ่ายเงินด้วยวิธีใดแล้วก็ตามให้กลับมาที่ENSOGOอีกครั้ง


Log-in แล้วไปที่หน้า มุมส่วนตัว คลิ๊กที่ “คูปองของฉัน


สังเกตจากรูปข้างบนว่า เรามีคูปองที่ยังไม่ใช้อยู่


วิธีนำไปใช้ก็มี2ทางเลือกคือ พิมพ์ออกมา หรือจะSMSเข้ามือถือ ไว้ก็ได้


จากนั้นเมื่อเราไปที่ร้านหมูเกาหลี (สมมติ)


ก็ยื่นดีลที่เราPrintมาหรือจดSMSใส่กระดาษให้ทางร้านค้า


เพียงเท่านี้ ก็ใช้ดีลENSOGOเสร็จเรียบร้อย อิ่มและถูกอีกตังหากกก


เป็นยังไงบ้างครับสำหรับวิธีใช้ดีลของENSOGO 

ไม่ยากอย่างที่คิดใช่ไหมครับบ???


แล้วยังไงถ้าผมได้มีโอกาส 

จะมารีวิวสถานที่ที่ผมได้นำดีลของENSOGOไปใช้


ให้ชาวBlogได้อ่านกันนะครับ^^

 

_______________________________________________________


บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม Ensogo Blog me if you can!
Powered by ensogo.com เว็บดีลอันดับหนึ่งของเมืองไทย

หวังว่าผมจะได้คอมเครื่องใหม่มาใช้รีวิวให้ทางENSOGOในอนาคตนะครับ =)





หางานยากหรือหาไม่เป็น?

27 05 2011

สวัสดีชาวWordPressนะครับ

ช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่ นักศึกษาจบใหม่หางานกันมากมาย

บ้างก็ได้ไปแล้ว บ้างก็,,เตะฝุ่นกันไป

ว่าแต่คนอย่างหลัง เตะฝุ่นเพราะหาแล้วไม่ได้?

หรือไม่ตั้งใจหา?

หรือยังหาไม่ถูกจุดกันแน่?

——

ตรงนี้ต้องค้นหาตัวเองให้ได้แล้วเกาให้ถูกที่คันนะครับ

ในช่วงแรกที่ผมหางาน ผมก็หว่านresume ไปเยอะพอสมควร(20+ที่ได้)

และแล้วก็ได้รู้ว่าตางานjob fairเนี่ย ใบสมัครเราไปไม่ถึงทั้งนั้นเลย!

ควรสมัครผ่านcareer webของบริษัท ไม่ก็walk-inนะครับ

(แต่แนะนำให้เข้าเวบแล้วสงสัยอะไรก็โทรไป)

HRเค้าไม่ดุหรอกครับ เจอกันไม่เกิน5ครั้งหรอก(ถ้าไม่ได้งานนะ- -”)

ส่วนอีกจุดนึงที่เราต้องรู้ตัวก็คือ!!!!

แต๊น

แต๊น!

ตำแหน่งที่เราต้องการนี่เอง

ในช่วงแรกผมดูแต่บริษัทแต่ไม่ดูตำแหน่ง

เกือบพลาดไป

สำหรับสายงานของเด็กไอทีเด่วจะแจกแจงให้อ่านในpageต่อไปนะ*

หลังจากช่วง ทึ่มไปแล้วผมก็รู้ตัวว่าต้องสมัครในสายไหน

สิ่งที่หนีไม่พ้นคือบริษัทที่เหมาะที่สุดของเด็กไอทีหนีไม่พ้น

บริษัทsoftware หรือพวก solutionsต่างๆ

มารู้จักกับ SDLCซะก่อน

Software development life cycle นั้นใช้ทั่วไปในฝ่ายDevelopmentของบริษัทซอฟแวร์

ประกอบไปด้วยตำแหน่ง

(ผมจะขอพูดถึงเงินเดือนของบริษัทใหญ่ๆนะครับที่ได้พบมา)

1.Customer Service – เริ่มต้นตั้งแต่รับโทรศัพท์,Get requirement,ติดต่อกับลูกค้า

เงินเดือนขั้นต้นอยู่ที่ 12-17k

2.Support – ฝ่ายซัพนั้นจะรับReqจากCS และออกแบบโปรแกรมบ้าง เขียนqueryบ้าง

ในด้านcrm ก็อาจจะต้องแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้

เงินเดือนขั้นต้นอยู่ที่ 15-20k

3.Programmer – coding coding and coding

เงินเดือนขั้นต้นอยู่ที่ 15-23k

4.Tester,Quality Assurance – ทำtest case,ตรวจสอบข้อบกพร่องของsoftware

เงินเดือนขั้นต้นอยู่ที่ 15k-23k (ควรมีexp1ปี)

ผมจึงได้เลือกตำแหน่งที่ผมไม่ชอบมากที่สุดแต่ต้องทำให้ได้

“Programmer”ซะก่อน เพื่อพื้นฐานในการเป็นSystem Analysisที่ดี

จะออกแบบโปรแกรมได้ ต้องเคยเขียนโปรแกรมเป็นเสียก่อน

ผมเคยมีexp ในการสัมภาษณ์บริษัทใหญ่ๆมาเกือบสิบที่ได้

และตอนนี้ผมก็ได้งานในดวงใจแล้วด้วย^^

ไว้จะมาเล่าประสบการณ์ให้ฟังนะครับ





Nickattapol Channel

5 12 2010

วันนี้ไม่รู้จะเล่าเรื่องอะไรอ่ะ

ใช้ชีวิตชายโสดที่หลบหลีกความรู้สึกตามเทศกาลคู่รัก

ด้วยการนำเพื่อนไปเป็นกลุ่มฝูงใหญ่ๆๆ

ก็ขอโปรโมต เชนเนลรายการอาหารและเพลง

ที่นิก ได้ถ่ายทำและตัดต่อด้วยตัวเองเลยนะครับ ยังไงก็ช่วยเข้ามาดูกันหน่อย

http://www.youtube.com/user/Nickattapol

ชอบไม่ชอบก็ช่วยกดlikeกันด้วยนะ =))

 





ความเคยชิน,,,

1 11 2010

ก่อนอื่นเลยต้องขออภัยที่หายไปนานเป็นปีเลยนะครับ

ค่อนข้างยุ่งกับการเรียน และการใช้ชีวิตมหาลัยกับเพื่อน

หลักๆก็คือ “ขี้เกียจ” เนี่ยแหละครับ

—————————

ความเคยชิน,,,,อาวุธต่อสู้กับภัยร้ายที่ชื่อว่าเหงา

ว่ากันด้วยเรื่องของความเคยชินกันดีกว่า

หลายคนถามผมด้วยความสงสัย หรืออาจจะแซวด้วยความเวทนาว่า

“มึงก็ปีสี่แล้วนะ ไม่ได้คุยกับใครบ้างหรอ” “ไม่มีแฟนหรอ” “เริ่มสับสนรึเปล่า”อันหลังออกแนวกวนตีนครับ

แรกเริ่มที่ได้ยินมันก็จี้ดดดๆ อยู่ไปอยู่มา เฮ้ย มันก็อยู่ได้นิ

ยิ่งเห็นเพื่อนแต่ละคนโดนแฟนนอกใจ ทะเลาะกันมากกว่าพูดคำว่าคิดถึง

หลายๆเรื่องนานาความรู้สึก ก็บอกได้เลยว่า ทุกข์มากกว่าสุข

ผมมองกระจกแล้วพูดกับตัวเองเสมอว่า มึงมันโชคดี ที่เวลาว่างมากกว่าผู้อื่น

ไม่ต้องมานั่งเสียใจเสียความรู้สึก เป็นห่วงใคร เพราะฉะนั้นผมจึงนำเวลาสุทธิที่เหลือทั้งหมดนั้น…

ไปใช้กับครอบครัว และ เหล่ามิตรสหายนี่เองงงงง ปิ๊ง ปิ๊งงง

แต่กระนั้นแล้วเนี่ย ต้องขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของเพื่อนคุณได้ว่า

1.มันชิวไหม?ชวนไปไหนง่ายรึเปล่า?

2.มีแฟนยัง?ถ้ามีแฟนทำตัวเป็นปัญหาต่อมิตรสหายไหม?

3.กลับบ้านดึกได้รึไม่?

หากผ่านเกณท์ทั้งสามแล้ว จะนอนเล่นตีพุงอยู่หออยู่บ้านทำไมละ ออกไปทำอะไรที่เราไม่เคยทำกันดีกว่า!

ไม่ว่าจะเป็นท่องเที่ยว ถ่ายรูป ตะเวนกินอาหาร ขนมเค้ก บุฟเฟ ต่างๆนานา(อันนี้ขึ้นอยู่กับbudgetของท่านด้วย)

ไหนจะอยู่กับเพื่อน บ้าง กินข้าวกับครอบครัวบ้าง แค่นี้ก็แทบไม่เหลือเวลาให้ทำอะไรแล้วครับ

 

แล้วถ้ายังเหงา ยังเซ็งอยู่อีกล่ะ

เคยมีคนบอกผมว่า อย่าอยู่คนเดียว หรืออย่าอยู่เฉยๆ ถ้าเป็นคนขี้เหงา

ช่วงวิกฤตที่เราจะเหงามากที่สุดคือช่วง ปิดไฟนอนครับ

ป๊าดดดด ก็หลับสิไม่เห็นจะยาก แต่ความเหงาจะดูดกลืนเราช่วงนี้นอนกลิ้งไปมา คิดอะไรเรื่อยเปื่อยเนี่ยแล

ไม่ง่วง อย่าพยายามนอนครับ จะยิ่งเหงาไปกว่าเดิม พลอยคิดหาจุดด้อยของตัวเอง ให้รู้สึกแย่ไปกว่าเดิม

เพียงเราหาอะไรมาเติมเต็ม หลังจากช่วงที่คู่รักจากไป(โดยที่ไม่ต้องการให้มันจากไป)นั้น

ชีวิตของเราก็จะกลับเป็นปกตินะ

เมื่อเราชินกับมัน เราก็จะหายซึมเส้าเหงาหงอยไปเอง

 

เรายังมีช่วงที่ลืมเลยว่าก่อนหน้านี้ทำไมอยู่คนเดียวได้ พอเลิกกับแฟนก็โวยวาย

โอย ฉันไม่ไหว โอย อยู่คนเดียวไม่ได้จริงๆ มันเหงาเกินไป

สงสัยคนปลอบแบบพวกกูบ้างเถอะครับ

เพื่อนมันก็เหมือนอู่ซ่อมรถ

พอเพื่อนหายเฮิร์ทซ่อมเสร็จมันก็ออกไปโลดแล่น

และพร้อมกลับมาซ่อมฟรีให้ใหม่ทุกเมื่อ,,

 

ถามว่าอยากมีไหม ตอบเฉยๆว่า “ได้ไม่ดีก็ขออยู่คนเดียวดีกว่า”

สำหรับนิกเนี่ยก็บอกไว้เลยว่าชินกับการโสดมากๆในตอนนี้

ยิ่งติดเพื่อน ยิ่งมีแฟนยาก เวลาก็ยิ่งน้อย การเอาใจใส่ก็น้อยลง

เมื่อไรที่เราพร้อมทุกอย่างมันก็จะเข้ามาถูกที่ถูกเวลาเองนั่นแหละ

อย่าไปเร่งรีบมัน อะไรบางอย่างมันต้องรอให้ สุกก่อนถึงจะกินได้ครับ(มาม่า)

Nick ATP 2/11/2010





ผู้หญิงติดเพื่อน

30 03 2010

ไม่รู้ทำไม ผมเป็นคนที่แพ้ทางผู้หญิงแบบนี้เอามากๆ

ด้วยความสดใส เฮฮาปนน่ารัก

สาวที่เข้าข่ายกลุ่มนี้มักจะชอบสังสรรค์กับผองเพื่อน

ติดเพื่อนเป็นหลัก ใครไปไหนไปด้วยไปกัน

เข้ากับคนง่าย อัธยาศัยดี

ติดอยู่ตรงที่….จีบยากครับ

ด้วยความที่เธอติดเพื่อนมากๆ ทำให้คนที่เข้ามาใหม่

เข้าไปอยู่ในหัวใจของพวกเธอลำบากนัก

จะชวนไปเที่ยวก็ทับไลน์เพื่อนเธ

คงรู้นะครับว่าเธอจะไปกับใครก่อน

เคราะห์กรรมหนำซ้ำถ้าหากเพื่อนเธอยิ่งโสดด้วยแล้ว

ความที่สตรีชอบเม้าส์ โอกาสคุยโทรศัพท์ของคุณกับเธอ..

ก็จะลดลงอีก

ยิ่งเพื่อนสนิทเธอเป็นผู้ชายด้วยแล้ว

ประเด็นจะตกอยู่ที่โดน”กั๊ก”ครับ

ผมก็เคยเป็นกรณีที่มีเพื่อนสนิทน่ารักๆ

ชวนไปไหนไป โทรไปคุยเล่นได้ทุกวัน ไม่ต่างจากแฟน

ใครมาจีบผมก็ขัดหมดล่ะครับ กั๊กก็ว่าได้

มีสาวน่ารักคุยสนุกเป็นเพื่อนสนิท

ยิ่งแปลว่าพลาสเจอไรด์มาเรียบร้อยว่าเข้ากันได้

ก็ดีซะยิ่งกว่ามีแฟนไม่ต้องหึงหวงกัน ไปเที่ยวด้วยกันได้

ฉะนั้นถ้าคุณไปจีบสาวน่ารักๆที่มีเพื่อนสนิทเป็นผู้ชายนะครับ

ถ้าคุณไม่หล่อขั้นเทพ ขับรถหรู บ้านรวยล้นฟ้า

บอกได้คำเดียวว่า “‘งานหยาบ”ครับ

กลยุืทธพิชิตหรอครับ

“TIME”

ใช้เวลาทำให้คุณเป็นส่วนนึงในชีวิตเค้าให้ได้

พิสูจน์ให้เธอรู้

หรือไม่ก็

รอให้เพื่อนเธอมีแฟนเสียก่อน แล้วค่อยบุกเต็มสตรีมก็น่าจะเวิร์ค

เคยมีผุ้หญิงคนนึงที่ผมชอบเธอมากกก

ผมรอเธออยู่ปีนึง

เพื่อนเธอถามเธอหลายครั้งว่า เพื่อนกับนิกเลือกใคร

เธอก็เลือกเพื่อน

ไม่แปลกครับ แต่ผมก็อดสงสัยไม่ได้

ทำไมเพื่อนเธอหวงจัง (ผู้หญิงนะครับ)

อนิจจัง หญิงอันที่ผมหมายหมั้นไว้

เธอคือแม่ของลูก

คบสาวไปซะแล้ว

ไม่มีหลักสูตรที่ตายตัวหรอกครับสำหรับการจีบสาว

สุดท้าย คนที่เหมาะสมและพอดีกันตังหาก

ที่จะก้าวไปข้างหน้า พร้อมๆกันได้

——————————————

ห่างหายไปสามสี่เดือนนะครับ ขอโทษจริงๆ

โรคขี้เกียจกำเริบอ่ะครับ

ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะscopeให้wpของผมเป็นเรื่องไหนกันแน่

ดูท่ามันจะกลายเป็นwpสำหรับชายโสดชายช้ำซะมากกว่า55





ปีใหม่ใหม่

29 12 2009

ก็ใกล้ปีใหม่อีกแล้ว

คริสมาสก็ผ่านไปแล้ว

ปีนี้ก็ถือว่าไม่ดีต่อเรื่องความรักเลยจริงๆ

แต่ก็ดีต่อเรื่องเพื่อนพ้องมากมาก

นิกก็หวังว่าปีหน้า จะมีอะไรใหม่ใหม่

ไม่ขอให้ดีกว่าเดิม

แต่ขอให้ไม่แย่ลง

ขอให้มีอะไรใหม่ๆเข้ามาไม่น่าเบื่อ

ให้ชีวิตได้เจออะไรใหม่ๆ

คนใหม่ๆ

เพื่อนใหม่ๆ

มาเติมเต็มชีวิตให้ดีขึ้น

เป็นกำลังใจในทุกครั้งท้อแท้

แต่ไม่ทำให้เราท้อถอย

MERRY CHRISTMAS &

HAPPY NEW YEAR ครับ

เพลง ปีใหม่ใหม่ (ปีใหม่ ๆ) – Rose โรส ศิรินทิพย์
เดินตามถนนผู้คนมากมายไม่มีรอยยิ้ม
หลายคนก็ดูเหน็ดเหนื่อยแต่กลับไม่เป็นตามใจที่ต้องการ
เราเองก้อน้อยใจกับชะตาตัวเองแบบนั้น
เฝ้าถามตัวเองตลอดเมื่อไหร่จะดีเหมือนคนทั่วไป

*อย่าท้อกันเลยหาทางใหม่ๆ
ไม่ว่าปีนี้หรือว่าปีไหนต้องดีกว่าเดิม
หากเราล้มจนยืนเรี่ยวแรงยังมี
อย่าเก็บไปคิดแล้วไม่ต้องใส่ใจ

**ให้เป็นปีสุดท้ายจะไม่ยอมให้เรื่องเลวร้ายทุกทีที่เจอซ้ำๆตอกย้ำข้างในหัวใจ
เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็เช้าตื่นขึ้นมามองที่ปลายฟ้าแล้วค่อยลองเดินอีกครั้งชีวิตยังมีความหวังในปีใหม่ๆ

เราเองก็เหงาใจจากกันคนที่มีเจ้าของ
หัวใจเคยมีคนจองแต่มาวันนี้ไม่มีแม้ใคร
เราเคยอิจฉาคนที่จูงมือเดินกันแบบนั้น
ยิ่งเห็นก็ยิ่งโดดเดี่ยวไม่มีใครเหลียวมามองฉันเลย

(*,**)

เรื่องราวผ่านมาข้ามปีต่อไปยังมีสิ่งใหม่ที่ยังรอเราอยู่ตรงนั้น

(**)

ชีวิตยังมีความหวัง ชีวิตต้องมีความหวังในปีใหม่ๆ








Follow

Get every new post delivered to your Inbox.